สวนป่าแสนสวยงามน่าภูมิใจในร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ จังหวัดอุดรธานี

กลับมากี่ครั้งก็ยังสวยเหมือนเดิม คงเป็นคําพูดที่ใช้ไม่ได้เสียแล้ว เมื่อเรากลับมาเยือนสวนป่าจัดเองของ คุณศุภสันติ์ ศีรษะพล อีกครั้ง นอกจากจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่าต้นไม้ยังเติบใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่นและสวยงามยิ่งกว่าเก่าที่ภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี เจ้าของและออกแบบ : คุณศุภสันติ์ ศีรษะพล – คุณรุ่งทิวา ไล้เลิศ จากจุดเริ่มต้นที่ส่งภาพสวนเข้าร่วมสนุกในโครงการสวนจัดเองเมื่อปี 2553 กระทั่งในปี 2555 คุณศุภสันติ์ก็ชนะ รางวัลสุดยอดสวนจัดเองในที่สุด และทําให้ทุกครั้งที่เราเดินทางไปที่จังหวัดอุดรธานี ก็อดไม่ได้ที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนสวน แห่งนี้อีกครั้ง มาถึงวันนี้คุณศุภสันติ์ไม่ได้เป็นเพียงเจ้าของร้าน ”ก๋วยเตี๋ยวเรือกุ๊กกิ๊ก” เพียงอย่างเดียว แต่ยังกลายเป็น นักจัดสวนไฟแรงที่มีผลงานน่าจับตามองมากมายในจังหวัดอุดรธานี เช่นเดียวกับต้นไม้หลายต้นที่เติบโต บางต้นก็ถูกย้าย และมีต้นใหม่เข้ามาแทนที่ แต่ยังมีตีนตุ๊กแกที่ขึ้นครึ้มเป็นฉากหลัง ในขณะที่บางต้นอย่างเฟินชนิดต่างๆ สับปะรดสี ลั่นทมและบีโกเนีย ก็กลายเป็นกลุ่มพุ่มใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนสวนป่าเขตร้อน แต่ยังคงซ่อน กลิ่นอายของความเป็นสวนบาหลีเหมือนครั้งแรกที่มาเยือน ทําให้ทันทีที่เราเดินออกมาจาก ร้านก๋วยเตี๋ยวสู่พื้นที่ภายในสวน รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในสถานที่จริงของสวนบาหลีที่ประเทศ อินโดนีเซีย “แม้จะไม่ได้จบมาทางด้านนี้โดยตรง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาสิบกว่าปีทําให้ผม ได้เรียนรู้และมีแรงบันดาลใจเริ่มต้นมาจาก ‘บ้านและสวน’ ย้อนกลับไปครั้งแรกเลย มีน้อง ที่รู้จักเอานิตยสารบ้านและสวนมาฝาก เปิดดูรูปอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็รู้สึกชอบ หลังจากนั้นเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองชอบสวนบาหลี พื้นฐานที่มาจากวัฒนธรรมและความเชื่อในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู ทําให้เกิดรูปแบบสวนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวประติมากรรมรูปแกะสลักหินต่างๆ […]

บ้านสีขาวกลางสวนกลิ่นอายโพรวองซ์ โซนใหม่ของร้าน Whispering cafe

จากประสบการณ์ที่ได้ไปทำงานที่โครงการโพรวองซ์ เขาใหญ่อยู่หลายต่อหลายครั้ง ทำให้คุณวิทย์ – ศิริวิทย์ ริ้วบํารุงเก็บเอารู้สึกชอบและประทับใจกับบ้านและสวนสไตล์ดังกล่าวไว้ในใจก่อนจะนำเอาความรักและประสบการณ์นี้มารังสรรค์ปรุงแต่งในพื้นที่ต่อขยายโซนใหม่ของร้าน Whispering cafe ซึ่งเคยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเรามาก่อนหน้านั้น โดยตั้งใจทำให้สวนในโซนนี้โดดเด่นด้วยบ้านสีขาวหลังใหญ่ที่ดูเรียบง่าย ออกแบบจากธรรมชาติและสิ่งของที่มีอยู่เดิมในกลิ่นอายของดินแดนโพรวองซ์ที่รัก เจ้าของ – จัดสวน : คุณศิริวิทย์ และคุณศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง “แรกเริ่มที่ดินบริเวณนี้มีลักษระเป็นร่องสวนซึ่งเราถมดินเป็นโคกเพื่อเตรียมทำอาคารและสร้างสวนตรงนี้เป็นตำแหน่งต่อไปจากส่วนด้านหน้า จากนั้นเราก็เริ่มปลูกต้นไม้และขุดสระตามรูปทรงที่อยากได้ การออกแบบสวนเราต้องมีการวางแผนและคิดถึงอนาคตว่าเราอยากทำอะไรบ้าง เมื่อเราวางแผนแล้วว่าจะสร้างอาคารตรงนี้ ก็ต้องวางตำแหน่งถนนทางเข้าออกที่เชื่อมต่อพื้นที่ทุกส่วนไว้ด้วยกัน อย่างสวนและบ้านโซนนี้ก็มีทางเข้าออกของตัวเองที่ไม่ต้องใช้ร่วมกับสวนด้านหน้า หากวันหนึ่งในอนาคตนี่ไม่ใช่ร้าน เราอาจปรับเป็นบ้านเอาไว้อยู่อาศัยแยกเป็นอีกหลังได้” จากความตั้งใจแรกที่ต้องการให้ Whispering cafe เป็นร้านอาหารขนาดเล็กและห้องเรียนของเด็กๆไปด้วยในตัว แต่ปรากฏว่ามีคนที่สนใจมาใช้บริการเป็นจำนวนมากทำให้ร้านเดิมมีขนาดเล็กจนเกินไป เมื่อเปิดบริการแล้วปรากฎว่าที่นั่งไม่พอนั่งจึงต้องขยายมาในที่ดินแปลงใหม่ด้านหลัง ด้วยเหตุนี้คุณวิทย์จึงไม่ทำอาคารเล็กเพิ่มอีกหลังเพราะถ้าหากไม่พอนั่งก็ต้องขยายไปอีกหลังเรื่อยๆ อีกทั้งอาคารหลังใหญ่ยังใช้จัดอีเว้นท์หรือทำกิจกรรมหลายประเภทได้ด้วย สามารถรับคนใช้บริการได้เยอะขึ้น ทั้งยังดูแลง่ายจัดการพนังงานบริการได้ง่าย อาคารรูปทรงจั่วสีขาวหลังใหญ่ออกแบบให้มีประตูหน้าต่างตรงข้ามกันทุกด้านช่วยให้สามารถรับลมได้ดีมากขึ้น ซึ่งเป็นประตูและหน้าต่างของเก่าจากประเทศพม่าที่คุณวิทย์สะสมไว้ตั้งแต่แรกและมีปริมาณเยอะ ซึ่งมีสไตล์โพรวองซ์เชื่อมต่อกันกับอาคารหลังแรกของร้านที่ให้กลิ่นอายแบบชนบทของประเทศฝรั่งเศสไว้ โดยนำเอาวัสดุง่ายๆที่หาได้ใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้แทน จุดเด่นคือใช้โครงสร้างไม้เป็นโครงสร้างหลัก ผนังฉาบปูนแบบไม่เรียบ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านไม้ในสมัยก่อนผสมอยู่ด้วย ” เมื่อเราเห็นบ้านและสวนในโพรวองซ์มันทำให้รู้สึกเหมือนเราได้พักผ่อน ประกอบกับเราชอบของวินเทจที่ใช้ตกแต่งบ้านหลังนี้ด้วย มันเลยกลายเป็นสไตล์ที่เราหลงรัก เราเห็นแล้วอยากมีบ้านแบบนี้ นี่จึงกลายเป็นรงบันดาลใจให้เราอยากทำบ้านและสวนแบบนี้ในโซนใหม่ของ Whispering cafe แต่ก็ไม่ได้เอามาทั้งหมด เราแค่เก็บเอากลิ่นอายมาใช้เฉยๆเท่านั้น ” สวนสไตล์โพรวองซ์มีลักษณะที่ดึงเอาสวนแบบฝรั่งเศสที่มีรูปแบบการออกแบบที่เน้นการตัดแต่งแบบฟอร์มัลชัดเจนมาลดทอนให้ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น […]

บ้านปูนเปลือยผสมโครงเหล็ก ที่มีกลิ่นอายลอฟต์นิดๆ

สถาปนิกมักเริ่มต้นออกแบบบ้านด้วยการให้ความสำคัญกับการจัดวาง“ที่ว่าง” พอๆ กับรูปทรง วัสดุ และสไตล์การตกแต่ง เพราะการออกแบบที่ว่างให้มีสัดส่วนพอเหมาะ สัมพันธ์กับทิศทางของแดดและลม มีการเชื่อมต่อระหว่างที่ว่างอย่างเหมาะสม ก็ทำให้คุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยดีขึ้นได้ แล้วคำจำกัดความของที่ว่างที่ดีนั้นควรเป็นเช่นไร เราลองมาค้นหาคำตอบใน บ้านปูนเปลือยผสมโครงเหล็ก หลังนี้กัน เจ้าของ : คุณณภัสสร ์ – คุณเปรมรัตน ์ เตลิงคพันธ์ สถาปัตยกรรม : คุณกษิต จันทร์แก้ว ออกแบบภายใน : คุณวิวัฒน์ พิทักษ์พงศ์สนิท บ้านโมเดิร์นหลังใหญ่ในย่านพหลโยธินที่ดูเรียบง่าย แต่มีชั้นเชิงทั้งการออกแบบและตกแต่งหลังนี้เป็นของ คุณป้อง – ณภัสสร์ และ คุณนิ้ง – เปรมรัตน์ เตลิงคพันธ์ คู่สามีภรรยาที่สร้าง บ้านปูนเปลือยผสมโครงเหล็ก ขึ้นใหม่อีกหลังข้างบ้านเดิมของพ่อแม่แทนการย้ายออกไปสร้างบนที่ดินอีกแปลงในย่านลาดพร้าว เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ ครอบครัวในบรรยากาศที่ตนรักและผูกพันมาแต่เด็ก คุณป้องเล่าว่า “บ้านนี้สร้างบนพื้นที่ของสวนมะม่วง ข้างบ้านหลังเดิมที่ผมอยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ที่ดินผืนนี้มีขนาดประมาณ 200 ตารางวา มีหน้าแคบแต่ลึก สถาปนิกจึงวางตัวบ้านขนานไปกับที่ดิน ผนังของพื้นที่ส่วนกลางของบ้านออกแบบเป็นกระจกขนาดใหญ่ เชื่อมโยงมุมมองไปยังบ้านหลังเดิมเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ ทำให้มองเห็นกันได้ตลอดแม้จะอยู่คนละบ้านก็ตาม” […]

ผีบ้านผีเตือนกับ13 เรื่องอันตรายในบ้าน

แม้จะอยู่บ้านก็เกิดอันตรายได้ ซึ่งหากไม่ระวังหรือไม่ซ่อมแซมบ้านและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดี ก็อาจก่อให้เกิดเรื่องเศร้าขึ้นมาได้ ช่างประจำบ้านจึงเป็นเสมือน “ผีบ้านผีเตือน” ที่จะช่วยเตือนภัยกับ 13 จุดอันตรายในบ้าน มีอะไรบ้างมาดูกัน ประตูรั้วล้ม ปัญหาที่หลายคนไม่คาดฝันอย่าง ประตูรั้วล้ม อันตรายในบ้าน ที่ถึงกับทำสมาชิกในบ้านบาดเจ็บและเสียชีวิตกันไม่น้อย โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากสาเหตุความแข็งแรงและน้ำหนักของบานประตูนั้นไม่สัมพันธ์กัน การเสื่อมสภาพของวัสดุ และการติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งวิธีป้องกันเบื้องต้นนั้นควรเลือกช่างที่มีความประสบการณ์ในการติดตั้ง เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และหมั่นดูแลรักษาทั้งล้อเลื่อน รางเลื่อน และลูกล้อด้านบน เนื่องจากประตูรั้วล้อเลื่อนที่ทำจากเหล็กต้องเจอกับสภาพอากาศต่างๆ โดยตรงตลอด 24 ชม. ซึ่งมีโอกาสสูงในการเกิดสนิม หมั่นขัดสนิมและทำสีใหม่ ตลอดจนติดตั้งเสากันประตูล้มให้ยึดจากด้านบนจนถึงพื้นดิน เพื่อป้องกันประตูตกรางและล้มลงมา ประตูรั้วล้ม อันตรายในบ้าน ลูกบิดประตูห้องน้ำต้องเปิดได้ยามฉุกเฉิน เป็นเรื่องสำคัญที่ลูกบิดประตูห้องน้ำต้องใช้ชนิดที่ปลดล็อกจากด้านนอกได้ ซึ่งไม่ต้องใช้กุญแจไข เพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือยามฉุกเฉินได้ อีกทั้งติดตั้งประตูให้เปิดออกหรือใช้ประตูบานเลื่อน ซึ่งหากมีกรณีล้มในห้องน้ำขวางหน้าประตูก็ยังสามารถเปิดเข้าไปช่วยเหลือได้ หรือบ่อยครั้งมักเกิดปัญหาลูกบิดล็อคเองอันเนื่องมากจากการเกิดสนิม ก็สามารถเปิดได้ด้วยการสอดแผ่นแข็งๆ เช่น บัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้แล้วระหว่างช่องประตูใต้ลูกบิด จากนั้นก็ค่อยๆ ดันบัตรขึ้นผ่านตำแหน่งลูกบิดประตู เท่านี้ประตูที่ล็อคก็สามารถเปิดได้แล้ว งู ตะขาบ สัตว์มีพิษเข้าบ้าน สัตว์และแมลงไม่พึงประสงค์โดยมากจะแอบเข้ามาตามท่อ ตามรอยร้าวของผนังและช่องเปิดของบล็อกช่องลม โดยที่พบได้บ่อยตามข่าว คือ การพบงูในโถสุขภัณฑ์ซึ่งมักมาตามบ่อเกรอะหรือท่อที่เกิดการแตกร้าว โดยเราสามารถป้องกันสัตว์หรือแมลงมีพิษไม่ให้เข้ามาในห้องน้ำได้ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์กันงูภายในโถสุขภัณฑ์ตั้งแต่แรกเริ่ม นอกจากนั้นยังต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดบริเวณบ้านและตัดแต่งกิ่งต้นไม้อยู่เสมอเพื่อป้องกันหนู […]

ร้านเจียไต๋ ฟาร์ม สุขุมวิท 60 ส่งต่อความสดใหม่จากฟาร์มสู่มือคุณ

จากเมล็ดพันธุ์ที่คัดสรรสายพันธุ์มาแล้วอย่างพิถีพิถันสู่ผลผลิตที่สดใหม่และได้คุณภาพที่ดีที่สุดแก่เกษตรกรและผู้บริโภค มาวันนี้บริษัทเจียไต๋ จำกัดพร้อมแล้วที่จะปรุงวัตถุดิบที่ส่งตรงจากฟาร์มพร้อมเสิร์ฟสู่มือลูกค้าในเมืองในพื้นที่แห่งใหม่ เจียไต๋ ฟาร์ม สุขุมวิท 60 พร้อมกับก้าวใหม่สู่ประสบการณ์ความพิเศษที่ต่อยอดมาจากเมล็ดพันธุ์ของเจียไต๋ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรของไทย ด้วยวิสัยทัศน์ซึ่งต้องการให้สังคมไทยเกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาธุรกิจด้านการเกษตรเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของครัวโลก ส่งเสริมการบริโภคผลผลิตและสนับสนุนอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ระดับครัวเรือนถึงอุตสาหกรรมแบบครบวงจร เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น โดยสร้างมูลค่าเพิ่มและคุณค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรผ่านการพัฒนาสินค้า การตลาด และช่องทางการจัดจำหน่ายรูปแบบใหม่ที่นำเสนอสินค้าของเจียไต๋ ผ่านการสอดแทรกให้เห็นและสัมผัสถึงแนวคิดปรัชญาในการทำธุรกิจที่ใส่ใจคุณภาพในทุกกระบวนการทำงาน เพื่อเข้าถึง สร้างแรงบันดาลใจ และส่งมอบสินค้าที่ดีให้แก่กลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ร้านเจียไต๋ ฟาร์ม สุขุมวิท 60ตั้งอยู่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทเจียไต๋ จำกัด โดดเด่นด้วยอาคารรูปทรงโมเดิร์นเข้ากันกับบริบทของเมืองใหญ่โดยรอบในย่านพระโขนงริมถนนสุขุมวิท แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นส่วนร้านอาหารและคาเฟ่ ซึ่งบริเวณด้านหน้ามีมุมจำหน่ายวัตถุดิบในการทำอาหารและผลผลิตทางการเกษตรที่สดใหม่จากเจียไต๋ ฟาร์มโดยตรง  เช่นเดียวกับเมนูอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดที่ได้พัฒนาสูตรมาเป็นอย่างดีและทำใหม่สดๆทุกจานจากมือเชฟชื่อดังมากฝีมือ เชฟกัมพล ธารีเทียนและทีมงานที่รังสรรค์เมนูมาจากวัตถุดิบหลักที่มีชื่อเสียงของเจียไต๋ ฟาร์มอย่างเมล่อน, ฟักทองมินิบอล, แตงกวาลิซ่าและมะเขือเทศโรสเชอรี่ โดยในอนาคตจะมีมุมสำหรับให้ลูกค้าสามารถตักสลัดบาร์ตามชอบใจแบบรีฟิลให้ซื้อไปทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย การตกแต่งภายในใช้โทนสีเทาเข้มเป็นสีหลัก รับกันกับเส้นสายสไตล์โมเดิร์นซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศในธรรมชาติที่มีต้นไม้ใหญ่สำหรับให้ร่มเงาภายในอาคาร ผสมกับวัสดุกรุพื้นและผนังที่ให้ผิวสัมผัสของสีไม้ในธรรมชาติสลับกับหินสีขาวที่ดูแล้วสบายตาและอบอุ่นเป็นกันเอง โดยมุมที่ไม่ควรพลาดคือบันไดเชื่อระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองที่ใช้ฉากกั้นทำจากแผ่นอะคริลิคใสนับร้อยซึ่งภายในฝังด้วยเมล็ดพันธุ์ที่จัดเรียงเป็นลวดลายอย่างสวยงามไม่ซ้ำกัน และบริเวณชั้นสองใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปทั้งแบบเอนกประสงค์ทั้งประเภทงาน DIY งานฝีมือ และการปลูกต้นไม้ รวมถึงประเภทสอนทำอาหารจากวัตถุดิบที่สดใหม่จากฟาร์มพร้อมแจกสูตรอาหารที่การันตีโดยเชฟให้ทุกคนได้ปรุงความอร่อยง่าย ๆ กันที่บ้าน นอกจากนั้นยังมีมุมสำหรับจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พร้อมปลูกที่ผู้ที่สนใจสามารถซื้อไปปลูกที่บ้านได้เลย สามารถไปลิ้มลองเมนูอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รวมถึงเลือกสรรสินค้าเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์และการปลูกต้นไม้ที่น่าสนใจได้ที่ร้านเจียไต๋ ฟาร์ม สุขุมวิท 60 […]

Chewa Heart Sukhumvit 62/1 ทาวน์โฮมรองรับการอยู่อาศัยและสร้างรายได้

Chewa Heart Sukhumvit 62/1 เป็นโครงการทาวน์โฮมระดับลักชัวรี่จาก บริษัท ชีวาฮาร์ท จำกัด ได้รับการพัฒนาและต่อยอดมาจากแนวคิดที่ต้องการผสมผสานการอยู่อาศัยแบบคนรุ่นใหม่ โดยแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังคงตอบโจทย์ด้านการสร้างสรรค์พื้นที่สำหรับครอบครัวขยายในอนาคต ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนห้องให้เกิดรายได้ในรูปแบบ Passive income เช่นเดียวกับคอนโดมิเนียม บ้านในโครงการ Chewa Heart Sukhumvit 62/1 มีรูปแบบเดียว และมีเพียง 9 ยูนิต โดยแต่ละหลังมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 210 ตารางเมตร ตัวบ้านมีความสูง 3 ชั้นครึ่ง ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และจอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอยสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระตามความต้องการ มีการจัดสรรพื้นที่ของแต่ละห้องนอนอย่างเป็นสัดส่วนสามารถปรับให้เชื่อมต่อหรือแยกออกจากกันได้ชัดเจน พร้อมรองรับกรณีที่มีผู้เช่าที่ไม่ใช่สมาชิกครอบครัว หากมองภาพรวมอาจดูคล้ายเป็นการจัดวางห้องรูปแบบคอนโดมิเนียมในพื้นที่ทาวน์โฮม ซึ่งช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยให้แก่เจ้าของบ้าน โถงบันไดกลางบ้าน ที่เปิดโล่งจากชั้นล่างถึงชั้นบนสุด คือหัวใจสำคัญที่ช่วยเปิดรับลมและแสงธรรมชาติจากช่องเปิดบนหลังคาให้ลงมาสู่ทางเดินส่วนกลางชั้นล่างได้อย่างทั่วถึง ขั้นบันไดทำจากแผ่นอะลูมิเนียมเจาะรูพับยิ่งช่วยให้สเปซดูโปร่งมากขึ้น นอกจากนี้ ผนังกระจกรอบโถงบันไดบนชั้น 2 และ 3 ยังติดตั้งบานหมุนกระจกนิรภัย หมุนปรับระดับองศาได้ ช่วยส่งต่อลม และแสงธรรมชาติเข้ามาภายในพื้นที่ใช้งานได้เต็มที่ […]

เปลี่ยนคอร์ตรับลมบ้านปูน เป็นบรรยากาศ บ้านไม้ฝั่งธน

พื้นที่ 100 ตารางวาผืนนี้ มีโจทย์เป็นบ้านสองหลังของพี่และน้อง โดยแบ่งที่ดินออกเป็นสองส่วนแต่ยังมีพื้นที่เชื่อมต่อเพื่อรำลึกถึงบรรยากาศ บ้านไม้ฝั่งธน ซึ่งทั้งสองเติบโต เป็นเป็นคอร์ตรับแสงซ่อนตัวไว้อยู่ภายในบ้านทรงโมเดิร์นภายนอก

รวมไอเดียจัดสวนแบบประหยัดและใช้งบน้อยลงกว่าที่ต้องจ่าย

ช่วงนี้จะจับจ่ายใช้สอยเงินก็อาจต้องคิดแล้วคิดอีก อะไรประหยัดได้ต้องประหยัด แต่ครั้นจะปล่อยให้สวนรกไม่สวยงามก็ดูใช่เรื่อง อย่างไรเสียคนเราก็ยังต้องการพื้นที่สวนสำหรับพักผ่อนหย่อนใจได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติกันบ้าง เราจึงขอรวบรวมไอเดียทั้งการจัดสวนและดูแลสวนแบบที่ไม่ต้องเสียเงินหรือประหยัดเงินในกระเป๋าคุณไปได้มากทีเดียว จะมีไอเดียจัดสวนแบบประหยัดอะไรบ้าง มาดูกัน ดินเราเองก็มีไม่ต้องซื้อ เงินก้อนใหญ่สําหรับการจัดสวนส่วนหนึ่งหมดไปกับการซื้อดินจากที่อื่นมาถมปรับระดับพื้นที่ หากสวนมีขนาดเล็กหรือเป็นพื้นที่ที่จัดสรรเอาไว้แล้วก็อาจเสียเงินในส่วนนี้ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่จะได้ระดับอยู่แล้วและไม่มีความจําเป็นต้องปรับระดับเพิ่ม แต่หากคุณมีพื้นที่ขนาดใหญ่ รับรองว่างบบานปลายแน่นอน ดังนั้นจึงควรสํารวจพื้นที่แล้วใช้วิธีวางผังสวนให้มีระดับสูงตํ่าตามการใช้งานจริง แล้วตักดินในพื้นที่ไปถมในส่วนที่ต้องการ โดยกําหนดระยะความสูงของพื้นที่สวน ส่วนมากจะอ้างอิงจากระดับถนนและพื้นที่สาธารณะด้านข้าง ซึ่งมักออกแบบให้พื้นที่ของเรามีระดับสูงกว่าพื้นที่สาธารณะอีกเล็กน้อยตั้งแต่ 0.15-1 เมตร จากนั้นขุดดินในบริเวณที่สูงกว่าระดับที่เราต้องการเพื่อมาถมให้สูงขึ้นจากเดิม หากพื้นที่มีความชันมากอาจต้องปรับระดับให้มีลักษณะเป็นขั้นบันได คือมีพื้นที่ที่ได้ระดับแบบสมํ่าเสมอเป็นช่วงๆ เพื่อไม่ให้ระดับความสูงต่าของพื้นที่ชันเกินไปจนอาจมีปัญหา ํ เรื่องการกัดเซาะ ดินไม่อยู่ตัวและถล่มได้ แต่หากระดับพื้นที่ของเราไม่มีบริเวณที่สูงกว่า อาจเลือกใช้การขุดบ่อและนําดินมาถมในบริเวณที่ต้องการใช้งาน ก็จะช่วยประหยัดค่าดินที่ต้องถมเพิ่มไปได้มาก อีกทั้งยังทําให้มีทิศทางระบายนํ้าที่ชัดเจนและมีบ่อนํ้าสําหรับใช้ประโยชน์ได้ ทําปุ๋ยใช้เอง อย่าเพิ่งมองข้ามข้อนี้ไป เพราะทุกวันเราสามารถทำปุ๋ยหมักที่ช่วยบำรุงดินและเพิ่มสารอาหารให้ต้นไม้ในสวนได้แบบคนขี้เกียจที่ไม่ต้องทำอะไรเลย โดยขอยกตัวอย่างสูตรและวิธีการทำปุ๋ยหมักมา2 แบบ คือปุ๋ยหมักจากเศษอาหารที่เหลือจากการกินในทุกวันทําได้โดยเตรียมถังพลาสติกเจาะรูรอบถังเพื่อระบายอากาศ จากนั้นก็นําเศษอาหารที่เหลือจากการบริโภคมาใส่ถังทุกวัน แล้วใช้ไม้คลุกเคล้าส่วนผสมวันละ 1-2 ครั้ง หากแห้งเกินไปให้พรมนํ้าไปด้วยแล้วปิดฝา หนึ่งเดือนต่อมาให้ลดการพรมนํ้าจนปุ๋ยแห้งสนิท ทิ้งไว้จนปุ๋ยหมักภายในกลายเป็นสีดําคลํ้าและเปื่อยยุ่ยจนมีขนาดเล็กลง นํ้าหนักเบา และไม่มีกลิ่นเหม็นเป็นอันใช้ได้ ปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้หรือกิ่งไม้ที่ร่วงหรือทิ้งจากการตัดแต่งทําได้โดยเตรียมตะกร้าพลาสติกสําหรับทิ้งเศษใบไม้หรือกิ่งไม้ขนาดเล็ก ทุก 10 วัน นําสายยางมาเสียบลงไปในกองเศษใบไม้แนวดิ่งให้ลึกลงไปประมาณ 2 ใน 3 ของขนาดความสูงตะกร้าเพื่อเติมนํ้าด้านใน […]

บ้านขนาดกะทัดรัด สำหรับอยู่กับคุณแม่ผู้สูงวัย

เชื่อว่าคนในเมืองใหญ่ที่อยากหลีกหนีความสับสนวุ่นวายไปอาศัยอยู่จังหวัดอื่นเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ทุกวัน หากไม่นับเงื่อนไขด้านเงินทองแล้วก็คงต้องติดเงื่อนไขอื่นๆ ทั้งหน้าที่การงานและการดูแลเอาใจใส่คนในครอบครัว การย้ายถิ่นฐานไปยังเมืองที่สงบ ร่มรื่น อากาศดี เพื่อสร้าง บ้านขนาดกะทัดรัด จึงเป็นไปไม่ได้ง่ายนัก เจ้าของ : ครอบครัวสุวัจฉราภินันท์ สถาปนิก : ห้างหุ้นส่วนจำกัด 2929 Designlab โดย ดร.สันต์ สุวัจฉราภินันท์ ทว่าสำหรับ ดร.สันต์  สุวัจฉราภินันท์  สถาปนิกห้างหุ้นส่วนจำกัด 2929 Designlab และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลับมีจังหวะชีวิตที่ลงตัว เพราะที่ตั้งของ บ้านขนาดกะทัดรัด หลังใหม่นี้สอดรับกับหน้าที่การงานในตำแหน่งหัวหน้าหลักสูตรบัณฑิตศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งยังรองรับการอยู่อาศัยของคุณพ่อคุณแม่ซึ่งย้ายมาจากกรุงเทพฯเพื่อการดูแลได้อย่างใกล้ชิดในบรรยากาศที่คนวัยเกษียณท่านใดเห็นก็ต้องอิจฉา “บ้านหลังนี้เริ่มต้นจากเมื่อสองปีที่แล้วพยายามหาที่ดินสำหรับสร้างบ้านของตัวเอง  ช่วงนั้นคุณแม่เริ่มป่วยและเข้าออกโรงพยาบาลบ่อย  ทำให้ต้องเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ – เชียงใหม่อยู่เสมอ  จากที่คิดจะสร้างบ้านเพื่อตัวเองก็เริ่มเปลี่ยนแผนว่าจะสร้างบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ด้วยกันแทน”อาจารย์สันต์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้ให้เราฟัง “จากนั้นจึงมองหาที่ดินซึ่งมีคุณสมบัติ3 อย่าง  คือ  หนึ่ง  ต้องอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สอง  ต้องอากาศดี  สาม  ราคาไม่แพงเกินไป  ดูมาหลายแห่ง  บางที่ก็สวยมากแต่ราคาแพง  บางที่อยู่ในโครงการหมู่บ้านซึ่งมีเงื่อนไขในการออกแบบบ้านจุกจิก  เราต้องการจะออกแบบบ้านเอง  จนมีคนแนะนำให้มาดูที่ดินแถวแม่ริมตรงนี้  พอมาดูที่ปุ๊บก็รู้สึกคลิกทันที  […]

ไอเดียสร้างสรรค์ฟาร์มเกษตรให้สวยเก๋น่ามอง

การ ออกแบบฟาร์ม นอกจากให้สะดวกสำหรับใช้งานแล้ว หากเพิ่มความสุนทรีย์ด้วยการตกแต่งและสร้างสรรค์บรรยากาศให้สะอาดตาและน่ามอง ยิ่งเพิ่มความสุขทางใจให้กับการใช้ชีวิตในฟาร์ม วันนี้จะพามาตามชมไอเดียการ ออกแบบฟาร์ม ที่ “ไร่กาลเวลา Organic Farm” ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งภายในฟาร์มปลูกพืชผักสมุนไพร ไม้ผล เลี้ยงไก่ไข่ ฯลฯ รวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 12 ไร่ เมื่อ 7 ปีก่อน คุณทอส-สฤษฎ์ แดงจันทร์ ได้ผันตัวเองจากงานประจำ มาสานต่ออาชีพเกษตรกรรมต่อจากรุ่นบรรพบุรุษ ซึ่งแต่เดิมเคยทำไร่ข้าวโพด เขาเลือกเดินตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ โดยเรียนรู้และนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้กับความรู้ดั้งเดิม และปรับเปลี่ยนพื้นที่จากไร่ข้าวโพด มาเป็นพืชผัก ไม้ผล และเลี้ยงไก่ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และที่สำคัญยังต่อยอดพื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดูงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมด้วย ซึ่งมีหัวเรือใหญ่ คือ คุณอาอย่าง คุณเอก – พิศิษฐ์ ศรีสุขวงศ์  เป็นผู้วางแปลนพื้นที่ และวางแนวคิดในการออกแบบร่วมกัน ทั้งคู่ได้หวนรำลึกถึงวันเวลาเก่าๆ และความสนุกเมื่อครั้งยังเป็นเด็กบนผืนดินที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ทวด จึงเลือกเก็บบรรยากาศและวิถีดั้งเดิมไว้ โดยประยุกต์รูปแบบให้เข้ากับวิถีของคนรุ่นใหม่ อย่าง ต้นไม้หลายๆ ต้นของที่นี่ที่มีอายุมากกว่า […]

สวนรีโนเวตแสนร่มรื่นที่งามตามกาลเวลา

มีคนเคยกล่าวว่า นักออกแบบที่ยิ่งใหญ่และอัจฉริยะที่สุดคือธรรมชาติ ซึ่งออกแบบสรรพสิ่งที่มีทั้งความเหมือนและความต่างให้เกิดความงามได้อย่างน่าสนใจ เมื่อนำทั้งสิ่งที่เหมือนและต่างนั้นมาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติก็สามารถผสมกลมกลืนเป็นเอกภาพที่สมบูรณ์ได้เฉกเช่นสวนรีโนเวตแห่งนี้ เจ้าของ : นาวาอากาศเอก ธนภัทร- คุณภูษณิศา งามปลั่ง ออกแบบ : บริษัทบ้านสรา คอร์ปอเรชั่น จํากัด โดยคุณสราวุธ ทูละมาลย์ โทรศัพท์09-1707-8349 ณ บ้านหรูริมทะเลสาบย่านชานเมืองของคุณหมู-นาวาอากาศเอก ธนภัทรและคุณชมพู- ภูษณิศา งามปลั่ง ดูเป็นธรรมชาติและร่มรื่นตั้งแต่บริเวณหน้าบ้าน โดยผสมผสานระหว่างรูปแบบการจัดวางกับงานฮาร์ดสเคปที่ให้กลิ่นอายของความร่วมสมัยแบบสวนยุโรป ขณะเดียวกันก็เลือกใช้พรรณไม้พื้นถิ่นของประเทศไทยและป่าเขตร้อนมาจัดวางไว้ด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ จากฝีมือการออกแบบของ คุณสราวุธ ทูละมาลย์ นักจัดสวนแห่งบริษัทบ้านสรา คอร์ปอเรชั่น จากัด ที่ใช้เวลาออกแบบและดูแลสวนแห่งนี้เป็นระยะเวลานานกว่า 8 ปีมาแล้ว “ตอนที่ซื้อบ้านหลังนี้เราได้มุมที่ดีที่สุดของโครงการ  เป็นมุมที่ติดกับทะเลสาบ  สามารถมองออกไปเห็นดวงอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบได้เลยจากในบ้าน  เป็นมุมที่สวยงามดีอยู่แล้ว  แต่กลับไม่มีต้นไม้อยู่เลยสักต้นเดียว  มีเพียงสนามหญ้าโล่งและแดดร้อนมาก  คุณสราวุธเป็นเพื่อนกับภรรยาของผมและเคยจัดสวนที่บ้านหลังเก่าของเรามาแล้ว  เราเห็นว่าเขาฝีมือดีก็เลยให้มาช่วยจัดสวนที่บ้านใหม่หลังนี้อีกครั้ง  โดยบอกโจทย์ว่าต้องการให้สร้างร่มเงาแก่ตัวบ้าน  ควรมีต้นไม้ใหญ่อย่างน้อย 4-5 ต้นเพื่อช่วยบังแดดไม่ให้เข้าบ้าน” คุณหมูเล่า หลังจัดสวนครั้งแรกเสร็จผ่านมาหลายปีจนต้นไม้ใหญ่เริ่มเติบโตและให้ร่มเงาที่เหมาะสมตามที่ต้องการได้แล้ว คุณหมูและคุณชมพูเริ่มอยากเปลี่ยนแปลงสวนอีกครั้ง โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ริมรั้วที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้มีพรรณไม้ที่ตรงตามความชอบของทั้งคู่มากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณชมพูนั้นชอบไม้ดอก แต่คุณหมูยังชื่นชอบต้นไม้ใหญ่อยู่ นอกจาก นี้ยังย้ายตำ แหน่งศาลาจากด้านหลังมาอยู่บริเวณหน้าบ้านที่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ […]

แนบอุรา ต้นไม้เลื้อยแห่งหัวใจที่คล้ายกัน จาก 2 สกุล Scindapsus และ Rhaphidophora

เมื่อพูดถึงไม้ใบที่เรียกกันว่า “แนบอุรา” หรือ “หัวใจแนบ”ภาพในความคิดของหลายคนคงหนีไม่พ้นไม้ใบรูปหัวใจที่มักจำหน่ายเป็นไม้กระถางต้นเจริญเกาะเลื้อยแนบชิดกับแผ่นไม้เรียบหลากหลายขนาดแผ่นใบมีลวดลายหลากหลายแต่ก็ล้วนสะดุดตาแค่เพียงนำไปวางตกแต่งในบ้านหรือประดับสวนก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ชวนมองได้ไม่แพ้ไม้ใบชนิดอื่นลงสวนฉบับนี้จึงพาไปรู้จักไม้ใบลายสวยสุดเก๋เหล่านี้กัน แนบอุรา หัวใจแนบ Scindapsus pictus Hassk. ‘Argyraeus’ ไม้เลื้อยขนาดเล็ก เลื้อยได้ไกล 1-3 เมตร มีรากออกจากลำต้นเพื่อพยุงต้นให้เติบโต ใบรูปหัวใจออกเรียงสลับซ้ายขวาในระนาบเดียวกัน ลักษณะเด่นของชนิดนี้คือ แผ่นใบหนาสีเขียวอมเทาเป็นกำมะหยี่ มีแต้มด่างสีบรอนซ์เงินหลากหลายรูปแบบ อาจเป็นแต้มเล็ก ๆ หรือเป็นปื้นทั่วใบ จึงมีชื่อสามัญว่า Satin Pothos, Silk Pothos, Silver Hilodendron เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกเลี้ยงในเมืองไทยมานานแล้ว นอกจากแนบอุราสกุลซินแด็ปซัส (Scindapsus) ยังมีไม้ใบในสกุลราฟิโดฟอรา (Rhaphidophora) บางชนิดที่เรียกแนบอุราเช่นกัน ลักษณะเป็นไม้เลื้อย มีรากออกตามข้อ เมื่อยังเล็กใบรูปหัวใจหรือใบรี แต่เมื่อโตขึ้นจะเปลี่ยนเป็นอีกรูปทรงหนึ่งซึ่งแตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน นิยมนำมาเลี้ยงให้เลื้อยขึ้นบนแผ่นไม้ ผนัง หรือใส่ในตู้เทอร์ราเรียม ตัวอย่างเช่น     แนบอุราชอบวัสดุปลูกโปร่งระบายน้ำได้ดีต้องการน้ำปานกลางความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูงแสงรำไรสามารถทนร่มได้ดีจึงปลูกเลี้ยงในบ้านได้แทบทุกชนิดเติบโตค่อนข้างช้านิยมปลูกเป็นไม้กระถางแขวนหรือเกาะกับหลักนำมาเลี้ยงให้เลื้อยขึ้นบนแผ่นไม้ผนังหรือลำต้นไม้ใหญ่ที่ชุ่มชื้นและเย็นหากได้รับแสงและความชื้นไม่เพียงพอรากและลำต้นจะไม่เกาะแนบกับพื้นผิววัสดุขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง เรื่อง: อังกาบดอย ภาพ: อภิรักษ์ สุขสัย, ธนกิตติ์ คำอ่อน ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับไม้ใบหลากหลายชนิดได้เพิ่มเติมใน หนังสือ […]

ไอเดียจัดมุมสวนเล็กแคบ ให้สวยและใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น [บอกชื่อต้นไม้]

พื้นที่แคบๆบริเวณข้างบ้านหรือหลังบ้านมักจะเป็นมุมที่ถูกละเลยและให้ความสำคัญน้อยรองลงมาเสมอ อาจเป็นเพราะว่ามีลักษณะแคบยาวจนออกแบบจัดสวนให้สวยได้ยากและใช้ประโยชน์ได้น้อย แต่ก็มีสวนอยู่จำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่สามารถออกแบบพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความสวยงามและการใช้งาน เราจึงได้รวบรวมสวนเล็กแคบให้ทุกท่านได้ชมและนำไอเดียไปทำตามกัน พร้อมบอกชื่อต้นไม้ให้อีกด้วย 1.สวนทรอปิคัลของคนรักไม้ใบ คุณตั้วและคุณโบว์ลงมือจัดสวนเองในช่วงที่ต้องทํางานที่บ้านเมื่อปีที่แล้ว โดยหลังจากกําหนดผังเรียบร้อยว่าตั้งใจให้อะไรอยู่บริเวณไหนบ้าง ก็เริ่มถมทรายหยาบรอบบ้าน ปรับระดับให้เรียบเสมอกันและทิ้งไว้จนแน่น จากนั้นจึงโรยหินทําทางเดินและปลูกไม้ใบโดยใช้เครื่องปลูกเป็น กาบมะพร้าวสับและเครื่องปลูกเดิมที่มากับกระถางต้นไม้ ซึ่งไม่มีเชื้อราหรือโรคที่ติดมากับเครื่องปลูก นอกจากนี้ยังเพิ่มบ่อปลาซึ่งเป็นส่วนที่คุณตั้วทําและวางระบบกรองบําบัดนํ้าเองทั้งหมด โดยมุมข้างบ้านปลูกไม้ใหญ่และไม้พุ่มขนาดกลางทําหน้าที่ให้ร่มเงาที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเหล่าไม้ใบและไม้สะสมที่นํามาปลูกเป็นไม้ระดับล่าง ซึ่งส่วนใหญ่ชอบแสงแดดรําไรและแสงแดดยามเช้าทําให้ไม้ใบส่วนใหญ่ยังดูสมบูรณ์ มีสีสันและลวดลายสวยงามใบไม่ไหม้จากความร้อน >>> อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 2.สวนทรอปิคัลลอฟท์จากไอเดียสุดสร้างสรรค์ ทันทีที่เราเข้ามาภายในสวนก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นและร่มเย็น ต่างจากภายนอกที่อากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน ร่มเงาต่างๆ เกิดจากต้นไม้ใหญ่อย่างจันทน์กะพ้อ กระพี้จั่น ทองกวาว โมกแดง และปีบ ร่วมกับไม้ฟอร์มสวยอย่างตีนเป็ดฝรั่งและหลิว ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นเหมาะสมยังทํา ให้เหล่าไม้ใบฟอร์มสวยอย่างมอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน อโกลนีมา เดป และเฟินหลากหลายชนิดเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ซึ่งไม้กระถางแขวนปลูกเฟินและเดปชนิดต่างๆ ช่วยเติมเต็มความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ทดแทนการปลูกต้นไม้พุ่มที่อาจทําให้เสียการใช้งานที่พื้นด้านล่างไปได้ ทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากลําต้นของต้นไม้ใหญ่ด้วย >>> อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่  3.สวนที่ประยุกต์นำของเก่าในบ้านมาแต่งสวน สวนที่ใช้ของแต่งสวนอื่นๆ ที่มีอยู่เดิมหลากหลายสไตล์ เช่น โอ่งมังกร กระถางดินเผา หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ เหล็กและอัลลอยด์ซึ่งเป็นของเก่า ให้สามารถจัดวางแทรกตามจุดต่างๆอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยมีกระบะปลูกเป็นตัวสร้างแพทเทิร์นให้สวนและช่วยทำให้สามารถปลูกพรรณไม้หลากหลายชนิดแทรกอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตัดแต่งและดูแลแปลงปลูกได้ง่ายมากขึ้น สามารถปล่อยให้ต้นไม้ได้แตกกิ่งก้านได้อย่างอิสระ ใช้เฟอร์นิเจอร์ชุดรับแขกที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาตั้งวางใหม่ในสวนเพื่อให้คนได้มาชมสวนได้นั่งเล่นชมบรรยากาศภายและพักเหนื่อย […]

ขยายพันธุ์อะโวคาโด ทำได้ง่าย มีหลายวิธีแค่ไม่กี่ขั้นตอน

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของ “อะโวคาโด” ไม้ผลต่างถิ่นจากทวีปอเมริกาที่ปลูกเลี้ยงกันมากในเมืองไทย ด้วยรสชาติหวานอ่อนๆ พร้อมให้ไขมันที่มีประโยชน์กับร่างกาย จึงกลายเป็นผลไม้ยอดกันในขณะนี้ มาทำความรู้จักและเรียนรู้วิธีขยายพันธุ์อะโวคาโดกันค่ะ อะโวคาโด (Avocado) หรือ Alligator Pear เป็นพืชในวงศ์ Lauraceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea americana Mill. มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว มิชชันนารีชาวอเมริกันได้นำมาปลูกในเมืองไทยเป็นครั้งแรกที่จังหวัดน่านซึ่งสามารถเติบโตและผลิดอกออกผลได้ดี อะโวคาโด้เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ สูงถึง 18 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระ ใบรูปรีถึงรูปใบหอก มีหลายแบบขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ แผ่นใบหนาสีเขียวสด บางพันธุ์เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นหอม ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กเป็นดอกสมบูรณ์เพศ สีเขียวอมเหลือง ผลขนาดใหญ่ รูปทรงคล้ายสาลี่ รูปไข่หรือรูปกลม ผลรูปทรงกลม แต่ละผลมี 1 เมล็ดที่นำไปเพาะได้  ที่ปลูกในบ้านเรามีหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์แฮส (Hass) พันธุ์พิงเคอร์ตัน (Pinkerton) ที่มีทรงผลคล้ายรูปลูกแพร์ พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson) ผลอะโวคาโด มีเนื้อสีเหลือง อ่อนนุ่ม เมล็ดทรงกลม (ภาพ […]

รู้จักเฮลิโคเนีย สุดยอดดอกไม้แห่งป่าฝน ต้นไม้ที่สามารถปลูกในบ้านและสวนป่าได้

สำหรับคนที่รักสวนป่าสไตล์ทรอปิคัลหรือสวนป่าเขตร้อนคงไม่มีทางที่จะไม่รู้จักกับต้นไม้ในสกุลเฮลิโคเนีย (Heliconia) เช่น ก้ามกุ้ง สร้อยกัทลี หรือก้ามปู ซึ่งล้วนแต่เป็นพรรณไม้ที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยมานานแล้ว จนปัจจุบันสามารถนำไปใช้จัดสวนที่สื่อถึงความเป็นไทยได้เช่นกัน ซึ่งนอกจากความสวยงามของรูปทรงและสีสันของใบหรือดอกแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ยังปลูกง่าย ออกดอกง่ายและขยายพันธุ์เร็ว ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ยังคงถูกนำไปจัดสวนทั้งภายในและภายนอกบ้านได้อยู่เสมอไม่ตกยุค เฮลิโคเนียเป็นต้นไม้ในวงศ์ HELICONIACEAE ที่มีอยู่หลายร้อยชนิด แต่เดิมจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับกล้วยคือ MUSACEAE นอกจากนั้นยังเป็นญาติกับวงศ์พุทธรักษา(CANNACEAE) และขิง(ZINGIBERACEAE) แต่ละพันธุ์ก็จะมีช่วงเวลาที่ออกดอกไม่เหมือนกัน บางพันธุ์ออกดอกตลอดทั้งปี บางพันธุ์ออกดอกเพียงปีละครั้ง มีตั้งแต่พันธุ์แคระต้นเตี้ยไปจนถึงต้นสูงใหญ่ รูปทรงของดอกก็มีอยู่หลากหลาย เช่น ชนิดดอกเล็กอย่าง Heliconia psittacorum มีกาบดอกหรือกลีบประดับเล็กแคบเห็นดอกจริงคล้ายกล้วยชัดเจน สวนชนิดที่เรียกว่าก้ามปู กลีบประดับมีขนาดใหญ่ซ่อนดอกจริงไว้ภายในกาบสีสดใส บางชนิดก็เป็นช่อห้อยย้อย แต่เดิมคนไทยนิยมเรียกเฮลิโคเนียว่า “เบิร์ด” ซึ่งมาจากต้นเบิร์ด ออฟ พาราไดซ์ ที่เป็นวงศ์ STRELIZIACEA ไม่ได้อยู่ในวงศ์เดียวกันเลยแม้มีหน้าตาคล้ายกัน อีกประการหนึ่งคือชื่อสามัญตัวหนึ่งของเฮลิโคเนียเรียกว่า False Bird of Paradise ก็อาจเป็นอีกเหตุที่ทำให้คนเข้าใจผิด  เฮเลิโคเนียเป็นต้นไม้ที่มีพื้นเพดั้งเดิมมาจากทวีปอเมริกาในบริเวณเขตร้อนชื้น หมู่เกาะแปซิฟิกใต้ ไปจนถึงอินโดนีเซีย เมื่อนำมาปลูกที่ประเทศพบว่าเจริญงอกงามได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเกิดลูกผสมใหม่อยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นที่ตั้งการทั้งดอกและต้นพันธุ์จากทุกมุมโลก เพราะความสวยงามเฉพาะตัวของดอกและความทนทาน โดยดอกหนึ่งสามารถนำมาปักแจกันได้นานเป็นเดือน เฮลิโคเนียปลูกง่าย มีโรคแมลงน้อยแต่สิ่งสำคัญคือต้องให้น้ำเพียงพอ […]

ครั้งแรกของกิ่ง ก้าน ใบ จากประเทศไทย ที่ได้ไปจัดสวนที่งาน RHS Chelsea Flower Show 2021

ได้ประกาศศักดาความเป็นไทยสู่สากลกับสองสถาปนิกไทยรุ่นใหม่ คุณบอย – ธวัชชัย ศักดิกุล และ คุณพลอย – พลอยทับทิม สุขแสง แห่งบริษัทกิ่ง ก้าน ใบ จำกัดได้รับคัดเลือกให้โชว์ฝีมือจัดสวนบ้านในเมือง (Sanctuary Garden)ในงาน อาร์เอชเอส เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ 2021 (RHS Chelsea Flower Show) มหกรรมแสดงดอกไม้และจัดสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยผลงานสวนชื่อ The Calm of Bangkok ที่นำเสนอแง่มุมความวุ่นวายของกรุงเทพมหานครแต่แฝงด้วยความสงบเงียบและเรียบง่าย ท่ามกลางผู้เข้าร่วมประกวดจัดสวนจากทั่วโลก โดยจัดแสดงในวันที่ 21 – 26 กันยายน 2564 ในย่านเชลซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกกว่า 166,500 คน และผู้คนทั่วโลกเข้าถึงจากสื่อข่าวสารและโซเชียลมีเดียต่างๆ ราว 1.9 พันล้านคน “ก่อนหน้านี้เคยเดินทางไปเที่ยวชมงาน RHS Chelsea Flower Show ที่เชลซี […]

เจาะลึกวงการไม้ใบ กับนักสะสมไม้ใบฟอร์มส่งประกวด ผู้อยู่มาทุกยุค

คุยกับคุณเสวก ริ้วบํารุง คุณพ่อของคุณวิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบํารุง ถือเป็นหนึ่งในกูรูที่น่าเชื่อถือแห่งวงการต้นไม้ ท่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสวยงามของต้นไม้นานาชนิดที่ปลูกประดับในอาณาบริเวณของร้าน Little Tree และ Whispering Cafe ทั้งยังเป็นนักสะสมและประกวดต้นไม้ที่มีชื่อในวงการ โดยเฉพาะกลุ่มไม้ใบที่กําลังอยู่ในกระแส ทําให้เนิร์สเซอรี่ของคุณเสวกกลายเป็นแหล่งขายส่งและสะสมไม้ใบที่หลายคนต่างแย่งกันจับจอง ชีวิตที่อยู่กับต้นไม้มาตั้งแต่แรก “ผมปลูกต้นไม้และทํา สวนมาตั้งแต่หนุ่มๆ ตอนนั้นบริเวณนี้(อําเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม) ยังปลูกแต่ส้มโอ จนมาเป็นองุ่น เราปลูกแล้วเน้นที่คุณภาพของผลผลิตเสมอ ดูแลดีจนสมัยนั้นตํา รวจจับ เพราะคิดว่าเราแอบขายผลไม้ที่ลักลอบนํา เข้าจากต่างประเทศ จากนั้นก็มาเริ่มปลูกและขยายพันธุ์เพื่อจําหน่ายต้นไม้จริงๆ คือกลุ่มกล้วยไม้เมื่อราวยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ซึ่งผมถือว่าเป็นคนแรกในอํา เภอสามพรานเลยที่เริ่มปลูกกล้วยไม้แบบจริงจัง” คุณเสวกเล่า คุณเสวกและคุณวิทย์เริ่มเก็บสะสมต้นไม้หลายชนิด ทั้งที่เป็นที่นิยมในขณะนั้นและจากความชื่นชอบส่วนตัว ภายในสวนจะมีมุมหนึ่งให้ทั้งพ่อและลูกได้วางสะสมต้นไม้แปลกๆ ตั้งแต่บอนสี โฮย่า โกสน หน้าวัว เฟิน รวมถึงกลุ่มไม้ใบที่กําลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ด้วย โดยอาศัยความชํานาญในการปลูก ดูแลและขยายพันธุ์ต้นไม้จากการทําอาชีพด้านเกษตรกรรม “ยังจํา ได้ว่าตอนเด็กเราซื้อพวกเสน่ห์จันทร์ขาวมาปลูก ตอนนั้นก็ราคา 700-800 บาท ซึ่งถือว่าแพงมาก แต่ทั้งหมดเราก็เลี้ยงเล่นๆ ไม่ได้คิดจะขายจริงจัง เราสะสมต้นไม้กันมาเรื่อยๆ พอเลิกเลี้ยงกล้วยไม้ก็เริ่มเข้าสู่วงการไม้ใบในที่สุด ซึ่งบรรยากาศในตอนนั้นก็ไม่เหมือนกับทุกวันนี้” คุณวิทย์เล่า   […]

มองวงการไม้ด่าง กับนักเพาะพันธุ์ จำหน่ายและสะสมไม้ด่างรุ่นแรก ที่สวนอัญมณี

คุณจิ๋ว-ปราโมทย์ โรจน์เรืองแสง เกิดและเติบโตอยู่กับต้นไม้มาตลอด 65 ปี แม้จะไม่ได้รํ่าเรียนมาทางด้านพฤกษศาสตร์โดยตรง แต่ด้วยความรักความสนใจทําให้เขามุ่งมั่นศึกษาหาความรู้และจริงจังกับการเพาะเลี้ยงต้นไม้จนกลายเป็นนักสะสมไม้ด่างมานานกว่า 40 ปี และคุณพ่อเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย อีกทั้งความชอบผสมพันธุ์ไม้ใหม่ๆ ยังทําให้เขาสามารถผสมพันธุ์อโกลนีมาซึ่งเคยได้ชื่อว่า “เขียวหมื่นปี”มาตลอด ให้กลายเป็นอโกลนีมาสีแดงได้เป็นคนแรกของโลกเมื่อ 20 ปีก่อน และขายต้นพันธุ์ทั้ง 3 ต้นให้ชาวต่างชาติได้ในราคา 1 ล้านบาทในยุคนั้น ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของสวนอัญมณีซึ่งปลูกต้นไม้ไว้หลากหลายชนิดพันธุ์โดยเฉพาะไม้ด่างเกือบทุกประเภท มีลูกค้าประจําทั้งในประเทศและต่างประเทศ แน่นอนว่าเขาย่อมเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดต้นไม้มาหลายช่วงเลยทีเดียว อยู่กับต้นไม้ตั้งแต่เกิด “คุณพ่อผมขายต้นไม้ประดับมาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ตลาดต้นไม้ยุคแรกนั้นอยู่ที่วังสราญรมย์ พอปีพ.ศ.2500 ก็ย้ายมาอยู่ตรงคลองหลอดแถวสนามหลวง ตอนนั้นผมเคยไปช่วยคุณพ่อขายด้วย ไม้ประดับที่นิยมกันในช่วงนั้นส่วนใหญ่เป็นไม้นํา เข้าอย่างบอนสี โกสน หน้าวัวตัดดอก กล้วยไม้คัทลียา พอคุณพ่อวางมือก็มาถึงยุคผมที่ไปขายในตลาดนัดจตุจักร ผมไปเจอบอนไซเข้าก็รู้สึกชอบ เมื่อก่อนถือว่าเป็นไม้แปลก ก็เลยลองทํา ขายดู” คุณจิ๋วบอกว่าเขาชอบคลุกอยู่กับการขายต้นไม้มากกว่าไปเรียนด้านอาชีวะก่อสร้างที่สมัครเรียนไปตามเพื่อน แต่ไม่เคยชอบสิ่งที่เรียนเลย ถึงขั้นเกเรเสียด้วยซํ้า เขากลับมีหัวในเรื่องการเลือกบอนไซนําเข้าจากจีนและญี่ปุ่น โดยอาศัยอ่านหนังสือบอนไซญี่ปุ่นและเข้าป่าไปขุดตอต้นตะโก มะสัง และข่อย มาทําเป็นบอนไซเองตามตําราที่ได้อ่าน จนกระทั่งตั้งชมรมบอนไซและส่งบอนไซเข้าประกวดตามงานต่างๆ “ผมทําบอนไซอยู่ 10 ปีแต่ตลาดบอนไซยังไม่กว้างพอ ระหว่างนั้นผมไปเจอรองเท้านารีจากกลุ่มคนขายไม้ป่า ก็รู้สึกชอบเพราะเป็นไม้ที่แปลกดี เลยลองทําลูกผสมและทํา […]