สรุปเคล็ดลับ (แบบเข้าใจง่าย) และวิธีปลูกบอนสีให้สวยแบบมืออาชีพ

บอนสีราชินีแห่งไม้ใบที่กำลังกลับมาเป็นที่นิยมและเริ่มนำมาขายอยู่หลากหลายสายพันธุ์ในท้องตลาดตอนนี้ แต่รู้หรือไม่ว่าหลังจากที่ซื้อมาปลูกแล้ว เราต้องดูแลอย่างไรบ้างให้บอนสีที่เราซื้อมายังมีสีสันที่สวยงามและแตกใบสวยๆมากกว่าเดิม เราจึงขอสรุปเคล็ดลับและวิธีปลูกบอนสีแบบมืออาชีพมาให้ทุกท่านนำไปทำตามกันดู ดังนี้ วิธีปลูกบอนสี แบบมืออาชีพ 1.พรางแสงหลังคาโรงเรือนด้วยตาข่าย 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ วางกระถางปลูกในบริเวณที่ได้รับแสงรำไรตลอดวัน 2.ถ้าอยากให้บอนสีมีใบดูสดชื่นแข็งแรง ต้องปลูกเลี้ยงในตู้หรือกระโจมพลาสติกใส มีระดับน้ำหล่อพื้นคอนกรีต หรือ จานรองด้านล่างสูง 0.5 – 2 เซนติเมตร ตลอดเวลา (หากหล่อน้ำสูงเกินไป ดินปลูกในกระถางจะเน่าดำ) โดยไม่ต้องรดน้ำเลย 3.การปลูกเลี้ยงบอนสีเพื่อให้ผลิตหัว ไม่ต้องกังวลเรื่องใบ เลี้ยงนอกกระโจมได้ แต่ใบจะไม่ดก และมักมีคราบฝุ่นเกาะ 4.การเลี้ยงบอนสีสำหรับตั้งประดับเพื่อชมในบ้าน ควรมีจานหล่อน้ำรองกระถาง  ตอนเช้าให้นำออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ พอตกเย็นถึงค่ำให้นำออกไปรับน้ำค้างนอกบ้าน ระวังลมแรงอาจโยกใบต้นคลอน ก้านอ่อนพับได้ ดินปลูก ใบก้ามปูผุ + ดิน = 3 : 1 (ถ้าผสมใบมะขามแห้งผุไปด้วยจะดีมาก เพราะดินที่เป็นกรดจะทำให้สีใบสดสวย) การขยายพันธ์ุ 1.นำหัวบอนที่อายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไปมาผ่าตามยาวหัวเป็นเสี้ยวๆ แล้วตัดตามขวางเป็นชิ้นเล็กๆ 2.ใส่กระจาดส่ายน้ำ อย่าใช้มือคน เพราะอาจถูกยางกัดได้ 3.จากนั้นผึ่งให้แห้ง […]

13 ชื่อเขตในกรุงเทพมหานคร ที่มีที่มาจากชื่อต้นไม้ที่ปลูกได้ดีในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ในอดีต

“ห้วย หนอง บาง บึง” คำนำหน้าชื่อที่ใช้บอกเล่าลักษณะของสถานที่นั้นๆ ซึ่งต่อมาก็รวมกลายเป็นชื่อเรียกของสถานที่นั้นๆไปในที่สุด ทั้ง เขต แขวง ตำบลหรืออำเภอ เช่น “บาง” ใช้เรียกย่านหรือบริเวณที่มีคลองเข้าไป ซึ่งคำต่อท้ายก็มักแสดงถึงลักษณะเด่นในอดีตของสถานที่นั้น ทั้งอาชีพหลักของคนในพื้นที่ สถานที่สำคัญ เหตุการณ์สำคัญ รวมไปถึงต้นไม้พื้นถิ่นที่สามารถตั้งสมมุติฐานได้ว่าในอดีตมีต้นไม้ชนิดดังกล่างขึ้นอยู่ในบริเวณนั้นมากมาย ดังเช่นเขตต่างๆในกรุงเทพฯเองก็มีหลายเขตที่ชื่อเรียกที่มาจากชื่อต้นไม้ที่สามารถทำให้พอเดาได้ว่าในอดีตพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะอย่างไรและมีต้นไม้ที่ปลูกได้ดีในกรุงเทพฯชนิดอะไรขึ้นอยู่มากมายในบริเวณนั้นๆ       เขต หนองจอก “แอ่งน้ำจืดขนาดเล็กที่มีต้นจอก” จอกแหน ชื่อวิทยาศาสตร์: Pistia stratiotes L. วงศ์: Araceae เขตหนองจอกสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งและเกษตรกรรม มีลำคลองไหลผ่านหลายสาย แม้ปัจจุบันก็ยังสามารถพบจอกได้ตามแหล่งน้ำบริเวณที่รกร้าง จอกคือไม้ลอยน้ำเจริญเติบโตติดกันเป็นกลุ่มลอยอยู่บนผิวน้ำ ชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Pistia หากปลูกในที่มีแสงแดดเต็มวันใบจะมีสีเขียวปนเหลือง กอใหญ่ จอกเป็นวัชพืชน้ำที่สำคัญใช้เป็นอาหารสัตว์อย่างหมู เป็ด ปลา ทั้งยังนำมาใช้เป็นอาหารเพื่อรับประทานในยามขาดแคลนอีกด้วย ปลูกเป็นไม้ประดับในอ่างขนาดเล็กร่วมกับไม้น้ำชนิดอื่น เป็นที่หลบภัยให้กับปลาเล็กได้ สามารถดูดสารที่มีพิษได้ดีมาก ดังนั้นหากปลูกในแหล่งน้ำที่มีพิษจึงไม่ควรบริโภค     เขต บางรัก “ย่านหรือบริเวณคลองที่มีต้นรัก” ต้นรัก ชื่อวิทยาศาสตร์: Calotropis gigantea (L.) […]

กายวิภาคส่วนต่างๆของบอนสี และศัพท์ที่นักปลูกควรรู้

ในวงการผู้ปลูกเลี้ยงบอนสีมีคำศัพท์ที่บัญญัติเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2475 เพื่อให้ผู้ปลูกเลี้ยงเข้าใจถึงส่วนต่างๆของบอนสีได้ตรงกัน เมื่อต้องการจดทะเบียนตั้งชื่อพันธุ์ โดยสมาคมบอนสีแห่งประเทศไทยได้คัดสรรคำศัพท์ที่น่าสนใจไว้ให้ ดังนี้ 1. จอม คือ ส่วนยอดของหัวซึ่งเป็นจุดกำเนิดของใบ 2. พร่า คือ จุดเล็ก ๆ ที่แผ่กระจายบนพื้นใบ 3. หนุนทราย คือ จุดสีเล็ก ๆ คล้ายเม็ดทรายบนพื้นใบ แต่มองเห็นราง ๆ 4. กระดูก คือ เส้นใบหลักที่อยู่กึ่งกลางใบ ออกจากสะดือไปจรดปลายใบ 5. เส้น คือ เส้นใบย่อยที่แตกแขนงจากกระ ดูกมีสีเดียวกับกระดูก 6. วิ่งพร่า คือ จุดเล็ก ๆ ที่แผ่กระจายเสียบข้างกระดูก อาจมีสีเดียวกันหรือต่างจากกระดูก 7. ร่างแห คือ เส้นใบย่อยที่แตกแขนงจากเส้น มีสีต่างจากพื้นใบ 8. เม็ด คือ จุดหรือแต้มที่มีสีแตกต่างจากพื้นใบ อาจเล็กหรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งมีชื่อเรียกดังนี้ – […]

รวม 10 ต้นไม้ยืนต้นโตเร็ว ให้ร่มเงาและบังแดดได้ดีมาก

เพราะอากาศส่วนใหญ่ของประเทศไทยค่อนข้างมีอุณหภูมิร้อนเกือบตลอดทั้งปี ปัจจัยสำคัญก็มาจากแดดนั้นเอง ทำให้เราต้องสรรหาสารพัดวิธีการสร้างร่มเงาให้กับบ้านหรืออาคารที่อยู่อาศัย แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้วมีวิธีการบังแดดที่ดีกว่านั้น ง่ายกว่าและลงทุนน้อยกว่า นั้นคือการปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะต้นไม้ยืนต้นโตเร็วที่ให้ร่มเงาได้ดี ปลูกไม่นานก็สามารถให้ร่มเงาได้ โดยควรปลูกในบริเวณทิศใต้หรือทิศตะวันตกของบ้าน ซึ่งเรามีตัวอย่างดังนี้ 1.จามจุรี ชื่อวิทยาศาสตร์: Albizia saman (Jacq.) Merr. วงศ์:  Fabaceae ไม้ต้นให้ร่มเงาขนาดใหญ่ รูปทรงสวยงาม มีลำต้นเป็นโคนพูพอน เปลือกลำต้นมีสีเทาดำ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น ช่อดอกตั้งขึ้น กลีบดอกสีขาวอมชมพูเป็นรูปปากแตร ออกดอกตลอด ทนน้ำท่วมขังแฉะ เติบโตได้เร็วเรือนยอดรูปแผ่กว้าง ไม่ควรใช้ปลูกในพื้นที่ขนาดเล็ก 2.กระถินณรงค์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Acasia auriculiformis A. Cunn.ex Benth. วงศ์:  Fabaceae ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลางความสูง: 7-15 ม.ทรงพุ่มเรือนยอดทรงกลมทึบ กิ่งห้อยย้อย ลำต้นเปลือกสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้ม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ดอกสีเหลืองมีกลิ่นหอม ที่มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ออกดอกตลอดปี ผลเป็นฝักแบน สีเขียว เติบโตได้เร็ว สามารถทนแล้ง ทนน้ำขังแฉะ เลี้ยงง่าย ใช้ปลูกประดับสวนในที่โล่ง ในสวนสาธารณะ ริมถนน สวนป่า ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ควรระวัง เพราะอาจแพ้ละอองเกสรได้ 3.หูกระจง […]

เทคนิคการปลูกบอนสี ที่มือใหม่ควรรู้

สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นอยากปลูกบอนสี ราชินีแห่งไม้ใบที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความสวยงามของใบ สีสันที่หลากหลาย ทั้งแดง ชมพู เขียว ขาว เหลือง ฯลฯ ที่แต่งแต้มออกมาได้อย่างอัศจรรย์ ซึ่งบอนสีก็เป็นต้นไม้มหัศจรรย์ที่อาจไม่เหมือนกับต้นไม้ใบหรือต้นไม้ชนิดอื่นๆที่หลายคนเคยรู้จัก มาลองรู้จักเทคนิคการปลูกบอนสีหรือวิธีการปลูกคร่าวๆกันสักหน่อย ก่อนซื้อ ดังนี้ การปลูกบอนสี 1.เปลี่ยนกระถางหรือเปลี่ยนดินปลูก ต้องนำกระถางบอนสีต้นเดิมมาแช่น้ำให้ปริ่มขอบกรถางนาน 5-10 นาที เพื่อให้ดินปลูกชุ่มน้ำและร่อนออกจากหัว เวลาแกะออกจากกระถาง รากจะไม่ขาดหรือบอบช้ำ 2.อย่าปลูกให้หัวหรือรากลอย ควรกลบดินให้มิดหัวหรือลึกประมาณ 3 เซนติเมตร 3.อาจหาไม้ค้ำใบบอนและเช็ดใบให้สะอาด จะช่วยให้ทรงพุ่มสวยงาม ต้นบอนสีสดใสขึ้น 4.ถ้าต้องการส่งไม้เข้าประกวด สามารถตกแต่งต้นบอนสีให้สวยตามกติกาการประกวด เช่น การค้ำใบให้สวย การเช็ดใบให้สะอาด แต่ห้ามฉีดสารที่ช่วยให้ใบมัน หรือนำกระดาษสีไปติดบนตำหนิที่ใบ เป็นต้น 5.บอนสีพักตัวในช่วยฤดูหนาว ใบจะค่อยๆเหี่ยวแห้งจนไม่มีใบ ผู้ปลูกควรงดให้น้ำ ปล่อยให้หัวแห้งในกระถาง หรือขุดหัวขึ้นมาผึ่งให้แห้งในที่ร่ม 2-3 วัน แล้วใส่ถุงกระดาษเก็บไว้ในที่ร่ม พอถึงฤดูฝนก็นำมาปลูก โดยฝังหัวลงดินในกระถางที่จะปลูก แล้วรดน้ำให้ชุ่ม บอนสีก็จะค่อยๆแทงรากแทงปลีเป็นใบต่อไป ข้อมูลจากหนังสือ บอนสี : Caladium เป็นหนังสือบอนสีที่สมบูรณ์ที่สุดในขณะนี้ […]

รวมดอกพุดชนิดต่างๆ ที่ให้ดอกสวยงามเหมาะกับสวนหลากสไตล์

พุด ต้นไม้คู่บ้านคู่เรือนของไทย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งดอกที่สวยงาม นำไปทำงานฝีมือได้ บางชนิดเป็นต้นไม้ในวรรณคดี มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อีกทั้งยังมีรูปทรงลำต้นที่งดงามและน่ามาปลูก ซึ่ง ดอกพุดในบ้านเรามีหลายชนิดมาก ดังนั้นจึงของรวบรวมพุดชนิดต่างๆมาให้เลือกนำไปใช้กัน พุดสามสี ชื่อวิทยาศาสตร์: Brunfelsia uniflora (Pohl) D. Don วงศ์: Solanacae ไม้พุ่มขนาดกลาง ความสูง 1-3.5 เมตร แตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มกลมแน่นทึบ กิ่งมีขนาดเล็กและเปราะ ใบเดี่ยว ใบรูปรี ผิวใบด้านบนสีเขียวอมเหลือง เส้นใบและเส้นกลางใบสีเหลือง ส่วนปลายของกลีบดอกหยักเป็นลอนเล็กน้อย ดอกพุดพันธุ์นี้เมื่อเริ่มบานมีสีม่วงเข้ม แล้วค่อยๆ จางลงเป็นสีม่วงอ่อน จนกลายเป็นสีขาวแล้วร่วง มีกลิ่นหอมตลอดวัน ออกดอกตลอดปี ต้องการน้ำมาก แสงแดดเต็มวันหรือครึ่งวัน   พุดกังหัน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabernaemontana orientalis R.Br. วงศ์ : Apocynaceae ดอกพุด ชนิดนี้เป็นไม้พุ่มสูง 2-6 ม. ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม […]

มารู้จักกับบอนสีประเภทต่างๆ

มาเริ่มต้นทำความรู้จักกับบอนสี โดยการรู้จักแยกแยะบอนสีประเภทต่างๆ ที่มีอยู่หลายร้อยชนิด ตามหมวดหมู่ต่างๆกัน ความแตกต่างของบอนสีแต่ละชนิด แต่ละพันธุ์ อยู่ที่ลักษณะของใบที่มีสีสันลวดลายสวยงามจำแนกตามรูปใบเป็น 5 ประเภทคือ 1. บอนใบไทย ใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ก้านใบกลมออกจากกึ่งกลางใบ หูใบฉีกไม่ถึงสะดือ 2. บอนใบยาว ใบรูปหัวใจคล้ายบอนใบไทย แต่ใบเรียวกว่า ปลายใบเรียวแหลม ก้านใบกลมออกจากโคนใบหู ใบยาวฉีกถึงก้านใบ 3. บอนใบกลม ใบค่อนข้างกลม ปลายใบมนหรือมนมีติ่งแหลม ก้านใบกลมอยู่กึ่งกลางใบ 4. บอนใบกาบ ใบคล้ายรูปหัวใจ ก้านใบแผ่แบนตั้งแต่โคนใบถึงแข้ง ลักษณะคล้ายใบผักกาด 5. บอนใบไผ่ ใบรูปแถบ รูปใบหอกแคบ หรือเป็นเส้น ปลายใบเรียวแหลมคล้ายใบไผ่ หูใบสั้นมาก (หูรูด) ความกว้างของใบไม่เกิน 2 นิ้ว นอกจากการจำแนกตามรูปใบแล้วสามารถจำแนกตามสีสันบนใบได้ดังนี้ 1. บอนไม่กัดสี คือบอนสีที่มีสีคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังเล็กจนโตเต็มที่ หรืออาจมีสีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ยังคงสีเดิมให้เห็น เช่น นายจันหนวดเขี้ยว บอนสีตับวีรชน เป็นบอนใบไทยที่มีสีแดงตั้งแต่ต้นเล็กจนโตเต็มที่ 2. […]

รวมต้นไม้ที่ทิ้งใบก่อนออกดอกสะพรั่งทั้งต้น ราวกับฤดูใบไม้ผลิในต่างประเทศ

ท่ามกลางสมรภูมิความร้อนระอุของฤดูร้อน ยังพอมีข้อดีอยู่บ้างเพราะนี่ก็เป็นฤดูกาลที่เหล่าไม้ดอกสู้แดดจะทยอยกันออกดอก โดยเฉพาะต้นไม้ยืนต้นหลายชนิดที่นอกจากให้ร่มเงาแล้วยังพร้อมทิ้งใบก่อนออกดอกสะพรั่งทั้งต้นสวยงามราวกับฤดูใบไม้ผลิหรือเทศกาลฮานามิในประเทศญี่ปุ่น 1.ราชพฤกษ์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia fistula วงศ์: FABACEAE ถือว่าเป็นต้นไม้ประจำชาติไทย สัญลักษณ์ทางศาสนา และเป็นไม้มงคลตามความเชื่อของคนไทย นิยมนำมาปลูกตกแต่งริมถนนและในสวนเพราะดอกสีเหลืองสดใสมาก ปลูกง่ายและสามารถเติบโตได้ดีในพื้นที่แห้งแล้งหรือบริเวณริมทะเล เมื่อล้อมมาต้องพักฟื้นจนแตกใบใหม่ และรอใบใหม่แก่แล้วจึงใช้งานได้ดี   ทิ้งใบก่อนออกดอก ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2.กัลปพฤกษ์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia bakeriana Craib วงศ์: Fabaceae นิยมปลูกในที่โล่งเพราะรูปทรงสวยงาม เวลามีดอกเต็มต้นเด่นสะดุดตาเป็นสีชมพูเข้มเมื่อเริ่มบาน และเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใกล้โรย ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ชอบแสงแดดเต็มวัน น้ำน้อย ทนแล้ง ไม่ควรปลูกเป็นจำนวนมากในที่เดียวเพราะมีแมลงเจาะไชกิ่งและลำต้นอาจตายได้ทั้งกลุ่ม 3.ชมพูพันธ์ทิพย์ ชื่อวิทยาศาสตร์: Tabebuia rosea (Bertol.) DC. วงศ์: Bignoniaceae ต้นไม้ยืนต้นโตเร็ว ปลูกง่าย ทนโรค และทนต่อน้ำท่วมขังได้ดี ออกดอกสีชมพูสะดุดตา แต่กิ่งเปราะหักง่าย ไม่เหมาะกับปลูกใกล้ที่จอดรถ อาคารหรือสนามเด็กเล่น เหมาะกับปลูกในที่กว้างหรือปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ในสนามโล่ง ทิ้งใบหมดต้นก่อนมีดอกจะดูสวยงามมาก ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 4.ศรีตรัง ชื่อวิทยาศาสตร์: Jacaranda obtusifolia Bonpl. วงศ์: Bignoniaceae […]

รวม 8 ไอเดียปลูกลิ้นมังกรในบ้านให้สวยและเกิดประโยชน์

กลายเป็นต้นไม้ที่ทุกคนต้องมีอยู่ที่บ้านไปแล้ว สำหรับลิ้นมังกรหรือต้นไม้อวบน้ำในสกุล Sansevieria เช่น ว่านงาช้าง ครีบปลาวาฬ หรือไหมไทย อย่างที่เราทราบกันดี ลิ้นมังกรคือต้นไม้ที่ทน สามารถอยู่ได้ทั้งบริเวณที่แสงแดดจัดหรือแสงแดดน้อย ไม่ต้องรดน้ำบ่อยก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี เหมาะกับมือใหม่ที่พึ่งหัดปลูกต้นไม้เป็นที่สุด แต่เมื่อปลูกสำเร็จแล้วลองมาดูกันหน่อยว่าจะมีไอเดียปลูกลิ้นมังกรให้สวยเป็นประโยชน์และช่วยแก้ปัญหาในสวนและบ้านของเราได้บ้าง 1.ต้นไม้กระถางประดับบ้าน เราสามารถเปลี่ยนผนังห้องหรือมุมภายในบ้านที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นมุมเด่นของบ้านได้ โดยเริ่มจากนํากระถางต้นไม้มาวางพร้อมกับปลูกต้นไม้ที่สามารถปลูกในอาคารที่มีแสงแดดจำกัดได้ดีเช่นต้นไม้ประเภทลิ้นมังกร ซึ่งมีผลวิจัยชี้ว่าต้นไม้ชนิดนี้ช่วยดูดซับสารพิษหรือฟอกอากาศได้ เนื่องจากจะปิดปากใบในช่วงเวลากลางวันที่แสงแดดระอุเพื่อลดการคายน้ำ และเปิดปากใบเวลากลางคืนเพื่อรับไอน้ำ อากาศและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  สามารถเพิ่มความชุ่มชื่นในห้องที่อับได้ ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง   2.ปลูกร่วมกับต้นไม้ชนิดอื่นในกระถาง ลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ที่ไม่มีลำต้น ใบมีรูปหลายแบบ ทั้งรูปใบหอก แถบกว้าง รูปไข่กลับ รูปช้อน รูปรี และเป็นแท่งกลมยาว สูงได้ตั้งแต่ 3 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตร สามารถปลูกได้ในระยะห่างระว่างต้นที่ถี่มากได้ ดังนั้นหากใครที่กำลังมองหาต้นไม้สำหรับปลูกในแปลงหรือกระถางขนาดเล็กร่วมกับต้นไม้พุ่มหรือต้นไม้คลุมดินชนิดอื่นๆก็สามารถนำต้นลิ้นมังกรใช้เป็นต้นไม้หลักที่ทำหน้าที่เป็นแกนและฉากหลังได้ไม่ยาก ก่อนเอาต้นไม้ชนิดอื่นปลูกเป็นจุดเด่นหรือแซมเป็นส่วนประกอบ   3.ปลูกเป็นขอบรั้ว ขอบแปลง ลิ้นมังกรปลูกในแปลงสร้างขอบเขตหรือหากใช้พันธุ์ที่มีใบด่างสีเหลืองก็ช่วยเบรกสีเขียวของไม้ใบชนิดอื่นและทําให้สวนดูสว่างขึ้นและเห็นขอบแปลงได้ชัดเจนขึ้น ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆมากมายให้เลือกใช้งานนิยมเพราะแม้ว่าลิ้นมังกรจะเป็นไม้จัดสวนที่ปลูกกันมาหลายยุคหลายสมัยแต่ด้วยรูปทรงที่มีลักษณะเฉพาะแผ่นใบมีลวดลายสวยงามและสามารถปลูกเข้ากันได้กับสวนแทบทุกแบบ ทําให้เป็นไม้อีกต้นหนึ่งที่น่าจะได้รับความนิยมไปอีกนาน น่าปลูกเพราะเจริญเติบโตเร็วดูแลรักษาง่ายสามารถปลูกได้ทั้งกลางแจ้ง ที่ร่มอย่างบริเวณริมกำแพงหรือใต้ต้นไม้ใหญ่   4.ปลูกริมน้ำ ลิ้นมังกรสามารถปลูกริมน้ำได้เป็นต้นไม้พุ่มขนาดกลางที่ให้เส้นสายที่ดูแข็งตั้งตรง มีริ้วลายชัดเจน ตั้งฉากกับเส้นของสายน้ำในบ่อหรือสระน้ำ ทำให้มุมสวนหรือแปลงปลูกริมน้ำดูโดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น […]

รวมลิ้นมังกรสายพันธุ์ต่างๆ ที่มาแรงและน่าหามาปลูก

ทนกระแสความชื่นชอบลิ้นมังกรของเหล่าคนรักต้นไม้ไม่ไหวเลยจึงขอรวบรวมลิ้นมังกรสายพันธุ์ต่างๆ หรือต้นไม้ในสกุล Sansevieria ที่นิยมนำมาปลูกประดับในสวนและบ้านตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นบางชนิดยังเป็นสายพันธุ์ใหม่มาแรงในขณะนี้ให้ทุกคนควรรู้จัก และรีบออกหามาเป็นเจ้าของกัน ดังนี้ 1.ลิ้นมังกร โกลเด้น ชื่อวิทยาศาสตร์: Sansevieria trifasciata hort. ex Prain cv. Futura Golden Compacta รวมลิ้นมังกร วงศ์: Asparagaceae ไม้พุ่ม สูง 30 – 50 เซนติเมตร ใบแบน ออกเวียนสลับ กว้าง 4 – 6 เซนติเมตร ยาว 30 – 50 เซนติเมตร ปลายใบแหลม แผ่นใบบิด ขอบใบมีแถบด่างสีเหลือง กลางใบเป็นลายสีเขียว รำไรถึงครึ่งวัน เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางหรือลงแปลงประดับสวน 2.ไหมไทย หรือ ลิ้นมังกรอูบรีเทียนา ชื่อวิทยาศาสตร์: Sansevieria aubrytiana Carr วงศ์: Asparagaceae ใบแบน รูปใบหอก ออกเวียนเป็นรัศมี กว้าง 4 – […]

รวมวิธีขยายพันธุ์ลิ้นมังกรง่ายๆ ต้นไม้มหัศจรรย์ที่ปลูกง่าย แต่ประโยชน์เพียบ

ลิ้นมังกร ต้นไม้ยอดฮิตที่ปลูกง่าย จะปลูกในบ้านที่แสงน้อยก็ได้ หรือจะปลูกนอกบ้านกลางแดดร้อนก็ไม่หวั่น แถมยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย แต่รู้ไหมว่าต้นลิ้นมังกรในกระถางของเราเพียงต้นเดียวสามารถนำไปขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนเป็นอีกหลายต้นสำหรับปลูกในบริเวณอื่นๆ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม ซึ่งวิธีขยายพันธุ์ลิ้นมังกรก็ง่ายมาก มีให้เลือกทำได้หลายวิธี ลิ้นมังกรเป็นพืชที่แตกหน่อได้จํานวนมาก จึงนิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ และอีกวิธีหนึ่งที่ได้ต้น จํานวนมากคือ การปักชําใบ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ การแยกหน่อ 1. นําต้นที่แตกกอแน่นออกจากกระถาง ขยายพันธุ์ลิ้นมังกร 2. ทําความสะอาดต้น แคะดินเก่าออก ตัดใบหน่อ และรากแห้งทิ้ง แล้วแบ่งกอออกให้แต่ละกอมี2-3 หน่อ ทาปูนแดงแล้วผึ่งให้แผลแห้งในที่ร่ม 2-3 วัน 3. เตรียมกระถางและดินปลูกใหม่ แล้วใส่ดินลงในกระถางครึ่งหนึ่ง นําต้นที่แบ่งไว้ลงปลูกให้เต็ม เคาะเบาๆให้ดินยึดต้นให้แน่นและใส่ดินเพิ่มอีกเล็กน้อย 4. รดน้ําให้ชุ่ม วางไว้ในที่มีแสงแดดครึ่งวันประมาณ 1 สัปดาห์ หากใบยังแข็งแสดงว่าเริ่มแตกรากใหม่และเติบโตต่อไปได้ หากใบนิ่มแสดงว่าเกิดอาการเน่าที่โคนต้น และทําให้ต้นตายในที่สุด   การปักชําใบ 1. นําใบที่ค่อนข้างแก่ ยังสด และไม่นิ่มมาตัดเป็นชิ้นตามขวางขนาด 8-10 เซนติเมตร ผึ่งให้แห้งเช่นเดียวกับการแยกหน่อ 2. นําทรายหยาบที่ล้างสะอาดผสมขุยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ําแล้ว อัตราส่วน 2 […]

11 พรรณไม้เมตตามหานิยม ตามความเชื่อไทย ปลูกแล้วคนรัก คนหลง สมหวังในรัก พร้อมวิธีนำไปใช้

แม้จะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ยังหาข้อพิสูตรไม่ได้ แต่พรรณไม้เมตตามหานิยมเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นว่านและพรรณไม้ประจำถิ่นของไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และปลูกเพื่อความสวยงามได้ นอกจากนั้นพรรณไม้ส่วนใหญ่ยังมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจอีกด้วย ซึ่งหากคุณนำไปใช้เพื่อเสริมความมั่นใจ ไม่ว่าตัวคุณจะหน้าตาแบบไหนก็ย่อมสามารถสร้างความประทับใจให้กับคนที่คุณหลงรักหรือแอบชอบอยู่ได้ ไม่มากก็น้อย โดยเราได้อ้างอิงมาจากหนังสือ “ว่าน สมุนไพร ไม้มงคลไทย” โดยคุณณรงค์ศักดิ์ ค้านอธรรม ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลมาจากตำราสมุนไพรและความเชื่อโบราณของไทย 1.ว่านดอกทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma cf. pierreana Gagnep. มีอำนาจในทางเพศรุนแรงมาก ใช้ได้ทั้งราก หัว ต้น ใบ และดอก แม้แต่น้ำที่รดต้นว่าน ถ้าใครได้สัมผัส โดยเฉพาะเพศหญิง จะเกิดอาการทางเพศรุนแรงมาก ถ้านำหัว ต้น หรือใบ ใส่ลงในภาชนะที่บรรจุน้ำ เช่น โอ่ง บ่อน้ำ ผู้ใดกินเข้าไปจะมีความรู้สึกทางเพศอย่างรุนแรง หลงงมงายอยู่ในกามโลก หากใครได้กลิ่นหอมของว่านชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะพากันมัวเมาอยู่ในโลกียรสมิได้สร่างซา จึงนิยมเด็ดดอกแล้วนำไปแช่น้ำมันเก็บไว้ใช้เป็นยาเสน่ห์ หากปลูกไว้ตามบ้าน ร้านค้า เรือค้า ห้างร้าน บริษัทต่างๆ สถานที่เริงรมย์ หรือแหล่งสำราญ ตามบาร์ ตามไนท์คลับ ย่อมเป็นมหาเสน่ห์เมตตามหานิยม มีผู้คนไปอุดหนุนจุนเจืออยู่มิขาด หากได้ปลูกคู่กับว่านดอกทองตัวผู้ยิ่งวิเศษนัก เพราะเป็นว่านคู่กัน […]

“หทัยหยาดทิพย์” Bleeding Heart ดอกไม้แห่งดวงใจ

ดอกไม้เป็นเครื่องมือสื่อสารที่มนุษย์ใช้บอกความในใจที่มีให้แก่กันมานานหลายร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นรัก ระลึกถึง ขอบคุณ ขอโทษ ฯลฯ โดยเฉพาะความรู้สึกรักในรูปแบบต่างๆ และดอกไม้ยอดนิยมที่ครองใจผู้คนทั่วโลกเป็นอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นดอกกุหลาบ ซึ่งมีรูปทรงดอกที่สวยงาม สีสันอ่อนหวาน ล้วนมีความหมายซ่อนเร้นอยู่ทั้งสิ้น ดอกไม้รูปหัวใจ นอกจากกุหลาบแล้วยังมีพรรณไม้อีกนับร้อยชนิดที่นิยมมอบให้กันแทนคําพูด เกิดเป็น “ข้อความจากดอกไม้”หรือ“ภาษาดอกไม้” เมื่อผู้รับทราบความหมาย(ดีๆ)ก็ยิ่งอิ่มเอิบหัวใจ แม้พรรณไม้บางชนิดไม่มีคํานิยามสื่อความหมาย แต่ลักษณะของใบ ดอก ผล กระทั่งเมล็ด ซึ่งคล้ายคลึงรูปหัวใจ ก็มักใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกได้เช่นกัน เราขอต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วยการแนะนําให้รู้จักพรรณไม้ที่มีดอกรูปทรงหัวใจสีชมพูเด่นสะดุดตา เรียกกันว่า ดอกหทัยหยาดทิพย์ ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Bleeding Heart หรือ Asian Bleeding-heart บ้างเรียก Lyre Flower, Heart Flower และ Lady-in-a- bath เป็นหนึ่งในสมาชิกวงศ์Papaveraceae เช่นเดียวกับป็อปปี้และฝิ่นมีถิ่นกําเนิดในไซบีเรีย ญี่ปุ่น ตอนเหนือของจีน และเกาหลี ชื่อวิทยาศาสตร์ที่รู้จักกันทั่วไปคือ Dicentra spectabilis (L.) Lem. ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Lamprocapnos spectabilis (L.) Fukuhara […]

อ่อมแซบ วอเตอร์เครส ผักเคล ผักปลูกง่าย ที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้

เมื่อพูดถึง ผักปลูกง่าย ยอดฮิตในช่วงนี้คงจะหนีไม่พ้น อ่อมแซบ วอเตอร์เครส และผักเคลอย่างแน่นอน หันไปทางไหนใครๆ ก็ปลูก เพราะผักทั้ง 3 ชนิดนี้

“มะตูม” ผลไม้มากประโยชน์ รสชาติอร่อย สรรพคุณมากมาย

มะตูม ไม้ผลยืนต้นที่มีต้นกำเนิดจากอินเดียและศรีลังกา มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Aegle marmelos ปัจจุบันมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น มะตูมไข่ มะตูมนิ่ม มะตูมดั้งเดิม แต่ที่นิยมปลูกกันจะเป็นมะตูมดั้งเดิม

12 ไม้เลื้อยคลุมดิน ปลูกเป็นไม้คลุมดินด้วย แต่จะปล่อยให้เลื้อยก็ได้

ต้นไม้เลื้อยบางชนิดมาพร้อมกับฟังค์ชั่นพิเศษคือสามารถเป็นไม้เลื้อยและคลุมดินได้ ด้วยลักษณะลำต้นของไม้เลื้อยคลุมดินที่สามารถแตกกิ่งก้านทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ขณะเดียวกันก็ยังสามารถทอดลำต้นขึ้นเลื้อยพันหรือมีรากพิเศษที่ช่วยให้ยึดเกี่ยวกับหลักหรือสิ่งพยุงได้เช่นเดียวกับต้นไม้เลื้อยทั่วไป ทำให้ต้นไม้ประเภทนี้สามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้เร็วกว่าต้นไม้คลุมดินชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังนำไปใช้ประโยชน์ในการตกแต่งสวนได้หลากหลาย       1.หางกระรอกแดง ชื่อวิทยาศาสตร์: Acalypha chamaedrifolia (Lam.) Müll. Arg. ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดเล็ก อายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดินได้ไกล 1-2 เมตร ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบ ช่อห้อยลง ยาว 3-4 เซนติเมตร ดอกย่อยสีแดงอัดกันแน่น ออกดอกตลอดปี ปลูกเป็นไม้กระถางแขวนหรือปลูกคลุมดิน ควรระวังเพลี้ยแป้งเข้าทำลาย 2.ถั่วบราซิล ชื่อวิทยาศาสตร์: Arachis pintoi Krapov. & W.C.Gregory ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน รากออกตามข้อ หากปลูกในที่แฉะ จะเน่าง่าย ทนแล้งทนร่มและทนการเหยียบย่ําเหมาะสําหรับคลุมหน้าดิน ปลูกแทนหญ้า ช่วยเพิ่มธาตุไนโตรเจนให้ดินทําให้ต้นไม้รอบๆเจริญเติบโตได้ดี 3.กระดุมทองเลื้อย ชื่อวิทยาศาสตร์: Wedelia trilobata (L.) Hitchc. ไม้เลื้อยอายุหลายปี แตกแขนงและทอดเลื้อยไปตามผิวดิน โตเร็ว นิยมปลูกคลุมดินบริเวณริมน้ำ ตัดขอบสวนหย่อมและพื้นที่ลาดชันเพื่อรักษาหน้าดิน ควรตัดแต่งสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ ชอบแสงแดดจัดหากปลูกในที่แสงรำไรข้อจะยืดยาว […]

ต้นไม้ปลูกง่ายๆ ก็สวยได้ อย่าง “กล้วยจัดสวน” ปลูกยังไง? พันธุ์อะไร? เรามีเคล็ดลับมาฝากกัน

กล้วย ถือว่าเป็นพืชสารพัดประโยชน์ แทบทุกส่วนตั้งแต่ ลำต้น  ใบ  ผล ปลี สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งรับประทาน  ใช้ทดแทนภาชนะ  ตามงานบุญ ประเพณีต่าง ๆ ก็ขาดไม่ได้ จนกระทั่งปัจจุบันมีการพัฒนาพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา ทำให้ได้กล้วยจัดสวนที่มีความสวยงาม สามารถนำมาใช้งานด้านการจัดตกแต่งสถานที่ได้ดี ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน กล้วยจัดสวน กล้วยกับการจัดสวน แต่เดิมกล้วยเป็นต้นไม้ปลูกหลังบ้าน ท้ายสวน ซึ่งเรามักใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆของต้น  แต่ด้วยลักษณะเด่นของกล้วยคือ มีใบขนาดใหญ่สีเขียวสด บางชนิดมีสีสันสะดุดตา สามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ กล้วยจึงเริ่มเปลี่ยนสถานะกลายเป็นไม้ประดับที่นำมาใช้จัดตกแต่งสถานที่ได้ดี สามารถนำมาใช้งานได้หลายลักษณะ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับสวนสไตล์ทรอปิคัล เช่น สวนบาหลี สวนป่า การเลือกกล้วยชนิดต่าง ๆมาใช้งานให้เหมาะสมก็ถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความสวยงามให้สถานที่ได้ โดยอาจแบ่งประเภทการใช้งานได้ดังนี้ ปลูกเพื่อใช้เป็นฉากหลัง บริเวณรั้ว หรือกำแพงบ้าน ลดความกระด้างของพื้นผิว และพรางสายตาจากภายนอก ควรเลือกกล้วยที่มีลักษณะลำต้นสวยงาม สีสันสะดุดตาเพื่อสร้างความแตกต่างให้ฉากหลัง เช่น กล้วยนาก กล้วยนางพญา  กล้วยน้ำ กล้วยเล็บมือนาง กล้วยบัว กล้วยเสือพราน ปลูกเป็นกลุ่มประดับแปลง เลือกใช้กล้วยที่มีความสูงไม่มาก […]

เมนูกัญชา จากต้นไม้ต้องห้ามสู่การศึกษา-ต่อยอด-และนำมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันกฎหมายปลดล็อกบางส่วนของต้นกัญชาและกัญชงที่ไม่ใช่ส่วนช่อดอกและเมล็ดให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดอยู่ในรายการของยาเสพติด โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โรงพยาบาลที่นำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทยโดยใช้สมุนไพรบำบัดรักษาโรคก็ไม่หยุดที่จะเริ่มต้นศึกษาสรรพคุณในด้านต่างๆของกัญชา เพื่อนำมาใช้รักษาคนไข้และต่อยอดเป็นวัตถุดิบที่ช่วยชูรสในการประกอบอาหารอย่างปลอดภัย เมนูกัญชา ปัจจุบันโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีหน่วยงานที่ศึกษาเรื่องกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ปลูกและนำกัญชามาสกัดเพื่อผลิตยาอย่างถูกต้องสำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไข้และรักษาในแพทย์แผงปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ทำให้มีองค์ความรู้และงานวิจัยที่เกี่ยวกับสรรพคุณในส่วนต่างๆของกัญชามากพอสมควร ก่อนนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดเป็นเมนูอาหาร “มาชิมกัญ” ที่นำเอาส่วนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้อย่างถูกกฎหมายอย่างส่วนใบของกัญชามาใช้ประกอบอาหารทั้งทำก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัดกะเพรา เล้งแซ่บ ขนมปัง ยำและเครื่องดื่ม อาหารที่ปรุงใช้ข้อมูลตั้งต้นจากภูมิปัญญาเดิมของตำหรับยาไทยมารังสรรค์เป็นอาหารที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol) หรือสาร THC ในปริมาณที่น้อย โดยเริ่มต้นให้บริการเฉพาะเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลก่อน ซึ่งการนำกัญชามาใช้ในเมนูอาหารถือว่าเป็นตัวนำร่องก่อนต่อยอดในธุรกิจสปาและการท่องเที่ยวต่อไป เพื่อให้ความรู้ด้านงานวิชาการการใช้ประโยชน์จากกัญชาเกิดความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยทำงานร่วมกับองค์กรอาหารและยา (อย.) และสถาบันกลุ่มกัญชาทางการแพทย์เกี่ยวกับการควบคุมหรือกำกับให้ข้อมูลความรู้ กินใบกัญชาแล้วอันตรายหรือไม่ ในจำนวนสารทั้งหมดในต้นกัญชากว่า 500 ชนิด จะมีสารหลักที่สำคัญและนำมาสกัดเพื่อใช้ประโยชน์ รวมถึงมีงานวิจัยรับรองในปริมาณมากอย่างกว้างขวาง คือ สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol) หรือสาร THC ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “สารเมา” มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารแคนนาบิไดออล (cannabidiol) หรือสาร CBD ซึ่งไม่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ในกัญชาสายพันธุ์ที่ปลูกในประเทศไทยจะมีสาร THC มากกว่าสาร CBD หากบริโภคในปริมาณสูง ระยะยาวจะทำให้เสพติด  ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ไม่เกินวันละ 5-8 ใบ สำหรับผู้ที่เคยรับประทานมาก่อน […]