มหาสวัสดิ์ คาเฟ่ สวนที่ผสมผสานจากเรื่องราวที่ผ่านมาและสิ่งของใกล้ตัว

สำหรับผม หากช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่ “บ้านและสวน”  เป็นเสมือนการได้ศึกษาต่อ สวนแห่งนี้คงเป็นเหมือนวิทยานิพนธ์ก่อนจบ ที่ตัวผมเอง “ไปร์ท- ปัญชัช ชั่งจันทร์”  ได้รวบรวมเอาสิ่งต่างๆที่ผ่านมา และมิตรภาพอันยอดเยี่ยมตลอดระยะเวลาของการเดินทางที่ผ่านมา  เก็บเกี่ยวและบรรจงเรียบเรียงเพื่อนำเสนอออกมาเป็นสวนและร้านคาเฟ่เล็กๆหลังนี้ “มหาสวัสดิ์ คาเฟ่ แอนด์ การ์เด้น” จึงไม่ใช่แค่สถานที่ แต่ยังเป็นความทรงจำและเรื่องราวของตัวผมเองด้วย หลังจากมีโอกาสได้เล่าเรื่องราวสวนของใครหลายๆคนมามากมายแล้ว ตอนนี้อาจถึงเวลาที่จะมาเล่าเรื่องราวนี้ของสวนตัวเองสักที

สถานที่ : มหาสวัสดิ์ คาเฟ่ แอนด์ การ์เด้น  ที่อยู่ 71 หมู่1 ถ.อัจฉริยะประสิทธ์ 1 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

โทรศัพท์ 081-804-8853 , 081-987-6460

จัดสวน : บริษัท  สวนศิลป์ สถาปัตย์ จำกัด โทรศัพท์  089-8832344

ออกแบบอาคาร : นนทพัฒน์  ขระสุ โทรศัพท์ 085-255-8095

พื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนอยู่บริเวณด้านหลังของร้าน ซึ่งหากมองจากภายนอกจะมีต้นไม้และอาคารขึ้นบังตา ทำให้ผู้ที่เดินเข้ามาชมเสมือนพบมุมต่างๆของสวนไปเรื่อยๆ โดยสวนด้านหลังมีลานหินเล็กๆสำหรับนั่งเล่นหรือทำกิจกรรมได้อีกด้วย
น้ำพุกลางสวนตั้งเอาไว้เพื่อเป็นจุดเด่น ทำให้องค์ประกอบและของตกแต่งในส่วนต่างๆของสวนดูกลมกลืนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดแพทเทิร์นของกระบะปลูกรอบ กลายเป็นมุมที่ดูน่าชมเมื่อมองมาจากทุกจุดในสวน อีกทั้งมักมีนกบินลงมาเล่นน้ำอยู่เป็นประจำ
ทางเดินอีกมุมหนึ่งทอดไปยังทางเข้าร้านใช้ทางเดินปูหินกาบแทรกด้วยกรวดแม่น้ำทำให้สวนดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนบรรยากาศจากสวนบริเวณอื่น ด้านข้างมีต้นละมุดสีดาที่เมื่อถึงฤดูหนาวจะออกผลสีแดงสดสวยทั้งต้น

ผมฝันมาตลอดถึงสวนของตัวเองว่าจะออกมามีหน้าตาแบบไหน จากที่เห็นสวนมาแล้วมากมาย ภาพความประทับจากสวนต่างๆที่เคยผ่านตามา ดูราวกับเศษกระเบื้องโมเสคทีละเล็กละน้อยที่กำลังจัดเรียงตัวเป็นภาพใหญ่ เดิมทีสวนแห่งนี้เป็นเพียงสนามหญ้ารายล้อมด้วยสวนหย่อมแทรกไปกับต้นไม้ยืนต้นที่ทยอยนำมาปลูกอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา โจทย์ของสวนใหม่ที่ผมต้องการนั้นชัดเจน คือ ดูแลรักษาง่าย  เก็บต้นไม้เดิมไว้ให้มากที่สุด  นำของเก่าที่มีอยู่ในบ้านออกมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด สามารถแก้ปัญหาเดิมของสวนเช่นเรื่องการระบายน้ำเมื่อฝนตกหนักได้ และเป็นบ้านให้สิ่งมีชีวิตพื้นถิ่นในธรรมชาติ  ด้วยความต้องการขนาดนี้ประกอบกับขนาดพื้นที่สวนประมาณ 500 ตารางเมตร รวมถึงงานระบบที่ต้องใช้แรงงานและเครื่องมือ ผมจึงเข้าไปปรึกษาและให้คุณน้ำ-อนุสรณ์  เหล่าพวงศักดิ์ แห่ง สวนศิลป์ สถาปัตย์มาช่วยในการจัดสวนร่วมกัน

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในทุกครั้งที่ผมมีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของสวน ไม่มีสวนไหนเลยที่สวยได้หากไร้ความชอบของเจ้าของสวน เช่นบางคนชอบทำฟาร์ม บางคนชอบน้ำตก หรือบางคนชอบเลี้ยงปลา สำหรับผมความชอบคือการปลูกต้นไม้และอยากมีต้นไม้ในทุกจุดในบ้าน เริ่มจากตัวอาคารซึ่งเป็นจุดเด่นและมุมต้อนรับของสวน ออกแบบให้มีขนาดพอเหมาะกับการใช้งานและสามารถอยู่แทรกระหว่างต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมในสวนได้พอดี ตัวผนังก่ออิฐมอญที่มีผิวสัมผัสขรุขระเพื่อให้ต้นไม้เลื้อยอย่างเหลืองชัชวาล เงินไหลมาหรือฟิโลเดนดรอนสามารถเลื้อยไต่เป็นสวนแนวตั้งได้ นอกจากนั้นยังใช้หลังคาโปร่งแสงเพื่อให้มีลักษณะเหมือนโรงเรือนที่ภายในอาคารสามารถปลูกต้นไม้กระถางได้

.เฟอร์นิเจอร์ชุดรับแขกที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาตั้งวางใหม่ในสวนเพื่อให้คนได้มาชมสวนได้นั่งเล่นชมบรรยากาศภายและพักเหนื่อย โดยมีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่โดยรอบ ร่วมกับร่มบ่อสร้างสีครีมตัดกับสืสันรอบๆอย่างสดใส
ดอกไม้แห้งที่เหลือจากการจัดงานนิทรรศการ นำมาผูกช่อแล้วมัดรวมกัน แขวนห้อยหัวอยู่บริเวณหน้าต่างและกำแพงเพื่อทำดอกไม้แห้ง และช่วยให้หน้าต่างน่ามองขึ้นได้อีกด้วย
หัวเสาบริเวณทางเข้าประดับด้วยกระถางทั้งสองด้านให้สูงเด่นขึ้น ภายในปลูกต้นไม้ใบฟอร์มสวยที่ดูแลไม่ยากอย่างปาล์มยะวา รวมกับไม้เลื้อยห้อยย้อยลงมาอย่างพลูบราซิลและริบบิ้นชาลี โดยมีไฟปิงปองแขวนกับต้นมะม่วงรอบๆคอยให้แสงสว่างยามค่ำคืน
รั้วของบ้านที่มีอยู่เดิมรื้นช่วงเสาหนึ่งเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นทางประตูเข้าร้าน โดยมีทางเดินปูด้วยอิฐดินเผาลายก้างปลา ช่วยให้ทางเข้าดูโดดเด่นและชัดเจนยิ่งขึ้น ที่สุดทางเดินมีต้นนีออนขนาบสองด้านเพื่อบอกอาณาเขตและป้องกันอันตรายระหว่างคนกับท้องถนน

ท้องร่อง คือองค์ประกอบแรกที่ผมคิดถึงและเลือกนำมาใช้ในการออกแบบที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการระบายน้ำหลังฝนตก และช่วยแบ่งแยกพื้นที่ส่วนตัวของบ้านออกจากพื้นที่ของตัวคาเฟ่หน้าบ้านได้ โดยมีลักษณะเป็นคู่น้ำล้อมรอบสวนที่ช่วยให้น้ำไหลจากพื้นที่ลาดลงสู่ท้องร่องได้อย่างรวดเร็วและยังเก็บกักน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื่นกับต้นไม้ในสวนอีกด้วย แนวคิดนี้มาจากความทรงจำในวัยเด็กที่ทั้งบริเวณ บ้านของผมและพื้นที่โดยรอบมีสภาพเป็นสวนผลไม้และสวนทุเรียน ตอนนั้นเราอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างร่มเย็นและมีความสุข แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการขยายตัวของเมืองทำให้ภาพเหล่านั้นห่างหายไป สำหรับผมไม่อยากให้สวนแค่สวยสำหรับพักผ่อนหย่อนใจเพียงอย่างเดียว แต่สวนยังต้องเป็นทั้งบ้านของผมและเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ ในธรรมชาติให้ได้กลับมาอยู่ร่วมกันได้อีกด้วย ซึ่งท้ายที่สุดท้องร่องแห่งนี้เริ่มเป็นที่อยู่อาศัยของพรรณไม้หลากชนิดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติร่วมกับ สัตว์น้ำ แมลงและสิ่งมีชิตขนาดเล็กอื่นๆ เกิดพื้นที่ระบบนิเวศขนาดเล็กที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติได้

โต๊ะนั่งเล่นกลางลานหินในสวนกลายเป็นมุมนั่งเล่นที่นำมาจัดวางไว้ชั่วคราวสำหรับรับประทานอาหารและนั่งพักผ่อนในช่วงที่ไม่ใช้ทำกิจกรรมใดๆ ท่ามกลางบรรยากาศสวนที่ดูร่มรื่นและแปลงดอกไม้ที่อยู่ด้านข้าง
ต้นหลิวลู่ลมที่ดูพริ้วไหวไปกับสายลมตลอดทั้งวัน เข้ากันกับสายน้ำบริเวณท้องร่อง จุดเด่นคือสะพานโค้งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพวาดดอกบัวและสะพานญี่ปุ่นของคลาวด์ โมเนต์ ศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศส ผู้วาดภาพสไตล์ Impressionism
สะพานไม้ข้ามท้องร่องเชื่อมไปยังทางเดินเข้าสู่ตัวบ้าน เลือกใช้พรรณไม้ที่อยู่รอบๆปลูกให้ดูทึบเพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวและพรางสายตา ซึ่งบริเวณข้างสะพานจะมีต้นปีบและแก้ว ซึ่งมักออกดอกสีขาวร่วงลงมาตัดกับสะพานสีเขียวอยู่เสมอ
ผนังของห้องครัวที่แต่เดิมเป็นผนังโล่ง นำเอาชั้นไม้มาติดร่วมกับประติมากรรมปูนปั้น โดยมีของแต่งสวนและกระถางต้นไม้ที่มีอยู่เดิมเช่นกัน มาวางประดับไว้ด้วยกัน กลายเป็นมุมนั่งเล่นและถ่ายภาพที่หลายคนชื่นชอบ

คอร์ตยาร์ดตรงกลางสวนใช้บ่อน้ำพุเพื่อสร้างจุดเด่นในสวน ช่วยลดทอนให้องค์ประกอบและของแต่งสวนอื่นๆ ที่มีอยู่เดิมหลากหลายสไตล์ เช่น โอ่งมังกร กระถางดินเผา หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ เหล็กและอัลลอยด์ซึ่งเป็นของเก่า ให้สามารถจัดวางแทรกตามจุดต่างๆอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยมีกระบะปลูกเป็นตัวสร้างแพทเทิร์นให้สวนและช่วยทำให้สามารถปลูกพรรณไม้หลากหลายชนิดแทรกอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตัดแต่งและดูแลแปลงปลูกได้ง่ายมากขึ้น สามารถปล่อยให้ต้นไม้ได้แตกกิ่งก้านได้อย่างอิสระ

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผมเริ่มต้นออกเดินทางพร้อมหิ้วนิตยสารบ้านและสวนติดตัวไปด้วยยังสถานที่ต่างๆมากมาย  โดยมีสมุดและปากกาทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่พบเจอบันทึกลงไป การเดินทางของผมยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด เช่นเดียววิทยานิพนธ์เล่มนี้ที่ยังเขียนไม่เสร็จ เพราะยังมีหน้าว่างอีกมากมายต่อท้าย เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับให้ทุกคนที่มาเยือนที่สวนแห่งนี้ มีโอกาสได้เขียนต่อ พูดคุยและถ่ายเรื่องราวของความสุขในสวนของแต่ละคนไปด้วยกันกับผม

ไปร์ท- ปัญชัช ชั่งจันทร์ บรรณาธิการ แผนกสวน ของนิตยสารบ้านและสวน เจ้าของและผู้ออกไอเดียจัดสวนในร้าน มหาสวัสดิ์แห่งนี้
กระถางเอิร์นขนาดใหญ่บริเวณหน้าร้านภายในปลูกปาล์มยะวาเช่นเดียวกับกระถางหัวเสาหน้าทางเข้า เพื่อสร้างความเชื่อมต่อกันของสวนบริเวณนี้ ขณะที่ต้นไม้ประดับรอบๆใช้บีโกเนียเพื่อสร้างสีสันให้กับสวน
โต๊ะสำหรับรับประทานอาหารภายนอกอาคารใต้ร่มเงาของต้นไม้เดิมอย่างต้นอินทนิลน้ำและทองกวาวที่ให้ร่มเงาไปถึงภายอาคารด้วย ตัวท็อปโต๊ะดัดแปลงมาจากประตูไม้เก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว
ทั้งผนังอิฐและลำต้นของต้นไม้ปลูกต้นไม้เลื้อยที่มีรากยึดเกาะหรือมือเกาะพิเศษอย่างเหลืองชัชวาลและฟิโลเดนดรอน ให้ต้นไม้สามารถเลื้อยไต่ผนังเป็นสวนแนวตั้งได้
บริเวณข้างครัวทำเป็นกระบะแปลงผักสวนครัวเพื่อง่ายต่อการตัดและเก็บเกี่ยวนำมาใช้ประโยชน์
ต้นไม้ทานได้บางชนิดอย่างชบาเมเปิ้ลและโรสแมรี่เมื่อนำมาปลูกในแปลงหรือกระถางร่วมกับต้นไม้ประดับก็สวยงามไม่แพ้ไม้ประดับและไม้ดอกอื่นๆ

เรื่อง : ปัญชัช

ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

บ้านและสวน ฉบับที่ 540 (สิงหาคม 2564)

อ่านเพิ่มเติม และ สั่งซื้อได้ที่นี่