ว่านมเหศวร

ว่านขุนศึก ชื่อวิทยาศาสตร์: Colocasia  sp. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 80-100 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินคล้ายหัวเผือก หากปลูกในที่มีความชื้นสูงจะแตกไหลยาวจำนวนมาก ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปหัวใจ ขนาดใหญ่ สีเขียว เส้นใบมีสีดำ ก้านใบกลม สีเขียว ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับรองรับช่อดอกคล้ายกาบสีเขียว ปลีดอกสีเหลือง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ แยกไหล การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ความเชื่อ: เชื่อกันว่ามีเทวดารักษา ต้องระวังไม่ให้รอบต้นสกปรกหรือมีสิ่งลามก

ว่านกวักโพธิ์เงิน

บอนใบโพ/ว่านโพธิ์เงิน/ว่านโพธิ์ทอง ชื่อวิทยาศาสตร์: Caladium schomburgkii Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวแบบเผือก รูปทรงกลม สูง 30-35 เซนติเมตร ใบ: ใบรูปไข่ โคนใบกลม ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีขาว ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ใบประดับรองรับช่อดอกสีเขียว ช่อดอกแบบช่อเชิงลดมีกาบ ปลีดอกสีขาวถึงสีเหลืองนวล ดอกมีกลิ่นหอมตอนกลางคืน อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูงแสงแดด แสงแดด: ชอบครึ่งวันถึงรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อหรือผ่าหัว การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ว่านชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ว่านกวักโพธิ์ทอง แต่แตกต่างกันที่แผ่นใบค่อนข้างกลม โคนใบกลมเว้าเล็กน้อย เส้นใบมีสีแดง โดยเชื่อว่าหากปลูกแล้วจะเป็นศิริมงคล เมตตามหานิยม และช่วยให้ค้าขายดี หากปลูกดีๆ จะมีโชคลาภหลั่งไหลมามิได้ขาด

ว่านพญาปัจเวก

พญาเศวต/พระยาเศวต ชื่อวิทยาศาสตร์: Caladium humboldtii (Raf.) Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูง 8-10 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวแบบเผือก หัวกลม ขนาดประมาณ 8 มิลลิเมตร ทุกส่วนอวบน้ำ ใบ: ใบรูปหัวใจ โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม แผ่นใบบางสีเขียว มีแต้มสีขาวกระจายทั่วใบ ก้านใบกลมสีเขียวอ่อน โคนกาบใบสีน้ำตาลเรื่อ ดอก: ช่อดอกแบบช่อเชิงลดมีกาบ อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดด: แสงแดดครึ่งวัน น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับและใช้เป็นสมุนไพร โดยนำหัวมาตำผสมเหล้า ทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย บ้างว่าใช้แก้พิษงู หมายเหตุ: ว่านชนิดนี้ปลูกเลี้ยงกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตามบ้านขุนนางใหญ่ เพื่อประดับบารมี

สิงโตสมอหิน

สิงโตกลอกตา ชื่อวิทยาศาสตร์: Bulbophyllum blepharites Rchb.f. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ขึ้นได้ทั้งบนต้นไม้และบนหิน ลำต้น: หัวรูปไข่ สีน้ำตาลอมเขียวหรือเขียวอมเหลือง ผิวมีร่องตามยาว ขนาด 2-4×1.5-2 เซนติเมตร เรียงตัวบนเหง้าเป็นระยะ ใบ: รูปรี แตกที่ยอด ขนาด 6-8×1.5-2 เซนติเมตร แผ่นใบหนาและแข็ง ปลายใบหยักเว้าตื้น ดอก: ออกเป็นช่อ 5-10 ดอก ก้านช่อยาว กลีบสีเขียวอมเหลือง ปลายสีม่วงแดง และมีเส้นสีแดงตามความยาวกลีบ ขอบกลีบมีขนยาว ดอกกว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 2.5 – 3 เซนติเมตร ออกดอกเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ […]

เอื้องกุหลาบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Aerides crassifolia Par. ex. Burb. วงศ์: Orchidaceae ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย ดอก: ออกเป็นช่อยาวห้อยโค้งลง 15-20 ดอก กลีบดอกสีชมพูสดหรือม่วงแดง กลีบปากเป็นแผ่กว้าง ตรงกลางมีแถบสีม่วงอมชมพูเข้ม ดอกขนาด 2.5-3 เซนติเมตร ออกดอกเดือนเมษายน – พฤษภาคม ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า ขยายพันธุ์: แยกกอ ปักชำ หรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางแขวนประดับสวน หรือมุมบ้าน หากเลี้ยงในกรุงเทพฯ จะออกดอกค่อนข้างยากและช่อดอกสั้น

ชายผ้าสีดาปักษ์ใต้

Elkhorn Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Platycerium coronarium (J.G. Koenig ex Muell.) Desv.  วงศ์: Polypodiaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินอิงอาศัย ใบ: ใบที่ไม่สร้างสปอร์ตั้งตรงขึ้น ยาวได้ถึง 1 เมตร  ปลายด้านบนหยักเว้า ส่วนโคนใบหนา ใบสร้างสปอร์ห้อยลง ยาว 1-3 เมตร แตกแขนงหลายครั้งเป็นแฉกเรียวเล็กจำนวนมาก หากเกิดรวมกันเป็นกอใหญ่จะดูคล้ายม่านสีเขียวสด อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เบา เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีอินทรียวัตถุ เช่น กาบมะพร้าวสับ กาบเฟินชายผ้าสีดา (รากเฟินชายผ้าสีดา) ผสมกับถ่านทุบและใบไม้ผุ น้ำ: ปานกลางถึงสูง แสงแดด: รำไรถึงมาก ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ หรือแยกกอ การใช้งานและอื่นๆ :  ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ชอบความชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบอากาศเย็น นิยมทำไม้กระถางหรือปลูกเกาะกับต้นไม้ เพื่อสร้างบรรยากาศของสวนป่าเมืองร้อน

เฟินราชินีเงิน

เฟินเงิน/Victoria Fern/Victorian Brake Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Pleris ensiformis ‘Victoriae’   วงศ์: Pteridaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ความสูง: 30-50 เซนติเมตร ลำต้น: เป็นพุ่มแน่น ใบ: ใบหยักลึกเป็นแฉกเรียวแหลมคล้ายขนนก โดยเฉพาะใบที่ปลายสุดจะยาวเรียวมาก พื้นใบสีเขียว กลางใบด่างสีขาวเป็นลายคล้ายก้างปลา ใบสร้างสปอร์มีแฉก ใบแคบเล็กมาก ชูสูงขึ้นจากพุ่มใบ อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีอินทรียวัตถุ อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง ความชื้นสูง แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ หรือแยกกอ การใช้งานและอื่นๆ : นิยมทำไม้กระถางหรือจัดสวน มีอีกต้นที่คล้ายกันคือ Evergemiensis เรียกเฟินเงิน เช่นกัน

เฟินหางไก่ด่างปลายแฉก

ชื่อวิทยาศาสตร์: Pleris multifida ‘Cristata Variegata’   วงศ์: Pteridaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ลำต้น: เป็นพุ่มโปร่ง กระทัดรัด ไม่แผ่กว้าง ใบ: ใบย่อยเรียวเล็ก ปลายใบแตกแขนงเป็นแฉกสั้นๆ กลางใบมีแถบด่างสีขาวครีม ขอบใบจักฟันเลื่อย   อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีอินทรียวัตถุ อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง ความชื้นสูง แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ หรือแยกกอ การใช้งานและอื่นๆ : กลายพันธุ์จากเฟินหางไก่  ปลูกเลี้ยงง่าย นิยมทำไม้กระถาง

กูดดอยบราซิลเลียน

Brazilian Tree Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Blechnum brasilliense Desv. วงศ์: Blechnacaea ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ความสูง: 30-80 เซนติเมตรหรือสูงกว่านี้ ลำต้น: เป็นพุ่ม แตกใบเป็นระเบียบ มีเหง้าสั้นตั้งตรง สีน้ำตาลดำ ใบ: รูปรีแกมใบหอก ปลายแหลม โคนสอบ ขนาด 30-90 เซนติเมตร เป็นใบประกอบขนนก แกนกลางใบสีเขียวอมแดงถึงน้ำตาลแดง ใบย่อย รูปแถบยาว ปลายแหลม ขอบใบจักฟันซี่เล็กๆ และเป็นคลื่นเล็กน้อย โคนเชื่อมติดกับแกนกลางใบ สีเขียวถึงเขียวเข้ม ใบอ่อนมีสีส้มทองแดง อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง-ช้า วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีอินทรียวัตถุ อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง  ชอบความชื้นสูง แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: […]

เฟินแก๊ปปืน

กาโลระวา ชื่อวิทยาศาสตร์: Phymatosorus nigrescene (Blume) Pichi-Serm. วงศ์: Polypodiaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟิน ลำต้น: เป็นเหง้าหนาและเลื้อยพุ่มใบตั้งตรงขึ้น ใบ: ก้านใบยาว แผ่นใบรูปขอบขนานหรือคล้ายสามเหลี่ยม ยาว 60-80 เซนติเมตร ขอบใบหยักลึกแบบขนนก เว้าลึกถึงแกนกลางใบ แต่ละแฉกปลายเรียวแหลม สีเขียวสดเป็นมัน กลุ่มของอับสปอร์กลม เรียงเป็นแถวขนานกับเส้นใบและนูนขึ้นทางด้านบนของใบ อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เบา เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีอินทรียวัตถุ เช่น กาบมะพร้าวสับ กาบเฟินชายผ้าสีดา (รากเฟินชายผ้าสีดา) ผสมกับถ่านทุบและใบไม้ผุ น้ำ: ปานกลาง  ไม่ต้องการความชื้นมาก แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ การใช้งานและอื่นๆ : มักเกาะอาศัยตามโขดหินที่ค่อนข้างแห้งในป่า นิยมนำมาจัดสวน

เฟินเกล็ดหอย

กูดเบี้ย/Pigmy Sword Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Nephrolepis cordifolia (L.) Prest ‘Duffii’ วงศ์: Oleandraceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ความสูง: ได้ถึง 1 เมตร ลำต้น: เป็นพุ่มแน่นตั้งตรง ใบ: แคบยาว ปลายใบแตกแขนงเป็นคู่ๆ ใบย่อยขนาดเล็ก ค่อนข้างกลมรี ขอบใบหยักไม่สม่ำเสมอ สีเขียวเข้ม อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีอินทรียวัตถุ อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไรถึงมาก การใช้งานและอื่นๆ : ชอบความชื้นปานกลาง ทนอากาศร้อนและแห้งได้ดี ไม่ช้าอากาศหนาวเย็น ปลูกในไทยมานานแล้ว นิยมปลูกเป็นไม้กระถางและจัดสวน

เฟินก้ามปู

เฟินตีนตะขาบ/Fishtail Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Nephrolepis biserrata (Sw.) Schott ‘Fucans’ วงศ์: Oleandraceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ความสูง: 50-60 เซนติเมตร หรือสูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้น: เป็นพุ่มขนาดกลาง  ใบ: ใบประกอบแบบขนนก ยาวมาก มีใบย่อยเรียงสลับกันสองด้าน ปลายใบย่อยแตกแขนงเป็น 2 แฉก ใบสีเขียวอ่อน อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีอินทรียวัตถุ อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไรถึงมาก การใช้งานและอื่นๆ : กลายพันธุ์จากเฟินหางปลา (Nephrolepis biserrata ) นิยมปลูกเป็นไม้กระถาง หรือประดับสวนได้

บัตเตอร์ฟีลด์เฟิน

Butterfield Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyrtomium falcatum ‘Butterfieldii’ วงศ์: Dipteridaceae/Dryopteridaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ลำต้น: เป็นเฟินขนาดเล็ก มีทรงพุ่มแน่น ใบ: รูปร่างคล้ายกับฮอลลี่เฟิน แต่ใบย่อยเรียงชิดกันแน่นเป็นระเบียบกว่า ใบแข็งเป็นมัน ใบอ่อนสีเขียวอ่อนอมเหลือง ใบแก่สีเขียวเข้ม อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง ความชื้นสูง แสงแดด: รำไร การใช้งานและอื่นๆ : นิยมปลูกเป็นไม้กระถาง หรือประดับสวนได้

เฟินพลาสติก

ชื่อวิทยาศาสตร์: Asplenium thunbergii Kuntze วงศ์: Aspleniaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ลำต้น: เป็นเหง้าสั้น พุ่มใบแผ่ออกรอบๆ ใบ: ก้านใบสีน้ำตาลเข้ม ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 20-25 คู่ ขอบใบย่อยหยักลึกถึงแกนกลาง ปลายใบโค้งเล็กน้อย แผ่นใบหนา ค่อนข้างแข็งและหยาบเมื่อใบแก่ สีเขียวเข้มมาก สปอร์เกิดที่ขอบแฉกด้านบนของใบย่อย มีแผ่นปิดเล็กๆ สามารถนำต้นอ่อนที่เกิดบนใบไปขยายพันธุ์ได้ อัตราการเจริญเติบโต: ช้า วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ หรือใช้ต้นอ่อนที่เกิดบนใบ การใช้งานและอื่นๆ :ชอบความชื้นปานกลาง เป็นเฟินต่างประเทศ ปลูกในไทยได้ดี ปลูกเลี้ยงง่าย

เฟินทอง

 Golden Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Pityrogramma austroamericana Domin. วงศ์: Adiantaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ลำต้น: เป็นพุ่มขนาดกลาง ความสูง: 50-60 เซนติเมตร ใบ: คล้ายรูปสามเหลี่ยม แคบยาว ใบย่อยหยักลึกเป็นแฉกแคบ ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนใต้ใบมีผงสีเหลืองทองปกคลุม เมื่อกระทบแสงแดดจะเป็นประกายสวยงาม อับสปอร์สีดำ อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: ควรพรางแสงให้เหลือประมาณ 40-50 เปอร์เซนต์ ไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ การใช้งานและอื่นๆ : มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกา แต่นำมาปลูกลี้ยงในเขตร้อนของเอซียจนแพร่กระจายไปในธรรมชาติ

เฟินใบหัวใจ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Hemiontis arifolia (Burm.f.) Moore วงศ์: Adiantaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ลำต้น: เป็นพุ่มขนาดเล็ก ความสูง: 8-10 เซนติเมตร ใบ: มีใบสองแบบ ใบไม่สร้างสปอร์รูปร่างคล้ายหัวลูกศรหรือหัวใจ ยาว 5-7 เซนติเมตร ใบหนาคล้ายหนัง ใบแก่สีเขียวเข้ม ใบสร้างสปอร์จะแคบเล็กและมีก้านใบยาวกว่า บริเวณที่โคนใบต่อกับก้านใบอาจเกิดต้นใหม่เล็กๆ ได้ อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: ควรพรางแสงให้เหลือประมาณ 40-50 เปอร์เซนต์ ไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ หรือแยกต้นที่แตกใหม่บริเวณโคนใบต่อกับก้านใบ การใช้งานและอื่นๆ : ชอบความชื้นสูง ปลูกเป็นไม้กระถางประดับสวนได้

เฟินใบตำลึง

เฟินก้านดำใบองุ่น กระปรอกว่าว ชื่อวิทยาศาสตร์: Doryopteris ludens วงศ์: Adiantaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินดิน ลำต้น: เป็นพุ่มขนาดเล็ก ความสูง: ประมาณ 20-30 เซนติเมตร ใบ: มีใบสองแบบ ใบไม่สร้างสปอร์รูปร่างคล้ายใบตำลึง ขอบใบหยัก 5 แฉกแหลม กว้างและยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ส่วนใบสร้างสปอร์มีก้านใบยาวกว่า ใบใหญ่กว่า ขอบหยักลึก 5-7 แฉก รูปใบหอกแคบ ปลาบแฉกอาจแตกแขนงอีก ใบสีเขียวเป็นมัน อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบ ถ่านทุบ เศษโฟมหัก น้ำ: ปานกลาง ชอบความชื้นสูง แสงแดด: ควรพรางแสงให้เหลือประมาณ 40-50 เปอร์เซนต์ ไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ การใช้งานและอื่นๆ […]

เฟินก้านดำอเมริกัน

 American Maidenhair Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Adiantum pedatum L. วงศ์: Adiantaceae ประเภท: ไม้ใบ/เฟินกึ่งอิงอาศัย ลำต้น: เป็นพุ่มแผ่กว้างมากกว่าสูง ใบ: ใบประกอบแบบขนนก ก้านใบยาว ใบแตกเป็นแฉก ครั้งละ 2 แฉก ใบย่อยมีจำนวนมาก เรียงสองแถวในแต่ละแฉก  ใบแก่สีเขียวเข้มใบอ่อนสีเขียวบรอนซ์ อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง วัสดุปลูก: โปร่ง เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี อาจเป็นดินร่วนผสมทรายหยาบและอินทรียวัตถุหรือใบไม้ผุ หรือผสมวัสดุอื่นที่หาได้ เช่น อิฐมอญทุบถ่านทุบ เศษโฟมหัก ชอบวัสดุปลูกที่มีอินทรียวัตถุสูงและเป็นกรดเล็กน้อย น้ำ: ปานกลาง ไม่ขังแฉะ ชอบอากาศเย็น แสงแดด: ควรพรางแสงให้เหลือประมาณ 40-50 เปอร์เซนต์ ไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง ขยายพันธุ์: เพาะสปอร์ การใช้งานและอื่นๆ: พบในเขตกึ่งร้อน ขึ้นตามผาหินที่เย็นและชุ่มชื้น เป็นเฟินกึ่งอิงอาศัย รากจึงมักตื้น ควรหาวัสดุคลุมที่โคนต้นด้วย