7 วัชพืชสายแบ๊ว ดอกหญ้าสวยใสแต่ร้ายน่าดู

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นดอกหญ้าบางชนิดที่มีหน้าตาน่ารัก ดอกเล็กกระจิดริด แต่ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไรกันแน่ จะว่าหญ้าก็ไม่ใช่ จะว่าดอกไม้ก็ไม่เชิง หรือเป็นสมุนไพรที่ควรปลูกให้เติบโตหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ดอกหญ้า เหล่านี้น่ารักถูกใจมากเลยทีเดียว

ดอกหญ้า

ความหมายของวัชพืช คือพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่ไม่เป็นที่ต้องการด้วยว่าไม่เกิดประโยชน์แต่ยังสร้างผลเสียอื่นๆ อย่างแย่งสารอาหารของพืชเกษตร ส่วนใหญ่เราจึงมักจะกำจัดวัชพืชให้ตายสิ้น ทั้งโดยใช้สารเคมีและใช้วิธีแมนนวลคือถอนทิ้ง

วันนี้บ้านและสวนรวบรวมวัชพืช ทั้ง 7 ชนิดที่เชื่อว่าคนต่างจังหวัดน่าจะคุ้นหน้าเป็นอย่างดีมาขยายความให้ฟังค่ะ แต่เน้นย้ำไว้เลยนะคะว่า ความน่ารักของ 7 ชนิดนี้ล้วนแต่เป็น “วัชพืช” ทั้งนั้น

ดอกหญ้า

1.บัวตอง Tree Marigold

คุณเข้าใจถูกแล้วค่ะ บัวตองที่เราเห็นสวยๆ เป็นทุ่งบนภูเขานั้นเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง ทั้งยังเป็นพืชรุกรานต่างถิ่นด้วย บัวตองมาจากประเทศแม็กซิโก มีอายุหลายปี สูงได้ถึง 5 เมตรเลยทีเดียว จุดเด่นของบัวตองที่รูปทรงดอกที่ดูน่ารักและสีเหลืองอร่ามที่บานสะพรั่งไปทั่งเนินเขาทำให้กลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว บัวตองสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปีแต่ดอกจะดกเป็นพิเศษในฤดูหนาว นอกจากสวยงามแล้วบัวตองก็ยังไม่มีประโยชน์อื่นใดเลย

อ่านต่อ : http://book.baanlaesuan.com/plant-library/tree-marigold/

 

2.สาบเสือ Siam Weed

อีกหนึ่งพืชเมืองไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพราะถูกจัดให้เป็นพืชรุกรานต่างถิ่นที่อันตรายไม่แพ้ผักตบชวา มีชื่อเรียกที่บ่งบอกคุณสมบัติหลายชื่อ อาทิ หญ้าเมืองวาย หญ้าดงร้าง หรือต้นบ้านร้าง นั่นเพราะเป็นวัชพืชที่เกิดง่าย เติบโตง่าย หากขึ้นที่ใดสะท้อนให้เห็นทันทีเลยว่าเป็น ที่รกร้างไร้การดูแล แต่ถึงแม้หญ้าสาบเสือจะเป็นวัชพืชแต่ก็มีสรรพคุณทางยา ใช้ใบหรือดอกขยี้ปิดแผล บดผสมกับปูนแดงหรือเกลือพอกแผลจะช่วยห้ามเลือดและสมานแผลได้ดี รากผสมกับรากมะนาวและย่านาง ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ป่าได้ ทั้งยังเป็นสมุนไพรไล่แมลงได้ด้วยโดยใช้ต้นตากแห้งบดผสมน้ำรดต้นไม้

อ่านต่อ : http://book.baanlaesuan.com/plant-library/bitter-bush/

 

3.สาบแร้งสาบกา Goat Weed

แม้ชื่อก็ไม่ชวนฟังสักเท่าไหร่ แต่สรรพคุณของต้นสาบแร้งสาบกานั้นมีเหลือคณานับไม่แพ้ต้นสาบเสือเลย ใบสามารถแก้ไข้หวัด เจ็บคอ ปวดบวมตามข้อ ห้ามเลือด หรือต้มน้ำดื่มแก้ไข้มาลาเรียก็ยังได้ ส่วนรากตำคั้นน้ำดื่มแก้บิด ท้องเสีย หรือทาตามตัวเพื่อลดไข้ ดอกมีกลิ่นฉุนและคล้ายกับสาบเสือแต่สาบแร้งสาบกาจะมีดอกขนาดเล็กกว่า ชอบขึ้นในที่รกร้างซึ่งเราจะได้เห็นแถวริมถนนอยู่เสมอ

อ่านต่อ : http://book.baanlaesuan.com/plant-library/goat-weed/

 

 

4.หางเสือลาย

ความสวยสูสีกับลาเวนเดอร์แต่ไม่มีประโยชน์ใดๆ นอกเหนือจากความสวยงาม หางเสือลาย จึงถูกปลูกให้เป็นอีกหนึ่งไม้ประดับด้วยรูปทรงดอกเป็นพูยาวมีขนปุกปุยดูอ่อนนุ่มอ่อนหวาน สีชมพูอมม่วงนิดๆ อายุยาวหลายปีสูงได้ถึง 1.50 เมตรเลยทีเดียว แต่ส่วนใหญ่มักจะขึ้นภาคเหนือและภาคอีสานที่เป็นทุ่งหญ้าโล่งแจ้ง ป่าโปร่ง มีน้ำขังหรือชุ่มชื้น

อ่านต่อ : http://book.baanlaesuan.com/plant-library/herbaceous/n-cochininense/

 

5.มะแหลบ

มะแหลบ โปรดฟังอีกครั้งนี่คือ มะแหลบ.. แม้ว่าชื่อจะดูแปลกจนต้องทวนประโยคซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่รูปลักษณ์ของต้นมะแหลบหรือหมักแหลบนี้กลับน่ารักน่าชมคล้ายกับดอกเอมมี่เลยทีเดียว มะแหลบจะพบบนดอยทางภาคเหนือ เมล็ดใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหาร นิยมใส่ในลาบหรือน้ำพริกลาบของชาวเหนือ เป็นยาบำรุงและยาแก้ไข้ได้ ไปเที่ยวเมืองเหนือคราวนี้ลองถามหาชิมจากคนท้องถิ่นดูได้เลย

อ่านต่อ : http://book.baanlaesuan.com/plant-library/peucedanum-dhana/

 

6.กระถินทุ่ง Tall Yellow-eyed Grass

ดอกไม้แห้งที่ถูกจัดวางจำหน่ายในตลาดดอกไม้ได้ ถ่ายรูปออกมาเก๋ๆ ก็ดูฮิปเตอร์ไปอีกแบบ กระถินทุ่งจะเกิดขึ้นในนาข้าวเป็นส่วนใหญ่ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวต่างออกดอกเบ่งบานแข่งกับรวงข้าวเป็นว่าเล่น เป็นหญ้าอีกหนึ่งชนิดที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยนอกจากน่ารักไปวันๆ

อ่านต่อ : http://book.baanlaesuan.com/plant-library/yellow-eyed/

 

7.หญ้าลูกข้าว

รูปก็งามนามก็เพราะ แถมยังมีประโยชน์เป็นสมุนไพรดื่มแก้โรคผอมแห้ง ใครผอมเกินกว่าเหตุต้องฟังเลยค่ะ โดยใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ คือ ผักเป็ดแดง มะกรูด มะนาวและแก่นสลัดไดดองกับน้ำซาวข้าว ดื่มเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ร่างกายมีน้ำมีนวลกันให้จุใจ พบได้มากในภาคเหนือของเมืองไทยชอบเกิดในที่โล่งแจ้ง

อ่านต่อ http://book.baanlaesuan.com/plant-library/b-laevicaulis/

 


ชมพรรณไม้เมืองหนาวที่ดอยตุง

ค้นหาพรรณไม้อื่นๆที่คุณอยากรู้ได้ที่ Plant Library  

 


เรื่อง JOMM YB.

คลังภาพสำนักพิมพ์บ้านและสวน

 

keyboard_arrow_up