โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (Gastric Dilatation and Volvulus : GDV)

Gastric Dilatation and Volvulus (GDV) หรือ โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน จัดเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตต้องได้รับการรักษาในทันที โดยมักจะเกิดขึ้น ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หลังจากการกินอาหารเข้าไปเป็นปริมาณมากใน 1 มื้อ คือ กระเพาะอาหาร (Stomach) มีการขยายตัวคล้ายลูกโป่ง หรือเรียกว่า “Bloat” หรือ  Gastric Dilatation จากการมีปริมาณแก๊ส น้ำ และอาหารที่สัตว์กินสะสมอยู่มากกว่าปกติ และถ้าเกิดการบิดหมุนของกระเพาะอาหารที่มีอาหาร และ แก๊สขึ้น จะก่อให้เกิด โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (GDV)  ซึ่งสามารถเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือการระบายแก๊สออกจากกระเพาะอาหาร ซึ่งจะมีขั้นตอนกระบวนการนำแก๊สออกจากกระเพราะอาหารได้หลายวิธี เพราะในขณะที่กระเพาะอาหารเริ่มมีการพองขยายใหญ่ แรงดันในกระเพาะอาหารจะเริ่มสูงขึ้น และเมื่อกระเพาะอาหารมีการขยายตัวมากขึ้นและบิดหมุนไปมาภายในช่องท้อง เรียกว่า “Volvulus” โดยการบิดหมุนของกระเพาะอาหารบางส่วนจะมีทิศทางตามเข็มนาฬิกา ซึ่งสามารถเกิดการบิดตัวของกระเพาะอาหารได้ตั้งแต่ 180-360 องศา การบิดส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 180 องศาตามเข็มนาฬิกา การขยายตัวและบิดทำให้ไปกดเส้นเลือดหลักที่เดินทางเข้าสู่หัวใจ ทำให้เกิดปัญหาตามมา ได้แก่ เลือดบริเวณช่องท้องไหลกลับเข้าสู่หัวใจน้อยลง […]

โรคเส้นเลือดลัดข้ามตับ (Portosystemic shunts : PSS)

กายวิภาคปกติคือ เส้นเลือดดำ portal (portal vascular system) ซึ่งรับเลือดจากทางเดินอาหาร เช่น ม้าม ตับอ่อน และระบบทางเดินอาหาร ทั้งหมดจะมุ่งหน้าเข้าสู่ตับ เพื่อให้ตับทำหน้าที่ในการเผาผลาญสารอาหาร (Metabolize) และกำจัดสารพิษ (Detoxify) ก่อนจะระบายเลือดสู่เส้นเดือดดำ hepatic (hepatic vein) ซึ่งจะต่อกับเส้นเลือดดำ vena cava (รูปที่ 1 A) แต่หากเกิดการลัดเส้นทางเดินของหลอดเลือดจากทางเดินอาหารเข้าตับจะทำให้ตับขาดการพัฒนาตัวตับเองเป็นผลทำให้เกิดตับล้มเหลว (Failure of the liver) หรือเกิดตับฝ่อ (Hepatic atrophy) ซึ่งการเกิดตับฝ่อ คือการที่ตับไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนปกติ ความผิดปกตินี้ส่งผลทำให้ร่างกายได้รับสารพิษ, โปรตีน, และสารอาหารที่ถูกดูดซึมจากลำไส้เข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดภายในร่างกายทันที หากมีการสะสมมากขึ้น จะก่อตัวเป็นสารพิษนำไปสู่การเกิดโรคสมองจากตับได้ (Hepatic encephalopathy) ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นที่ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system) โรคเส้นเลือดลัดข้ามตับ Portosystemic shunt (PSS) เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดดำ portal ที่เกิดการเชื่อมต่อกับระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้มีการไหลเวียนเลือดจากทางเดินอาหารลัดเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตโดยไม่ผ่านตับนั่นเอง […]

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนรักษาด้วยศาสตร์การฝังเข็ม

มักมีคำถามเสมอว่า การฝังเข็ม สามารถรักษาโรคได้อย่างไร รักษาโรคอะไรได้บ้าง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร หากหมอปักเข็มลงไปบนตัวสัตว์ สามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้างบนร่างกายของพวกเขา บทความนี้ผมพยายามจะเขียนให้เข้าใจง่ายที่สุดครับ 1. การฝังเข็มเจ็บไหม ? คำถามสุดฮิตข้อแรกที่มีถามมากที่สุด ถ้าตอบตรง ๆ ว่า ไม่เจ็บก็เหมือนจะโกหกครับ แต่ในความเป็นจริงความรู้สึกของเข็มที่แทงลงไปบนตัวน้องหมาน้องแมวเจ็บน้อยมาก อาจจะมีคนถามว่าหมอรู้ได้อย่างไรว่าเจ็บน้อย ผมขอตอบว่าผมทดลองแทงตัวเองมาก่อน เลยมั่นใจครับ ซึ่งความรู้สึกเจ็บมีน้อยถึงน้อยมากจริง ๆ เพราะเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กและมีความยืดหยุ่นสูง เล็กกว่าเข็มที่ใช้ฉีดยาอีกครับ ซึ่งระยะเวลาที่ฝังเข็มจะอยู่ที่ 20 – 30 นาที ครับ 2.เมื่อฝังเข็มลงไปจะเกิดอะไรขึ้น ? เมื่อเราปักเข็มลงไปตามจุดต่าง ๆ ที่ใช้ในการรักษาจะเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นกับเส้นเลือดทั่วทุกจุดในร่างกาย ทำให้เลือดสามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะเนื้อเยื้อต่าง ๆ และมีการกำจัดของเสียที่คั่งค้างได้ดีขึ้นกว่าปกติ อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นต่อมใต้สมองให้มีการหลั่งสารสื่อสัญญาณประสาทออกมาที่สำคัญและเด่น ๆ เช่น  Endorphins สารตัวนี้มีฤทธิ์ระงับปวดที่แรงมาก มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน แต่ Endorphins ระงับปวดได้แรงกว่ามอร์ฟีน ถึง 1,000 เท่า จึงมีฤทธิ์ในการลดความเจ็บปวดให้แก่ร่างกายได้ดีและปลอดภัยกว่าการใช้ มอร์ฟีน. แถม Endorphins […]

อาหารสามารถช่วยในการรักษานิ่วได้อย่างไร

ส่วนแรกที่ควรทำความเข้าใจก่อนเกี่ยวกับนิ่ว คือกระบวนการการเกิดขึ้นของนิ่ว เพื่อที่จะได้เข้าใจบทบาทของอาหารในการช่วยรักษานิ่วอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยนิ่วเกิดจากการรวมตัวกันของสารก่อนิ่วที่อยู่ในปัสสาวะ โดยต้องอาศัยสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม และปัจจัยอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการเกิดนิ่ว ได้แก่ 1. ความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะ : นิ่วแต่ละชนิดมีความสามารถในการละลาย และรวมตัวกันของสารก่อนิ่วในสภาวะความเป็นกรดด่างที่แตกต่างกัน 2. ความเข้มข้นของปัสสาวะ : การเกิดนิ่วอาศัยหลักการคล้ายการตกผลึก ยิ่งปัสสาวะเข้มข้นมาก นิ่วยิ่งมีโอกาสตกผลึกเป็นนิ่วได้ง่ายขึ้น 3. ปริมาณของสารก่อนิ่วที่อยู่ในปัสสาวะ : ยิ่งสารก่อนิ่วมีปริมาณเยอะในปัสสาวะ ยิ่งทำให้โอกาสในการรวมตัวกันเป็นนิ่วเพิ่มขึ้น   ในการรักษานิ่ว เรามีเป้าหมายเพื่อลดปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งอาหารมีส่วนช่วยอย่างมากในการบรรลุเป้าหมาย หรือช่วยลดโอกาสในการเกิดนิ่วเพิ่ม ซึ่งนิ่วมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือนิ่วที่สามารถสลายได้ด้วยการปรับอาหาร และนิ่วที่ไม่สามารถสลายได้ 1. นิ่วที่สามารถสลายได้ด้วยอาหาร : นิ่วที่พบได้บ่อยในกลุ่มนี้ได้แก่นิ่วสตรูไวท์ (struvite) หรือนิ่วแมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต (MAP) ซึ่งส่วนใหญ่จะโน้มนำจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเป็นด่างมากขึ้น และสภาวะในกระเพาะปัสสาวะเหมาะกับกับการรวมตัวของสารก่อนิ่วชนิดนี้ เกิดการรวมตัวเป็นก้อนนิ่วขึ้น อาหารที่ใช้ในการสลายนิ่วชนิดนี้ อาศัยหลักการที่จะทำให้ปัสสาวะเป็นกรดมากพอที่จะทำให้นิ่วชนิดนี้สลายได้ 2. นิ่วที่ไม่สามารถสลายได้ด้วยอาหาร : นิ่วในกลุ่มนี้มีหลายชนิด แต่ที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด ได้แก่ […]

หง่าวๆ วงรอบสัดในแมวและสุนัข แตกต่างกันอย่างไร ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ทำไมแมวที่เลี้ยงร้องหง่าวอยู่บ่อย ๆ ?” ในกลุ่มคนที่เลี้ยงสุนัขก็อาจจะสงสัยว่า “สุนัขจะเป็นสัดได้บ่อยแค่ไหน ?” เรื่องราว วงรอบการเป็นสัดของแมวและสุนัข มีความแตกต่างกันพอสมควรค่ะ เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของ วงรอบสัดของแมวและสุนัข มากขึ้น คุณหมอจะมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ วงรอบสัดของแมว ขอเริ่มเอาใจจากคนเลี้ยงแมวก่อนเลยนะ  แมวเพศเมียจะเริ่มแสดงอาการเป็นสัดเมื่ออายุประมาณ 4-10 เดือน  โดยมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ได้แก่ น้ำหนักตัว สายพันธุ์ (แมวขนยาวหรือขนสั้น) และแสง ซึ่งน้ำหนักตัวใช้ในการประเมินเรื่องความสมบูรณ์ของร่างกายที่โตเต็มที่และไม่ผอมจนเกินไป  เนื่องจากฮอร์โมนเพศนั้นเริ่มต้นสร้างมาจากไขมันประเภทโคเลสเตอรอล  ถ้าอายุถึงเกณฑ์แต่สัตว์ผอมมาก ระดับไขมันที่ขาดพร่องอาจมีผลต่อการสร้างอนุพันธ์ต่าง ๆ ของฮอร์โมนเพศที่น้อยลงด้วย  สัตว์ที่ผอมจึงมักจะแสดงอาการสัดช้า ส่วนเรื่องของพันธุ์แมวขนสั้นหรือขนยาว  พบว่าแมวกลุ่มขนสั้นจะเป็นสัดแรกได้เร็วกว่ากลุ่มแมวขนยาว ปัจจัยสุดท้ายที่สำคัญต่อวงรอบสัดในแมวมาก คือ แสง  เนื่องจากแสงเป็นปัจจัยการกระตุ้นการทำงานของระบบฮอร์โมนเพศในแมว  กำลังแสงที่เพียงพอและยาวนานกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน  จะมีผลต่อต่อมไพเนียลภายในสมองที่จะหลั่งสารเมลาโตนินลดลง  จนกระตุ้นกระบวนการสร้างฮอร์โมนเพศและกระตุ้นให้แมวเป็นสัด  จะเห็นว่าแสงมีผลอย่างมากต่อรอบการเป็นสัดและสังเกตได้ชัดในโซนประเทศเมืองหนาวที่มีแสงแดดต่อวันน้อย แมวจะแสดงสัดตามฤดูกาลในช่วงฤดูร้อนที่มีแสงเพียงพอและตลอดฤดูร้อนอาจจะแสดงอาการสัดได้หลายรอบ (seasonal polyestrous)  ส่วนบ้านเราเมืองร้อนที่มีฤดูร้อนน้อย ร้อนปานกลาง และร้อนมาก  แมวจึงมีโอกาสแสดงสัดได้ตลอดปี หง่าวกันบ่อย ๆ มีลูกดกตลอดปี เมื่อครู่กล่าวว่าแมวจะเป็นสัดได้บ่อย […]

ภาวะโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของสุนัขและแมว

โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะพบได้มากทั้งในสุนัขและแมว โดยนิ่วเกิดจากการสะสมรวมกันของตะกอนแร่-ธาตุในทางเดินปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นที่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะ สำหรับ ภาวะโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของสุนัขและแมว ปัจจุบันมีการแบ่งชนิดของนิ่วตามองค์ประกอบแร่ธาตุของนิ่วชนิดนั้น ๆ โดยนิ่วที่พบมีทั้งหมด 8 ชนิด ได้แก่ 1. Magnesium ammonium phosphate (แมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟตหรืออีกชื่อเรียกว่า struvite (สตรู-ไวท์) หรือ MAP) 2. Calcium oxalate (แคลเซียมออกซาเลต) หรือ CaOx 3. Urate (ยูเรต) 4. Cystine (ซีสทีน) 5. Calcium phosphate (แคลเซียมฟอสเฟต) หรือ CaPo 6. Silica (ซิลิกา) 7. Compound 8. Mixed แต่จะพบว่ามี 2 ชนิดที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว คือ MAP และ CaOx […]

การมองเห็นในสุนัขและแมว แตกต่างจากการมองเห็นของมนุษย์อย่างไร

คุณเคยสงสัยว่าน้องหมาน้องแมวมองเห็นภาพต่าง ๆ เหมือนกับที่มนุษย์เรามองเห็นหรือไม่ มาไขข้อสงสัยและหาคำตอบ เรื่อง การมองเห็นในสุนัขและแมว กับคุณหมอกันค่ะ

การดูแลหมา-แมวป่วย ด้วย 5 รูปแบบชนิดยา พร้อมเทคนิคการป้อนยาอย่างง่าย

มาดูเทคนิค การป้อนยาสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำ ยาเม็ด ยาหยอด สารพัดที่เป็นปัญหาปวดหัวให้กับเจ้าของ เพื่อที่น้องหมาจะได้กินยาครบ หายป่วยในเร็ววันกันค่ะ

ความสำคัญของการตรวจปัสสาวะ สำหรับการวินิจฉัยและการรักษาโรคไต

สัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพแข็งแรงเปรียบได้กับมีระดับการทำงานของไต 100% หากไตเกิดความเสื่อมและเหลือการทำงานเพียง 33% จะสามารถพบความผิดปกติได้จาก การตรวจปัสสาวะ

ฝุ่น PM 2.5 วายร้ายขนาดจิ๋ว ที่มีผลกระทบและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง

PM2.5 คือฝุ่นละเอียดขนาดเล็กจิ๋วที่ล่องลอยปะปนอยู่ในอากาศ ซึ่งการป้องกันสัตว์เลี้ยงด้วยการหลีกเลี่ยงก็จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้

อันตรายจากช็อคโกแลต (chocolate toxicity) ที่มีผลต่อสัตว์เลี้ยง

ว่ากันว่า เมื่อเครียดหรืออารมณ์ไม่ดีให้กินช็อกโกแลต จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ช็อกโกแลตเป็นขนมหวานสุดโปรดของใครหลายคน และในบางครั้งกลิ่นของช็อกโกแลตยังเย้ายวนมากสำหรับเจ้าตัวน้อยที่บ้านด้วย แต่หารู้ไม่ว่าช็อกโกแลตแสนอร่อยของเรานั้นสามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อน้องหมา และน้องแมวอย่างที่เราคาดไม่ถึง วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อันตรายจากช็อคโกแลต ให้ฟังกันค่ะ ก่อนอื่นขอกล่าวถึงเรื่องราวของช็อกโกแลตสักเล็กน้อย ช็อกโกแลตผลิตมาจากเมล็ดของต้นโกโก้ (Theobroma cocao) ซึ่งกลุ่มของสารที่สำคัญที่ทำให้เกิดความเป็นพิษชื่อว่า เมทิลแซนทีน (methylxanthine) ซึ่งประกอบด้วยชนิดของสารพิษหลายชนิดด้วยกัน แต่สารที่เรารู้จักกันดีคือคาเฟอีน (caffeine) ที่มีอยู่ในชา กาแฟ หรือแม้กระทั่งในเครื่องดื่มรสโคล่าที่เราคุ้นเคยกันดี  และอีกชนิดหนึ่งคือ ทีโอโบรมีน (theobromine) ซึ่งความรุนแรงของการเกิดพิษนั้นจะขึ้นกับปริมาณสารดังกล่าวที่สัตว์ได้รับ ซึ่งในช็อกโกแลตแต่ละชนิด ก็จะมีส่วนประกอบของสารเหล่านี้อยู่ไม่เท่ากัน   ช็อกโกแลตที่เราเห็นกันในท้องตลาดนั้นมีหลากหลายมาก และแต่ละอย่างใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ ผงโกโก้ (dry cocoa powder) จะเป็นผงโกโก้ล้วนๆ แบบที่เราไม่ได้ผสมน้ำตาล หรือครีมเทียม โดยส่วนมากจะใช้ทำขนม หรือชงทาน โดยช็อกโกแลตในรูปแบบนี้จะมีปริมาณของเมทิลแซนทีนสูงที่สุด คือ 5 มิลลิกรัมต่อกรัมของผงโกโก้ ทำให้หากได้รับในปริมาณเล็กน้อยก็สามารถเกิดอันตรายกับสัตว์ได้ Unsweetened (Baker’s) chocolate จะเป็นผงช็อกโกแลตอัดแท่ง โดยมีการใส่ส่วนของไขมันจากเมล็ดโกโก้เข้าไปเล็กน้อยเพื่อคงรูปแท่งไว้ เป็นชนิดที่มีปริมาณของเมทิลแซนทีนรองลงมาจากผงโกโก้ กล่าวคือ 16 […]

ไวรัสโคโรนา (corona) ในสุนัข

โคโรนา (corona) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่สามารถก่อโรคได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น สุนัข แมว สุกร เป็นต้น ซึ่งไวรัสโคโรนาถูกค้นพบในสัตว์มาเป็นระยะเวลานานแล้ว ในช่วงปลายปี 2019 พบว่าโคโรนาสามารถก่อโรคในคนที่ประเทศจีนและขณะนี้พบว่าการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนากำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทยที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้อยู่ ความน่ากลัวของ ไวรัสโคโรนา สามารถทำให้คนเกิดอาการปอดอักเสบรุนแรงและเสียชีวิตได้ ข้อมูลปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดต่อของไวรัสอู่ฮั่น (โคโรนาไวรัสในคน) มายังสัตว์เลี้ยงและยังไม่มีการรายงานว่าไวรัสโคโรนาในสุนัขสามารถติดคนได้ เนื่องจากเป็นคนละสายพันธุ์กันและไม่สามารถติดต่อข้ามสายพันธุ์กันได้ ไวรัสโคโรนาก่อให้เกิดโรคสำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข  ถูกค้นพบในปี 1971 จะก่อโรครุนแรงมากในลูกสุนัข โดยเฉพาะลูกสุนัขอายุ 2-4 เดือน การติดต่อของโรคเกิดได้จากการกินอาหาร หรือ น้ำที่มีการปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ มักจะเกิดในสุนัขที่เลี้ยงหนาแน่น เเละสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในระบบทางเดินอาหาร และจะเกิดการแบ่งตัวทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้เซลล์ลำไส้ถูกทำลาย ลอกหลุด ฝ่อตัว บางเซลล์สำไส้ตายลง ลูกสุนัขจะแสดงอาการท้องเสียรุนแรง ท้องเสียเรื้อรัง อาเจียน เบื่ออาหาร ซึม มีไข้ เกิดภาวะแห้งน้ำ เนื่องจากสูญเสียน้ำไปกับการอาเจียนและท้องเสีย  ถ้าสุนัขติดเชื้อโคโรนาไวรัสร่วมกับพาโวไวรัสอาการก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ท้องเสียเป็นเลือด มีเมือกปนและอาจจะเสียชีวิตได้ ในสุนัขโตบางทีจะไม่แสดงอาการ แต่บางตัวจะแสดงอาการอาเจียนและท้องเสีย อุจจาระเหลวเป็นสีเหลืองเขียวหรือสีส้ม ไม่ค่อยมีไข้ อาการที่มักพบจะเบื่ออาหารและซึมมากกว่า หากสุนัขมีอาการดังกล่าวควรพาสุนัขมาพบสัตวแพทย์ทันทีที่สังเกตอาการสุนัขเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม […]

ไวรัสโคโรนาในแมว (Feline coronavirus)

ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาข่าวการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” เนื่องจากพบการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ต่อมาองค์กรอนามัยโลก (WHO) ประกาศตั้งชื่อไวรัสชนิดนี้ว่า Covid-19 ซึ่งย่อมาจาก “coronavirus disease starting in 2019” ไวรัสโคโรนา มีความรุนแรงมาก ทำให้ผู้ป่วยมีปอดอักเสบรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้ ที่มาของเชื้อสันนิฐานว่าน่าจะมาจากเนื้อสัตว์ที่ขายในตลาดสดและสามารถติดต่อมาสู่คนได้ การแพร่กระจายของเชื้อมาจากการสูดดมละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ โดยที่เชื้อจะเข้าไปอยู่ที่เนื้อเยื่อปอด ทำให้ปอดติดเชื้อและเกิดภาวะการหายใจล้มเหลว นอกจากนี้แล้วไวรัสโคโรนาสามารถก่อโรคในแมวแต่เป็นคนละสายพันธุ์กับ ไวรัสโคโรนาในคน (Covid-19) ไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคในสัตว์ โดยเฉพาะในสุนัขและแมว ทางการแพทย์ได้ค้นพบไวรัสชนิดนี้มานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 มีการติดเชื้อได้ทั่วโลก ไวรัสโคโรนาในแมว มีชื่อว่า Feline coronavirus หรือ FCoV เป็นไวรัสที่ติดต่อระหว่างแมว เชื้อไวรัสตัวนี้ติดได้ง่ายจากการเลี้ยงแมวในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้กระบะทรายร่วมกันหลายตัว การเลี้ยงรวมกันอย่างหนาแน่น  ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แมวเกิดความเครียดและเป็นผลทำให้ติดเชื้อไวรัสง่ายขึ้น เนื่องจาการแพร่ของเชื้อเกิดได้จากการกินน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ รวมไปถึงปัจจัยช่วงอายุมีผลเช่นกัน พบว่าช่วงอายุที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้ง่ายคือแมวอายุน้อยกว่า 2 ปี และ แมวแก่อายุมากกว่า 17 ปี เพราะ เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่แข็งแรง ในแมวมี ไวรัสโคโรนา […]

เมื่อน้องแมวฉี่ไม่ออกหรือมีปัญหาภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ความผิดปกติหนึ่งที่พบได้บ่อยในแมวนั้นก็คือ ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบในแมว หรือ ที่มักนิยมเรียกกันติดปากว่า “แมวปัสสาวะ(ฉี่)ไม่ออก”

พยาธิหนอนหัวใจในแมว ภัยร้ายใกล้ตัวที่ควรป้องกัน

พยาธิหนอนหัวใจในแมว เป็นพยาธิชนิดเดียวกับในสุนัขโดยมียุงเป็นพาหะนำโรค เจ้าของจึงควรให้ยาป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุที่ยืนยาว

โรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ในสัตว์เลี้ยง (Cognitive dysfunction syndrome : CDS)

โรคอัลไซเมอร์ในสัตว์เลี้ยง หรือ โรคสมองเสื่อมในสัตว์เลี้ยง (Cognitive dysfunction syndrome) เป็นโรคระบบประสาทที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในสุนัข อายุ 7-8 ปีขึ้นไป

การว่ายน้ำสำหรับสุนัข เพื่อช่วยฟื้นฟูและเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย

การว่ายน้ำสำหรับสุนัข จัดเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย หรือ เรียกว่า“การทำธาราบำบัด”

มะเร็งหรือเนื้องอกในแมวที่พบบ่อย พร้อมวิธีการรักษาและการพยากรณ์โรค

หากได้ยินคำวินิจฉัยจากคุณหมอว่าเเมวของคุณเป็นมะเร็งหรือเนื้องอก เเน่นอนว่าหลายคนก็คงต้องเศร้าไปกับคำวินิจฉัยนั้น เเต่ใช่ว่านั่นจะเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป เพราะมะเร็งบางชนิดหากตรวจพบได้ไวในระยะไม่ลุกลาม ก็มีโอกาสทำการรักษาได้รวดเร็วและหายขาด มะเร็ง (cancer หรือ malignant tumor) เป็นคำศัพท์ที่ใช้อธิบายโรคที่เกิดขึ้นจากเนื้องอก (tumor หรือ neoplasm) ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ที่ผิดปกติที่เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในร่างกายโดยไม่หยุด ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงมีแนวโน้มลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง เลือด และระบบน้ำเหลือง ส่วนเนื้องอกที่ไม่ได้มีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น และไม่ได้มีการลุกล้ำไปยังอวัยวะข้างเคียง ภาษาอังกฤษเรียกว่า benign tumor วันนี้คุณหมอจะมาเล่าให้ฟังเนื้องอกหรือมะเร็งที่พบบ่อยในแมว พร้อมวิธีการรักษาและการพยากรณ์โรคมาฝากครับ   1.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ lymphosarcoma (อ่านว่า ลิมโฟซาร์โคมา) หรือ อาจเรียกว่า lymphoma (อ่านว่า ลิมโฟมา) เป็นมะเร็งซึ่งมีเซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า lymphocyte แมวที่เป็นโรคลิวคีเมียจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดนี้มากขึ้น ถ้าแมวมีโรคลิวคีเมียมักจะพบมะเร็งชนิดนี้ที่อายุเฉลี่ยเพียง 3 ปี เท่านั้น อายุเฉลี่ยที่พบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในแมวที่ไม่เป็นลิวคีเมียคือ 8 ปี อาการที่แสดงขึ้นอยู่กับอวัยวะที่มะเร็งลุกลามไป มะเร็งที่อยู่ในช่องอกในต่อมไทมัส แมวจะหายใจลำบาก อ้าปากหายใจและไอ มะเร็งอยู่ภายในทางเดินอาหาร ผนังลำไส้หนาตัว […]