การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับสัตว์เลี้ยง (First aid)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับสัตว์เลี้ยง คือ การดูแลเมื่อสัตว์มีอาการป่วย หรือบาดเจ็บ โดยไม่จำเป็นต้องมีสัตวแพทย์อยู่ แต่ควรจะรู้จักคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่พักและเวลาเปิด-ปิด แต่ที่สำคัญที่สุด คือ เจ้าของจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อลดความเจ็บปวดและลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์   วิธีการนำสัตว์เลี้ยงมายังโรงพยาบาล หลังจาก การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับสัตว์เลี้ยง ควรพาสัตว์เลี้ยงไปยังโรงพยาบาล เพื่อรักษาอาการอย่างถูกต้อง ด้วยภาชนะที่นำสัตว์ที่เหมาะสม เช่น • สุนัขพันธุ์เล็ก หรือแมว ให้ใส่กระเป๋า หรือกล่องกระดาษแข็ง • สุนัขพันธุ์ใหญ่ สามารถใช้เปลหาม หรือจูงสัตว์มา หากสุนัขยังสามารถเดินได้ โดยเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง และจับสัตว์เลี้ยงอย่างระมัดระวัง เพราะเมื่อสัตว์อยู่ในภาวะเครียด จะทำให้สัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวได้ • ใช้อุปกรณ์ในการช่วยจับบังคับสัตว์ เพื่อป้องกันสัตว์กัดเจ้าของ เช่น ที่ปิดปากสัตว์ (Muzzling), การใช้ผ้าห่อตัวสัตว์ (Wrapping), การทำให้สัตว์นอนอยู่กับที่ (Immobilizing)   ภาวะฉุกเฉินที่สามารถพบได้บ่อย  1.การได้รับสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นจากการกิน การหายใจเข้าไป หรือการสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงจากสารเคมีชนิดต่าง ๆ เช่น สารเคมีในครัวเรือน, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, ยาตามใบสั่งแพทย์, สารกำจัดหนู […]

7 พืชผักสมุนไพร ยาธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยง

ขึ้นชื่อว่าสมุนไพร ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ หรือมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการบำรุงรักษา ไม่ว่าจะต่อมนุษย์ หรือ สัตว์เลี้ยงเองก็ตาม โดยเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เราไม่ควรใช้ยาของคน อย่าง พาราเซตามอล ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ในการเยียวยาหรือรักษา เพราะ อาจทำให้เกิดอันตรายตามมาได้ วันนี้ my home จึงมีอีกหนึ่งทางเลือก อย่าง พืชผักสมุนไพร ยาธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยง มาแนะนำกันค่ะ แต่ทั้งนี้ผู้เลี้ยงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง ในทุกกรณี เพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสม และป้องกันการเกิดอาการแพ้ หรืออันตรายด้วยนะคะ   1.สะระแหน่ (Mint) ชื่อวิทยาศาสตร์: Mentha cordifolia Opiz วงศ์: Lamiaceae (Labiatae) เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ช่วยบรรเทาอาการระบบทางเดินอาหาร ลดอาการอาเจียน ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ ปั่นป่วน อาการเมารถ สำหรับน้องแมวยังช่วยละลายเสมหะ ลดน้ำมูก และช่วยให้รู้สึกสดชื่น อารมณ์ดีได้อีกด้วย ซึ่งถ้าหากเลือกใช้เป็นประเภทน้ำมันหอมระเหยต้องเลือกเป็นเกรดที่สามารถทานได้ นอกจากนี้ยังควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะการใช้ในปริมาณที่สูงเกินไปก็อาจมีผลกระทบต่อตับ หรือไตได้เช่นกันนะคะ   2.อบเชย (cinnamon) ชื่อวิทยาศาสตร์: […]

โรคไข้หัดแมว หรือ โรคลำไส้อักเสบติดต่อในแมว (Feline Distemper)

“โรคไข้หัดแมว” คือโรคอะไร ?? มีความเกี่ยวข้องกับโรคไข้หัดสุนัขหรือไม่ ?? ติดต่ออย่างไร ?? ก่อโรคในมนุษย์ได้หรือไม่ ?? แล้วจะมีวิธีการที่จะป้องกันแมวสุดที่รักของเราจากโรคนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ??? ในโอกาสนี้ หมอก็จะขออนุญาตนำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ “โรคไข้หัดแมว” มาสรุปสั้นๆ ให้ทุกท่านได้รู้จักกันครับ โรคไข้หัดแมว คืออะไร ?? “โรคไข้หัดแมว” หรือ “feline distemper” นั้น มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในวงการสัตวแพทย์อยู่หลายชื่อ โดยคุณหมอสัตวแพทย์บางท่านอาจจะเรียกว่า “โรคลำไส้อักเสบติดต่อในแมว (feline infectious enteritis)” หรือ “โรคติดเชื้อพาร์โวไวรัสในแมว (feline parvovirus infection)” หรือบางท่านก็อาจจะขนานโรคนี้ว่า “โรคแพนลิวโคพีเนียในแมว (feline panleukopenia)” ซึ่งคำว่า “แพนลิวโคพีเนีย” นี้ เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่แปลว่าเม็ดเลือดขาวต่ำ ทั้งนี้เนื่องจากแมวที่ติดโรคดังกล่าวนี้ มักมีจำนวนเม็ดเลือดขาวทุกชนิดลดต่ำลงอย่างมาก (ซึ่งจะได้มีการกล่าวถึงรายละเอียดของภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำต่อไปหลังจากนี้) “โรคไข้หัดแมว” เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม “Carnivore protoparvovirus 1” โดยพบว่าร้อยละ 95 ของแมวที่ป่วยด้วยโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อพาร์โวไวรัสในแมว […]

โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (Gastric Dilatation and Volvulus : GDV)

Gastric Dilatation and Volvulus (GDV) หรือ โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน จัดเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตต้องได้รับการรักษาในทันที โดยมักจะเกิดขึ้น ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หลังจากการกินอาหารเข้าไปเป็นปริมาณมากใน 1 มื้อ โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน คือ การที่กระเพาะอาหาร (Stomach) มีการขยายตัวคล้ายลูกโป่ง หรือเรียกว่า “Bloat” หรือ  Gastric Dilatation จากการมีปริมาณแก๊ส น้ำ และอาหารที่สัตว์กินสะสมอยู่มากกว่าปกติ และถ้าเกิดการบิดหมุนของกระเพาะอาหารที่มีอาหารและแก๊สขึ้น จะก่อให้เกิด โรคกระเพาะอาหารขยายและบิดหมุน (GDV)  ซึ่งสามารถเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือการระบายแก๊สออกจากกระเพาะอาหาร ซึ่งจะมีขั้นตอนกระบวนการนำแก๊สออกจากกระเพราะอาหารได้หลายวิธี เพราะในขณะที่กระเพาะอาหารเริ่มมีการพองขยายใหญ่ แรงดันในกระเพาะอาหารจะเริ่มสูงขึ้น และเมื่อกระเพาะอาหารมีการขยายตัวมากขึ้นและบิดหมุนไปมาภายในช่องท้อง เรียกว่า “Volvulus” โดยการบิดหมุนของกระเพาะอาหารบางส่วนจะมีทิศทางตามเข็มนาฬิกา ซึ่งสามารถเกิดการบิดตัวของกระเพาะอาหารได้ตั้งแต่ 180-360 องศา การบิดส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 180 องศาตามเข็มนาฬิกา การขยายตัวและบิดทำให้ไปกดเส้นเลือดหลักที่เดินทางเข้าสู่หัวใจ ทำให้เกิดปัญหาตามมา ได้แก่ เลือดบริเวณช่องท้องไหลกลับเข้าสู่หัวใจน้อยลง การไหลเวียนของเลือดบริเวณช่องท้องลดลง […]

โรคเส้นเลือดลัดข้ามตับ (Portosystemic shunts : PSS)

กายวิภาคปกติคือ เส้นเลือดดำ portal (portal vascular system) ซึ่งรับเลือดจากทางเดินอาหาร เช่น ม้าม ตับอ่อน และระบบทางเดินอาหาร ทั้งหมดจะมุ่งหน้าเข้าสู่ตับ เพื่อให้ตับทำหน้าที่ในการเผาผลาญสารอาหาร (Metabolize) และกำจัดสารพิษ (Detoxify) ก่อนจะระบายเลือดสู่เส้นเดือดดำ hepatic (hepatic vein) ซึ่งจะต่อกับเส้นเลือดดำ vena cava (รูปที่ 1 A) แต่หากเกิดการลัดเส้นทางเดินของหลอดเลือดจากทางเดินอาหารเข้าตับ จะทำให้ตับขาดการพัฒนาตัวตับเอง เป็นผลทำให้เกิดตับล้มเหลว (Failure of the liver) หรือเกิดตับฝ่อ (Hepatic atrophy) ซึ่งการเกิดตับฝ่อ คือการที่ตับไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนปกติ ความผิดปกตินี้ส่งผลทำให้ร่างกายได้รับสารพิษ, โปรตีน, และสารอาหารที่ถูกดูดซึม จากลำไส้เข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดภายในร่างกายทันที หากมีการสะสมมากขึ้น จะก่อตัวเป็นสารพิษนำไปสู่การเกิดโรคสมองจากตับได้ (Hepatic encephalopathy) ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นที่ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nervous system) โรคเส้นเลือดลัดข้ามตับ โรคเส้นเลือดลัดข้ามตับ Portosystemic shunt (PSS) […]

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนรักษาด้วยศาสตร์การฝังเข็ม

มักมีคำถามเสมอว่า การฝังเข็ม สามารถรักษาโรคได้อย่างไร รักษาโรคอะไรได้บ้าง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร หากหมอปักเข็มลงไปบนตัวสัตว์ สามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้างบนร่างกายของพวกเขา บทความนี้หมอจะมาอธิบาย เรื่อง การฝังเข็ม ให้เข้าใจง่ายที่สุดกันครับ 1. การฝังเข็มเจ็บไหม ? คำถามสุดฮิตข้อแรกที่มีถามมากที่สุด ถ้าตอบตรง ๆ ว่า ไม่เจ็บก็เหมือนจะโกหกครับ แต่ในความเป็นจริงความรู้สึกของเข็มที่แทงลงไปบนตัวน้องหมาน้องแมวเจ็บน้อยมาก อาจจะมีคนถามว่าหมอรู้ได้อย่างไรว่าเจ็บน้อย ผมขอตอบว่าผมทดลองแทงตัวเองมาก่อน เลยมั่นใจครับ ซึ่งความรู้สึกเจ็บมีน้อยถึงน้อยมากจริง ๆ เพราะเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กและมีความยืดหยุ่นสูง เล็กกว่าเข็มที่ใช้ฉีดยาอีกครับ ซึ่งระยะเวลาที่ฝังเข็มจะอยู่ที่ 20 – 30 นาที ครับ 2.เมื่อฝังเข็มลงไปจะเกิดอะไรขึ้น ? เมื่อเราปักเข็มลงไปตามจุดต่าง ๆ ที่ใช้ในการรักษาจะเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นกับเส้นเลือดทั่วทุกจุดในร่างกาย ทำให้เลือดสามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะเนื้อเยื้อต่าง ๆ และมีการกำจัดของเสียที่คั่งค้างได้ดีขึ้นกว่าปกติ อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นต่อมใต้สมองให้มีการหลั่งสารสื่อสัญญาณประสาทออกมาที่สำคัญและเด่น ๆ เช่น  Endorphins สารตัวนี้มีฤทธิ์ระงับปวดที่แรงมาก มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน แต่ Endorphins ระงับปวดได้แรงกว่ามอร์ฟีน ถึง 1,000 เท่า จึงมีฤทธิ์ในการลดความเจ็บปวดให้แก่ร่างกายได้ดีและปลอดภัยกว่าการใช้ […]

อาหารสามารถช่วยในการรักษานิ่วได้อย่างไร

ส่วนแรกที่ควรทำความเข้าใจก่อนเกี่ยวกับนิ่ว คือกระบวนการการเกิดขึ้นของนิ่ว เพื่อที่จะได้เข้าใจบทบาทของอาหารในการช่วยรักษานิ่วอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยนิ่วเกิดจากการรวมตัวกันของสารก่อนิ่วที่อยู่ในปัสสาวะ โดยต้องอาศัยสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม และปัจจัยอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการเกิดนิ่ว ได้แก่ 1. ความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะ : นิ่วแต่ละชนิดมีความสามารถในการละลาย และรวมตัวกันของสารก่อนิ่วในสภาวะความเป็นกรดด่างที่แตกต่างกัน 2. ความเข้มข้นของปัสสาวะ : การเกิดนิ่วอาศัยหลักการคล้ายการตกผลึก ยิ่งปัสสาวะเข้มข้นมาก นิ่วยิ่งมีโอกาสตกผลึกเป็นนิ่วได้ง่ายขึ้น 3. ปริมาณของสารก่อนิ่วที่อยู่ในปัสสาวะ : ยิ่งสารก่อนิ่วมีปริมาณเยอะในปัสสาวะ ยิ่งทำให้โอกาสในการรวมตัวกันเป็นนิ่วเพิ่มขึ้น   ในการรักษานิ่ว เรามีเป้าหมายเพื่อลดปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งอาหารมีส่วนช่วยอย่างมากในการบรรลุเป้าหมาย หรือช่วยลดโอกาสในการเกิดนิ่วเพิ่ม ซึ่งนิ่วมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือนิ่วที่สามารถสลายได้ด้วยการปรับอาหาร และนิ่วที่ไม่สามารถสลายได้ 1. นิ่วที่สามารถสลายได้ด้วยอาหาร : นิ่วที่พบได้บ่อยในกลุ่มนี้ได้แก่นิ่วสตรูไวท์ (struvite) หรือนิ่วแมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต (MAP) ซึ่งส่วนใหญ่จะโน้มนำจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเป็นด่างมากขึ้น และสภาวะในกระเพาะปัสสาวะเหมาะกับกับการรวมตัวของสารก่อนิ่วชนิดนี้ เกิดการรวมตัวเป็นก้อนนิ่วขึ้น อาหารที่ใช้ในการสลายนิ่วชนิดนี้ อาศัยหลักการที่จะทำให้ปัสสาวะเป็นกรดมากพอที่จะทำให้นิ่วชนิดนี้สลายได้ 2. นิ่วที่ไม่สามารถสลายได้ด้วยอาหาร : นิ่วในกลุ่มนี้มีหลายชนิด แต่ที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด ได้แก่ […]

หง่าวๆ วงรอบสัดในแมวและสุนัข แตกต่างกันอย่างไร ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ทำไมแมวที่เลี้ยงร้องหง่าวอยู่บ่อย ๆ ?” ในกลุ่มคนที่เลี้ยงสุนัขก็อาจจะสงสัยว่า “สุนัขจะเป็นสัดได้บ่อยแค่ไหน ?” เรื่องราว วงรอบการเป็นสัดของแมวและสุนัข มีความแตกต่างกันพอสมควรค่ะ เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของ วงรอบสัดของแมวและสุนัข มากขึ้น คุณหมอจะมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ วงรอบสัดของแมว ขอเริ่มเอาใจจากคนเลี้ยงแมวก่อนเลยนะ  แมวเพศเมียจะเริ่มแสดงอาการเป็นสัดเมื่ออายุประมาณ 4-10 เดือน  โดยมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ได้แก่ น้ำหนักตัว สายพันธุ์ (แมวขนยาวหรือขนสั้น) และแสง ซึ่งน้ำหนักตัวใช้ในการประเมินเรื่องความสมบูรณ์ของร่างกายที่โตเต็มที่และไม่ผอมจนเกินไป  เนื่องจากฮอร์โมนเพศนั้นเริ่มต้นสร้างมาจากไขมันประเภทโคเลสเตอรอล  ถ้าอายุถึงเกณฑ์แต่สัตว์ผอมมาก ระดับไขมันที่ขาดพร่องอาจมีผลต่อการสร้างอนุพันธ์ต่าง ๆ ของฮอร์โมนเพศที่น้อยลงด้วย  สัตว์ที่ผอมจึงมักจะแสดงอาการสัดช้า ส่วนเรื่องของพันธุ์แมวขนสั้นหรือขนยาว  พบว่าแมวกลุ่มขนสั้นจะเป็นสัดแรกได้เร็วกว่ากลุ่มแมวขนยาว ปัจจัยสุดท้ายที่สำคัญต่อวงรอบสัดในแมวมาก คือ แสง  เนื่องจากแสงเป็นปัจจัยการกระตุ้นการทำงานของระบบฮอร์โมนเพศในแมว  กำลังแสงที่เพียงพอและยาวนานกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน  จะมีผลต่อต่อมไพเนียลภายในสมองที่จะหลั่งสารเมลาโตนินลดลง  จนกระตุ้นกระบวนการสร้างฮอร์โมนเพศและกระตุ้นให้แมวเป็นสัด  จะเห็นว่าแสงมีผลอย่างมากต่อรอบการเป็นสัดและสังเกตได้ชัดในโซนประเทศเมืองหนาวที่มีแสงแดดต่อวันน้อย แมวจะแสดงสัดตามฤดูกาลในช่วงฤดูร้อนที่มีแสงเพียงพอและตลอดฤดูร้อนอาจจะแสดงอาการสัดได้หลายรอบ (seasonal polyestrous)  ส่วนบ้านเราเมืองร้อนที่มีฤดูร้อนน้อย ร้อนปานกลาง และร้อนมาก  แมวจึงมีโอกาสแสดงสัดได้ตลอดปี หง่าวกันบ่อย ๆ มีลูกดกตลอดปี เมื่อครู่กล่าวว่าแมวจะเป็นสัดได้บ่อย […]

ภาวะโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของสุนัขและแมว

โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะพบได้มากทั้งในสุนัขและแมว โดยนิ่วเกิดจากการสะสมรวมกันของตะกอนแร่-ธาตุในทางเดินปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นที่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะ สำหรับ ภาวะโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะของสุนัขและแมว ปัจจุบันมีการแบ่งชนิดของนิ่วตามองค์ประกอบแร่ธาตุของนิ่วชนิดนั้น ๆ โดยนิ่วที่พบมีทั้งหมด 8 ชนิด ได้แก่ 1. Magnesium ammonium phosphate (แมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟตหรืออีกชื่อเรียกว่า struvite (สตรู-ไวท์) หรือ MAP) 2. Calcium oxalate (แคลเซียมออกซาเลต) หรือ CaOx 3. Urate (ยูเรต) 4. Cystine (ซีสทีน) 5. Calcium phosphate (แคลเซียมฟอสเฟต) หรือ CaPo 6. Silica (ซิลิกา) 7. Compound 8. Mixed แต่จะพบว่ามี 2 ชนิดที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว คือ MAP และ CaOx […]

การมองเห็นในสุนัขและแมว แตกต่างจากการมองเห็นของมนุษย์อย่างไร

คุณเคยสงสัยว่าน้องหมาน้องแมวมองเห็นภาพต่าง ๆ เหมือนกับที่มนุษย์เรามองเห็นหรือไม่ มาไขข้อสงสัยและหาคำตอบ เรื่อง การมองเห็นในสุนัขและแมว กับคุณหมอกันค่ะ

การดูแลหมา-แมวป่วย ด้วย 5 รูปแบบชนิดยา พร้อมเทคนิคการป้อนยาอย่างง่าย

มาดูเทคนิค การป้อนยาสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำ ยาเม็ด ยาหยอด สารพัดที่เป็นปัญหาปวดหัวให้กับเจ้าของ เพื่อที่น้องหมาจะได้กินยาครบ หายป่วยในเร็ววันกันค่ะ

ความสำคัญของ การตรวจปัสสาวะ สำหรับการวินิจฉัยและการรักษาโรคไต

สัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพแข็งแรงเปรียบได้กับมีระดับการทำงานของไต 100% หากไตเกิดความเสื่อมและเหลือการทำงานเพียง 33% จะสามารถพบความผิดปกติได้จาก การตรวจปัสสาวะ

PM 2.5 วายร้ายขนาดจิ๋ว ที่มีผลกระทบและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง

PM2.5 คือฝุ่นละเอียดขนาดเล็กจิ๋วที่ล่องลอยปะปนอยู่ในอากาศ ซึ่งการป้องกันสัตว์เลี้ยงด้วยการหลีกเลี่ยงก็จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้

อันตรายจากช็อคโกแลต (chocolate toxicity) ที่มีผลต่อสัตว์เลี้ยง

ว่ากันว่า เมื่อเครียดหรืออารมณ์ไม่ดีให้กินช็อกโกแลต จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ซึ่งช็อกโกแลตเป็นขนมหวานสุดโปรดของใครหลายคน และในบางครั้งกลิ่นของช็อกโกแลตยังเย้ายวนมาก สำหรับเจ้าตัวน้อยที่บ้านด้วย แต่หารู้ไม่ว่าช็อกโกแลตแสนอร่อยของเรานั้นสามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อน้องหมา และน้องแมวอย่างที่เราคาดไม่ถึง วันนี้ บ้านและสวน Pets จะมาพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อันตรายจากช็อคโกแลต ให้ฟังกันค่ะ ก่อนอื่นขอกล่าวถึงเรื่องราวของช็อกโกแลตสักเล็กน้อย ช็อกโกแลตผลิตมาจากเมล็ดของต้นโกโก้ (Theobroma cocao) ซึ่งกลุ่มของสารที่สำคัญที่ทำให้เกิดความเป็นพิษชื่อว่า เมทิลแซนทีน (methylxanthine) ซึ่งประกอบด้วยชนิดของสารพิษหลายชนิดด้วยกัน แต่สารที่เรารู้จักกันดีคือคาเฟอีน (caffeine) ที่มีอยู่ในชา กาแฟ หรือแม้กระทั่งในเครื่องดื่มรสโคล่าที่เราคุ้นเคยกันดี  และอีกชนิดหนึ่งคือ ทีโอโบรมีน (theobromine) ซึ่งความรุนแรงของการเกิดพิษนั้นจะขึ้นกับปริมาณสารดังกล่าวที่สัตว์ได้รับ ซึ่งในช็อกโกแลตแต่ละชนิด ก็จะมีส่วนประกอบของสารเหล่านี้อยู่ไม่เท่ากัน   ช็อกโกแลตที่เราเห็นกันในท้องตลาดนั้นมีหลากหลายมาก และแต่ละอย่างใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ ผงโกโก้ (dry cocoa powder) จะเป็นผงโกโก้ล้วนๆ แบบที่เราไม่ได้ผสมน้ำตาล หรือครีมเทียม โดยส่วนมากจะใช้ทำขนม หรือชงทาน โดยช็อกโกแลตในรูปแบบนี้จะมีปริมาณของเมทิลแซนทีนสูงที่สุด คือ 5 มิลลิกรัมต่อกรัมของผงโกโก้ ทำให้หากได้รับในปริมาณเล็กน้อยก็สามารถเกิดอันตรายกับสัตว์ได้ Unsweetened (Baker’s) chocolate จะเป็นผงช็อกโกแลตอัดแท่ง […]

ไวรัสโคโรนา (corona) ในสุนัข

โคโรนา (corona) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่สามารถก่อโรคได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น สุนัข แมว สุกร เป็นต้น ซึ่งไวรัสโคโรนาถูกค้นพบในสัตว์มาเป็นระยะเวลานานแล้ว ในช่วงปลายปี 2019 พบว่าโคโรนาสามารถก่อโรคในคนที่ประเทศจีนและขณะนี้พบว่าการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนากำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทยที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้อยู่ ความน่ากลัวของ ไวรัสโคโรนา สามารถทำให้คนเกิดอาการปอดอักเสบรุนแรงและเสียชีวิตได้ ข้อมูลปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดต่อของไวรัสอู่ฮั่น (โคโรนาไวรัสในคน) มายังสัตว์เลี้ยงและยังไม่มีการรายงานว่าไวรัสโคโรนาในสุนัขสามารถติดคนได้ เนื่องจากเป็นคนละสายพันธุ์กันและไม่สามารถติดต่อข้ามสายพันธุ์กันได้ ไวรัสโคโรนาก่อให้เกิดโรคสำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข  ถูกค้นพบในปี 1971 จะก่อโรครุนแรงมากในลูกสุนัข โดยเฉพาะลูกสุนัขอายุ 2-4 เดือน การติดต่อของโรคเกิดได้จากการกินอาหาร หรือ น้ำที่มีการปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ มักจะเกิดในสุนัขที่เลี้ยงหนาแน่น เเละสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในระบบทางเดินอาหาร และจะเกิดการแบ่งตัวทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้เซลล์ลำไส้ถูกทำลาย ลอกหลุด ฝ่อตัว บางเซลล์สำไส้ตายลง ลูกสุนัขจะแสดงอาการท้องเสียรุนแรง ท้องเสียเรื้อรัง อาเจียน เบื่ออาหาร ซึม มีไข้ เกิดภาวะแห้งน้ำ เนื่องจากสูญเสียน้ำไปกับการอาเจียนและท้องเสีย  ถ้าสุนัขติดเชื้อโคโรนาไวรัสร่วมกับพาโวไวรัสอาการก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ท้องเสียเป็นเลือด มีเมือกปนและอาจจะเสียชีวิตได้ ในสุนัขโตบางทีจะไม่แสดงอาการ แต่บางตัวจะแสดงอาการอาเจียนและท้องเสีย อุจจาระเหลวเป็นสีเหลืองเขียวหรือสีส้ม ไม่ค่อยมีไข้ อาการที่มักพบจะเบื่ออาหารและซึมมากกว่า หากสุนัขมีอาการดังกล่าวควรพาสุนัขมาพบสัตวแพทย์ทันทีที่สังเกตอาการสุนัขเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม […]

ไวรัสโคโรนาในแมว (Feline coronavirus)

ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาข่าวการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” เนื่องจากพบการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ต่อมาองค์กรอนามัยโลก (WHO) ประกาศตั้งชื่อไวรัสชนิดนี้ว่า Covid-19 ซึ่งย่อมาจาก “coronavirus disease starting in 2019” ไวรัสโคโรนา มีความรุนแรงมาก ทำให้ผู้ป่วยมีปอดอักเสบรุนแรงจนถึงเสียชีวิตได้ ที่มาของเชื้อสันนิฐานว่าน่าจะมาจากเนื้อสัตว์ที่ขายในตลาดสดและสามารถติดต่อมาสู่คนได้ การแพร่กระจายของเชื้อมาจากการสูดดมละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ โดยที่เชื้อจะเข้าไปอยู่ที่เนื้อเยื่อปอด ทำให้ปอดติดเชื้อและเกิดภาวะการหายใจล้มเหลว นอกจากนี้แล้วไวรัสโคโรนาสามารถก่อโรคในแมวแต่เป็นคนละสายพันธุ์กับ ไวรัสโคโรนาในคน (Covid-19) ไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคในสัตว์ โดยเฉพาะในสุนัขและแมว ทางการแพทย์ได้ค้นพบไวรัสชนิดนี้มานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 มีการติดเชื้อได้ทั่วโลก ไวรัสโคโรนาในแมว มีชื่อว่า Feline coronavirus หรือ FCoV เป็นไวรัสที่ติดต่อระหว่างแมว เชื้อไวรัสตัวนี้ติดได้ง่ายจากการเลี้ยงแมวในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้กระบะทรายร่วมกันหลายตัว การเลี้ยงรวมกันอย่างหนาแน่น  ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แมวเกิดความเครียดและเป็นผลทำให้ติดเชื้อไวรัสง่ายขึ้น เนื่องจาการแพร่ของเชื้อเกิดได้จากการกินน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ รวมไปถึงปัจจัยช่วงอายุมีผลเช่นกัน พบว่าช่วงอายุที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้ง่ายคือแมวอายุน้อยกว่า 2 ปี และ แมวแก่อายุมากกว่า 17 ปี เพราะ เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่แข็งแรง ในแมวมี ไวรัสโคโรนา […]

เมื่อน้องแมวฉี่ไม่ออกหรือมีปัญหาภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ความผิดปกติหนึ่งที่พบได้บ่อยในแมวนั้นก็คือ ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบในแมว หรือ ที่มักนิยมเรียกกันติดปากว่า “แมวปัสสาวะ(ฉี่)ไม่ออก”

พยาธิหนอนหัวใจในแมว ภัยร้ายใกล้ตัวที่ควรป้องกัน

พยาธิหนอนหัวใจในแมว เป็นพยาธิชนิดเดียวกับในสุนัขโดยมียุงเป็นพาหะนำโรค เจ้าของจึงควรให้ยาป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุที่ยืนยาว