KHAO จัดเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ไทยในอาคารยุ้งข้าวเเละฉางเกลือสไตล์โมเดิร์น

หากอยากกินอาหารไทยเเบบธรรมดาไม่ลึกลับ เเต่พิเศษด้วยเทคนิคความอร่อยสูตรเฉพาะจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ ขอชวนมาที่ “KHAO” ร้านอาหารไทยใจกลางเมืองในซอยเอกมัย 10

“ข้าว” นอกจากจะเป็นอาหารช่วยให้อิ่มท้อง ยังมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทยมาช้านาน เเถมเป็นสื่อกลางที่ช่วยสร้างความรักความผูกพันระหว่างครอบครัวเเละหมู่มิตร เห็นได้จากเรามักถามไถ่กันว่า “กินข้าวมารึยัง ” หรือเเม้เเต่ในวาระสำคัญการกินข้าวร่วมกันก็เป็นอีกหนึ่งการเชื่อมไมตรี จากความหมายดี ๆ จึงเป็นที่มาของร้านอาหารที่มีชื่อว่า “KHAO” โดยมีเชฟวิชิต มุกุระ เป็นหัวเรือใหญ่นำพารสชาติอาหารไทยเเท้ ๆ จัดเสิร์ฟเป็นสำรับกับข้าวที่เเสนอร่อย จนได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน Restaurants of the MICHELIN Guide ประเทศไทยประจำปี 2020

บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่งเพราะสามารถรับเเสงธรรมชาติได้รอบทิศทาง เด่นด้วยเเพตเทิร์นเปลือกอาคารซึ่งมีไอเดียจากฝาไม้ไผ่ขัดเเตะของฉางเกลือ
มุมนั่งรับประทานอาหาร ที่หยิบไอเดียฝาปะกนของบ้านไทยโบราณมาใช้ตกแต่ง

จากคอนเซ็ปต์เริ่มต้นที่มาจากข้าว ได้ส่งต่อสู่ไอเดียการออกแบบร้านให้มีลักษณะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว โดยมีเเรงบันดาลใจมาจากยุ้งข้าวกับฉางเกลือ เนื่องจากเชฟวิชิตมีความสนใจเรื่องข้าว เขาจึงลงมือเรียนรู้ตั้งเเต่การดำนาจนถึงการเก็บเกี่ยว ดั้งนั้นร้านนี้จึงเปรียบเสมือนยุ้งข้าวขนาดใหญ่สำหรับรองรับผลผลิตจากไร่นาของเชฟเอง เช่นเดียวกันก่อนที่จะมีน้ำปลาก็ต้องมีเกลือถึงจะหมักปลาทำน้ำปลาได้ จากเเนวคิดดังกล่าวยุ้งข้าวกับฉางเกลือจึงถูกผนวกรวมกัน ภายใต้สถาปัตยกรรมเเบบโมเดิร์น ซึ่งเเต่งเเต้มด้วยอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่นำมาตีความใหม่

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาลูกค้าจะพบกับโอเพ่นคิตเช่นที่มองเห็นเชฟกำลังทำอาหารอย่างขมักเขม้น ตกแต่งผนังด้วยหินอ่อนสีขาวเเละประดับรูปเมล็ดข้าวสีทองซึ่งเป็นธีมของร้าน

เด่นด้วยฟาซาดที่ตีความจากฝาไม้ไผ่ขัดเเตะของฉางเกลือ โดยลดทอนรายละเอียดลงเป็นเเพตเทิร์นช่องสี่เหลี่ยมกรุกระจกใส ช่วยนำเเสงเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างทั่วถึง เช่นเดียวกับโถงหลังคาที่ยกสูงขึ้นไป เพื่อให้พื้นที่บริการลูกค้าดูปลอดโปร่ง ก่อนระดับหลังคาจะค่อย ๆ เทลาดไปด้านหลังตามแปลนเเนวยาวของที่ดิน

ออกแบบอาคารเป็นเเนวยาวตามลักษณะที่ดินเเบบตอนลึก เมื่อเข้ามาด้านในพื้นที่บริการซึ่งเป็นจุดสำคัญของร้านจะพบกับโถงสูงโปร่งขนาดใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ เทลาดระดับลงไปด้านหลังซึ่งเป็นส่วนของห้องน้ำเเละประตูหลังร้าน

ปะทะสายตาตั้งเเต่เดินเข้ามาด้วยโอเพ่นคิตเช่นที่ตั้งใจให้อยู่ด้านหน้าสุด อันสื่อถึงความจริงใจกับลูกค้าให้สามารถมองเห็นเชฟกำลังทำอาหารอยู่ในครัวอย่างใส่ใจ เเล้วจึงค่อยนำเข้าสู่โซนบาร์เเละพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีอบอุ่นเรียบง่าย มีมุมให้เลือกนั่งทั้งเเบบทั่วไป ห้องไพรเวต เเละChef’s Table ที่ลูกค้าต้องจองล่วงหน้า พร้อมวิวคอร์ตยาร์ดเล็ก ๆ สดชื่นสบายตาด้วยพรรณไม้เขตร้อน

ส่วนอาหารที่นี่เน้นอาหารไทยภาคกลางเเละภาคตะวันออกซึ่งมีส่วนผสมของกะทิเข้ามาผสม บางเมนูมีเครื่องเเกงปักษ์ใต้ช่วยชูรสชาติเผ็ดร้อน รายชื่อที่อยู่ในเมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูที่ทกคนคุ้นเคย เเต่พิเศษด้วยเทคนิคสูตรเฉพาะเเละวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ถ้าคุณคิดถึงอาหารที่เป็นพื้นฐานของอาหารจริง ๆ เเล้วละก็ เมื่อมาที่นี่รับรองไม่ผิดหวังเเน่นอน

เเทรกคอร์ตสวนเล็ก ๆ ให้มองเห็นวิวต้นไม้เขียวชอุ่มสบายตา เเถมยังรับเเสงให้เข้ามาในร้านอย่างทั่วถึงผ่านบานกระจกขนาดใหญ่
ทอดมันหินเเกรนิต ทอดมันกุ้งที่ใส่เนื้อหมึกหั่นเต๋าลงไปผสมด้วย เพื่อให้เห็นเนื้อสีขาวเป็นจุด ๆ เหมือนเนื้อหินเเกรนิตด้านใน เสิร์ฟกับซอสมะม่วงเเละซอสบ๊วย
มัสมั่นน่องเเกะ น่องเเกะจากนิวซีเเลนด์นำมาตุ๋นจนนุ่ม ใครที่ชอบรับประทานเนื้อเเกะ ถ้ามาถึงร้านต้องสั่งเมนูนี้
สังขยาน้ำตาลไหม้กับหวานเย็นส้ม เมนูนี้คล้ายคาราเมลมัสตาร์ด เเต่เปลี่ยนมาเป็นสังขยาที่มีส่วนผสมของกะทิรสชาติหวานมันเเทน ส่วนคาราเมลน้ำตาลไหม้จะสุกที่อุณหภูมิ 87 องศาเซลเซียส ผิวหน้าจึงสวยเนียนเนี้ยบ เสิร์ฟคู่กับหวานเย็นส้ม
อัญชันว่านหางจระเข้หวานเย็นมะนาว ด้านล่างวางว่านหางจระเข้เชื่อมจากไร่ของเชฟวิชิตเอง ตามด้วยน้ำอัญชัน เเละหวานเย็นมะนาว เวลากินให้มิกซ์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน จะได้สมูทตี้เกร็ดน้ำเเข็งรสชาติหวานอมเปรี้ยว

ที่ตั้ง

15 ซอยเจริญมิตร เอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เวลาทำการ ทุกวัน 2 ช่วงเวลา ตั้้งเต่ 12.00 น. -14.30 น. เเละ18.00 น. – 22.30 น.
โทร.09-8829 -8878
 www.facebook.com/khaogroup


เรื่อง : ภัทรภร

ภาพ  : อนุพงษ์