ชามแกง สร้างประสบการณ์ในการกิน “แกง” ผ่านการตกแต่งร้านแบบสตรีทฟู้ด

ตลาดน้อย ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านค้าที่ยังคงเก็บกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างเข้มข้น เเละหนึ่งในนั้นคือ “ชามแกง” ร้านอาหารเจริญกรุง ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบ ๆ อยู่ภายในซอยนครเกษม 5 ประหนึ่งเป็นฮิดเด้นเพลสกลางกรุง ถ้าหากคุณอยากลิ้มลองต้องตั้งใจเดินตามหากันหน่อย เพราะร้านนี้ไม่ได้มีป้ายหน้าร้านอย่างที่อื่น ๆ เป็นหนึ่งในความตั้งใจของผู้ออกแบบนั่นเอง เมื่อก้าวผ่านบานประตูสีแดงของ ร้านอาหารเจริญกรุง แห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นเครื่องแกงหอมเย้ายวน พร้อมเสียงของการเตรียมวัตถุดิบจากเชฟทั้ง 3 ได้เเก่ คุณจีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล คุณอรุษ เลอเลิศกุล และคุณอัจฉราภรณ์ เกียรติธนวัฒน์  ผู้หยิบวัตถุดิบง่าย ๆ ที่มีอยู่แล้วมาพลิกแพลงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารชั้นเลิศ จนเกิดเป็นเมนู  “แกง” แบบไทย ที่สร้างประสบการณ์การลิ้มรสที่พิเศษยิ่งขึ้นกว่าเดิม ภายในร้านขนาดหนึ่งคูหานี้ มีเพียงโต๊ะสังกะสีวางเรียงต่อกัน พร้อมสตูลบาร์จำนวน 16 ที่นั่ง ด้านในสุดปลายสายตาคือครัวโชว์ขนาดย่อมที่ออกแบบมาสำหรับเชฟ 3 คนแบบพอดี ๆ ภายใต้บรรยากาศแบบร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่ให้ความรู้สึกถึงการผสมผสานระหว่างสตรีทฟู้ดกับเชฟเทเบิ้ล “เราพยายามตีความหมายของแกง ซึ่งแกงที่เชฟเลือกทำเป็นแกงที่มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน วัตถุดิบก็สามารถหาได้ทั่วไป มีความเป็นโลคอล งานอินทีเรียร์เลยอยากทำเพื่อสะท้อนถึงอาหารที่มีความติดดิน” – คุณศิรดา เกื้อวิบูลย์วณิชย์  […]

BAR 335 บาร์ลับสไตล์ญี่ปุ่นลุคโมเดิร์น ในบรรยากาศมืดสลัวใต้แสงเทียน

บาร์ลับ ย่านพร้อมพงษ์แห่งนี้ แม้คุณจะเปิดแมพมาเเล้ว เเต่ก็อาจหาไม่เจอได้ในทันที เพราะบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ใต้อาคาร Metropole Residence ที่ต้องผ่านประตูหนีไฟเข้าไปอีกชั้น เเละเมื่อผ่านเข้ามาแล้วกลับยิ่งสร้างความประหลาดใจขึ้นกว่าเดิม กับการหาทางเข้าจากบานประตูที่ไร้มือจับ! บนระนาบผนังนอกร้านที่แทบจะปิดทึบ มีช่องเปิดระดับสายตาเพียงเล็กน้อยที่พอจะให้คุณมองเห็นความเคลื่อนไหวในร้าน ภายใต้บรรยากาศแบบลึกลับกระตุกต่อมความอยากรู้จนต้องผลักประตูเข้าไป ก่อนจะเจอกับ บาร์ลับ สไตล์ญี่ปุ่นลุคโมเดิร์นมืดสลัว ตามเเบบฉบับที่ คุณเป้–ธรณ์ธัญย์ ศิริวิทยเจริญ ผู้ควบตำแหน่งเจ้าของร้านและบาร์เทนเดอร์ชื่นชอบ โดยคุณเป้ได้แรงบันดาลใจการตั้งชื่อร้านมาจากเพลง room 335 ของ Larry Carlton นักกีต้าร์ชาวอเมริกัน ซึ่งเขาถือเป็นเเฟนตัวยงมาตั้งแต่สมัยเรียนดนตรี จนถึงขั้นนำชื่อเพลงมาสักลงบนแขนเละตั้งเป็นชื่อร้านเลยทีเดียว ขณะที่การตกแต่งมีไอเดียเริ่มต้นมาจากเมนูเครื่องดื่มแบบออริจินัล ซึ่งมีความพอดี ไม่มาก ไม่น้อย ไม่ซับซ้อน เพราะคุณเป้รับหน้าที่ดูแลทุกตำแหน่งในร้านเอง นำมาสู่การออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่ไว้กลางร้าน ให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ตัวเคาน์เตอร์กรุไม้สีเข้มตัดกับชั้นวางด้านหลังที่กรุด้วยหินกาบ เผยความเป็นธรรมชาติที่ปรุงแต่งเพียงเล็กน้อย แล้วเสริมความหรูหรามีระดับด้วยหินอ่อนสีดำกับพื้นกระเบื้องลายไม้ ภายในใช้ประโยชน์จากพื้นที่รูปตัวแอล (L) แบ่งส่วนหนึ่งเป็นมุมไพรเวต และอีกฝั่งเป็นที่นั่งแบบสองคนใต้แสงเทียน จากบรรยากาศที่มืดสลัว ทำให้ลูกค้าโฟกัสอยู่เเต่กับบทสนทนาของอีกฝ่ายเงียบ ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงฟังสบายไปจนถึงคึกครื้น โดยผู้รับบทเป็นนักเปิดแผ่นเสียงก็ไม่ใช่ใครอื่น หลังเสร็จภารกิจจากบาร์เทนเดอร์คุณเป้จะหันมาเปิดเพลงเพราะ ๆ ขับกล่อมทุกคนให้อินไปกับเสียงเพลงเเละเครื่องดื่มในมือ ที่ตั้ง อาคาร Metropole Residence […]

BABY BAR BANGKOK บาร์สีชมพูย่านอารีย์ในลุคหญิงสาวขี้เล่น ซ่อนไว้ด้วยความเซ็กซี่

จากความตั้งใจให้พื้นที่มีส่วนผสมของความเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย บูทีคโฮเทล CRAFTSMAN BANGKOK ที่เป็นตัวแทนของชายหนุ่มรุ่นใหม่จึงอบอวลไปด้วยความมาสคิวลีนลุคเข้มขรึม เเต่แอบซ่อน Baby Bar บาร์อารีย์ ในลุคหญิงสาวขี้เล่น ดูสนุกสนาน และแฝงความเซ็กซี่ไว้ภายใน จนออกมาเป็นความคอนทราสต์ที่ลงตัว โดยคำว่า Baby ในภาษาอังกฤษสามารถแปลได้ว่า เด็กไร้เดียงสา ที่มีความน่ารัก สดใส หรือจะแปลว่า ที่รัก ก็ได้ ตอนกลางวันที่นี่จึงมีฟังก์ชันเป็นคาเฟ่ที่มีลุคสดใส ซุกซน เเละพร้อมจะแปลงร่างเป็น บาร์อารีย์ สุดเซ็กซี่ในเวลากลางคืน มู้ดแอนด์โทนของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากโทนสีในหนังของผู้กำกับชื่อดัง Wes Anderson โดยหยิบสีชมพูมาแต่งแต้มในทุก ๆ องค์ประกอบ แล้วตัดเลี่ยนด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์เหล็ก และพื้นปูนเปลือย ที่แอบหยอดสีพีชลงไปเพื่อคุมโทน แบ่งการใช้งานออกเป็นพื้นที่ภายใน พื้นที่กึ่งเอ๊าต์ดอร์ และพื้นที่แบบ Sunken ริมสระว่ายน้ำ มีบาร์สีชมพูทำหน้าที่เป็นพระเอกเชื่อมพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน บริเวณบาร์มีประตูเชื่อมให้บาร์เทนเดอร์สามารถเดินดูแลพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องเดินอ้อมออกจากเคาน์เตอร์ หากคุณมาเป็นกลุ่มและต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถปรับพื้นที่ภายในได้ด้วยการรูดม่านที่เตรียมไว้ เพื่อเติมเต็มคาแร็กเตอร์ของเด็กสาวจึงแทรกกิมมิกต่าง ๆ ที่สื่อถึงตัวตนความเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นบานประตูรูปช็อกโกแลตบาร์ ของเล่นบล็อกไม้ในส่วนของเคาน์เตอร์ และโมบายกล่อมเด็กที่ดัดแปลงมาเป็นโคมไฟขนาดใหญ่ เสริมด้วยการซ่อนไฟให้ดูน่าค้นหาปนเซ็กซี่เบา ๆ ที่นี่จัดเสิร์ฟอาหารแบบ All Day […]

ฟังเพลงยุค90’s เคล้าบรรยากาศคลาสสิกผสมสีสันสุดป็อปที่ THE CHATROOMS

เมื่อกระเเส90’s หวนคืนกลับมาให้หายคิดถึง หลายคนเเค่ได้ฟังเพลงสมัยที่ยังเป็นเด็กหรือวัยรุ่นในยุคนั้น ภาพที่เหมือนผ่านมานานเเล้วก็กลับลอยฟุ้งขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบาร์ที่มีชื่อว่า The Chatrooms เด่นด้วยโลโก้เเป้นหมุนโทรศัพท์เเบบวงกลมเเละสีสันทีนป็อปสุดจี๊ดจ๊าด หลังจากที่ The Cassette Music Bar ซึ่งเป็นผับที่อยู่ด้านล่างของโครงการเวิ้งโบราณย่านเอกมัยซอย 10 สามารถจับกลุ่มลูกค้าที่หลงใหลดนตรีเต้นรำยุค90-2000 เเต่ด้วยลักษณะร้านที่เป็นผับไม่เหมาะมานั่งชิล ๆ คุณภา- พิณภัสร์ สิริอัครเศรษฐ ผู้ก่อตั้ง The Cassette Music Bar จึงเกิดไอเดียทำร้าน The Chatrooms ขึ้นมา เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการฟังเพลงสบาย ๆ ความหมายแบบ Positive ยุค 90’s พร้อมกับจัดเสิร์ฟเมนูอาหารรับประทานง่าย เเละค็อกเทลสูตรซิกเนเจอร์ เคล้าเสียงพูคคุยเฮฮาไปกับกลุ่มเพื่อนคอเดียวกัน สมกับชื่อร้านซึ่งมีที่มาจาก “chat room” โปรเเกรมห้องสนทนาในตำนานก่อนสมาร์ทโฟนจะเฟื่องฟู จากชื่อร้าน เเล้วอะไรกันละที่จะสื่อถึงการพูดคุยที่จับต้องได้ เจ้าของเเละทีมออกแบบจึงนึกถึงโทรศัพท์ โดยเฉพาะโทรศัพท์เเอนะล็อกเเบบแป้นหมุม นำมาสู่กิมมิกที่ใช้ตกแต่งตามส่วนต่าง ๆ ของร้านให้ดูโดดเด่น ตั้งเเต่ประตูทางเข้า เรื่อยมาจนถึงพื้นที่ด้านใน ท่ามกลางสีสันที่หลากหลายสดใส ภายใต้ธีมการตกแต่งสไตล์คลาสสิกที่มีความป็อปเข้าไปผสม มัดรวมไอเดียสนุก […]

KHAO จัดเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ไทยในอาคารยุ้งข้าวเเละฉางเกลือสไตล์โมเดิร์น

หากอยากกินอาหารไทยเเบบธรรมดาไม่ลึกลับ เเต่พิเศษด้วยเทคนิคความอร่อยสูตรเฉพาะจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ ขอชวนมาที่ “KHAO” ร้านอาหารไทยใจกลางเมืองในซอยเอกมัย 10 “ข้าว” นอกจากจะเป็นอาหารช่วยให้อิ่มท้อง ยังมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทยมาช้านาน เเถมเป็นสื่อกลางที่ช่วยสร้างความรักความผูกพันระหว่างครอบครัวเเละหมู่มิตร เห็นได้จากเรามักถามไถ่กันว่า “กินข้าวมารึยัง ” หรือเเม้เเต่ในวาระสำคัญการกินข้าวร่วมกันก็เป็นอีกหนึ่งการเชื่อมไมตรี จากความหมายดี ๆ จึงเป็นที่มาของร้านอาหารที่มีชื่อว่า “KHAO” โดยมีเชฟวิชิต มุกุระ เป็นหัวเรือใหญ่นำพารสชาติอาหารไทยเเท้ ๆ จัดเสิร์ฟเป็นสำรับกับข้าวที่เเสนอร่อย จนได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน Restaurants of the MICHELIN Guide ประเทศไทยประจำปี 2020 จากคอนเซ็ปต์เริ่มต้นที่มาจากข้าว ได้ส่งต่อสู่ไอเดียการออกแบบร้านให้มีลักษณะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว โดยมีเเรงบันดาลใจมาจากยุ้งข้าวกับฉางเกลือ เนื่องจากเชฟวิชิตมีความสนใจเรื่องข้าว เขาจึงลงมือเรียนรู้ตั้งเเต่การดำนาจนถึงการเก็บเกี่ยว ดั้งนั้นร้านนี้จึงเปรียบเสมือนยุ้งข้าวขนาดใหญ่สำหรับรองรับผลผลิตจากไร่นาของเชฟเอง เช่นเดียวกันก่อนที่จะมีน้ำปลาก็ต้องมีเกลือถึงจะหมักปลาทำน้ำปลาได้ จากเเนวคิดดังกล่าวยุ้งข้าวกับฉางเกลือจึงถูกผนวกรวมกัน ภายใต้สถาปัตยกรรมเเบบโมเดิร์น ซึ่งเเต่งเเต้มด้วยอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่นำมาตีความใหม่ เด่นด้วยฟาซาดที่ตีความจากฝาไม้ไผ่ขัดเเตะของฉางเกลือ โดยลดทอนรายละเอียดลงเป็นเเพตเทิร์นช่องสี่เหลี่ยมกรุกระจกใส ช่วยนำเเสงเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างทั่วถึง เช่นเดียวกับโถงหลังคาที่ยกสูงขึ้นไป เพื่อให้พื้นที่บริการลูกค้าดูปลอดโปร่ง ก่อนระดับหลังคาจะค่อย ๆ เทลาดไปด้านหลังตามแปลนเเนวยาวของที่ดิน ปะทะสายตาตั้งเเต่เดินเข้ามาด้วยโอเพ่นคิตเช่นที่ตั้งใจให้อยู่ด้านหน้าสุด อันสื่อถึงความจริงใจกับลูกค้าให้สามารถมองเห็นเชฟกำลังทำอาหารอยู่ในครัวอย่างใส่ใจ เเล้วจึงค่อยนำเข้าสู่โซนบาร์เเละพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีอบอุ่นเรียบง่าย […]

LON LON LOCAL DINER ร้านข้าวต้มกุ๊ยสไตล์โมเดิร์น ในบรรยากาศแบบสแกนดิเนเวียน

ใช่ว่าข้าวต้มจะเป็นอาหารไร้รสชาติสำหรับคนป่วยเท่านั้น หากคุณได้มาลิ้มลองความจัดจ้านของข้าวต้มร้าน LON LON LOCAL DINER ที่เสิร์ฟข้าวต้มสไตล์โมเดิร์นไม่เหมือนใคร รับรองคุณจะต้องลืมภาพ ร้านข้าวต้ม เดิม ๆ ไปได้เลย ด้วยความแซ่บแบบถึงเครื่อง และบรรยากาศร้านที่ดูทันสมัย ที่นี่เกิดจากการรีโนเวตพื้นที่ให้เช่าใต้โรงแรม Trinity Silom Hotel ให้เสมือนยก ร้านข้าวต้ม กุ๊ยริมทางมาไว้ในอาคาร โดยมีภาพจำเป็นผนังสังกะสีลอนเล็กที่จับมาชุบตัวพ่นสีใหม่ จนเป็นที่มาของชื่อร้าน “LON LON” หรือ ลอน ลอน ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลัก ๆ คือ ส่วนของร้านอาหาร และบาร์ โดยทุกพื้นที่ของร้านออกแบบให้มีความยืดหยุ่นมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการกั้นพื้นที่ด้วยประตูเหล็ก สามารถเปิด-ปิดเชื่อมพื้นที่ข้างในกับข้างนอกเข้าด้วยกัน รวมถึงการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวให้เคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ในส่วนของบาร์เครื่องดื่มออกแบบให้อยู่ด้านหน้าสุดของร้าน ดึงดูดสายตาด้วยการเลือกใช้โทนสีชมพูตัดกับสีน้ำเงิน เชื้อเชิญลูกค้าให้อยากเข้ามาสัมผัสบรรยากาศด้านใน เน้นเสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มทั่วไป กาแฟ รวมถึงไวน์ในยามย่ำคืน ขณะที่น้อง ๆ ในร้าน ได้รับการเทรนด์ให้สามารถทำได้ทุกตำแหน่ง ตั้งแต่รับออเดอร์ เสิร์ฟ ไปจนถึงการผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ออกแบบจึงออกแบบชั้นวางแก้วให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อช่วยลดความประหม่าของพนักงานยามอยู่หลังเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม สำหรับส่วนของร้านอาหารมาในลุคสีขาวคลีนสไตล์สแกนดิเนเวียน […]

THIEN DUONG ลิ้มรส อาหารเวียดนาม ในบรรยากาศโกดังยาทัมใจเก่าอายุเกือบร้อยปี

เเวะมาหลบร้อนเเละรับประทาน อาหารเวียดนาม เเท้ ๆ กันที่ “เธียนดอง” การันตีความอร่อยโดยเชฟมาตรฐานระดับโรงเเรม บนที่ตั้งของโรงงานยาทัมใจเก่ากลางย่านศาลาเเดง ระหว่างรอการปรับโฉมใหม่ของโรงเเรมดุสิตธานี กรุงเทพ เพื่อเปลี่ยนเป็นโครงการมิกซ์ยูส ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ห้อง อาหารเวียดนาม ฉบับต้นตำหรับหนึ่งเดียวของโรงเเรมอย่าง “เธียนดอง” ได้ย้ายตัวเองมายังสถานที่แห่งใหม่ ภายใต้นามของ “บ้านดุสิตธานี” ไม่ไกลจากโรงเเรมเดิม โดยเป็นการเช่าพื้นที่บ้านเก่าอายุเกือบร้อยปีของตระกูลโอสถานุเคราะห์ เพื่อเปิดเป็น 1 ใน 3 ร้านอาหาร นอกเหนือจากดุสิตกูร์เมต์ เเละบ้านเบญจรงค์ ที่บริการโดยเชฟเเละพนักงานจากโรงเเรมดุสิตธานีฯทั้งหมด สำหรับร้านเธียนดอง ได้เลือกโกดังด้านหลังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตยาทัมใจเป็นที่ตั้งของร้าน โดยปรับเปลี่ยนจากโกดังทึบตันให้เปิดโปร่งด้วยผนังกระจกขนาดใหญ่ เด่นสะดุดตากับประตูไม้เก่าสีน้ำเงินเข้มที่เพ้นต์ลวดลายหญิงชาวเอเชียสวมชุดเเบบยุโรป รับกับคอนเซ็ปต์การตกแต่งสไตล์เฟรนช์โคโรเนียล เพื่อสื่อถึงยุคสมัยที่เวียดนามถูกฝรั่งเศสยึดครอง ขณะที่โครงสร้างเเละองค์ประกอบอื่น ๆ ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี เช่น ผนังบางจุดที่ทุบไม่หมดเพื่อเผยให้เห็นร่องรอยของอิฐมอญ คานหลังคาที่ยังคงสภาพเเข็งเเรง หน้าต่างเหล็กดัดเก่า รูระบายอากาศบนผนังด้านบน รวมถึงสีเขียวซีดจางของผนัง เเละลายมือจดตัวเลขของคนงาน ที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวของวันวานของโรงงานแห่งนี้เเบบไม่มีวันเลือนลาง นอกเหนือจากนั้นก็มีเพียงส่วนของพื้นที่ปูกระเบื้องใหม่ให้มีสีสันสดใส เเละการปรับเเผนผังให้เหมาะกับการเปิดร้านอาหาร เฟอร์นิเจอร์เลือกใช้สไตล์โคโรเนียลที่มาจากห้องอาหารเดิม เเละเฟอร์นิเจอร์หวาย เเขวนประดับภาพเพ้นต์วิถีชีวิตชาวเวียดนาม วอลล์เปเปอร์ลายทรอปิคัล เเละของตกแต่งสีสันสดใสชวนให้เจริญอาหาร […]

ODTOMATO เปลี่ยนเซลล์แกลเลอรี่เป็นร้านอาหารออสเตรเลียนแบบเฟล็กซิบิลิตี้

เปลี่ยนพื้นที่เซลล์แกลเลอรี่ขนาดสองชั้นของ Park Origin เมื่อปิดโครงการขายแล้ว ปรับปรุงมาเป็นพื้นที่เช่าเพื่อการค้า โดยหนึ่งในนั้นคือ ร้านอาหารย่านสุขุมวิท สไตล์โมเดิร์นเวสเทิร์นนาม ODTOMATO กับบรรยากาศแบบโปร่งโล่ง เปิดรับแสงธรรมชาติตลอดทั้งวันผ่านผนังกระจกใสเต็มบาน ด้วยรูปแบบของสเปซเดิมที่เป็นเซลล์แกลเลอรี่ จึงมีลักษณะเป็นพื้นที่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบง่าย ภายในร้านจึงใช้วิธีแบ่งฟังก์ชันร้านอาหารและส่วนของบาร์ด้วยโครงสร้างเบาอย่าง ประตูบานเลื่อน และการเปลี่ยนวัสดุปูพื้นแทน ช่วยให้พื้นที่ในร้านยังคงรู้สึกถึงความลื่นไหล โดยมีจุดเชื่อมโยงคือพื้นที่เล่นดนตรีสด อีกหนึ่งกิจกรรมที่เจ้าของชื่นชอบ และต้องการให้เป็นจุดดึงดูดลูกค้า จึงจัดไว้ให้อยู่บริเวณกลางร้าน เพื่อที่ลูกค้าได้นั่งชมอย่างทั่วถึง ร้านอาหารย่านสุขุมวิท ด้วยความตั้งใจอยากให้เป็นร้านแบบ All Day Dining จึงออกแบบพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับแขกที่มาทั้งเเบบเป็นคู่เเละกลุ่ม เลือกใช้โต๊ะทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้ง่ายต่อการปรับตำแหน่งเเละต่อโต๊ะ หรือใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็มีมุมไพรเวตให้เลือกนั่ง สำหรับการตกแต่งเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ฝีมือดีไซเนอร์ไทยอย่าง Bambunique มาเพิ่มความอบอุ่นอย่างมีสไตล์ ตัดกับสีฟ้า น้ำเงิน เหลือง เเละแดง เพิ่มบรรยากาศสดใสสนุกสนาน รวมไปถึงวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่เลือกวัตถุดิบคุณภาพดีในไทยจากทั่วประเทศมาให้คุณได้ลิ้มลองในรสชาติแบบตะวันตก ที่ตั้ง 68/2 Park Origin สุขมวิท 24 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เวลาทำการ เปิดทุกวัน 7.00 น.-21.00 น. โทร. 09-9426-8255 […]

HYBE SONGWAT ร้านอาหารเวียดนามและบาร์ลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในโกดังหลังตรอกสะพานญวน

พาคุณไปชิมอาหารเวียดนาม ที่แฝงตัวอย่างแนบเนียนไปกับบริบทชุมชน โดยซ่อนตัวอยู่หลังบานประตูเหล็กทรงโค้งดูเป็นหนึ่งเดียวกันกับบ้านเรือนของผู้คนใกล้เคียง เรียกว่าเป็นฮิดเด้นเพลสก็คงไม่ผิดนัก เพราะถ้าคุณเพียงเดินผ่านอาจไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีร้านอาหารเวียดนามลับซ่อนอยู่

YAM ประตูสู่เชียงใหม่ ผ่านเข้าออกทางดาลัด

YAM ร้านอาหารไทยในเวียดนาม ที่ออกแบบสภาพแวดล้อมส่วนตนขึ้นใหม่ซ่อนไว้หลังกำแพงไม้เผาผิวสีขรึมดำ โดยมีบันไดเหล็กสีสนิมเป็นไฮไลต์สำคัญ

THE MEATCHOP BUTCHER & SPIRITS สเต็กเฮ้าส์สไตล์คอนเทมโพรารี ที่เติมสีสันด้วยวัสดุยุคมิดเซนจูรี่

หากใครเดินผ่านหน้า ร้านเนื้อ แล้วรู้สึกเหมือนมีเนื้อวัวกำลังกวักมือเรียกคุณอยู่ละก็ ขอให้คุณหันไปทักทายและเข้าไปทำความรู้จักกับเหล่าเนื้อชั้นเลิศที่เชฟคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้คุณได้ลิ้มลองในราคาที่เข้าถึง ทว่ามีคุณภาพระดับพรีเมียม The Meatchop Butcher & Spirits ร้านเนื้อ แห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนในซอยศาลาแดง 1 หน้าร้านแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนเพื่อให้คนที่ผ่านไปมาเข้าใจตั้งแต่แรกเห็นถึงฟังก์ชันการเป็นสเต็กเฮ้าส์ โดยมีทั้งฝั่งของ Tha Meatchop Butcher และส่วนของ The Spirits Bars เมื่อเข้ามาภายในร้านจะรู้สึกถึงความเป็นกันเอง บรรยากาศสบาย ๆ เปลี่ยนรูปแบบของสเต็กเฮ้าส์เดิม ๆ ที่มักดูเข้มขรึม เข้าถึงยาก ผ่านการออกแบบที่ดูทันสมัยขึ้นด้วยสไตล์คอนเทมโพรารี ผสมผสานกับวัสดุตกแต่งที่มีกลิ่นอายสไตล์มิดเซนจูรี่ช่วยเพิ่มความรู้สึกสนุกเเละมีสีสัน   ภายในร้านขนาดชั้นครึ่งกับพื้นที่แบบดับเบิ้ลสเปซ ชั้นล่างเป็นส่วนของร้านอาหารที่ออกแบบให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับมื้ออาหาร เริ่มตั้งเเต่การเลือกเนื้อเกรดพรีเมียมนำเข้าจากอเมริกาและออสเตรเลียจากตู้แช่เนื้อด้านหน้า ก่อนส่งต่อให้เชฟ Enzo De La Cruz ฟู้ดไดเร็กเตอร์ทำการรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูต่าง ๆ โดยสามารถนั่งดูกรรมวิธีการปรุงแบบใกล้ชิดบนที่นั่งแบบบาร์ในโซนโอเพ่นคิตเช่น หรือจะไปเลือกวิสกี้มากินคู่กับสเต็กเนื้อที่โต๊ะแบบเป็นส่วนตัวก็ได้ Idea to steal เพิ่มความสนุกด้วยเส้นสายและสีสันแบบยุค Mid-Century ด้วยวัสดุอย่างพื้นหินอ่อนขัดมันลายก้างปลา เเละกระเบื้องโมเสกในส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ท็อปหินอ่อน   ที่ตั้ง 1/4 […]

CRIMSON ROOM บาร์ลับกับห้องม่านแดง ที่จะปลุกความเป็นแกสบี้ในตัวคุณ

ปลุกความเป็นแกสบี้ในตัวคุณที่ CRIMSON ROOM บาร์ลับ ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการ Velaa Sindhorn Village ย่านสวนลุม หากใครไม่เคยมาที่นี่ อาจต้องเดินวนหากันอยู่หลายรอบสักหน่อย เพราะหน้าร้านมีเพียงป้ายตั้งพื้นขนาดเล็กสีแดงตัดกับผนังไม้เดินลายด้วยสเตนเลสสีทองตลอดผืน พร้อมประตูทางเข้าหนึ่งบาน รอคุณย้อนเวลากลับไปสู่ยุค Jazz Age หรือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 บาร์ลับ ภายในคุมโทนด้วยสีแดงทั้งห้องตัดกับสีทองเงาวับ บ่งบอกถึงค่านิยมและสังคมยุค 1920s ที่เต็มไปด้วยความหรูหราฟูฟ่าของแฟชั่น และการออกงานสังคม ผ่านบรรยากาศแบบเธียร์เตอร์ หรือโรงละคร ซึ่งมีพื้นที่เเบบลดหลั่นกันลงไป ไล่ตั้งแต่ส่วนของบาร์ด้านบนสุด ไปยังโซนที่นั่งแบบครึ่งวงกลมที่มีความเป็นส่วนตัว ทั้งยังได้อารมณ์เหมือนนั่งดูหนังในโรงละครแบบไม่บดบังมุมมองไปยังเวทีเบื้องล่าง เลือกใช้ผ้ากำมะหยี่สีแดงมาเป็นวัสดุบุเฟอร์นิเจอร์ เพิ่มความหรูหรารับกับราวสเตนเลสสีทอง ท็อปโต๊ะหินอ่อน และแชนเดอร์เลียร์ห้อยระย้ากลางเวทีดูระยิบระยับยามที่เม็ดคริสตัลต้องกับแสงไฟ ส่วนเครื่องดื่มในเล่มเมนูนั้นถูกไล่ลำดับตามแชปเตอร์ของมหรสพ เพื่อสร้างอารมณ์และประสบการณ์ในการดื่ม เริ่มจากช่วงโหมโรงกับค็อกเทลดื่มง่าย เน้นความสดชื่นสำหรับบิลด์อารมณ์ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงการแสดงจริงกับค็อกเทลรสชาติที่แรงขึ้น กระตุ้นให้คุณเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีแจ๊ส ก่อนจะปิดท้ายการแสดงด้วยค็อกเทลรสหอมหวานเจือกลิ่นผลไม้ ส่งความสดชื่นผ่อนคลายก่อนกลับบ้าน นอกจากเครื่องดื่มยั่วยวนใจแล้ว ที่นี่ยังหมุนเวียนเปลี่ยนนักร้องเเละนักดนตรีมาบรรเลงเพลงแจ๊สให้คุณฟังกันแบบไม่รู้เบื่อ เพราะเชื่อว่าห้องม่านแดงแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงการดื่มกินหลังเลิกงาน ทว่าคือบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ที่ตั้ง โครงการ Velaa Sindhorn Village ถนนหลังสวน ลุมพินี กรุงเทพฯ เวลาทำการ […]

KINLENN EATERY&PLAY RUAMRUDEE สร้างความสนุกผ่านอาหารไทยรสจัดจ้านและการตกแต่ง

เมื่อเรื่อง “กิน” กับเรื่อง “เล่น” กลายมาเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเกิดเป็นไอเดียสนุก ๆ ผ่านเมนูอาหารสุดครีเอตของ ร้านอาหารย่านเพลินจิต  KINLENN EATERY&PLAY ร้านอาหารไทยรสชาติจัดจ้านที่ต้องการนำเสนออาหารไทยให้ดูทันสมัยและตอบโจทย์คนเมือง ภายใต้บรรยากาศสไตล์เรโทรสุดน่ารัก หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากสาขาเเรกที่เขาใหญ่ ความอร่อยก็ดำเนินต่อเนื่องมาสู่เมืองกรุงบ้าง กับสาขาที่ซอยอารีย์ กระทั่งล่าสุดนี้  KINLENN EATERY&PLAY ได้ขยายสาขาน้องใหม่มาสู่ซอยร่วมฤดี เพื่อเป็นหนึ่งใน ร้านอาหารย่านเพลินจิต ที่คุณไม่ควรพลาด โดยที่นี่ได้รับการออกแบบตกแต่งได้อย่างโดดเด่นสะดุดตา ซึ่งยังคงไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ลุคที่ดูน่ารัก สนุกสนาน เป็นกันเอง มองเห็นได้เเต่ไกล กับกระจกใสทรงโค้งบานใหญ่ตัดขอบด้วยไม้สีอ่อน เเละผนังโทนสีเขียวอมฟ้าดูสบายตา เจือกลิ่นอายน่ารัก ๆ สไตล์มินิมัลเเละเรโทรนิด ๆ โทนสีเขียวอมฟ้าที่เห็นนี้ นอกจากใช้เป็นสีของผนังด้านหน้าร้านเเล้ว ยังนำมาใช้ตกแต่งพื้นที่ภายในให้ดูเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน ร่วมกับวัสดุอื่น ๆ ทั้ง “ไม้” ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ผนังทำลายปูนขัดมัน และท็อปโต๊ะหินขัด จนเกิดเป็นความหลากหลายของวัสดุที่ลงตัว ดูไม่น่าเบื่อ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของร้านที่ต้องการความสนุกสนาน ภายในร้านจัดพื้นที่แบบโอเพ่นแปลนช่วยให้ร้านดูโปร่งโล่ง และสามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึงผ่านผนังกระจกบานใหญ่ ใช้การเเบ่งสัดส่วนพื้นที่บริการเเละมุมรับประทานอาหารต่าง ๆ  ด้วยไอเดียการเปลี่ยนวัสดุปูพื้น พาร์ทิชั่น ระนาบเหนือศีรษะ ร่วมกับรูปแบบของโต๊ะในการแบ่งพื้นที่แทน  […]

TOOK PAK ร้านอาหารไทยรสชาติจัดจ้านที่เปลี่ยนตึกแถวทึบตันให้มีสีสันฉูดฉาดเร้าใจ

ร้านอาหารย่านจุฬาฯ เสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับที่ปรุงรสได้ “ถูกปาก” จนต้องขยายสาขามาเปิดเพิ่มในโครงการ Stadium One หลังจากประสบความสำเร็จมาเเล้วจากสาขาแรกที่ลำปาง โดย ร้านอาหารย่านจุฬาฯ สาขานี้ ได้ทำการรีโนเวตอาคารพาณิชย์ขนาด 2 คูหา ด้วยการทุบพื้นและผนังออกบางส่วน เพื่อเชื่อมพื้นที่และช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในร้านได้อย่างเต็มที่่ เอื้อให้ร้านอาหารบรรยากาศสบาย ๆ กึ่งคาเฟ่ มีความรู้สึกที่เป็นกันเอง เสมือนกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่บ้าน ภายในร้านยังคงร่องรอยความดิบของคอนกรีตจากการทุบตามแนวเสา คาน และพื้นคอนกรีตขัดมันให้ได้เห็นอยู่ โดยผู้ออกแบบได้ลดทอนความดิบกระด้างนี้ ด้วยเคาน์เตอร์บาร์โค้งมนกรุโมเสก รวมถึงลวดลายกราฟิกสีสันสดใสบนผืนผนัง ต้นไม้ประดิษฐ์ และเฟอร์นิเจอร์ไม้เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่น สร้างความรู้สึกเป็นกันเองด้วยรูปแบบการจัดโต๊ะที่หลากหลาย สำหรับรองรับกลุ่มลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว เป็นคู่ หรือมาคนเดียวก็สามารถนั่งรับประทานได้อย่างไม่เคอะเขิน เสริมด้วยโต๊ะหินขัดสีสันสดใสสร้างอรรถรสในการรับประทานอาหารรสจัดจ้านของทางร้านให้ทวีความอร่อยยิ่งขึ้น เพราะบรรยากาศภายในร้านดูฉูดฉาดเร้าใจ สถาปนิกจึงขอคั่นความรู้สึกกับฟาซาดที่ทำจากแผ่นเหล็กเจาะรูนำมาดัดโค้งเป็นลอนสีขาวสะอาดสำหรับใช้ตกแต่งอาคารภายนอก ซึ่งดูเข้ากับบริบทโดยรอบได้อย่างดี เเถมยังช่วยกรองแสงแดดร้อน ๆ ยามบ่ายไม่ให้ส่องเข้าสู่ตัวร้านได้โดยตรง นอกจากนี้ยังเกิดแสงเงาที่ดูมีมิติ สะดุดตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา ให้อยากเข้ามาสัมผัสบรรยากาศด้านใน เเละลองลิ้มชิมรสอาหารไทยจานเด็ด ที่รับรองว่าต้องกลับมาเยือนร้านนี้อีกหลาย ๆ รอบเเน่นอน Idea to steal แผ่นไม้ขนาดใหญ่ทั้งแผ่นรูปทรงฟรีฟอร์ม ที่นำมาติดตั้งห้อยลงมาจากคานชั้น 2 ด้วยลวดสะลิง ทำให้ดูเหมือนโต๊ะลอยได้ สร้างความโดดเด่นให้กับร้านได้ไม่น้อย […]

H _____ DINING ร้านอาหารในบ้านสีขาวอบอุ่นจากงานไม้ หลังฉากกำเเพงบล็อกตัวหนอนสีเเดง

H Dining คาเฟ่ในบ้านเก่าสองชั้นยุค 70s อบอุ่นด้วยโทนสีขาว เเละการเลือกนำอย่างไม้ หวาย เเละบล็อกตัวหนอน มาสร้างสรรค์เป็นฟังก์ชันต่าง ๆ ออกแบบโดย PHTAA Living Design

CACTUS BANGKOK รูฟท็อปบาร์ย่านสาทร ในบรรยากาศแบบปาล์มสปริงส์

ภายในซอยเย็นอากาศที่ยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บริเวณชั้นบนสุดของอาคารแห่งนี้  เป็นที่ตั้งของ รูฟท็อปบาร์ บรรยากาศสบาย ๆ เสมือนอยู่ในปาล์มสปริงส์ รัฐแคลิฟอเนียร์ รอต้อนรับให้คุณมานั่งชิลยามเย็นไปจนถึงมืดค่ำ เพื่อดื่มด่ำกับค็อกเทลรสเยี่ยม เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 4 คุณจะได้พบกับ รูฟท็อปบาร์ กึ่งเอ๊าต์ดอร์ที่ผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปนิกอเมริกันแห่งยุค Mid-Century อย่าง John Lautner ด้วยการออกแบบสเปซให้พื้นที่ภายนอกและภายในเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกัน และเน้นเปิดรับวิวเขียวชอุ่มสบายตาจากเรือนยอดของต้นไม้ที่ขึ้นอยู่รายล้อมอาคาร ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เจ้าของเลือกที่นี่เป็นโลเกชั่นสุดพิเศษ สำหรับทำรูฟท็อปบาร์ใจกลางกรุงเทพฯ เเบบยากจะหาที่ใดเหมือน พื้นที่เอ๊าต์ดอร์ดูมีชีวิตชีวาด้วยบรรดาไม้อวบน้ำและกระบองเพชรหลากหลายพันธุ์ เสริมด้วยกระถางคบไฟที่วูบไหวเต้นระบำตลอดเวลา ต่อเนื่องไปสู่พื้นที่ภายในที่กรุผนังด้านข้างด้วยกระจกใสเต็มบาน สำหรับเชื่อมมุมมองให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติเเบบไม่มีอะไรมาบดบัง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุปูพื้นอย่างหินแกรนิต โดยนำมาปูพื้นด้านนอกต่อเนื่องเข้ามาถึงพื้นด้านในจนดูเป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมมุมพบปะสังสรรค์ที่มีให้เลือกนั่งหลากหลาย โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นบาร์ขนาดใหญ่กลางร้าน ซึ่งบาร์เทนเดอร์สามารถพูดคุยเเละบริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงเป็นกันเอง การตกแต่งโดยรวมเจ้าของเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเองในสไตล์ Mid-Century อย่างโซฟาโค้งเข้ามุมที่ใช้ไม้จริงเข้าคู่กับผ้าบุจากเเบรนด์จิม ทอมป์สัน เเละโต๊ะท็อปหินอ่อนที่เพิ่มความหรูหราด้วยขอบสเตนเลสสีโรสโกลด์ผิวมันวาว เเต่เดี๋ยวก่อนความพิเศษยังไม่หมดเเค่นี้ เพราะยังมีพื้นที่ด้านบนบริเวณดาดฟ้าอีกมุม เตรียมไว้สำหรับปาร์ตี้บาร์บีคิว ในวันที่มีอีเว้นต์ หรือช่วงเวลาพิเศษของเทศกาลต่าง ๆ  เพื่อรองรับลูกค้าเเบบมาเป็นกลุ่มขนาดย่อมได้ด้วย Idea to steal เลือกใช้บล็อกช่องลมทาสีเขียวมาทำเป็นพาร์ทิชั่นกั้นสัดส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ทั้งสี่มุม เพื่อเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง เเละช่วยแบ่งพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วน โดยสเปซยังคงบรรยากาศที่ดูลื่นไหลสามารถเชื่อมต่อกันได้ล้อมรอบ พร้อมกลิ่นอายความเป็นทรอปิคัลที่เเทรกอยู่เบา ๆ ที่ตั้ง […]

MARCHWOOD รีโนเวตร้านแต่งรถเก่าเป็นบิสโทรยุค 60’s ในลุคของบ้านเอกมัยสมัยอดีต

รีโนเวตทาวน์โฮมเก่าขนาดสองคูหาย่านเอกมัย ซึ่งเดิมเคยเป็นร้านแต่งรถให้กลายเป็น ร้านอาหารสไตล์บิสโทร แบบยุโรปนามว่า MARCHWOOD โดยภายในร้านยังคงโครงสร้างเดิมบางส่วนไว้ เสริมการตกแต่งด้วยวัสดุอย่างอิฐก่อผนังแบบลอนที่นิยมใช้ในการก่อสร้างบ้านเอกมัยในสมัยก่อน ช่วยเติมเเต่งเรื่องราวที่จะพาทุกคนย้อนไปสู่บรรยากาศของเอกมัยในวันวาน บรรยากาศของร้านอาหารย่านเอกมัยแห่งนี้ เน้นตกแต่งด้วยโทนสีขาว ช่วยให้ร้านดูสว่าง ไม่อึดอัด จากระดับฝ้าเพดานเดิมที่ค่อนข้างเตี้ย ตัดกับสีเขียวเข้ม ขับบรรยากาศกลิ่นอายสแกนดิเนเวียนยุค60’s เสริมด้วยพื้นไม้ปาร์เกต์เก่า เข้ากันดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงสไตล์วินเทจ บริเวณชั้น 1 นอกจากฟังก์ชันบาร์เครื่องดื่มแบบเป็นกันเอง ยังแทรกไว้ด้วยมุมขายเครื่องเสียงฝีมือคนไทยแบรนด์ Gadhouse และแผ่นเสียงเก่าสุดคลาสสิกไว้ให้ได้เลือกซื้อกัน ก่อนจะขึ้นมาที่ชั้น 2 ในมู้ดแอนด์โทนสีขาวเรียบง่าย ซึ่งเพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยผนังฉาบแบบหยาบทำลายเข้าคู่กับอิฐแบบลอน ช่วยเพิ่มความดิบกระด้างให้สเปซ เหมาะแก่การนั่งกินดื่มยาวตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน พร้อมเสิร์ฟไวน์จากฝรั่งเศสแบบพื้นเมืองเข้ากันดีกับอาหารสไตล์ฟิวชั่น IDEA TO STEAL หยิบอิฐแบบลอนโค้งซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้กับบ้านเอกมัยในสมัยก่อน มาเป็นกิมมิกสร้างความเชื่อมโยงแห่งกาลเวลา ด้วยการแทรกในส่วนต่าง ๆ ทั้งตัวเคาน์เตอร์บาร์และผนัง ที่ตั้ง 38 เอกมัย12 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เวลาทำการ วันอังคาร-พฤหัส 11.00 น. -24.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ 9.00 น. -24.00 น. […]

SECOND EDITION ร้านอาหารฝรั่งเศส หรูหราสไตล์ MID CENTURY ที่เน้นชูรสชาติของวัตถุดิบเเท้ ๆ

ร้านอาหารฝรั่งเศส แห่งนี้ ถือเป็นภาคต่อจากร้าน 4Garçons ของ เชฟเเวน- อายุษกร อารยางกูร กับการเล่าเรื่องราวของอาหารฝรั่งเศสซึ่งเป็นสิ่งที่เขาถนัด รวมถึงยังนำประสบการณ์จากการเป็นนักเดินทางมาถ่ายทอดสู่ร้านใหม่ Second Edition ซึ่งถือเป็นการเติบโตขึ้นอีกขั้น ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายเเละเทคนิคการปรุงอาหารฝรั่งเศสเเบบดั้งเดิมไว้ เเต่ลดความขึงขังเเละเป็นทางการลง พร้อมเมนูที่มีความหลากหลายเเละรับประทานง่ายขึ้น หลังจากประสบความสำเร็จจาก ร้านอาหารฝรั่งเศส ร้านเเรกที่ใช้ชื่อว่า โฟร์กาซงส์ ซึ่งเเปลว่า เด็กชาย 4 คน ที่ตั้งขึ้นโดยเพื่อนสนิท 4 คน ในปี 2011 มาวันนี้จากแนวทางการตกแต่งร้านแบบ Art Deco ที่จำลองบรรยากาศเเบบฝรั่งเศสในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ดำเนินมาสู่ภาคต่ออย่างร้าน Second Edition กับการย้ายสถานที่ใหม่มาสู่ซอยสุขุมวิท 31  เเน่นอนว่าบรรยากาศของ ร้านอาหารฝรั่งเศส แห่งนี้ ย่อมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งเปรียบเสมือนกับการเติบโตขึ้นของเด็กชายทั้ง 4 คน สู่ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกที่ทั้งดูเท่เเละสมาร์ทขึ้น โดยสะท้อนผ่านการตกแต่งสไตล์ Mid Century หรือยุคโมเดิร์นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ช่วงปีค.ศ.1950) ร้านอาหารฝรั่งเศ การออกแบบตกเเต่งร้านนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้รูปทรงเรขาคณิต […]