พักกาย พักใจ ในสวนเมืองร้อน

“กรุงเทพฯนั้นเต็มไปด้วยรถรา มองไปทางไหนก็มีแต่ตึกรามบ้านช่อง มีป่าคอนกรีตขึ้นแทนต้นไม้ การได้พบเจอธรรมชาติเป็นสิ่งที่ผมโหยหา จึงได้เป็น สวนเมืองร้อน อย่างที่เห็น” นั่นคือความในใจที่เจ้าของบ้านหลังนี้บอกกับเรา สวนเมืองร้อน บนเนื้อที่ประมาณ 225 ตารางวา แบ่งเป็นที่พักอาศัย 100 ตารางวาที่เหลือใช้เป็นพื้นที่จัดสวน แม้เทรนด์การจัดสวนจะมีให้เลือกหลากหลาย ทว่า “สวนเมืองร้อน” ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอบรรยากาศรอบตัวที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของต้นไม้และสายน้ำ มีลมพัดโชยมาตลอดเวลา ชวนให้รู้สึกน่าพักผ่อน จึงเป็นความต้องการหลักของเจ้าของบ้าน   คุณไห – ทินกร ศรีวัฒนะธรรมา ผู้ออกแบบสวนเล่าว่า “ตอนผมเข้ามาจัดสวนนี้ เจ้าของบ้านอยู่อาศัยมาได้ประมาณ 6 ปีแล้ว จึงพอมีพื้นที่สวนอยู่บ้าง ความต้องการหลักคืออยากได้อารมณ์แบบสวนป่า มีธารน้ำตก ศาลานั่งเล่น และพื้นที่กิจกรรมของสมาชิกในครอบครัว ผมออกแบบให้ทั้งบ้านและสวนมีความต่อเนื่องกัน เริ่มจากเพิ่มร่มเงาให้บริเวณหน้าบ้านที่ต้องโดนแดดตลอดทั้งวัน โดยปลูกปาล์มหางกระรอก ไม้ทรงสูงฟอร์มสวยงาม ดูแลง่าย ที่สำคัญใบไม่ร่วงมาก ตลอดแนวรั้วเลือกปลูกคริสตินาเพื่อบังสายตาจากภายนอก สร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้งานในสวน ตบท้ายด้วยการปลูกไม้พุ่มและไม้คลุมดินอย่างหมากผู้หมากเมีย พุดศุภโชค เข็มชมพู คล้า และเฟินใบมะขาม ให้มีความต่อเนื่องกัน บริเวณนี้เคยเป็นสนามหญ้า นอกจากต้องคอยตัดแต่งเป็นประจำแล้ว ในช่วงฤดูฝนยังค่อนข้างเฉอะแฉะ เจ้าของบ้านจึงขอเปลี่ยนมาปูแผ่นหินทรายแทน […]

บ้านสวย เพราะต้นไม้ผสมผสาน

อยากมี บ้านสวย ๆ ดูดีไปได้นานๆ ต้องออกแบบ ต้องแต่งบ้านอย่างไร เริ่มต้นจากอะไร

Tropical House of Phangan มุมสงบแห่งท้องทะเล

  เรือเฟอร์รี่เทียบที่ท่าเรือท้องศาลา แดดแรงของพะงันขับทุกองค์ประกอบเมืองให้กลายเป็นเส้นคม ชาวต่างชาติเดินยิ้มแย้มคุยเล่นกันขณะขึ้นจากเรือ หลายคนมาเพื่อร่วมงานฟูลมูนปาร์ตี้อันโด่งดัง สถานที่แห่งนี้ไม่เคยห่างหายจากเสียงอึกทึก แต่…จุดหมายของเรานั้นต่างออกไป เรากำลังจะไปยังอีกฟากหนึ่งของเกาะ ที่ซึ่งมีแต่บ้านเรือนและหาดทรายอันเงียบสงบ เรากำลังจะไปที่อ่าวหินกองกันครับ “จากท้องศาลาให้ขับขึ้นเหนือมาทางซ้ายเลาะริมหาดมาเรื่อยๆพอถึงสามแยกก็เจอเลยจ้ะ” คุณเข็ม – ณฐกร พรหมเจริญ เจ้าของบ้าน บอกทางมาสู่บ้านหลังนี้ทางโทรศัพท์ด้วยสำเนียงแหลงใต้ชัดเจน แต่เราขับเลยไปเล็กน้อยก่อนจะถอยรถกลับมาเพราะความร่มครึ้มของต้นไม้นานาพรรณจนทำให้มองไม่เห็นตัวบ้านนั่นเอง “คุณชาลีชอบสวนรกๆ แน่นๆ คนข้างนอกจะได้ไม่เห็นเรา และยังให้บรรยากาศแบบทรอปิคัลดีนะ นั่นคือสิ่งที่ทำให้บ้านนี้เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ” “ทรอปิคัล” เป็นคำที่คุณเข็มนิยามถึงบ้านหลังนี้ บ้านไม้ซึ่งปลูกเป็นแนวยาวจากหน้าบ้านสู่หลังบ้าน ยกเพดานสูง มีพื้นที่เปิดถึงกันหมดตั้งแต่ห้องรับแขก โถงบันได ครัว ออกไปสู่นอกชานและยาวลงทะเลไปเลย บ้านหลังนี้ต้อนรับธรรมชาติเข้าสู่ทุกพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เพราะตลอดแนวของตัวบ้านนั้นเป็นหน้าต่างและประตูแทบทั้งสิ้น ทุกพื้นที่ในบ้านจึงแนบสนิทกับแมกไม้น้อยใหญ่ได้อย่างลงตัว ให้บรรยากาศแบบสวรรค์แดนใต้อย่างเกาะตาฮีตีอย่างไรอย่างนั้น สำหรับการออกแบบทางสัญจรในบ้านจะเป็นระเบียงยาวทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสอง สามารถเข้าถึงทุกส่วนของบ้านได้โดยง่าย อันที่จริงบ้านนี้ดูคล้ายรีสอร์ต เพราะคุณเข็มและ คุณชาลี โบเนลโล่ ต้องการให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนของทั้งสองคนและเพื่อนๆ ของคุณชาลีในยามที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน วัสดุในบ้านจะเน้นการใช้ไม้ ทั้งตัวบ้านเองและเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าทั้งหลาย ซึ่งก็เข้ากันดีกับการเข้าไม้ในรายละเอียดของส่วนต่างๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี และด้วยความที่บ้านอยู่ติดทะเล การปล่อยให้งานไม้บางส่วนมีร่องรอยบ้างก็สร้างเรื่องราวและความอบอุ่นได้อีกทางหนึ่ง เช่น ร่องรอยบนไม้ระเบียงสระว่ายน้ำที่อยู่ก่อนถึงทางเดินลงหาด “อยู่ที่นี่เหมือนทุกวันเป็นวันพักผ่อน” คุณเข็มกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเป็นวันปกติเวลาว่างๆ ก็จะชอบนอนดูทะเลอยู่ตรงชานรับแขก […]

Unconditional Love รักไม่รู้จบ

กาลเวลาไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงเรียกสถานที่ที่เราพักพิงว่า “บ้าน” บางที่เราอยู่แค่ไม่กี่เดือนก็กลับรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข ที่นั่นก็เป็นบ้านของเราได้ องค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจสำคัญคือครอบครัวและผู้ที่อยู่ในบ้านต่างหากที่ช่วยเติมเต็มให้คำว่าบ้านนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น บ้านสวยที่เรามาเยือนในครั้งนี้เป็นห้องชุดขนาดใหญ่อายุกว่า 30 ปีของครอบครัว คุณแจง – ชมพูนุท และ คุณนน – ณัฐวรรธน์ เตชะไพบูลย์ คุณแม่คนสวยและลูกชายหนุ่มหล่อคนเดียวของบ้าน ห้องชุดแห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน ด้วยขนาดของแต่ละห้องและการใช้งานที่ครบครัน ในห้องชุดชั้นแรกใช้เป็นส่วนต้อนรับ มีการใช้งานเหมือนผังบ้านปกติ กล่าวคือจัดเป็นโถงรับแขก ครัวโชว์ ครัวไทย ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บไวน์และมุมจิบไวน์ มีระเบียงยาวที่มองเห็นวิวเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยา ชั้นบนเป็นห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ เป็นพื้นที่ส่วนตัวของบ้าน มีมุมรับประทานอาหารมุมนั่งเล่น และครัวเหมือนในชั้นแรก ส่วนชั้นลอยเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องนอนคุณนน และห้องทำงาน โดยมีพื้นที่นั่งเล่นเป็นตัวเชื่อมโยงกิจกรรมของครอบครัว คุณแจงเล่าถึงที่มาของบ้านนี้ให้ฟังว่า “ตอนแต่งงานใหม่ๆ พี่อยู่บ้านสามี ยุคนั้นคอนโดมิเนียมเริ่มเข้ามาเป็นที่นิยม ทุกคนก็ตื่นเต้นไปจองกัน ตอนนั้นลูกชายสองขวบแล้ว เราก็อยากหาที่อยู่ใหม่ ถ้าปลูกบ้านต้องใช้เวลาปีถึงสองปี และยังมีอีกหลายคำถามตามมา เช่น ใกล้โรงเรียนลูกหรือเปล่า เดินทางสะดวกไหม เป็นความโชคดีของพี่ที่เพื่อนของสามีขายห้องข้างบนให้ เพราะไม่เคยมาอยู่เลย เขาชอบอยู่บ้านมากกว่า พี่ก็ย้ายมาอยู่เลย จากวันนั้นก็อยู่มาจนถึงวันนี้ พอที่นี่อยู่สบายก็ทำให้ลืมไปเลยว่าเราอยากปลูกบ้าน” การจัดสรรพื้นที่ที่ดีเป็นหัวใจหลักของการอยู่คอนโดมิเนียม ข้อดีของคอนโดมิเนียมในยุคก่อนคือมีพื้นที่กว้างขวางไม่ต่างจากบ้าน […]

บนความพอดีของชีวิต

เราได้พบ บ้านไม้ชั้นเดียว หลังหนึ่งหลบซ่อนตัวลึกเข้าไปในเรือกสวนของอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ผ่านสวนผลไม้และสวนยางมากมาย ลัดเลาะไปตามเนินเขาซึ่งเป็นภูมิประเทศเฉพาะของพื้นที่แถบนี้อย่างเงียบเชียบบ้านขนาดกำลังพอดีที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา บ้านไม้ชั้นเดียว หลังนี้เป็นของ คุณนพดล ศรีเกียรติขจร ซึ่งตั้งใจใช้เป็นบ้านสำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว บนทำเลที่เคยเป็นสวนผลไม้มาก่อน “ที่บ้านชอบต้นไม้ครับ สิ่งแรกที่คิดเลยก็คืออยากมีที่ให้ปลูกต้นไม้ได้ อยากมีสวนเป็นของตัวเองพอได้ทำเลที่นี่ก็คุยกับคุณเล็กผู้ออกแบบว่าอยากได้บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใหญ่มาก เป็นบ้านไม้อารมณ์ไทยๆที่เข้ากับบริบทความเป็นสวนผลไม้ของที่ดินแถวนี้” บ้านหลังนี้จึงวางแปลนโดยมีเรือนเล็กๆ 4 หลังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชื่อมต่อด้วยระเบียงไม้ซึ่งใช้เป็นทั้งทางสัญจรในบ้านและพื้นที่อเนกประสงค์ในตัว จากถนนใหญ่เมื่อผ่านสวนผลไม้และสระว่ายน้ำเข้ามา จะพบทางเดินที่ขนาบด้วยแนวต้นไผ่ซึ่งนำพาเข้าสู่ตัวบ้าน โดยเดินเข้ามาตามทางเดินไม้ที่เปิดมุมมองสู่บ่อน้ำขนาดใหญ่และวิวภูเขาด้านหลังบ้าน “ด้วยวิวภูเขาด้านหลังและบ่อน้ำที่มีอยู่ก่อนแล้ว เพราะที่นี่เคยเป็นสวนผลไม้ ทำให้เราต้องหันทิศของตัวบ้านมาทางนี้แม้จะเป็นทิศตะวันตกก็ตาม” คุณเล็ก – กรรณิการ์ รัตนปรีดากุล สถาปนิกของบ้านหลังนี้ แก้ปัญหาการรับมือกับแสงแดดยามบ่ายที่ร้อนแรงด้วยการทำชานยื่นออกไปทางทิศตะวันตก เพื่อรับกับแสงแดดที่จะสาดส่องเข้ามา พร้อมปลูกต้นไม้ ซึ่งเมื่อโตเต็มที่ก็จะช่วยให้บรรยากาศของบ้านมีความร่มรื่นมากกว่านี้ เวลาเริ่มคล้อยสู่ช่วงสายและเที่ยง แม้คุณเล็กจะออกแบบให้หลังคาบางส่วนมีความโปร่งแสง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกร้อนแต่อย่างใด หลายองค์ประกอบทำให้บ้านหลังนี้อยู่ใน “ภาวะน่าสบาย” ได้อย่างเหลือเชื่อ ตั้งแต่ทำเลที่อยู่ในสวน มีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ การออกแบบเป็นเรือนหลังเล็กๆ แยกกัน ทำให้สามารถขยับปรับเปลี่ยนแต่ละห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของและเว้นช่องว่างให้ลมพัดผ่านได้สะดวก บ้านหลังนี้ประกอบด้วยห้องนอนที่แยกออกเป็น 3 หลัง และพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นส่วนนั่งเล่น ครัว และส่วนรับประทานอาหารอีก 1 หลัง […]

keyboard_arrow_up