สุขกาย สุขใจ ในสวนทรอปิคัล

สุขกาย สุขใจ ในสวนทรอปิคัล


 
   แม้เวลานี้เป็นช่วงบ่ายที่มีแสงแดดส่องจ้าและอากาศค่อนข้างร้อน ทว่าบรรยากาศของร้านกาแฟ บ้านในสวน กลับร่มรื่นเย็นสบายอยู่ใต้ร่มเงาไม้ มีไอเย็นๆจากสายน้ำที่ไหลรินไปตามธารน้ำตกเล็กๆภายในสวน ทั้งหมดนี้ คุณหมวย – วริสรา ศิลปกุล เจ้าของร้าน เป็นผู้ออกแบบและลงมือจัดสวนด้วยตัวเอง เธอจึงมีเรื่องเล่าต่างๆให้เราได้ติดตามอย่างน่าตื่นเต้น 

“หมวยชอบความร่มรื่นของธรรมชาติและชอบปลูกต้นไม้อยู่แล้ว เมื่อมีโครงการว่าจะสร้างร้านนี้ สิ่งแรกที่คิดไว้คือร้านของเราต้องมีสวน เพราะตั้งใจเปิดร้านนี้เป็นทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร และสตูดิโอสอนโยคะ เมื่อก่อนหมวยเคยเป็นครูสอนโยคะตามคลับ จนวันหนึ่งคิดว่าอยากให้โยคะที่เราสอนได้มากกว่าการมีสุขภาพกายดีเพียงอย่างเดียว หมวยเชื่อว่าถ้าได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มองไปรอบๆตัวแล้วเห็นสีเขียวของต้นไม้ ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สุขภาพใจของเราก็จะดีด้วย

ร้านบ้านในสวนตั้งอยู่ติดริมถนนหัวหมาก มีเนื้อที่ประมาณ 90 ตารางวา แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสองส่วนหลักๆ พื้นที่ส่วนแรกคือตัวร้านมีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้น ชั้นล่างให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนชั้นบนเปิดเป็นสตูดิโอสอนโยคะ ซึ่งภายในห้องนี้มีเพดานสูงโปร่งโชว์โครงสร้างหลังคาไม้ ผนังติดกระจกใสบานใหญ่ สามารถเปิดรับลมเย็นๆแบบโอเพ่นแอร์ และมองเห็นวิวของสวนได้โดยรอบบริเวณ พื้นที่ส่วนที่สองคือสวนสวยๆในสไตล์ทรอปิคัล

“เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ดินเปล่าไม่มีต้นไม้สักต้น ตัวหมวยก็ไม่ได้จบด้านออกแบบหรือจัดสวน แต่เรามีไอเดียมีความชอบในสไตล์ทรอปิคัล คิดว่าสวนสไตล์นี้เหมาะกับการใช้งานและตอบโจทย์ของเราได้มากสุด เลยตัดสินใจออกแบบและทำร้านนี้เอง ตอนแรกเริ่มจากการวางแปลน หมวยใช้วิธีแบบบ้านๆ โดยขีดเส้นแบ่งพื้นที่ลงบนพื้นดิน มาร์กจุดต่างๆของการลงต้นไม้ ขุดบ่อน้ำ วางผังน้ำตก ลำธาร และตำแหน่งที่นั่งในสวน

“เมื่อได้แบบที่พอใจก็ตระเวนหาซื้อของมาแต่งสวน อย่างต้นไม้เล็กๆ หาซื้อจากหมู่บ้านไม้ดอก-ไม้ประดับ คลอง 15 ต้นไม้ใหญ่ได้จากปราจีนบุรีและนครนายก ส่วนไม้เก่าที่เหลือจากสร้างร้านก็นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ และปูเป็นทางเดินในสวน บริเวณของที่นั่งในส่วนเอ๊าต์ดอร์หมวยไม่ได้ทำหลังคาไว้ แต่อยากให้ร่มด้วยเงาไม้ จึงเลือกปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้หลายชนิด อย่างไทรต้นใหญ่สูงกว่า 10 เมตร ไปได้มาจากนครนายก แล้วขนมาปลูกที่นี่ก็ช่วยให้สวนดูร่มรื่นขึ้นมาก เมื่อทำไปพักหนึ่งเราจะรู้ว่าส่วนไหนขาดอะไร ค่อยๆเพิ่มเติมทีละนิดๆ กว่าจะออกมาเป็นร้านบ้านในสวนอย่างที่เห็น หมวยใช้เวลาทำถึงปีครึ่ง จนถึงตอนนี้ก็เปิดร้านมาเกือบ 6 ปีแล้วค่ะ”  

ทุกๆเช้าจะมีสมาชิกในร้านคอยเก็บกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นตามพื้น และช่วยกันดูแลสวน โดยมีคุณหมวยคอยให้คำแนะนำเรื่องการรดน้ำใส่ปุ๋ย เพราะตัวเธอนั้นเคยดูแลและทำทุกอย่างในสวนด้วยตัวเองมาก่อน จึงทราบวิธีการปลูกเลี้ยงพรรณไม้เป็นอย่างดี ตอนนี้คุณหมวยก็ยังปรับเปลี่ยนสวนของเธออยู่เรื่อยๆ และคอยเปลี่ยนต้นไม้ที่ทรุดโทรมอยู่เสมอ เธอบอกกับเราว่าถ้าเลือกซื้อต้นไม้มาปลูกใหม่ ต้องเลือกชนิดที่เป็นไม้ทนร่มหรือชอบแดดรำไร เพราะสวนนี้ร่มครึ้มมีแดดส่องลงมาด้านล่างน้อยมาก แม้ในตอนกลางวันก็ยังมีอากาศเย็นสบาย

   “หมวยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ร้าน หากสถานที่ที่เราทำงานอยู่ทุกวันมีบรรยากาศดี ตัวเราเองก็รู้สึกสบายใจ ยิ่งได้ทำสิ่งที่ชอบด้วยแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากๆค่ะ เช่น การปลูกต้นไม้ของหมวยก็เลือกปลูกพรรณไม้ที่ชอบ อย่างกระทิงและแก้วมุกดา ให้ดอกที่ส่งกลิ่นหอมมาก หรือปีบก็เป็นต้นไม้สุดรักของหมวยเลยค่ะ  เวลาออกดอกสีขาวจะห้อยย้อยลงมาดูน่ารักดี จิกน้ำก็เหมือนกัน ตอนออกดอกเยอะๆสวนจะเต็มไปด้วยสีแดงของดอกจิก ทำให้สวนดูสดใส แต่ต้องเหนื่อยกันหน่อยเวลาเก็บกวาดทำความสะอาดค่ะ”

ลองเข้าไปสัมผัสบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ซึ่งล้อมรอบด้วยธรรมชาติแบบนี้กันได้ที่ร้านบ้านในสวน คุณหมวยยังบอกอีกว่ายินดีแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำเรื่องการจัดสวนแก่ทุกท่านที่แวะไปเยี่ยมเยือนสวนของเธอค่ะ


เรื่องโดย : อาภาศรี มีมานะ

ภาพโดย : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

keyboard_arrow_up