AGRO OUTLET KKU เรียบง่ายแต่หนักแน่นในตัวเอง

โครงการ AGRO OUTLET KKU
โครงการ AGRO OUTLET KKU

AGRO OUTLET KKU แห่งนี้ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาคารทรงเรขาคณิตที่ตั้งขนานไปกับถนนสายหลักภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นแห่งนี้จะดึงดูดสายตาด้วยเส้นสายที่ตรงไปตรงมาแต่ถ่อมตน ท่ามกลางบริบทที่เชื้อเชิญให้ผู้ผ่านไปมาอยากเข้าไปสัมผัส

 

หากพูดถึงหนึ่งในเส้นทางที่เหล่านักวิ่งต่างชวนไปออกกำลังกายเป็นประจำทั้งเช้า – เย็นภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น คงหนีไม่พ้นถนนที่มีวิวสวย ๆ เป็นทุ่งหญ้าสุดสายตาอย่างถนนที่เรียกกันติดปากว่า “เส้นหอกาญฯ” อย่างแน่นอน แต่นอกจากถนนสายนี้จะเป็นเส้นทางหลักของทั้งเหล่านักวิ่งและช่างภาพแล้ว บริเวณอุทยานเทคโนโลยีการเกษตร (Agro Park) ยังมีอาคารรูปทรงสะดุดตา ชวนให้เราสงสัยว่า ภายใต้รูปลักษณ์ที่ตรงไป-ตรงมาแห่งนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่!?

AGRO OUTLET KKU
มุมมองด้านหน้าโครงการ AGRO OUTLET KKU จะเห็นกลุ่มอาคาร สามเหลี่ยม 4 หลังตั้งขนานไปกับถนนเส้นหลักของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

อาคารที่เรากำลังพูดถึงความเป็นมาของอาคารตรงไปตรงมาไม่ต่างจากรูปทรง เพราะเกิดจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องการพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรจากคณะโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ออร์แกนิก เนื้อสัตว์ หรือผักสดปลอดสารพิษ โดยอยากให้เป็นทั้งแหล่งซื้อขายและแหล่งท่องเที่ยวทั้งขาจรและคนในพื้นที่แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องการให้สถาปัตยกรรมมีความโดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำไปพร้อมกัน ดังนั้นหน้าที่สำคัญในการออกแบบจึงตกอยู่ในความดูแลของศิษย์เก่าจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์อย่าง คุณทวิชากร เหล่าไชย และ คุณปัณณพัฒน์ เพ็ชร-จรัส สถาปนิกรุ่นใหม่ฝีมือดีจาก บริษัท S Pace Studio มาเป็นผู้วางคอนเซ็ปต์ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานภายในโครงการทั้งหมดโดยใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 365 วันพอดี

kku-2
โครงเหล็กเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มอาคาร สร้างขึ้นเพื่อรองรับการจัดอีเว้นต์แบบกึ่งเอ๊าต์ดอร์ โดยสถาปนิกได้เลือกต้นใบระบาด ซึ่งเป็นไม้เลื้อยที่เติบโตไวและมีดอกสวยงามมาปลูกให้เลื้อยขึ้นไป ตามโครงอาคารช่วยสร้างสีเขียวให้พื้นที่ แถมยังเป็นฉนวนกันความร้อนอย่างดีให้กับกลุ่มอาคารที่อยู่ติดกัน

สถาปนิกเล่าให้เราฟังว่า พื้นที่ในอุทยานเทคโนโลยีการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นกว้างมาก คณะเกษตรฯจึงให้สถาปนิกเลือกตำแหน่งที่ตั้งอาคารเอง จนมาลงเอยที่บริเวณนี้ซึ่งอยู่ติดกับถนนเส้นหลักของมหาวิทยาลัย โดยอีกฟากหนึ่งของถนนเป็นเลนให้คนมาวิ่งออกกำลังกาย และยังหันไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศทางที่ดีสามารถใช้ตัวอาคารบังความร้อนจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มออกแบบรูปทรงของอาคารภายใต้โจทย์จากทางคณะเกษตรฯที่อยากให้อาคารมีรูปทรงน่าสนใจ เข้าถึงง่าย กระทั่งออกมาเป็นอาคารรูปทรงสามเหลี่ยม ที่แบ่งเป็น 4 หลังตามฟังก์ชันการใช้งาน แต่ละหลังมีขนาดพื้นที่ประมาณ 60 ตารางเมตรใช้เป็นทั้งพื้นที่จัดงานอีเว้นต์ พื้นที่จำหน่ายสินค้า คอฟฟี่ช็อป และส่วนเซอร์วิส

kku-4
หากมองมุมตรงอาจมองไม่ออกว่าอาคารแต่ละหลังถูกวางให้เหลื่อมกัน เพื่อช่วยในเรื่องมุมมองที่มีมิติน่าสนใจ โดยอาคารหลังซ้ายมือนี้สถาปนิกได้เผื่อพื้นที่ไว้สำหรับวางระบบปรับอากาศ แล้วปิดด้วยระแนงตีเป็นแนวทแยงเพื่อให้เส้นสายกลืนไปกับเส้นของหลังคาสามเหลี่ยม สามารถเปิดเข้าไปบำรุงรักษาได้สะดวก

รูปทรงที่ตรงไปตรงมาอย่างสามเหลี่ยมที่เห็นนี้ น้อยคนนักจะรู้ว่าต้องผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบมากกว่าที่ตาเห็น อย่างแรกคือ การเลือกทรงสามเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจจากทรงหลังคาแบบหน้าจั่วที่คนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุ้นเคยกันดี ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกเป็นมิตรให้เกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้อาคารกับตัวอาคารได้เป็นอย่างดี ส่วนในเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน ผู้ออกแบบต้องการให้หลังคาระบายน้ำได้ดี จึงออกแบบให้หลังคาหน้าจั่วสูงจากพื้นถึง 8.50 เมตรโดยไม่ต้องก่อสร้างผนัง ช่วยลดค่าก่อสร้างได้มาก ส่วนในเรื่องการเลือกใช้วัสดุ ผู้ออกแบบเลือกธีมสีและเท็กซ์เจอร์ของวัสดุให้กลมกลืนกับบริบทรอบ ๆ ที่เป็นต้นไม้ด้วยการมุงหลังคาไม้ซีดาร์ โครงเหล็กเป็นสีดำ นอกจากจะเข้ากับสีน้ำตาลจากต้นไม้แล้ว ยังช่วยขับให้พื้นที่ภายในที่ตั้งใจให้เป็นสีขาวดูเด่นออกมาสู่สายตาภายนอก

kku-5
พื้นที่เดิมของโครงการมีความลาดเอียงค่อนข้างมาก มีความสูงต่างกันถึง 2 เมตร จึงต้องมีการปรับหน้าดินก่อน จากนั้นจึงออกแบบให้แนวคันดินเป็นขอบเขตของพื้น AGRO OUTLET KKU โดยออกแบบเป็นลักษณะขั้นบันไดให้คนมานั่งพักผ่อนหรือเดินเล่น ไม่ลืมทำทางลาดสำหรับวีลแชร์และรถเข็นพืชผลทางการเกษตร

ความเรียบง่ายแต่ดูหนักแน่นในตัวเองกลายเป็นตัวช่วยส่งเสริมให้อาคารโดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง แถมยังกลมกลืนกับบริบทรอบ ๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะดึงดูดให้ผู้พบเห็นอยากเข้าไปทำความรู้จัก อาคารสามเหลี่ยมที่ไม่ธรรมดาแห่งนี้กันมากขึ้น

kku-3
ฝ้าภายในกรุยิปซัมบอร์ด พิเศษตรงการตีเว้นร่องห่างกันแผ่นละ 1 เซนติเมตร เพื่อให้เห็นเส้นสายของโครงหลังคา ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของอาคาร
kku-8
ซ้าย : บรรยากาศภายในอาคารโปร่งโล่งวางเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เคลื่อนย้ายง่าย และมีแสงสว่างตลอดวันแทบไม่ต้องเปิดไฟ เนื่องจากตำแหน่งอาคารวางอยู่ในทิศทางที่ได้รับแสงแดดเพียงพอแต่ไม่ถึงกับร้อน ขวา : เนื่องจากสถาปนิกไม่ต้องการให้มีที่ระบายน้ำติดกับอาคาร จึงเลือกทำรางระบายน้ำอยู่ระหว่างหลังคาอาคารแทน สามารถระบายน้ำออกได้ทั้งสองด้าน

 


เรื่อง Ektida N.
ภาพ นันทิยา ภาพประกอบ คณาธิป

keyboard_arrow_up