วางแผนซ่อมบ้านอย่างมืออาชีพ เรื่องง่ายๆ ที่คุณก็ทำเองได้

ไม่มีสิ่งใดยั่งยืนโดยไม่ถูกกาลเวลาทำลาย เช่นเดียวกันกับ ‘บ้าน’ ที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย จนเกิดการทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เจ้าของบ้านแบบเราจึงอยากซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านให้กลับมาใหม่และน่าอยู่อีกครั้ง แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน หรือต้องวางแผนอย่างไร วันนี้เราจึงมีแนวทางมาฝาก!

1. สำรวจบ้าน ลิสต์จุดที่ต้องการซ่อม
การวางแผนซ่อมแซมบ้าน ต้องเริ่มจากการเช็คจุดที่เราอยากซ่อมแซมปรับปรุง พร้อมจดลิสต์ให้ละเอียดว่าจุดไหนเกิดปัญหาอะไร เพื่อที่จะได้วางแผนซ่อมแซมและปรับปรุงในขั้นต่อไป และสามารถบอกช่างได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้การเช็คว่าบ้านมีปัญหาจากจุดไหนบ้างนั้น มีคำแนะนำอยู่ 2 ข้อคือ

  • สังเกตปัญหาด้วยตัวเองก่อน โดยเฉพาะปัญหาที่สามารถเห็นได้ชัดเจน เช่น ปัญหาหลังคารั่ว มีน้ำซึม ซึ่งเราสามารถเห็นและสัมผัสได้ ยิ่งช่วงหน้าฝนยิ่งเห็นได้ง่าย หรือผนังร้าว เป็นต้น
  • จ้างช่างมืออาชีพมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อวางแผนการซ่อมแบบจริงจัง โดยเฉพาะการตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างบ้านที่ต้องให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมิน เพราะหากโครงสร้างบ้านทรุดโทรมจนอยากจะซ่อมแซม การรื้อสร้างใหม่อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

2. เรียงลำดับความเสียหาย ประเมินความเร่งด่วน

หลังจากทราบจุดที่ต้องการซ่อมแซมอย่างแน่นอนแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเรียงลำดับความเสียหายและความสำคัญ ว่าจุดไหนคือจุดเร่งด่วนต้องรับซ่อมแซม จุดไหนยังพอพลัดผ่อนไปได้ พร้อมทั้งอย่างลืมจัดตารางว่ามีรายการใดที่พอจะทำไปพร้อมๆ กันได้ เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้อย่าลืมประเมินตัวเองว่า นอกจากการซ่อมจุดที่เกิดความเสียหายของบ้านแล้ว เจ้าของบ้านอย่างเราต้องการต่อเติมส่วนไหนหรือเปลี่ยนแปลงส่วนใดหรือไม่ เพราะหากคุณอยากต่อเติมบ้าน การวางแผนซ่อมพร้อมต่อเติมในคราวเดียวกันจะทำให้คุณประหยัดเงินและเวลาได้มากขึ้น เช่น ต้องซ่อมพื้น เราอยากจะแค่ซ่อมส่วนที่เสียหาย หรือเปลี่ยนพื้นไปเลย หรือซ่อมผนังร้าว เมื่อต้องอุดผนังใหม่ ลองทาสีบ้านใหม่ไปเลยดีไหม เป็นต้น


3. ประเมินงบประมาณที่มี เพื่อจัดสรรอย่างฉลาด

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของการซ่อมแซมบ้านคือ งบประมาณที่มีอย่างจำกัด ดังนั้นการซ่อมแซมแต่ละจุดจึงต้องจัดสรรอย่างรอบคอบ ทั้งในแง่ค่าแรงของช่างและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งหากเราไม่มีเงินก้อนโตพอที่จะทุ่มซ่อมบ้านแบบครั้งเดียว การแบ่งซ่อมทีละจุดๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดี

อีกหนึ่งข้อแนะนำคือ เรื่องวัสดุที่ใช้ในการซ่อม แน่นอนว่าเราย่อมอยากเลือกใช้วัสดุคุณภาพ เพื่อให้บ้านของเราคงอยู่กับเราไปอีกนาน ซึ่งนั่นเป็นข้อคิดที่เราแนะนำ แต่วิธีที่ช่วยประหยัดและไม่ทำให้งบฯ บานปลายคือ การคำนวณวัสดุที่ต้องใช้ให้พอดี เพราะการซื้อวัสดุมาเหลือทิ้ง นั่นหมายถึงเงินที่หายไปอย่างเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ควรเลือกแหล่งจำหน่ายวัสุดที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของวัสดุก่อสร้าง ความหลากหลายของแบรนด์ให้เราเปรียบเทียบและเลือก รวมทั้งมีวัสดุอุปกรณ์ครบครัน ไม่ต้องวิ่งวุ่นซื้อหาจากหลายๆ ร้าน ก็เป็นอีกหนึ่งคำแนะนำที่ช่วยให้การซ่อมแซมบ้านของคุณมีคุณภาพและเป็นไปอย่างราบลื่น


4. ถึงเวลาเลือกช่าง

หลังจากประเมินความเสียหายและงบประมาณในกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกช่างเข้ามาซ่อมแซมและตีราคาค่าซ่อมอย่างจริงจัง แนะนำว่าให้เรียกช่างมาตีราคาสัก 2 รายขึ้นไป เพื่อเปรียบเทียบราคา แม้ช่างที่เลือกมาจะมีคนรู้จักแนะนำมาอีกที แต่ก็ควรนัดช่าง 2 รายมาตีราคาเทียบกัน หากราคาที่ช่างตีมาใกล้เคียงกัน ก็ให้เลือกจากผลงานที่ผ่านมา โดยการจ้างช่างนั้นมี 2 แบบคือ แบบเหมาจ่ายกับจ่ายเฉพาะค่าแรง

ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของเงิน ยังสามารถตกลงกับช่างได้ว่าจะให้ทางช่างเป็นผู้เลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง ซึ่งกรณีนี้จะเป็นการเหมาจ่าย หรือเราจะหาซื้อและจัดสรรวัสดุด้วยตัวเอง ซึ่งเราจะจ่ายเฉพาะค่าแรงเท่านั้น โดยทั้งสองทางเลือกต่างมีข้อดีข้อเสียต่างกัน หากเราเป็นผู้เลือกและซื้อวัสดุมาเอง แน่นอนว่าย่อมสามารถควรคุมงบประมาณและได้วัสดุคุณภาพที่ตรงใจกว่า แต่ขณะเดียวกันเราไม่อาจประเมินได้ว่าต้องใช้วัสดุจำนวนเท่าไรจึงจะเพียงพอ

Note: กรณีป้องกันช่างหนีงาน ควรมีหลักฐานการจ้างงานชัดเจน นั่นคือเราควรทำสัญญารายการซ่อมให้ละเอียด ทั้งการจ่ายเงินที่แบ่งเป็นกี่งวด ระยะเวลาที่แน่ชัดในการซ่อมแซมแต่ละจุด จุดไหนเหมาจ่าย จุดไหนจ่ายเฉพาะค่าแรง ฯลฯ การทำสัญญานี้จะป้องกันช่างหนีงานและยังเป็นการรับประกันว่าช่างจะทำตามรายละเอียดอีกด้วย

อีกหนึ่งตัวเลือกของคนคิดซ่อมแซมปรับปรุงบ้านกับ HOME SERVICE บริการเรื่องช่างจาก Home Pro โดยมีบริการตั้งแต่  

 

  • Installation Service ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • Maintenance Service  บริการล้างและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟ้ฟ้าและที่นอน
  • Home Improvement บริการงานช่างพื้นฐาน อาทิ ปรับปรุงห้องน้ำ, ปูกระเบื้อง, ทาสีทั้งภายในและภายนอด, ติดตั้งประตูหน้าต่าง, ปูพื้นไม้ลามิเนต ฯลฯ
  • 3D Design บริการออกแบบและตกแต่งบ้านให้ตรงใจคุณ

5. หากอยากเลือกซื้อวัสดุด้วยตัวเอง

กรณีที่เราตกลงใจว่าจะเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างด้วยตัวเอง ข้อสำคัญเลยคือ ควรทำความรู้จักวัสดุแต่ละประเภทให้ชัดเจน ทั้งข้อดี-ข้อเสีย เหมาะกับบ้านแบบไหน ราคา เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หากเลือกซื้อวัสดุจากร้านค้าขนาดใหญ่ที่ครบครัน การเปรียบเทียบวัสดุก่อสร้างจะยิ่งเป็นเรื่องง่าย ยิ่งถ้าร้านนั้นมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้วยแล้ว จะยิ่งลดความกังกวลและเลือกวัสดุได้ตรงใจมากขึ้น

ตัวอย่างวัดสุก่อสร้าง…

  • ผลิตภัณฑ์สี ซึ่งมีทั้งสีทาภายในและทาภายนอก สีสำหรับงานไม้ สีเคลือบพิเศษ และอุปกรณ์ทาสีต่างๆ ดูสินค้าได้ที่ http://bit.ly/2IbS6PO

  • อุปกรณ์สำหรับต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน อาทิ อุปกรณ์ประตู เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง  กันสาด วัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูน กาวยาง ฉนวนใยแก้วกันความร้อน ฯลฯ ดูสินค้าได้ที่ http://bit.ly/2Ibe6Kx

การซ่อมแซมบ้านอาจดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่ยากเกินการควบคุมของเรา หากเรามีการวางแผนที่ดี และมีผู้เชียวชาญที่วางใจได้ โดยเฉพาะเรื่องการหาซื้อวัสดุ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการซ่อมแซมปรับปรุงบ้าน HomePro จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหนึ่งที่อยากให้คุณแวะเวียนไปทำความรู้จัก สามารถรับชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่โฮมโปรทุกสาขา หรือ www.homepro.co.th และติดตามโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ www.facebook.com/homeprothailand/

keyboard_arrow_up