SORN ถึงเครื่องถึงแกง ถึงแก่นประสบการณ์อาหารใต้

Trimode ปรับปรุงบ้านเก่าหลังหนึ่งในซอยสุขุมวิท 26 ให้กลายเป็นร้านอาหารใต้แบบ Fine Dining ในชื่อว่า “ศรณ์ (Sorn)”
Trimode ปรับปรุงบ้านเก่าหลังหนึ่งในซอยสุขุมวิท 26 ให้กลายเป็นร้านอาหารใต้แบบ Fine Dining ในชื่อว่า “ศรณ์ (Sorn)”

ศรณ์ ร้านอาหารใต้ ที่แรงบันดาลใจจาก “ใบไม้” กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์งานดีไซน์ เห็นได้จากลวดลายที่ปรากฏอยู่บนองค์ประกอบของงานออกแบบตกแต่งต่าง ๆ  เช่น ผนัง ประตู กระจก พาร์ทิชัน หรือแม้แต่ลวดลายบนเบาะเก้าอี้

ด้วยสภาพอากาศแบบมรสุมเขตร้อนทำให้พื้นที่ภาคใต้เต็มไปด้วยป่าดิบชื้นที่รกครึ้ม นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และบรรดาอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จนคนทุกภูมิภาคในประเทศไทยยอมรับและรู้จักเป็นอย่างดี

Trimode ปรับปรุงบ้านเก่าหลังหนึ่งในซอยสุขุมวิท 26 ให้กลายเป็นร้านอาหารใต้แบบ Fine Dining ในชื่อว่า “ศรณ์ (Sorn)”

“เวลาเรามองไปที่ร้านอาหารใต้ เรามักจะคิดถึงอาหารก่อน อาหารใต้เต็มไปด้วยองค์ประกอบของผักชนิดต่าง ๆ มีความเป็นทรอปิคัล รสเผ็ดร้อนจากเครื่องแกง และมักจะนึกถึงถาดใหญ่ ๆ ที่มีผักแนมอยู่เต็มไปหมด”

“หากจะจำกัดความง่าย ๆ อาหารใต้ทำให้เรารู้สึกถึงป่า หรือเหมือนอาหารป่านั่นเอง”

คุณนิ-ชินภานุ อธิชาธนบดี Design Director แห่งบริษัท Trimode หนึ่งในทีมผู้ปรับปรุงบ้านเก่าหลังหนึ่งในซอยสุขุมวิท 26 ให้กลายเป็นร้านอาหารใต้แบบ Fine Dining ในชื่อว่า “ศรณ์ (Sorn)” กล่าวถึงที่มาที่ไปของผลงานออกแบบของเขา รวมทั้งยังเล่าถึงแรงบันดาลใจที่มาจาก “ใบไม้” ซึ่งกลายมาเป็นคอนเซ็ปต์งานดีไซน์ทั้งหมดของร้าน เห็นได้จากลวดลายที่ปรากฏอยู่บนองค์ประกอบของงานออกแบบตกแต่งต่าง ๆ  เช่น ผนัง ประตู กระจก พาร์ทิชัน หรือแม้แต่ลวดลายบนเบาะเก้าอี้

“ใบไม้คือองค์ประกอบหลักที่เราเลือกนำมาใช้  โดยมีกิ่ง – ก้าน – ใบ เป็นตัวช่วยบ่งบอกถึงความเป็นปักษ์ใต้”

การชูอาหารท้องถิ่นสู่ระดับภัตตาคารแบบ Fine Dining แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากเรื่องของอาหารที่เจ้าของเชี่ยวชาญและใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว บรรยากาศและการออกแบบภายในยังนับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทายความสามารถไม่น้อย

“เวลาเรามองไปที่ร้านอาหารใต้ เรามักจะคิดถึงอาหารก่อน อาหารใต้เต็มไปด้วยองค์ประกอบของผักชนิดต่าง ๆ มีความเป็นทรอปิคัล รสเผ็ดร้อนจากเครื่องแกง และมักจะนึกถึงถาดใหญ่ ๆ ที่มีผักแนมอยู่เต็มไปหมด” “หากจะจำกัดความง่าย ๆ อาหารใต้ทำให้เรารู้สึกถึงป่า หรือเหมือนอาหารป่านั่นเอง”Trimode ปรับปรุงบ้านเก่าหลังหนึ่งในซอยสุขุมวิท 26 ให้กลายเป็นร้านอาหารใต้แบบ Fine Dining ในชื่อว่า “ศรณ์ (Sorn)”

คุณหยก-ภารดี เสนีวงศ์ ณ อยุธยา คืออีกหนึ่งพาร์ตเนอร์ของบริษัทออกแบบมากฝีมือ เธอได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานครั้งนี้ว่า

“แรกเริ่มเราจะนึกถึงอาหารที่คุ้นเคยก่อน ยังไม่รู้หรอกว่าอาหารใต้ที่เป็น Fine Cuisine นั้นเป็นอย่างไร”

“นอกจากนี้บริบทหนึ่งที่ทำให้เรานึกถึงภาคใต้คือคำว่า “Tropical Rain Forest” เราจึงนำมาผสมผสานกับสไตล์ “Luxury Exotic” คีเวิร์ดสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงเรื่องราวของวัฒนธรรม อาหาร และบริบทต่าง ๆ ของความเป็นภาคใต้เข้าด้วยกัน”

สิ่งหนึ่งที่จะช่วยยกระดับบริการและอาหารไปสู่ความพิเศษสิ่งหนึ่งคือเรื่องเล่า ภายในร้านนอกจากคีย์เวิร์ดหลักที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายของ “ใบไม้” การชูความหวือหวาของวัฒนธรรมในสไตล์ “Luxury Exotic” และการจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในที่ช่วยให้ร้านอาหารแห่งนี้แตกต่างจากร้านอื่น  ๆ แล้ว ยังมีพื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ นั่นคือส่วนของ “พิพิธภัณฑ์” ซึ่งเป็นส่วนของพื้นที่ต้อนรับ เพื่อช่วยเล่าที่มาของวัตถุดิบและกรรมวิธีการปรุงอาหารแบบท้องถิ่นภาคใต้แท้ ๆ ภายในจึงประดับด้วยข้าวของเครื่องใช้ทองเหลืองในครัว ซึ่งเป็นของสะสมของผู้เป็นเจ้าของ รวมถึงโชว์วัตถุดิบสำคัญในการประกอบอาหาร  อาทิ ข้าวหลากหลายสายพันธุ์ ที่ปลูกได้เฉพาะในภาคใต้ ภายใต้บรรยากาศที่ให้ความรู้สึกโอ่โถง ก่อนนำไปสู่ที่นั่งรับประทานอาหารในโซนต่าง ๆ

Trimode ปรับปรุงบ้านเก่าหลังหนึ่งในซอยสุขุมวิท 26 ให้กลายเป็นร้านอาหารใต้แบบ Fine Dining ในชื่อว่า “ศรณ์ (Sorn)”

ในส่วนของที่นั่งรับประทานอาหาร เนื่องจากเป็นการรับจองที่นั่งที่แบ่งไว้สำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มเสียส่วนใหญ่ผู้ออกแบบจึงใช้ความเป็น “ห้อง” ซึ่งมีที่มาจากลักษณะของบ้านเก่ามารีโนเวตให้เกิดประโยชน์

“จากบ้านที่เคยอยู่กัน 5 – 10 คน เมื่อต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหารเพื่อรองรับคนกว่า 50 คน ทำให้เราต้องวางโครงสร้างใหม่ทั้งหมด โดยยังคงสเปซแบบเดิมไว้ให้มีลักษณะเป็นยูนิต ๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนเราเดินเข้ามาในบ้าน ไม่ได้เป็นแบบ Single Space ใหญ่ ๆ อย่างร้านทั่วไป”

ศรณ์ ร้านอาหารใต้ Fine Dining

พื้นที่ใช้งานทั้งชั้น 1 และ 2 จึงประกอบด้วยที่นั่งรับประทานอาหารขนาดเล็ก-ใหญ่แตกต่างกันไป โดยมีแนวคิดการออกแบบและต่อเติมสเปซทั้งหมดเข้าหากันเพื่อเชื่อมต่อมุมมอง ไม่ให้บรรยากาศดูปิดทึบ หรือเปิดโล่งเกินไปจนหมดความเป็นส่วนตัว รวมถึงการยังคงบรรยากาศของสเปซแบบบ้านเดิมไว้เช่นนี้ยังให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่นนอบน้อม คล้ายการต้อนรับแขกคนสนิทมารับประทานอาหารที่บ้านของเราเอง

“ในด้านการออกแบบผมจะเน้นเรื่องของอาหารเป็นสำคัญ เพราะเวลาที่อาหารมาเสิร์ฟอยู่บนโต๊ะ เชฟจะเล่าเรื่องราวให้ลูกค้าฟัง ประสบการณ์หรือสิ่งแวดล้อมที่มันอยู่รอบ  ๆ คุณตอนนี้ ล้วนมาจากเรื่องราวของอาหารที่คุณกินทั้งหมดเลย”

keyboard_arrow_up