รู้จัก RAMY FISCHLER ดีไซเนอร์แห่งปีของ Maison & Objet 2018

กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว สำหรับ Maison & Objet ดีไซน์แฟร์ระดับโลกที่จะประกาศรางวัล “ดีไซเนอร์แห่งปี”  คู่ขนานไปกับการจัดงานแสดงปีละ 2 ครั้ง นับเป็นรางวัลที่สร้างกระแสความเคลื่อนไหวให้วงการการออกแบบโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนมกราคม M&O จะเสนอชื่อนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ส่วนช่วงปลายปีจะนำเสนอนักออกแบบที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม และการตกแต่งภายใน และสำหรับโชว์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้  Ramy Fischler คือ Designer of the Year คนล่าสุด

Ramy Fischler ดีไซเนอร์ชาวเบลเยี่ยมที่ย้ายมาก่อตั้งสตูดิโอออกแบบในปารีส เขาจบการศึกษาจาก ENSCI-Les Ateliers (École nationale supérieure de création industrielle) ในปารีสเมื่อปี 2004 และได้เข้าร่วมงานในสตูดิโอของ Patrick Jouin อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ชั้นนำของโลกอยู่เกือบทศวรรษ ตลอดช่วงเวลานั้นเองที่ประสบการณ์การทำงานได้ขัดเกลารสนิยมด้านความงามของเขาให้ยิ่งโดดเด่น ลับคมมุมมองด้านดีไซน์ให้เฉียบแหลม และส่งเสริมให้ความหลงใหลในการทดลองของเขาที่มีตั้งแต่สมัยเรียนยิ่งเติบโต ผลิดอกออกผล และกลายเป็นกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อค้นหาขอบฟ้าใหม่ในแบบฉบับของเขา

Ramy Fischler
ภาพจาก Maison & Objet

ก่อนที่ Ramy Fischler จะริเริ่มก่อตั้ง RF Studio ขึ้นในปี 2011 เขาได้รับรางวัล Prix de Rome รางวัลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาได้ใช้ชีวิตร่วมกับศิลปินและนักออกแบบคนอื่นใน Villa Medici สถาบันด้านศิลปะของฝรั่งเศสในกรุงโรม และเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยด้านประวัติศาสตร์ และอิทธิพลด้านวัฒนธรรมที่ปรากฏในหลายโปรเจ็คต์ต่อๆ มาของเขา

อพาร์ทเม้นต์ Place de Colombie คือผลงานแรกๆ ของเขาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสตูดิโอ ภาพโดย Paul Graves
รายละเอียดงานออกแบบเห็นได้ชัดว่าหลอมรวมทั้งงานคราฟท์ เทคโนโลยีการก่อสร้าง และจินตนาการเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ภาพโดย Paul Graves

จุดเด่นอย่างหนึ่งที่ทำให้งานออกแบบของเขา “แตกต่าง” อยู่เสมอ คือเขามุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะ “ไม่ทำซ้ำ” แนวทางงานของตัวเอง ดังนั้น แทนที่จะโฟกัสกับมุมมองดั้งเดิมของการออกแบบผลิตภัณฑ์ และสเปซ ในจุดเริ่มต้นของโปรเจ็คต์ เขากลับตั้งคำถามถึงคุณค่าของประโยชน์ใช้สอย คาดเดาไปถึงพฤติกรรมการใช้งานของผู้คนในอนาคต หาคำจำกัดความสำหรับเหตุผลและการใช้งาน พยายามจินตนาการถึงมุมมองที่เป็นรูปธรรมของบริบทแวดล้อมสำหรับสิ่งที่เขาออกแบบ สำหรับ Fischler งานออกแบบในทุกรายละเอียดต้องมีความเป็นเหตุเป็นผล เขาจึงถนัดทำงานกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากกว่างานออกแบบเชิงมโนทัศน์ (Conceptual)

สำนักงาน FastLab ภาพโดย Vincent Leroux

แนวความคิดของ Fischler นั้นแสดงให้เห็นว่า ในการออกแบบงานสักชิ้น เขาให้ความสำคัญกับทั้งมุมมองจากภายในสู่ภายนอก คือการเป็นผู้ร่วมงาน ผู้ใช้งานพื้นที่หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ พร้อมๆ กับคำนึงถึงมุมมองจากภายนอกสู่ภายในคือการลองเป็นผู้สังเกตการณ์จากภายนอก เพื่อให้งานออกแบบของเขาครอบคลุมความต้องการของทุกฝ่าย

Ramy Fischler
คอนเซ็ปต์สโตร์ Fenêtre sur Cour ในโมรอคโค ภาพโดย Vincent Leroux
Ramy Fischler
คอนเซ็ปต์สโตร์ Fenêtre sur Cour ในโมรอคโค ภาพโดย Vincent Leroux

หากติดตามงานของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่างานของ Fischler มักได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เขาชื่นชอบอยู่ไม่น้อย เขาทำงานออกแบบไม่ต่างจากการที่ผู้กำกับคิดสร้างภาพยนตร์สักเรื่อง และอาจกล่าวได้ว่า จินตนาการ และความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ คือหัวใจหลักของกระบวนการออกแบบของเขา หลายๆ ครั้ง งานของ Fischler จึงมีความเป็นไฮบริดที่คาบเกี่ยวอยู่บนเส้นขอบเขตระหว่างงานออกแบบ ศิลปะ หรือศาสตร์อื่นๆ

เขาเริ่มทำงานวิจัยครั้งแรกๆ สมัยยังเป็นอาจารย์ที่ Le Fresnoy – National Studio for Contemporary Arts อันได้แก่ โปรเจ็คต์ L’Image Éclaire ที่พยายามสร้างความเชื่อมโยงระหว่างรูปภาพ และภาพยนตร์

Ramy Fischler
หนึ่งในผลงานของโปรเจ็คต์ L’image éclaire เมื่อปี 2015

เราอาจพูดได้ว่า Fischler คือนักออกแบบที่ทำงานอย่างไร้กรอบ เขาพร้อมจะนำเสนองานออกแบบในมิติ หรือศาสตร์ที่ดูเผินๆ เหมือนว่าไม่เกี่ยวข้องกัน และอีกงานที่น่าสนใจของเขาคือการออกแบบสำนักงานใหญ่ของทวิตเตอร์ในฝรั่งเศส ซึ่งว่าจ้างให้เขาสำรวจว่าบริบทการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปตามกระแสโลก และตั้งคำถามถึงคุณค่าของข้อมูล และนำการค้นพบของเขามาใช้ในการวางผังออกแบบสำนักงานที่เหมาะสำหรับยุคใหม่

Ramy Fischler
สำนักงานใหญ่ของทวิตเตอร์ในปารีส ภายโดย ©Vincent Leroux
Ramy Fischler
สำนักงานใหญ่ของทวิตเตอร์ในปารีส ภาพโดย ©Vincent Leroux

อีกหนึ่งในโปรเจ็คต์ล่าสุดของเขาที่น่าสนใจคือ Refettorio ร้านอาหารสำหรับผู้ยากไร้และผู้อพยพ ในปารีส ริเริ่มโดยเชฟคนดังอย่าง Massimo Bottura ด้วยความร่วมมือกับ Nicola Delon เจ้าของสตูดิโอออกแบบ Encore Heureux เพื่อออกแบบการตกแต่งภายในจากวัสดุรีไซเคิล

Ramy Fischler
ร้านอาหาร Reffetorio ตั้งอยู่ใต้โบสถ์ la Madeleine ก่อตั้งโดยเชฟสามดาวมิชิลินอย่าง Massimo Bottura เพื่อปรุงอาหารจากวัตถุดิบชั้นเลิศที่เหลือทิ้งเป็นมื้อเย็นให้ผู้ยากไร้และผู้อพยพ ภาพโดย ©J.R

ไม่ว่าจะทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์ นิทรรศการ ไปจนถึงงานเทคโนโลยี สำหรับ Fischler แล้ว กระบวนการในการออกแบบนั่นเองที่สร้างโอกาสใหม่ๆ ทั้งการสังเกตการณ์ ทั้งดึงประเด็นใหม่ที่น่าสนใจ และดึงศักยภาพสูงสุดของแต่ละศาสตร์ออกมา เพื่อสร้างความร่วมมือใหม่ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือเอกลักษณ์ของงานออกแบบ ก็ล้วนมีความสำคัญไม่แพ้ภาพจบของงานเลย ดังที่ Fischler ได้เคยกล่าวไว้ว่า

“การแลกเปลี่ยนแนวคิด การค้นคว้า และการทดลองถือเป็นพื้นฐานของทุกนวัตกรรม มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนางานออกแบบ พอๆ กับความร่วมมือกับผู้ผลิตและนักวิทยาศาสตร์ในแต่ละโปรเจ็คต์ด้วย ”

ปัจจุบันเขาสนใจเรื่องราวของเทคโนโลยีสมัยใหม่ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างยิ่ง เขาสนุกกับการได้ทำงานร่วมกับนักวิจัย แพทย์ วิศวกร โปรแกรมเมอร์ไปจนถึงนักออกแบบแสงสว่างหรือแม้แต่นักประพันธ์เพลง!

Exformation งานอินสตอลเลชั่นที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนผ่านเสียงเพลง ภาพโดย Guillaume Chauvin

นอกจากนี้เขายังเป็นดีไซเนอร์สายลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Nu! บริการ Catering ที่มาพร้อมแนวคิดขยะเป็นศูนย์ รวมถึงการออกแบบตู้ขายอาหารที่ไม่ต้องใช้เงินสด

Ramy Fischler
NU! Smart fridge ตู้เย็นที่คุณสามารถใช้แอพในมือถือซื้ออาหารซึ่งบรรจุในภาชนะแก้ว เมื่อรับประทานเสร็จก็นำถ้วยแก้วและฝากลับมาเก็บในลิ้นชักด้านล่าง ทำให้มื้อกลางวันของคุณ มื้อขยะเป็นศูนย์!

ใครที่อยากติดตามผลงานล่าสุดของเขา ในช่วงต้นปี 2018 เขากำลังสนุกกับการออกแบบฉากให้กับโรงละครโอเปร่า ซึ่งรวมไปถึงการทำฉากละครเรื่อง Hamlet เวอร์ชั่นที่กำกับโดย Cyril Teste ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้ที่ L’Opéra Comique ในกรุงปารีส และสามารถติดตามเรื่องราวเต็มๆ ของ Fischler ได้ในงาน Maison et Objet Paris วันที่ 7-11 กันยายน 2018 ซึ่งนิทรรศการ และสัมมนาภายในงานจะช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าถึงแนวคิดของ Fischler ได้มากกว่าเพียงแค่การชมผลงานที่รวบรวมมาเท่านั้น

 

เรื่อง MNSD

ติดตาม Designer of the Year อื่นๆ ของ Maison & Objet

3 เหตุผลที่ทำให้ CECILIE MANZ คือดีไซเนอร์แห่งปี 2018 ของ MAISON & OBJET

keyboard_arrow_up