ใส่ความสร้างสรรค์ให้โมเดลธุรกิจ “Sharing Economy”

บ้านมือสอง Sharing Economy
บ้านมือสอง Sharing Economy

พักใหญ่ๆแล้วที่เราได้ยินคำว่า Co-Working Space และ Air bnb จากวันแรกที่ธุรกิจแชร์ใช้พื้นที่เหล่านี้ได้เข้ามาในแวดวงคนทำงานฟรีแลนซ์ในไทย จนกระทั่งเริ่มขยับขยายเป็น Co-Office หรือ อื่นๆตามมาSharing Economy

ในทีแรกที่ก็ดูจะเป็นธุรกิจที่เติบโตเบ่งบานถึงขีดสุดน่าจะเพราะว่าเหล่าธุรกิจแชร์ใช้หรือ Sharing Economy นั้นเป็นลักษณะที่เข้ากันได้ดีกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบัน กล่าวคือเป็นแนวคิดสังคมเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน ซึ่งเน้นการเช่าแทนการซื้อ ซึ่งเกิดประสิทธิผลขึ้นได้จากความสามารถทางเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัลในปัจจุบัน ที่ทำให้การจับคู่ระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่สามารถเลือก และเข้าถึงสินค้าหรือการบริการดังกล่าวโดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อมาเป็นเจ้าของ เช่น รถยนต์ ที่อยู่อาศัย จักรยาน หรือเครื่องใช้ภายในบ้าน เป็นต้น ส่งผลให้โมเดลธุรกิจประเภทนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์นั้น กลายเป็นหนึ่งธุรกิจดาวรุ่งที่ผู้ประกอบการหลายราย หันมาเปิดบริการจำนวนมากจนนับได้ว่ามีผู้ประกอบอยู่ในธุรกิจนี้เป็นหลักร้อยเลยทีเดียว แต่ในท้ายที่สุดกลับมีผู้เหลือรอด และสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงจากการทำธุรกิจเหล่านี้นับรายได้เพียงหยิบมือเท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ธุรกิจเหล่านี้ยังคงมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ

คำถามคือแล้วสำหรับผู้อยู่รอดในธุรกิจเหล่านี้นั้นเค้าทำได้อย่างไรกัน คำตอบก็คือ “ความสร้างสรรค์” และ “วิถีทางการทำธุรกิจอย่างสร้างสรรค์” ที่พวกเขาใส่ลงไปนั่นเองที่ทำให้ธุรกิจของเค้าโดดเด่นและแตกต่างไปจากผู้ประกอบการรายอื่นๆนั่นเอง

ความได้เปรียบของการเป็นที่ “จดจำ”

การออกแบบโมเดลธุรกิจนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว เพราะปัจจุบันนี้การเป็นที่ “จดจำ” นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากว่ากลุ่มลูกค้ามองเห็นภาพลักษณ์และ “รับรู้” ได้ถึงการมีอยู่ของเราแล้วนั้น ไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้นมากเลยทีเดียว แต่อะไรล่ะที่จะทำให้เราเป็นที่ “จดจำ” ก็คงจะเป็นเรื่องของความสร้างสรรค์นั่นเอง ซึ่งข้อดีของการเป็นที่จดจำ นอกจากจะทำให้เกิดการพูดถึงแบบ “ปากต่อปาก” ยังเหมือนเป็นการปิดช่องสำหรับผู้ประกอบการรายอื่นที่มีลักษณะคล้ายๆ กันเพราะคนที่ถูกจดจำได้เป็นคนแรกก็มักจะได้ตลาดนั้นๆ ไปครองก่อนเสมอนั่นเอง

ในการจะเป็นที่จดจำนั้นไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของโมเดลธุรกิจเพียงเท่านั้น การออกแบบภาพลักษณ์และรูปแบบของสถานที่ก็ส่งผลอย่างมากต่อการจดจำของผู้คน สังเกตได้ว่า การเลือกสถานที่ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปมาแบ่งซอยห้องเป็นออฟฟิศให้เช่า หรือห้องพักนั้นไม่สามารถจะทำให้สถานที่นั้นเป็นที่จดจำได้ดีพอ ด้วยเหตุนี้เองหลายๆ ครั้งเราจึงมักจะเห็นการเลือกใช้ทรัพย์มือสองมาปรับปรุงให้กลายเป็นธุรกิจอยู่เสมอ ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างสมัยที่น่าสนใจ ผสานกับการออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจที่ใส่เข้าไป รวมไปถึงทำเลของทรัพย์เหล่านี้ที่มักอยู่ท่ามกลางย่านชุมชนเดิมหรือย่านธุรกิจเดิม ทำให้ทรัพย์มือสองเป็นสิ่งที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเลือกหามาใช้ในธุรกิจแชร์ใช้ในปัจจุบัน

บ้านมือสอง Sharing Economy
Info graphic แสดงเสน่ห์ของอาคารเก่าที่ถูกนำมารีโนเวท ทั้ง Soy Sauace Gallery และ Factopia Art Residence

บ้านมือสอง Sharing Economy

บ้านมือสอง Sharing Economy

เช่นโครงการ Factopia ที่นำเสนอตัวเองเป็น Artist Residence ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหากแยกย่อยองค์ประกอบของ Factopia ลงไปก็จะพบว่าแท้จริงแล้วที่แห่งนี้คือธุรกิจสามอย่างมารวมกันนั่นก็คือ พื้นที่ให้เช่าสำหรับจัดอีเวนต์ สำนักงานให้เช่า และที่พักแบบ Longstay แต่ด้วยมุมมองของคุณฟิ่ว เจ้าของที่เป็นศิลปินอยู่ก่อนแล้ว การสร้างเรื่องราวเบื้องหลังและกลุ่มสังคมศิลปินนักออกแบบภายใน Factopia จึงทำให้เกิดเป็นจุดแข็งของ Artist Residence แห่งนี้ขึ้น ส่วนอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็อย่างเช่นแกลเลอรี่ Soy Sauce ที่นอกจากจะเป็นแกลเลอรี่ที่น่าสนใจแล้วยังมี Air bnb อยู่ด้านบนของแกลลอรี่อีกด้วย เสน่ห์ของแกลเลอรี่และกลุ่มสังคมที่ชั้นล่างจึงเสมือนเป็นจุดขายได้อย่างดีสำหรับ Air bnb ที่ชั้นบน

บ้านมือสอง Sharing Economy
Info graphic แสดงความสัมพันธ์ของเรื่องราวกับฟังก์ชั่นภายใน Factopia และ Soy Sauce

 

สร้างฐานลูกค้าด้วยการสร้าง “กลุ่มสังคม”

และด้วยการสร้างความแตกต่างลงไป สิ่งเหล่านั้นจะทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสร้างสรรค์เช่นนักออกแบบหรือศิลปินเข้ามา จากจุดนี้เองที่เราสามารถผลักดันให้เกิดเป็นกลุ่มสังคมขึ้นได้ อาจจะจากการพูดคุย อีเวนต์ต่างๆ ซึ่งกลุ่มสังคมนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในโลกยุค Social Network เลยทีเดียว เพราะไม่เพียงจะทำให้ทิศทางของโมเดลธุรกิจเรามั่นคงขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างฐานองค์ความรู้ใน “ความสร้างสรรค์” ที่เราใส่ลงไปในโมเดลธุรกิจอีกด้วย

ต่อยอดความมั่นคงด้วย Content Marketing

บ้านมือสอง Sharing Economy
Info graphic แสดงการต่อยอดธุรกิจด้วยการเสริม Content Marketing

เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วคงจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เพิ่มมูลค่าและมัดใจกลุ่มลูกค้าได้ในยุคสมัยนี้ก็คือการเพิ่มเรื่องราวของ Content Marketing เข้าไปในโมเดลธุรกิจนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างตัวตน กลุ่มสังคม ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์ สิ่งเหล่านี้จะทำหน้าที่เสมือนเป็นเครื่องมือดึงดูดลูกค้าแบบ Passive และการเอาใจใส่ลูกค้าก็จะทำให้เกิดเป็น Content ใหม่ๆ ต่อไปได้นั่นเอง

และนี่ก็คือข้อคิดดีๆ สำหรับการเติม “ความสร้างสรรค์” ลงไปในโมเดลธุรกิจเดิมๆ ซึ่งหากใครมีฝันอยากลองเริ่มทำธุรกิจสร้างสรรค์แบบ Co-Working Space หรือ ที่พักแบบ Air bnb ก็ตาม นอกจากจะลองมองโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจจากหลายตัวอย่างดีๆ ในปัจจุบันแล้ว การเลือกทำเลและตัวสถาปัตยกรรมก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองเข้าไปดูที่ www.sam.or.th ดูกันก่อนได้เพราะที่ SAM มีทรัพย์มือสองที่น่าสนใจมากมายให้เลือกชม ไม่แน่ว่าทรัพย์เหล่านั้นอาจจะช่วยเติมเต็มจินตนาการภาพธุรกิจในฝันของคุณให้สมบูรณ์ขึ้นบ้างก็เป็นได้

keyboard_arrow_up