รวม 8 ไม้หอมดอกสีขาว ชื่อไพเราะ ออกดอกช่วงฤดูหนาว

ลมหนาวจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือมาเยือนแล้ว ส่งผลให้เราเริ่มได้กลิ่นหอมที่แตกต่างไปจากฤดูอื่นๆ ซึ่งกลิ่นหอมเหล่านี้มีที่มาจากหลากหลายพรรณไม้หอมที่พร้อมใจกันออกดอกในช่วงเวลานี้ สร้างความชื่นใจให้กับใครที่มีต้นไม้เหล่านี้ปลูกอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งหากอยากให้ได้กลิ่นไม้ดอกเหล่าให้ได้ไกลๆ อย่าลืมปลูกไว้ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านด้วยนะครับ

 

 

1.สัตบรรณ

สัตบรรณ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Alstonia scholaris (L.) R.Br.

วงศ์ Apocynaceae

ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชอบ แสงแดดจัด โตเร็ว ทนแล้ง ควรปลูกลงแปลง กลางแจ้งเป็นต้นเดี่ยวให้ห่างจากต้นไม้อื่นอย่างน้อย 8 เมตร ทรงพุ่มจะแผ่ได้สวยงาม ขยายพันธุ์ ด้วยการเพาะเมล็ด ออกดอกเป็นช่อ กระจุกตามปลายกิ่ง ช่อใหญ่ กลม ขนาด 10 20 เซนติเมตร ดอกย่อยจํานวนมาก โคนกลีบติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก สีขาวหรือขาวอมเขียว บานพร้อมกันทั้งช่อ และนานหลายวัน ส่งกลิ่นหอมรุนแรงในช่วงเย็น
ออกดอกเดือนตุลาคม มกราคม

 

2.กรรณิการ์

กรรณิการ์

ชื่อวิทยาศาสตร์ Nyctanthes arbortristis L.

วงศ์ Oleaceae

ไม้พุ่ม สูง 2 3 เมตร เติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ําดี อินทรียวัตถุสูง แสงแดดรําไร ชอบความชื้นสูง แต่ไม่ทนน้ําท่วมขัง เพราะรากเน่าง่าย ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง มี ดอกย่อย 3 – 7 ดอก กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน โคนเชื่อมติดกัน กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกเป็นหลอดสีแสด ปลายแยก 5 – 8 กลีบ เมื่อ บานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร ดอกบานเพียงวันเดียวแล้วร่วง ส่งกลิ่นหอมแรงช่วงกลางคืน กลางวันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

ออกดอก เดือนสิงหาคม – ธันวาคม

 

3.กุมาริกา 

กุมาริกา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Parameria laevigata (Juss.) Moldenke

วงศ์ Apocynaceae

ไม้เลื้อยเนื้อแข็ง กิ่งก้านเลื้อยได้ไกล 3 เมตร ชอบดินร่วนระบายน้ําดี อินทรียวัตถุสูง แสงแดดเต็มวัน หมั่นตัดแต่งกิ่งบ่อยๆ จะช่วยให้ต้นแตกยอดใหม่และออกดอกจํานวน มาก ดอกออกเป็นช่อแขนงตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อย 60 – 80 ดอก ดอกเป็นหลอด กลีบดอกสีขาว โคนกลีบเชื่อม ติดกันเป็นหลอดสั้น ปลายแยกออกเป็น 5 กลีบเรียงเวียนซ้อนเหลื่อมกัน เมื่อบานมีเส้นผ่าน- ศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร ดอกบานพร้อมกันทั้งช่อ มีกลิ่นหอม

ออกดอก เดือนตุลาคม – ธันวาคม

 

4.พะยอม

พะยอม

ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea roxburghii G.Don

วงศ์ Dipterocarpaceae

ไม้ต้นผลัดใบ เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายหรือดินที่ระบายน้ําดี แสงแดดจัด ชอบอากาศเย็น โตช้า ดอกเป็นช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เรียงเวียนแบบกังหันกลีบดอกเชื่อมติดกันและร่วงง่าย กลีบเลี้ยง ขยายขนาดเป็นปีกและติดทนนานจนเป็นผล ดอกสีขาว บานพร้อมกันหรือทยอยบานทั้งช่อ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วงเย็น

ออกดอก เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์

 

5.ลดาวัลย์

ลดาวัลย์

ชื่อวิทยาศาสตร์ Porana volubilis Burm.f.

วงศ์ Convolvulaceae

ไม้เลื้อยเนื้ออ่อน ลําต้นทอดเลื้อยไป ได้ไกล 2 10 เมตร ชอบดินร่วนระบายน้ําดี แสงแดดจัด โตเร็ว ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงตามซอกใบและปลาย ยอด ดอกย่อยจํานวนมาก รูปกรวย กลีบเลี้ยง สีเขียว กลีบดอกสีขาว โคนดอกเชื่อมติดกัน เป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ พับย่นเล็กน้อย ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 – 8 มิลลิเมตร บานวันเดียวแล้วโรย

ออกดอก เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

 

6.ลําดวน

ลำดวน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Melodorum fruticosum Lour.

วงศ์ Annonaceae

ไม้ต้น สูง 4 8 เมตร ชอบดินร่วนซุย แสงแดดเต็มวัน ความชื้นสูง โตช้า ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อกระจุกออกตามซอกใบ หรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงขนาดเล็ก กลีบดอก
หนาแข็ง มี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น กลีบชั้นนอกแผ่กาง แต่กลีบชั้นในงุ้มเข้าหากันหมด สีเหลือง ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 – 2.5เซนติเมตร บานวันเดียวแล้วโรยในวันรุ่งขึ้น ส่งกลิ่นหอมแรงตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงเช้า และ หอมอ่อนๆ ในช่วงกลางวัน

ออกดอกเดือนมกราคม – มีนาคม

 

7.วาสนา

วาสนา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena fragrans (L.) Ker Gawl.

วงศ์ Dracaenaceae

ไม้พุ่ม สูง 5 10 เมตร ชอบดินร่วนระบายน้ําดีหรือดินร่วน ปนทราย แสงแดดรําไรถึงแสงแดดจัด ช่อดอกออกที่ซอกใบ ยาว 45 – 60 เซนติเมตร สีขาวหรือชมพู ดอกย่อย
จํานวนมาก โคนกลีบดอกเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 6 กลีบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ดอกย่อยบานพร้อมกันหรือ ทยอยบานนาน 1 – 3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน เป็นไม้มงคลที่ควรปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านและปลูกในวันอังคาร เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ผู้พักอาศัย

ออกดอก เดือนพฤศจิกายน – มกราคม

 

8.ปีบ

ปีบ

ชื่อวิทยาศาสตร์ Millingtonia hortensis L.f.

วงศ์ Bignoniaceae 

ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 5-10 เมตร ดอกเป็นดอกช่อกระขุกแยกแขนง ยาว 10-25 ซม. ดอกย่อยประกอบด้วย กลีบเลี้ยง มีสีเขียว กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาวประมาณ 0.5 ซม. เชื่อมกันเป็นรูประฆังปลายตัด กลีบดอกมีสีขาว กลิ่นหอม กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาว 6-10 ซม. เชื่อมกันเป็นหลอดปากแตร แยกเป็น 5 แฉก 3 แฉกรูปขอบขนาน 2 แฉกล่างค่อนข้างแหลม เกสรเพศผู้มีจำนวน 4 อัน สองคู่ยาวไม่เท่ากัน เกสรเพศเมียมีจำนวน 1 อัน อยู่เหนือวงเกลีบ

ออกดอก เดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม