การเดินทางของ MUJI HOTEL สู่เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน

แตกต่างอย่างลงตัวกับ “MUJI HOTEL เรียบ ง่าย สไตล์มินิมัล” ณ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ใครว่าเซินเจิ้น มีแต่โซนช็อปปิ้งของก๊อปราคาถูก คุณคิดผิด! เพราะแท้จริงแล้วเมืองเซินเจิ้น ไม่ได้มีเพียงแค่เท่านั้น เมืองนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจริมทะเลของกวางตุ้ง มีที่ตั้งอันโดดเด่นด้วยพรมแดนซึ่งใกล้กับเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเพิร์ล ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองการค้า มีเศรษฐกิจเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ปี มีแหล่งขายสินค้าราคาถูกมากมายที่น่าสนใจ รวมถึงอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนที่เป็นมากกว่าโรงแรมทั่วไปอย่าง MUJI HOTEL ที่สายมินิมัลและสาวกมูจิไม่ควรพลาด ซึ่งจะเปิดให้เข้าพักวันแรกคือ 18 มกราคม 2561 นี้นั่นเอง

ทำไม MUJI HOTEL ถึงตั้งอยู่ที่เซินเจิ้น?

จากบริบทของพื้นที่ในย่าน New UpperHills ที่มีความหลากหลายในการใช้งานของพื้นที่ รายล้อมไปด้วยย่านพาณิชยกรรมที่กำลังจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางธุรกิจของเมืองที่มีความโดดเด่น และเจริญเติบโตอย่างพุ่งทะยานในอีก 30 ปีจากอุตสาหกรรมหมู่บ้านชาวประมงหนึ่งกลุ่มของประชากรกว่า 14 ล้านคนของมหานครแห่งนี้ ซึ่ง มูจิ โฮเทล เซินเจิ้น ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง ที่มีทัศนียภาพของอาคารสูงระฟ้า ที่แสดงถึงความเติบโตอย่างหาตัวจับยาก

ซึ่งมูจิ เล็งเห็นว่า เซินเจิ้น จะกลายเป็นเมืองแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งในแวววงอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ รวมถึงนวัตกรรมและวัฒนธรรมที่มีความเฉพาะตัว โดย MUJI HOTEL SHENZHEN จะเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ให้บริการบนพื้นฐานของความสะดวกสบาย และรองรับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมากที่เมืองแห่งศักยภาพแห่งนี้

ความแตกต่างอย่างลงตัวของ MUJI HOTEL

walk as much as you can, wherever you can; eat well; sleep well; stay fit

โรงแรมแห่งนี้ไม่มีชั้น 1…ว่าด้วยเรื่องของโรงแรม MUJI ซึ่งถ้าใครหลายคนรู้จักกันดีเมื่อกล่าวถึง ความเรียบง่ายสุดมินิมัล ที่หลายคนมองหา MUJI HOTEL ประกอบด้วยชั้น 2 ถึงชั้น 6 โดยมีห้องพักรวมทั้งหมด 79 ห้องภายใต้การออกแบบโดยนำรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม (Traditional Chinese) ที่นำเสาและผนังของบ้านจีนโบราณมาใช้ในการตกแต่งภายใน รวมถึงพื้นที่คอร์ทกลาง อีกทั้งเปิดพื้นที่ MUJI Store ภายในโรงแรมเพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แก่บรรดาผู้ใช้งาน

MUJI HOTEL แตกต่างตั้งแต่รูปแบบพื้นที่ส่วนกลางอย่างบนชั้น 2 ที่ประกอบด้วยเคาน์เตอร์ต้อนรับ (Reception Desk) และ โซน MUJI Diner พื้นที่รับประทานอาหารที่มาพร้อมวัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่น ที่มีแนวคิดจากอาหารในบ้าน (Home Cooking) โดยเปิดบริการตั้งแต่มื้อเช้าในบรรยากาศอบอุ่น ไปจนถึงมินิบาร์ในช่วงค่ำคืน โดยกิมมิคประจำ MUJI Diner นอกจากวัตถุดิบแล้วยังมีเครื่องถ้วยชามที่เป็นของมูจิเองอีกด้วย

บนชั้น 3 มี MUJI BOOKS ห้องสมุดที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจด้วยคอลเล็คชั่นหนังสือในหมวดประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรม กว่า 650 เล่มเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ตกแต่งในสไตล์มูจิด้วยการเน้นวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ และกระจกโปร่งใสทำให้เกิดความโปร่งดล่งและเรียบง่าย รวมไปถึงใช้พื้นที่ผนังให้เป็นชั้นวางของกึ่ง Showcase ผลิตภัณฑ์เครื่องครัว นอกจากนี้ยังมี Small-Scale Gym ในสไตล์มินิมัลเน้นการจัดวางเครื่องออกกำลังกายน้อยชิ้นที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ มาพร้อมฟังก์ชันห้องล็อคเกอร์และห้องอาบน้ำ อีกทั้งเปิดพื้นที่ส่วน Common Area ให้เป็น ห้องประชุม แบบยืดหยุ่นที่สามารถปรับพื้นที่ได้ระหว่าง 70-130 ตร.ม. โดยรูปแบบห้องประชุมเป็นที่นั่งแบบ Theater-seating ที่จุคนได้กว่า 200 คน

และอีกหนึ่งความแตกต่างที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมูจิ นั่นคือ MUJI Store สาขาใหญ่ที่สุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน บนพื้นที่กว่า 1,800 ตร.ม. ชั้น 2-3 ซึ่งยังคงตัวตนของมูจิได้เป็นอย่างดีด้วยรูปแบบการตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นไม้สีธรรมชาติเป็นองค์ประกอบการตกแต่งทั้งพื้น ชั้นวางของ และเฟอร์นิเจอร์ ที่ MUJI Store แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงของใช้ในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยของใช้และของตกแต่งบ้านในหมวดต่างๆอย่าง เฟอร์นิเจอร์, เครื่องครัว, เสื้อผ้า, เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และของแต่งบ้านแบบ Make-to-order อย่างผ้าม่าน, พรม เป็นต้น ซึ่งออกแบบพื้นที่ร้านค้าในแบบ Open Plan ที่สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ส่วนต่างๆได้อย่างทั่วถึงและปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆของผู้ใช้งาน อาทิ กิจกรรมเวิร์คช็อป และอีเว้นท์ต่างๆ

ไปดู ห้องพักแขกของมูจิ โฮเทล ในหน้าถัดไป คลิก

keyboard_arrow_up