YELO House : ปลุก energy ในพื้นที่สีเหลือง

YELO House โกดังเก็บอุปกรณ์การพิมพ์เก่ากว่า 40 ปี ย่านราชเทวีที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็น Creative space แหล่งรวมตัวของเหล่านักสร้างสรรค์ สไตลิสต์ คนทำงานเบื้องหลัง ในซอยเกษมสันต์ 1 ย่านกลางเมืองใกล้สยามสแควร์ ที่มีทั้ง art gallery , ออฟฟิศ และห้องประชุม , co-working space, photo studio, พื้นที่สำหรับจัด workshops และ events ภายในพื้นที่กว่า 480 ตารางเมตร

YELO House

กว่า 20 ปี ที่ คุณศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ Managing Director แห่งบริษัท Atelier Of Architects เฝ้ามองโกดังร้างไร้ชีวิตแห่งนี้ ประจวบเหมาะกับในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พาร์ตเนอร์อีก 3 ท่าน คุณ Hans Werner Muller Creative Director แห่งบริษัท HWM คุณสุวรรณี สุวรรณแสงโรจน์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Chamni’s Eye และคุณธนัตถ์ สิงหสุวิช ช่างภาพชื่อดัง ก็มองหาสถานที่เพื่อสร้างแหล่งสร้างสรรค์ใหม่ๆ จึงมาลงตัวยังที่แห่งนี้ และโปรเจ็กต์ YELO House ก็เริ่มต้นขึ้น

YELO House

จากสีเหลืองอันเป็นสิ่งสะดุดตาแรกเห็นของโครงสร้างเก่าในโกดังร้าง สู่ที่มาของชื่อ YELO และยังสื่อความหมายดีๆ อย่าง ‘You ever live once’  ที่ทั้ง 4 พาร์ตเนอร์ ตั้งใจจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อชุบชีวิตโกดังเก่าให้เป็นที่รวมตัวแห่งใหม่ของคนที่กำลังมองหาสถานทำงานที่ดีๆ สักแห่ง

“เรามองเห็น energy ต่างๆ ที่มันพุ่งพล่านในบริเวณนี้ อย่างพอเปิดเข้าไปด้านหลังมองเห็นน้ำ เห็นเรือในคลองแสนแสบ เห็นผู้คน มันสวยงาม แล้วเราเพิ่งค้นพบอีกอย่างว่า ด้านหลังโกดังเปิดออกไปมีทางเดินติดท่าน้ำ มันมีชีวิต และระยะการเดิน เพียง 90 เมตร ก็สามารถไปถึงพิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สันได้ และระยะอีก 90 เมตร เดินถึงท่าเรือได้ แต่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเดินผ่านได้ ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวมาถามทางไปบ้านจิม ทอมป์สัน เราก็ต้องบอกให้เขาเดินอ้อมออกซอยไปเพื่อไปเข้าด้านหน้า

แต่วันนี้ตั้งแต่ที่นี่สร้างมา ทุกคนสามารถเดินผ่านจากท่าเรือทะลุไปยังบ้านจิม ทอมป์สันได้ใกล้ๆ ผมเลยคิดว่านี่จะเป็นแรงสนับสนุนเล็กๆ ที่เรามีให้เมืองเหมือนกัน และต่อไปประตูด้านข้างจะเปิดให้เดินผ่านได้ตลอด ซึ่งไม่ต้องเข้ามาอุดหนุนเราก็ได้ โดยไม่ว่าจะไปบ้านจิม ทอมป์สัน หรือท่าเรือ ก็ไม่ต้องเดินอ้อมอีกแล้ว” คุณศัลยเวทย์ บอกกับเราอย่างนั้น

โครงสร้างภายในและภายนอก แทบไม่ได้รื้อโครงสร้างใดๆ ออก เปลือยอย่างไรก็อย่างนั้น แต่เพิ่มในส่วนของงานระบบที่ทำให้อยู่สบายขึ้น อย่างเช่นใส่ราวกันตกเพิ่ม เพิ่มบันได โดยบริเวณด้านหน้าที่เป็นดับเบิ้ลสเปซ ถูกออกแบบให้เป็นแกลลอรี่ที่โชว์งานศิลปะได้หลายประเภท ทั้งประติมากรรมสูงๆ งานภาพวาดขนาดใหญ่ รวมไปถึงแกลลอรี่ช็อป และฝั่งขวาทั้ง 3 ชั้น เป็นห้องประชุมที่จะเปิดให้เช่าในระยะยาว ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดเวิร์คช็อป และส่วนด้านหลังกำแพงสีเทา จะเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะไปด้วย

“อาคารแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง เป็นโกดังเก็บของที่หลังคาเป็นฟันเลื่อย ทางทิศเหนือมีสกายไลต์ทำให้แสงเข้ามา ด้วยฟังก์ชั่นเก่าของมันที่ไม่ได้ต้องการแสง ผมไม่รู้ว่าเขาดีไซน์ตรงนี้เพื่ออะไร เพราะจริงๆ โกดังเก็บของหลังคามันควรจะทึบ เพื่อป้องกันการรั่ว แต่คุณสมบัติของแสงที่หลังคามันดีมาก มีความละมุนเหมือนกับลอฟต์ในนิวยอร์ค ถ้ามาในช่วงกลางวันพื้นที่เวิร์คช็อป แสงมันเหมาะกับการทำงานด้านภาพที่ให้สายตา เพราะแสงนุ่มนวล ไม่มีเงา มันเป็นคุณภาพสเปซ สภาพแสงที่หาที่อื่นไม่ได้ ถ้าจัดดอกไม้ หรือเขียน Calligraphy ของที่ทำด้วยตาแสงมันดีมาก”

“และแม้บริเวณฝ้าด้านล่างจะมีสเกลที่ไม่ได้มาตรฐานของออฟฟิศด้วยซ้ำ ถ้าไปเช่าที่ดีๆ ที่ต้องสูง 2 หรือ 2.55 เมตร ซึ่งที่นี่ฝ้าสูง 2 เมตร แต่ให้คุณสมบัติอีกอย่างที่เอาไม้บันทัดวัดไม่ได้ ก็เลยหวังว่าคนจะสนุกกัน และเป็นฐานให้คนมาทำงาน ทำงานศิลปะ งานดีไซน์” คุณศัลยเวทย์ กล่าวปิดท้ายพร้อมรอยยิ้มที่เรามองเห็นมุ่งมั่นในสายตาเขาอย่างชัดเจน

อ่านต่อ Stylist Market และการเดินทางคลิก