UNIVERSAL DESIGN : ดีไซน์ดีคือสิทธิ์ของทุกคน (1)

UNIVERSAL DESIGN : ดีไซน์ดีคือสิทธิ์ของทุกคน (1)

ในโลกยุคดิจิทัล งานสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์ใหม่เกิดขึ้นมากมายทุกวัน และแทบทุกการดีไซน์ล้วนมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราไม่ทางใดก็ทางหน่ึง แต่ถึงอย่างนั้น ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ยังมีผู้คนอีกหลายพันล้านไม่มีโอกาสเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี หรือเครื่องดํารงชีพขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่เฉพาะแค่ผู้คนในดินแดนห่างไกล แม้แต่ประชากรในเมืองใหญ่ของโลกเองก็ยังไม่สามารถเข้าถึงส่ิงอํานวยความสะดวกพื้นฐานได้อย่างครบถ้วนทุกคน

ทําไมผลิตภัณฑ์งานดีไซน์มหาศาล เหล่านั้นจึงไม่ได้ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ทุกคนอย่างท่ัวถึงและเท่าเทียม

คําถามนี้มีมากกว่าหนึ่งคำตอบแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการเมือง แต่หากมองในแง่มุมของงานดีไซน์ สันนิษฐานหน่ึงที่ชวนให้ฉุกคิดคือ “หรือว่าผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ทุกวันน้ีอาจยังไม่เหมาะสมสําหรับผู้คนส่วนใหญ่บนโลกจริงๆ”

เราเคยได้ยินมานานกับวาทะที่ว่า “ดีไซน์เปลี่ยนโลก” แต่เราจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยดีไซน์ได้อย่างไร ถ้าหากคนส่วนใหญ่ยังไม่มีสิทธิเข้าถึง หรือไม่สามารถใช้งาน ผลิตภัณฑ์ สถานที่ และสภาพแวดล้อมเหล่าน้ันได้ด้วยซ้ำ “การออกแบบเพื่อมวลชน” จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสําคัญ และอาจเป็นหนทางในอุดมคติสําหรับการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชากรแห่งโลกอนาคต

 

(ซ้าย) The House of Disabled People's Organisations ในเดนมาร์ก ออกแบบโดย Cubo Arkitekter A/S สื่อให้เห็นถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่ทุกคนสามารถ เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น คนพิการทางร่างกาย หรือทางสายตา (Photo : Martin Schubert) (ขวา) เก้าอี้ทํางาน Aeron Chair ของแบรนด์ Herman Miller นํา Universal Design เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ โดยดีไซน์ให้รับกับสรีระและการใช้งานมากที่สุด ทั้งยังสามารถปรับความสูงและ องศาต่างๆให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานทุกคน (Photo : hermanmiller.com)
(ซ้าย) The House of Disabled People’s Organisations ในเดนมาร์ก ออกแบบโดย Cubo Arkitekter A/S สื่อให้เห็นถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่ทุกคนสามารถ เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น คนพิการทางร่างกาย หรือทางสายตา (Photo : Martin Schubert)
(ขวา) เก้าอี้ทํางาน Aeron Chair ของแบรนด์ Herman Miller นํา Universal Design เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ โดยดีไซน์ให้รับกับสรีระและการใช้งานมากที่สุด ทั้งยังสามารถปรับความสูงและ องศาต่างๆให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานทุกคน (Photo : hermanmiller.com)

 


UNIVERSAL DESIGN : ดีไซน์เพื่อความเท่าเทียม

คําว่า Universal Design (UD) หรือแนวคิดการออกแบบเพื่อมวลชน คิดค้นขึ้นคร้ังแรก โดย Ronald L. Mace สถาปนิกผู้ก่อตั้ง Center for Universal Design สถาบันที่สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย และเผยแพร่ความรู้ด้าน Universal Design ใน College of Design ท่ี North Carolina State University (NCSU)

Universal Design ไม่ใช่ “สไตล์” หรือดีไซน์ท่ีมีรูปแบบตายตัว แต่เป็น “แนวคิด” การออกแบบส่ิงแวดล้อม สถานที่ เทคโนโลยี และสิ่งของต่างๆ เพื่อมุ่งตอบสนองการใช้งานของคน “ทุกกลุ่ม” ในสังคมหรือให้มากกลุ่มท่ีสุด เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากพื้นท่ีอาคารหรือส่ิงของนั้น ๆ อย่างเต็มที่เท่าเทียมกัน โดยไม่ถูกแบ่งแยกด้วยวัย เพศ และสภาพร่างกาย เมื่อพูดถึงประเด็นน้ีหลาย ๆ คนอาจนึกไปถึง “ผู้พิการ” เป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วความท้าทายของ UD อยู่ที่ นอกเหนือจากผู้พิการหรือผู้สูงอายุแล้วยังต้องออกแบบให้ One Design Fits All ดีไซน์รูปแบบใดก็ได้แต่ต้องเหมาะสมกับท้ังคนที่มีขีดจํากัด “มากที่สุด” ไปจนถึง “น้อยที่สุด” โดย ไม่จําเป็นต้องดัดแปลงเพิ่มเติมใด ๆ

(ซ้าย) ห้องน้ําใน Royal Ontario Museum ถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีผู้ใช้หมุนเวียนหลายล้านคนต่อปี จึงต้องต้องออกแบบใหเ้หมาะสมกับผู้ใช้งานที่หลากหลาย (Photo : dupont.com) (ขวา) Ronald Lawrence Mace ถ้าจะกล่าวว่า เป็นบิดาแห่ง Universal Design ก็คงไม่ ผิดนัก เมซกลายเป็นผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ตลอดชีวิต เนื่องจากติดเชื้อโปลิโอตอน 9 ขวบ แต่เขาก็ฟันฝ่าทุกอุปสรรคจนจบปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประสบการณ์การใช้ชีวิตท่ีแสนยากลําบากในยุคสมัยน้ัน ทําให้เขาเข้าใจถึงความสําคัญของดีไซน์ ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการได้เป็นอย่างดี (photo : designforall.in)
(ซ้าย) ห้องน้ําใน Royal Ontario Museum ถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีผู้ใช้หมุนเวียนหลายล้านคนต่อปี จึงต้องต้องออกแบบใหเ้หมาะสมกับผู้ใช้งานที่หลากหลาย (Photo : dupont.com)
(ขวา) Ronald Lawrence Mace ถ้าจะกล่าวว่า เป็นบิดาแห่ง Universal Design ก็คงไม่ ผิดนัก เมซกลายเป็นผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ตลอดชีวิต เนื่องจากติดเชื้อโปลิโอตอน 9 ขวบ แต่เขาก็ฟันฝ่าทุกอุปสรรคจนจบปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประสบการณ์การใช้ชีวิตท่ีแสนยากลําบากในยุคสมัยน้ัน ทําให้เขาเข้าใจถึงความสําคัญของดีไซน์ ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการได้เป็นอย่างดี (photo : designforall.in)

 

เมซเคยกล่าวไว้ในสุนทรพจน์คร้ังสุดท้ายของเขาใจความว่า ดีไซเนอร์มักทํางานออกแบบบนสมมติฐานว่าทุกคนในโลกเป็น “คนปกติ” มีสัดส่วนมาตรฐาน เพอร์เฟ็กต์ คล่องแคล่ว พึ่งพาตัวเองได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้ใช้งานล้วนหลากหลาย และทุกคนมีข้อจํากัดท่ีแตกต่างกันไป UD จึงควรเป็นแนวทางท่ีช่วยให้ดีไซเนอร์ สามารถออกแบบสิ่งต่าง ๆ โดยมี “กลุ่มผู้ใช้งาน” เป็นศูนย์กลางจริง ๆ

การออกแบบภายใต้แนวคิดนี้ต้องมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง ไม่ต้องใช้แรงมาก เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน มีการเผื่อความผิดพลาดในการใช้งาน หรือหากเกิดความผิดพลาดก็เกิดอันตรายน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงดีไซน์ดี ๆ ได้ง่ายขึ้น และที่สําคัญต้องมีราคาท่ีไม่สูงจนเกินไป มีความเป็นไปได้ในทางการตลาด ผู้คนทั่วไปสามารถซื้อหาเป็นเจ้าของได้

แม้ UD จะเริ่มต้นมาจากงานออกแบบสถาปัตยกรรม แต่ท้ายท่ีสุดก็ครอบคลุมงานดีไซน์เกือบทุกประเภท และลึกลงไปในรายละเอียด ก็ยังมีศัพท์เฉพาะท่ีอธิบาย รูปแบบของงานดีไซน์ท่ีเจาะจงลงไปอย่าง Barrier-free Design และ Assistive Technology ซึ่งเริ่มกลายเป็นคำคุ้นหูมากขึ้นเรื่อยๆ สําหรับผู้บริโภคในปัจจุบัน

(ซ้าย) Robson Square จัตุรัสกลางเมืองแวนคูเวอร์ในแคนาดา พื้นท่ีสาธารณะที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สําหรับคนทั่วไป ผู้ใช้รถเข็น และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถใช้บันไดได้ (Photo:thinkinclusive.us) (ขวา) ทางลาดบริเวณทางเดินเท้าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ Universal Design ที่พบเห็นได้แพร่หลายทั่วโลก เหมาะทั้งคนทั่วไป ผู้ใช้วีลแชร์ และผู้พิการทางสายตา (Photo : simanaitissays.com)
(ซ้าย) Robson Square จัตุรัสกลางเมืองแวนคูเวอร์ในแคนาดา พื้นท่ีสาธารณะที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สําหรับคนทั่วไป ผู้ใช้รถเข็น และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถใช้บันไดได้ (Photo:thinkinclusive.us)
(ขวา) ทางลาดบริเวณทางเดินเท้าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ Universal Design ที่พบเห็นได้แพร่หลายทั่วโลก เหมาะทั้งคนทั่วไป ผู้ใช้วีลแชร์ และผู้พิการทางสายตา (Photo : simanaitissays.com)

 

Barrier-free Design หลักการออกแบบท่ีเน้นประเด็นของการเข้าถึง โดยเฉพาะอย่างย่ิงการออกแบบสถาปัตยกรรมและสเปซต่าง ๆ เพื่อลดข้อจำกัดต่อผู้พิการ ซึ่งในปัจจุบันมีการบัญญัติให้เป็นกฎหมายที่มีข้อบังคับในการออกแบบอาคารอย่างแพร่หลาย แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

Assistive Technology อุปกรณ์ช่วยเหลือและชดเชยข้อจํากัดทางร่างกายส่วนบุคคล ช่วยให้การใช้ชีวิตประจําวันของเราง่ายข้ึน โดยใช้เทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงขั้นสูง เช่น แว่นสายตา รถเข็น วีลแชร์ แม้บางอย่างจะเป็นอุปกรณ์ทาง การแพทย์มาก่อนอย่างถังออกซิเจนพกพา เมื่อมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน ก็ถือเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้สามารถออกไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติมากขึ้น

แม้ว่าเมซจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 แต่ตลอด 28 ปีสุดท้ายของชีวิต เขาได้อุทิศให้งานออกแบบด้านสถาปัตยกรรมเพื่อผู้พิการและทุกคนในสังคมมาโดยตลอด และมีผลงานการวิจัย การออกแบบ และแนวคิดที่มีประโยชน์ฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษามากมาย

 


เรื่อง : MNSD
ภาพ : เอกสารประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ : design we love
room magazine : September 2016 No.164
keyboard_arrow_up