Dyson Pure Cool พัดลมกรองอากาศอัจฉริยะ

เพราะฝุ่นควันและมลพิษที่ลอยอยู่ในอากาศ คือสิ่งอันตรายที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เมื่อร่างกายของเราสูดดมเข้าไปต่อเนื่องจนสะสมเป็นระยะเวลานาน ยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพโดยที่เราไม่สามารถรู้ตัว จึงเป็นที่มาของพัดลมกรองอากาศเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Dyson Pure Cool ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความเชี่ยวชาญในการหมุนเวียนของอากาศ การกรอง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดการกับปัญหามลภาวะภายในบ้านและกรองอากาศทั่วทุกมุมห้อง

Dyson ซึ่งเล็งเห็นถึงความอันตรายดังกล่าว ภายหลังเข้าสู่อุตสาหกรรมกรองอากาศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2558 เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศภายในบ้านที่เพิ่มขึ้น Dyson ยังคงเดินหน้านำร่องออกแบบพัดลมกรองอากาศ โดยเริ่มจากการทดสอบในประเทศจีนที่เป็นตลาดเครื่องกรองอากาศใหญ่ที่สุดในโลก โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา สถาบันด้านมาตารฐานและเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หรือ Household Appliance Standard and Technology Industry Alliance (CHEARI) ประเทศจีน บัญญัติการรับรองคุณภาพสำหรับพัดลมกรองอากาศอัจฉริยะครั้งแรก โดยได้พัฒนาวิธีทดสอบคุณภาพครั้งแรกที่ศูนย์เทคโนโลยี Dyson Technology Campus สหราชอาณาจักร ทำให้ Dyson เป็นบริษัทแรกที่ได้ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานใหม่นี้

หน้าจอ LCD แสดงผลการตรวจวัดอนุภาคขนาดเล็กและแก๊สได้อัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นอัลกอริทึมเฉพาะของ Dyson ที่ผ่านการประมวลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ 3 ตัว ที่ติดอยู่บนเครื่อง และแสดงค่าคุณภาพอากาศ โดยมีเลเซอร์คอยวัดและดักจับอนุภาคขนาดเล็ก และเซ็นเซอร์อีกตัวจะทำหน้าที่ตรวจจับปริมาณสาร VOCs ซึ่งเป็นส่วนประกอบสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซินและฟอร์มัลดีไฮด์ที่ปล่อยออกมาจากสี ควันจากเผาไหม้ และวัสดุในเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงไนโตรเจนออกไซด์ในอากาศ ส่วนเซ็นเซอร์ตัวที่ 3 จะคอยวัดค่าความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิภายในห้อง

Dyson Pure Cool ยังมีฟิลเตอร์ในตัวที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม EN1822 และ H13-A ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อดักจับทั้งฝุ่นละอองและแก๊ส โดยวิศวกร Dyson ได้ใส่ตัวกลางระบบฟองอากาศ HEPA เพิ่มขึ้นถึง 60% ในตัวกรองที่ผลิตขึ้นให้สูงขึ้นและลึกขึ้น และเพิ่มถ่านกัมมันต์ (activated carbon) มากขึ้น 3 เท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแก๊ส กลิ่นไม่พึงประสงค์ ควันพิษ และสาร VOCs

Dyson Pure Cool

ในขณะที่แผ่นบอโรซิลิเกตไมโครไฟเบอร์ ที่มากับเครื่องยังดักจับอนุภาคขนาดเล็ก 0.1 ไมครอนได้ถึง 99.95% รวมทั้งสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ แบคทีเรีย ขนสัตว์ และเชื้อรา ส่วนฟิลเตอร์ผงถ่านเคลือบด้วย Tris (Trishydroxymethylaminomethane)  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับ จะช่วยกำจัดแก๊ซต่างๆ เช่นไนโตรเจนออกไซด์ ฟอร์มัลดีไฮด์ และเบนซิน

Dyson Pure Cool

ด้านการปล่อยกระแสลม Dyson Pure Cool เป็นพัดลมกรองอากาศหนึ่งเดียวที่มีเทคโนโลยี Air Multiplier ซึ่งทำให้การปล่อยกระแสลมได้ 350 องศา มีส่วนช่วยให้ปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทั่วทุกมุมห้อง และด้วยการทำงานที่ผสานกันนี้จึงทำให้พัดลมกรองอากาศสามารถปล่อยอากาศที่ผ่านการกรองไปยังทั่วทุกมุมห้องได้ถึง 290 ลิตร ต่อวินาทีเลยทีเดียว พร้อมเพิ่มโหมดกระจายลม (diffused mode) ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สามารถเลือกใช้เพียงโหมดกระจายลม หรือโหมดกรองอากาศเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องการความเย็น ซึ่งภายในวงแหวน วาล์วจะทำงานโดยสเต็ปมอเตอร์แบบไร้แปรงถ่าน (brushless stepper motor) เพื่อปรับโหมดการทำงานระหว่างโหมดกระจายลมและโหมดพัดลม

Dyson Pure Cool

พัดลมกรองอากาศ Dyson Pure Cool รับประกันเป็นเวลา 2 ปี มาพร้อมรีโมตคอนโทรลแม่เหล็กสามารถวางติดไว้บนตัวเครื่อง และสามารถตั้งเวลาล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 15 นาทีถึง 9 ชั่วโมง ส่วนโหมดกลางคืน การตรวจวัดและกรองอากาศสามารถตั้งค่าที่มีเสียงเบาที่สุดพร้อมหรี่ไฟแสดงผล นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกับแอพฯ Dyson Link เวอร์ชั่น 4.1 ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อใช้กับโทรศัพท์มือถือระบบ iOS และ Android โดยยังทำงานได้ดีบน Dual Band ความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz มาพร้อมกับการทำงานทางอากาศ หรือ Over the Air Update Capability (OTA) ผู้ใช้ Dyson จะยังได้รับซอฟท์แวร์ที่ทันสมัยที่สุดหลังจากการซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งล่าสุดเครื่องกรองอากาศ Dyson Pure Cool จะวางจำหน่ายแล้วทั่วโลกที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และห้างสรรพสินค้าชั้น แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ เครื่องกรองอากาศ Dyson Pure Cool แบบตั้งโต๊ะ (DP04) ราคา 19,900 บาท และ แบบตั้งพื้น (TP04) ราคา 28,900 บาท ประกอบด้วยสี White/Silver และ Iron/Blue

Dyson Pure Cool

Did you know?

จากการศึกษา Dyson พบว่าคนเอเชียส่วนใหญ่จะอาศัยในห้องมีเนื้อที่เฉลี่ยนประมาณ 27 ตารางเมตร และส่วนใหญ่จะวางเครื่องกรองอากาศไว้มุมห้องโดยไม่มีพัดลมติดตั้งเพดาน พัดลมกรองอากาศ Dyson จึงถูกออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานจริงภายในบ้าน ผู้ผลิตเครื่องกรองอากาศบางแห่งประเมินประสิทธิภาพการทำงานผ่านการทดสอบในห้องทดลองเพียงอย่างเดียว หรือวัดผลเพียงอัตราอากาศบริสุทธิ์หรือ Clean Air Delivery Rate ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นในห้องขนาด 12 ตารางเมตร ที่มีพัดลมสำหรับช่วยให้อากาศหมุนเวียนและเซ็นเซอร์เพียงหนึ่งตัวเพื่อวัดคุณภาพของอากาศ ซึ่งไม่ใช่บรรยากาศทั่วไปของการอยู่อาศัยจริง วิศวกร Dyson จึงสร้างห้องทดลองที่มีชื่อว่า POLAR test ที่สร้างขึ้นให้มีขนาดเทียบเท่ากับห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ โดยไม่มีพัดลม ภายในห้องประกอบด้วยเซ็นเซอร์ 8 ตัว ติดอยู่ทุกมุมห้อง และเซ็นเซอร์อีก 1 ตัว ติดตั้งไว้กลางห้องเพื่อเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศในทุกๆ 5 วินาที พร้อมตรวจจับฝุ่นมลภาวะทางอากาศที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ถึง 300 เท่า โดยผลการวิเคราะห์จากเซ็นเซอร์ทั้ง 9 ตัว ทำให้วิศวกร Dyson มั่นใจว่าพัดลมกรองอากาศ  Dyson Pure Cool มีประสิทธิภาพในการความสะอาดได้ทั่วถึงทั้งห้อง

เรียบเรียง : ND
ภาพ : ND, เอกสารประชาสัมพันธ์

keyboard_arrow_up