การติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับบ้าน อ่านแล้วตัดสินใจได้เลย

บ้านและสวน ไปคุยกับ 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโซลาร์เซลล์ คือ SCG Solar Roof Solutions, A SOLAR และ GRoof by Gunkul รวบรวมเป็น 15 คำตอบก่อนการติดตั้งโซลาร์เซลล์มาฝากกัน โซล่าเซลล์

โซล่าเซลล์
ภาพ : SCG Solar Roof Solutions

1.บ้านแบบไหนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วจึงคุ้ม

โซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะช่วงเวลากลางวันที่มีแสงแดด การใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่คุ้มและลงทุนน้อยที่สุด คือ เมื่อผลิตไฟฟ้าแล้วนำมาใช้ให้หมดในช่วงเวลากลางวัน เพราะไม่เปลืองค่าแบตเตอรี่สำหรับเก็บไฟฟ้าซึ่งมีราคาสูง และไม่ต้องขายไฟคืนการไฟฟ้าซึ่งขายได้ราคาเพียงครึ่งเดียวของราคาที่เราซื้อไฟฟ้ามา  จึงเหมาะกับบ้านที่มีลักษณะ ดังนี้ โซล่าเซลล์

  • บ้านที่ใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางวัน มีการเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ไฟมากหลายอย่าง เช่น บ้านที่มีผู้อยู่อาศัยตลอดทั้งวัน บ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง โฮมออฟฟิศ ออฟฟิศ ร้านค้า
  • บ้านที่มีค่าไฟ 2,000 – 3,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นอัตราการใช้ไฟที่พอจะคุ้มค่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าขั้นต่ำของโซลาร์เซลล์ เช่น เริ่มต้นที่ 1.8-3 กิโลวัตต์ (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของแต่ละบริษัท) โดยโซลาร์เซลล์ 1.8 กิโลวัตต์ จะประหยัดค่าไฟสูงสุดได้ประมาณ 900-1,000 บาท/เดือน ซึ่งบริษัทผู้ติดตั้งจะประเมินความคุ้มค่าของแต่ละบ้านเป็นกรณีไป
  • มีพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพียงพอและเหมาะสม

2.การติดตั้งใช้งบประมาณเท่าไร และคืนทุนในกี่ปี

       สำหรับกำลังผลิตที่ 2-3 กิโลวัตต์ (สำหรับไฟ  1 เฟส) จะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 200-400 หน่วย/เดือน (คิดคร่าวๆ คือบ้านที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศประมาณ 2 เครื่อง) มีราคาประมาณ 170,000 – 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับสเป็กอุปกรณ์และการบริการที่ต้องนำมาเปรียบเทียบกัน โซล่าเซลล์

บ้านที่อยู่เป็นครอบครัว 4-6 คน หรือเสียค่าไฟประมาณ 3,000-7,000 บาท/เดือน แนะนำให้ติดตั้ง 5 กิโลวัตต์ ซึ่งจะลดค่าไฟได้ประมาณ 2,000 – 3,000 บาท/เดือน มีราคาประมาณ 2 แสนต้นๆ – 3 แสนบาท ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของแต่ละบริษัท ทั้งนี้จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการขออนุญาต ค่าปรับปรุงโครงสร้างหากโครงสร้างบ้านไม่สามารถติดตั้งได้

ส่วนการคืนทุนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งกำลังการผลิตที่ติดตั้ง การใช้ไฟของแต่ละบ้าน สภาพอากาศ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีคืนทุนเฉลี่ยที่ 6-10 ปี หลังจากคืนทุนแล้วแปลว่า เราจะใช้ไฟส่วนนั้นได้ฟรีไปอีกยาวๆ อย่างน้อยก็ถึงอายุรับประกัน 25 ปี (ทั้งนี้จะมีค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสื่อมตามอายุซึ่งอยู่นอกเหนือการรับประกัน และค่าบริการตรวจระบบและล้างแผงตามแต่แพ็กเกจที่ซื้อเพิ่ม)


3.ระบบโซลาร์เซลล์มีกี่ระบบ ควรใช้ระบบใด

       มีทั้งหมด 3 ระบบ โดยเลือกตามวัตถุประสงค์และพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า

โซล่าเซลล์

1. ระบบออนกริด (On Grid) สำหรับคนใช้ไฟกลางวัน/คนอยู่บ้านทั้งวัน

เป็นระบบโซลาร์เซลล์ที่ใช้ไฟทั้ง 2 ทาง คือ ไฟที่มาตามสายจากการไฟฟ้า และไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ เหมาะกับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ผลิตไฟฟ้าได้แล้วนำมาใช้เลย ไม่มีแบตเตอรี่ และสามารถขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้ (สำหรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส ขายได้กับระบบโซลาร์เซลล์ที่ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ และสำหรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส ขายได้กับระบบโซลาร์เซลล์ที่ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์) ซึ่งก่อนติดตั้งต้องขออนุญาตการไฟฟ้าก่อน เป็นระบบที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันเพราะคืนทุนเร็วที่สุด 

จุดเด่น

  • เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟกลางวันมาก
  • คืนทุนเร็วที่สุด
  • ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้

ข้อจำกัด

  • ไม่มีแบตเตอรี่ สำรองไฟไม่ได้ กลางคืนจึงใช้ไฟจากการไฟฟ้าตามปกติ
โซล่าเซลล์

2. ระบบออฟกริด (Off Grid) สำหรับพื้นที่ห่างไกล

เป็นระบบ Stand Alone ที่ไม่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้าเลย จึงไม่ต้องขออนุญาต เหมาะกับสถานที่ที่ไฟจากการไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น ท้องถิ่นห่างไกล พื้นที่ทำไร่นา บนดอยสูง

จุดเด่น

  • ไม่ยุ่งยากในการขออนุญาต

ข้อจำกัด

  • ต้องติดตั้งแบตเตอรี่ เพื่อสำรองไฟและมีไฟใช้กลางคืน
  • ถ้าไม่มีแดดติดต่อกันหลายวัน อาจผลิตไฟฟ้าไม่พอใช้
โซล่าเซลล์

3. ระบบไฮบริด (Hybrid) สำหรับใช้ไฟทั้งกลางวันและกลางคืน

เป็นส่วนผสมระหว่างระบบ Off Grid กับ On Grid  คือ มีการใช้ไฟทั้งจากการไฟฟ้า ไฟที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์ และไฟที่เก็บไว้ที่แบตเตอรี่  ในกรณีที่แผงโซลาร์เซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้ามากเกินกว่าการใช้งาน ก็จะนำไปกักเก็บที่แบตเตอรี่ และสามารถดึงมาใช้ในช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงที่ไฟตกได้ แต่ระบบไฮบริดจะไม่สามารถขายกระแสไฟคืนให้การไฟฟ้าได้ อีกทั้งแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐาน และมีความปลอดภัยในปัจจุบันยังมีราคาสูงมาก ทำให้มีระยะเวลาคืนทุนนานกว่า

จุดเด่น

  • สามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรีๆ ทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน
  • เป็นไฟฉุกเฉินในเวลาไฟตก ไฟดับได้
  • ลดค่าไฟได้มากที่สุด

ข้อจำกัด

  • ระยะเวลาคืนทุนนาน เพราะแบตเตอรี่มีราคาสูง
  • ขายไฟคืนการไฟฟ้าไม่ได้

4.แผงโซลาร์เซลล์มีกี่ประเภท ควรใช้ประเภทใด

การจะเลือกระบบโซลาร์เซลล์มาติดตั้ง ควรเช็กสเป็กแผงโซลาร์เซลล์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยแผงโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันที่ใช้กันมี 3 ประเภท คือ

ภาพ : A SOLAR

1.โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)

เป็นแบบผลึกเดี่ยว มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะผลิตจากซิลิคอนเกรดดีที่สุด ในปัจจุบันเป็นประเภทที่นิยมใช้ติดตั้งในประเทศไทย

ข้อดี

  • ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าประเภทอื่น เนื่องจากมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าต่อพื้นที่สูงสุด โดยสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เกือบ 4 เท่า ของประเภทฟิล์มบาง และมากกว่าประเภทพอลิคริสตัลไลน์ประมาณ 10 %
  • มีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งยาวนานกว่าชนิดอื่น
  • ในสภาพแสงน้อย สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าประเภทพอลิคริสตัลไลน์

ข้อจำกัด

  • ราคาสูงกว่าประเภทอื่น  
ภาพ : futura-sciences.com

2.พอลิคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells)

เป็นแบบผลึกผสม มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน จึงใช้ปริมาณซิลิคอนในการผลิตน้อยกว่า

ข้อดี

  • มีประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่ออุณหภูมิสูงดีกว่าประเภทโมโนคริสตัลไลน์เล็กน้อย
  • ราคาถูกกว่าประเภทโมโนคริสตัลไลน์

ข้อจำกัด

  • ใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่า เพราะมีประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำกว่าประเภทโมโนคริสตัลไลน์
  • ผลึกของแผงจะมีสีโทนน้ำเงิน จึงอาจดูไม่สวยงามเมื่อติดตั้งบนหลังคา
โซล่าเซลล์
ภาพ : commons.wikimedia.org

3.โซลาร์เซลล์ประเภทฟิล์มบาง (Thin Film Solar Cells)

โซลาร์เซลล์ประเภทฟิล์มบาง หรือเรียกว่า อะมอร์ฟัสโซลาร์เซลล์ (Amorphous Solar Cell) เกิดจากการนำสารที่มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้ามาฉาบเป็นชั้นฟิล์มบางซ้อนกันหลายๆ ชั้น

ข้อดี

  • ราคาถูกกว่า ผลิตจำนวนมากได้ง่ายกว่าประเภทผลึกซิลิคอน
  • ในที่อากาศร้อนมากๆ แผงโซลาร์เซลล์ประเภทฟิล์มบาง มีผลกระทบน้อยกว่าประเภทอื่น

ข้อจำกัด

  • มีประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำกว่าประเภทอื่น จึงใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่า

Tips : แผงโซลาร์เซลล์ของแต่ละแบรนด์จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เท่ากัน ประมาณ 400 – 500 วัตต์/แผง บ้านที่มีพื้นที่ติดตั้งจำกัดจึงควรพิจารณาเลือกแผงโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังผลิตสูง ก็จะใช้จำนวนแผงและพื้นที่ติดตั้งน้อยลง


5.อินเวอร์เตอร์มีกี่ประเภท ควรใช้ประเภทใด

อินเวอร์เตอร์ (Inverter) เป็นอีกอุปกรณ์สำคัญ มีหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่มาจากแผงโซลาร์เซลล์ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) แล้วส่งไปที่ตู้ไฟฟ้าหรือตู้เบรกเกอร์ เพื่อจ่ายไปสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างปลอดภัย อินเวอร์เตอร์มีหลายประเภท แต่ที่นำมาใช้กับบ้านในปัจจุบันมี 2 ประเภท คือ

ภาพ : SCG Solar Roof Solutions

1.สตริงอินเวอร์เตอร์ (String Inverter) การติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเป็นการติดตั้งแบบอนุกรม คือทุกแผงจะต่อรวมแรงดันไฟฟ้ามาที่อินเวอร์เตอร์ตัวใหญ่ตัวเดียว หรือที่เรียกกันว่า String Inverter ซึ่งมีข้อดีที่สามารถดูแลได้ง่ายเพราะควบคุมที่จุดเดียว แต่ก็มีข้อจำกัดคือ หากมีแผงโซลาร์เซลล์แผงใดแผงหนึ่งขัดข้อง จะส่งผลกระทบกับการทำงานของแผงอื่นๆด้วย

โซล่าเซลล์
ภาพ : SCG Solar Roof Solutions

2.ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Micro Inverter) เป็นการติดตั้งอินเวอร์เตอร์แยกย่อยติดอยู่ใต้แต่ละแผง ซึ่งไมโครอินเวอร์เตอร์ 1 ตัวจะต่อกับแผงโซลาร์เซลล์ 1 แผง เป็นการแปลงกระแสไฟฟ้าแบบอิสระต่อกัน เมื่อการทำงานของแผงใดแผงหนึ่งขัดข้องก็ไม่ส่งผลต่อแผงอื่นๆ และมีความปลอดภัยมากขึ้นเพราะเมื่อแปลงกระแสไฟฟ้าเป็นรายแผง จึงเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำ อีกทั้งยังมีระบบ Rapid Shutdown ซึ่งจะตัดการทำงานทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติกับระบบ แล้วยังมีการแสดงผลการทำงานและผลิตไฟแบบแยกแผง แต่ก็ทำให้มีราคาสูง และมีการติดตั้งซับซ้อนมากขึ้น


6.วิธีตรวจสอบว่าแผงโซลาร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์มีคุณภาพดีหรือไม่

แผงโซลาร์เซลล์จะแบ่งระดับจากการวัดคุณภาพของโรงงานผู้ผลิตและคุณสมบัติของแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Tier 1, Tier 2, Tier 3 ซึ่งจัดอันดับโดย Bloomberg New Energy Finance ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย Tier 1 จะเป็นระดับที่มีคุณภาพสูงสุด และต้องผ่านการพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ด้านประสิทธิภาพของวัสดุที่ผลิต ความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิตที่ต้องมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี มีนโยบายการลงทุนวิจัยและพัฒนาแผงของบริษัทผู้ผลิต ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต และจะให้ดีแนะนำให้เป็นแบรนด์ที่อยู่ใน Top 5 ก็จะมั่นใจยิ่งขึ้น

อินเวอร์เตอร์ที่ปลอดภัยต้องผ่านมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สามารถเช็กได้ที่

แอพพลิเคชั่นดูการผลิตไฟฟ้าและการประหยัดค่าไฟแบบเรียลไทม
ภาพ : SCG Solar Roof Solutions

Tips : เจ้าของบ้านสามารถดูการผลิตไฟจากโซลาร์เซลล์ผ่านแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือได้แบบเรียลไทม์ กรณีแผงหรืออินเวอร์เตอร์ผลิตไฟได้ไม่ดี กราฟการผลิตไฟจะผิดปกติ หรือหากมีฝุ่นเกาะเยอะเกินไปก็จะไม่สามารถผลิตไฟได้เต็มที่ หากต่ำกว่าเกณฑ์การผลิตไฟฟ้าขั้นต่ำ ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเช็กความผิดปกติได้


7.การติดตั้งโซลาร์เซลล์ต้องขออนุญาตไหม

ก่อนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เจ้าของบ้านต้องดำเนินการขออนุญาตจากภาครัฐ 3 หน่วยงาน ซึ่งจะมีใบอนุญาตที่เชื่อมโยงกัน คือ

1.การไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามพื้นที่ตั้งของบ้าน ซึ่งจะขออนุญาตได้ 2 แบบ คือ

  • ขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า (ไม่ขายไฟคืน)
  • ขายไฟคืน (โครงการโซลาร์ภาคประชาชน)

2.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อขอใบยกเว้นการประกอบกิจการพลังงานไฟฟ้า

3.เขต/เทศบาล/อบต. ขออนุญาตดัดแปลงอาคารเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์

Tips :

  • แนะนำให้เลือกบริษัทที่ยื่นขออนุญาตให้แบบ One Stop Service โดยเจ้าของบ้านเพียงมอบอำนาจให้บริษัทเป็นผู้ดำเนินการแทน เพราะทั้ง 3 หน่วยงานไม่ได้ตั้งอยู่ที่เดียวกัน จึงใช้เวลาและเอกสารค่อนข้างมาก
  • ขั้นตอนการขออนุญาตเองดูเพิ่มเติมที่ : https://cutt.ly/kGJ8OMQ

โซล่าเซลล์

8.การเลือกบริษัทผู้จำหน่ายและติดตั้ง มีข้อพิจารณาอย่างไร

       มี 8 ข้อควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

1.บริษัทมีความน่าเชื่อถือ มีความมั่นคงที่จะอยู่กับเราไปถึงอายุรับประกันสินค้าที่ 25 ปี ซึ่งอาจพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น รีวิวจากลูกค้า ประวัติการให้บริการ ประวัติผู้บริหาร ทุนจดทะเบียน การจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีศูนย์บริการ

2.สเป็กของอุปกรณ์ได้มาตรฐาน โดยแผงโซลาร์เซลล์ควรเป็นระดับ Tire 1 และอินเวอร์เตอร์ต้องผ่านการรับรองจากการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

3.มีการเข้าสำรวจหน้างาน เพื่อความแม่นยำ และเตรียมแก้ปัญหาในการติดตั้ง

4.วิธีการติดตั้งที่ได้มาตรฐานโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ มีระบบการติดตั้งที่มั่นคงแข็งแรง มีระบบป้องกันการรั่วซึมที่ดี และมีทีมช่างของบริษัท

5.การรับประกันผลิตภัณฑ์และบริการ การรับประกันมักสะท้อนถึงคุณภาพสินค้าและบริการ จึงควรเปรียบเทียบแต่ละบริษัทเพื่อความมั่นใจ

6.ราคา คุ้มค่าและเหมาะสมตามความต้องการ บางบริษัทสามารถผ่อนชำระได้นาน 60 เดือน

7.มีบริการหลังการขาย ควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน ค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการบริการ และสามารถติดต่อได้ง่ายหรือมีศูนย์บริการอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

8.มีบริการยื่นขออนุญาตให้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและมั่นใจว่าการติดตั้งมีความปลอดภัยตามมาตรฐานของการไฟฟ้า


9. เจ้าของบ้านต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง

       เจ้าของบ้านควรเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้  

โซล่าเซลล์
  • วัตถุประสงค์ในการติดตั้ง
  • บิลค่าไฟย้อนหลัง บางบริษัทขอดู 1-3 เดือน บางบริษัทขอดู 6 เดือน – 1 ปี เพื่อประเมินการใช้ไฟโดยเฉลี่ย
  • สัดส่วนการใช้ไฟช่วงกลางวันและกลางคืน
  • ระบบไฟที่ใช้อยู่เป็น 1 เฟส หรือ 3 เฟส
  • แบบโครงสร้างบ้าน และแบบไฟฟ้า แต่ถ้าไม่มีสามารถให้ทีมงานเข้าไปสำรวจได้
  • วัสดุมุงหลังคา และหลังคาหันไปทางทิศใด
  • ตำแหน่งที่อยากติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ การมีเงาบังจากสิ่งรอบข้าง เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน
  • ระบบที่ต้องการติดตั้ง ได้แก่ ออนกริด ออฟกริด หรือไฮบริด หรือให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

10.บริษัทมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรบ้าง

        เมื่อโทรศัพท์คุยและส่งข้อมูลกับทางทีมงานตามช่องทางการติดต่อแล้ว จะมีการนัดเข้าสำรวจหน้างานเพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์ และพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหา จากนั้นจึงประเมินราคาให้ อาจมีบริการสำรวจหน้างานฟรี หรือมีค่าบริการสำรวจหน้างานเล็กน้อยซึ่งหักคืนได้เมื่อติดตั้ง หรือตามแต่ข้อกำหนดของบริษัท โดยมีสิ่งที่ต้องตรวจสอบ คือ

  • หลังคาต้องรับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 20 กิโลกรัม/ตารางเมตร
  • เช็กหลังคาว่าสามารถติดตั้งได้ มีองศาเหมาะสม มีพื้นที่เพียงพอ
  • ทิศทางมีความเหมาะสม โดยทิศที่เหมาะที่สุดคือทิศใต้ เนื่องจากสามารถได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน
  • เงาตกกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำมาออกแบบการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสม
  • ตำแหน่งตู้ไฟและพื้นที่ติดตั้งอินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์ และแนวการเดินสาย
  • เช็กเฟสไฟของมิเตอร์ไฟ
  • เช็กจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานหนัก เช่่น ปั๊มน้ำ ขนาดเครื่องปรับอากาศ
การตรวจสอบและติดตั้งต้องทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
ภาพ : GRoof by Gunkul
การติดตั้งอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์
ภาพ : SCG Solar Roof Solutions
การติดตั้งบนหลังคาเมทัลชีต
ภาพ : GRoof by Gunkul
การติดตั้งบนหลังคาคอนกรีต
ภาพ : SCG Solar Roof Solutions
การติดตั้งด้วย Solar Fix เป็นแผ่นกระเบื้องที่ติดตั้งอุปกรณ์ยึดแผงโซลาร์มาในตัว
โดยนำมาเปลี่ยนแทนแผ่นกระเบื้องเดิมได้เลย (สิทธิบัตรเฉพาะ SCG)
ภาพ : SCG Solar Roof Solutions
การติดตั้งด้วย Solar Hook ตะขอสำหรับสอดใต้กระเบื้องโดยไม่ต้องเจาะ
ภาพ : SCG Solar Roof Solutions
การติดตั้งภาคพื้นดินและบนหลังคาเมทัลชีต
ภาพ : A SOLAR

Tips : แผงโซลาร์เซลล์สามารถติดตั้งกับหลังคาได้ทุกแบบ แต่หลังคาโค้งมากๆ ควรพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะองศาการรับแดดจะไม่เท่ากัน อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าน้อยลง


11.ข้อควรระวังในการติดตั้งมีอะไรบ้าง

        การติดตั้งแต่ละพื้นที่มีปัจจัยแตกต่างกัน โดยมีตัวอย่างที่ควรระมัดระวัง เช่น

  • พื้นที่หลังคา ทิศ และองศาของหลังคาอาจไม่อำนวยต่อการติดตั้ง ทำให้การผลิตไฟฟ้าบางช่วงไม่เต็มที่ ซึ่งบริษัทผู้ติดตั้งจะวางแผนแนวทางแก้ไขมาก่อน และแจ้งเจ้าของบ้านหากมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า
  • โครงสร้างบ้านชำรุดหรือไม่แข็งแรงพอ มักเกิดกับบ้านเก่า ซึ่งต้องให้บริษัทผู้ติดตั้งเข้าไปสำรวจและประเมิน จากนั้นทำการซ่อมแซมหรือเสริมโครงสร้างก่อนจึงจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้
  • พื้นที่ติดตั้งอินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์ควรอยู่สูง ไม่เสี่ยงต่อกรณีเกิดน้ำท่วม
  • การรั่วซึมของหลังคา หากติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการรั่วซึมในอนาคตได้

12.อายุการใช้งานนานเท่าไร

อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับแบรนด์และคุณภาพของอุปกรณ์ที่ติดตั้ง โดยพิจารณาจากการรับประกัน ยิ่งรับประกันนานก็สะท้อนถึงคุณภาพสินค้าและอายุการใช้งาน ซึ่งแปรผันตามราคา มักมีการแยกรับประกันเป็นส่วนๆ จึงต้องพิจารณาประกอบการตัดสินใจ เช่น

  • ตัวแผงโซลาร์เซลล์ 10-12 ปี หรือบางแบรนด์ก็รับประกันถึง 25 ปี
  • ประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์ (การผลิตไฟฟ้าของแผง) ส่วนมากรับประกัน 25 ปี
  • อินเวอร์เตอร์ 5-10 ปี
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ 1-2 ปี
  • การติดตั้งและการรั่วซึม 1-3 ปี
  • บริการหลังการขาย ตรวจสอบระบบและล้างแผง  1-3 ปี

13.การดูแลรักษาทำอย่างไร

       โดยปกติควรล้างแผงโซลาร์เซลล์อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ตามสภาพของพื้นที่ติดตั้ง ซึ่งกรณีมีฝุ่นมาก มีเขม่า หรือมีไอน้ำมันมาก อาจพิจารณาล้างแผงบ่อยขึ้น เพื่อคงสภาพกำลังการผลิตไฟให้ดีที่สุด ซึ่งในปีแรกๆจะมีบริการตรวจสอบระบบและล้างแผงรวมอยู่ในแพ็กเกจแล้ว หลังจากนั้นสามารถซื้อแพ็กเกจเพิ่ม หรือล้างแผงเองแล้วเรียกช่างมาดูเป็นครั้งคราวก็ได้

การทำ ความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์
ภาพ : A SOLAR

14.ปัญหาที่อาจเจอเมื่อใช้งานไปนานๆ

ในปัจจุบันยังไม่มีเคสที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์จนถึงอายุรับประกัน 25 ปี แต่ผู้ผลิตมีการรับประกันว่าเมื่อครบปีที่ 25 แผงจะยังผลิตไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 80% (ขึ้นอยู่กับการรับประกันของแต่ละราย) ซึ่งแปลว่าเจ้าของบ้านยังคงใช้งานไปได้เรื่อยๆอาจจะเกิน 30 ปี แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีในอนาคตจะพัฒนาขึ้นมาก ซึ่งในตอนนั้นการพิจารณาเปลี่ยนแผงใหม่อาจจะคุ้มค่ากว่าก็เป็นได้ ปัจจุบันพบปัญหาจากการใช้งานทั่วไป เช่น

  • การผลิตไฟฟ้าลดลง เนื่องจากมีฝุ่นเกาะหนา
  • การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นขัดข้อง ซึ่งมักเกิดจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร หรือมีการเปลี่ยนสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจต้องเชื่อมต่อเข้ากับอินเวอร์เตอร์ใหม่
  • อุปกรณ์จะมีการเสื่อมไปตามสภาพการใช้งาน

15.แผงโซลาร์เซลล์มีโอกาสเกิดไฟไหม้ได้ไหม

แผงโซลาร์เซลล์ก็เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งหากการผลิตและการติดตั้งไม่ได้มาตรฐานก็มีโอกาสเกิดไฟไหม้ได้ โดยสาเหตุหนึ่งของไฟไหม้แผงโซลาร์เซลล์ คือ การผลิตไฟฟ้าของแต่ละแผงไม่เท่ากัน แผงที่ผลิตได้น้อยก็จะเป็นภาระกับแผงอื่น ทำให้เกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าสูง เป็นจุดด้อยของเทคโนโลยีในอดีต แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตและผู้ติดตั้งต่างให้ความมั่นใจว่ามีโอกาสเกิดน้อยมาก และมีอุปกรณ์ป้องกันที่ตัดการทำงานหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น อีกทั้งในการติดตั้งจะมีการตรวจสอบตามมาตรฐานจากการไฟฟ้า ซึ่งเจ้าของบ้านก็สามารถระมัดระวังได้ ด้วยการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน มีการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้ติดตั้งมีประสบการณ์น่าเชื่อถือ และมีการขออนุญาตถูกต้อง

ขอบคุณข้อมูล

  • SCG Solar Roof Solutions : ติดต่อใช้บริการได้ที่ www.scgbuildingmaterials.com/th/solution/solar-roof หรือหน้าร้าน SCG HOME Experience, SCG Home Solution, SCG Roofing Center และ SCG Home บุญถาวร ทั่วประเทศ โทรศัพท์ SCG HOME Contact Center 0-2586-2222 
  • A SOLAR : ติดต่อใช้บริการได้ที่ www.asolar.co.th โทรศัพท์ 0-2108-8599 โดยมีศูนย์บริการที่เกษตรนวมินทร์, อุดรธานี, เชียงใหม่, พัทยา, นครราชสีมา, ภูเก็ต  และโฮมโปร 7 สาขา (พระราม 9, เมกา บางนา, บางนา กม. 1, รามอินทรา, ราชพฤกษ์, แฟชั่นไอส์แลนด์, ขอนแก่น)
  • GRoof by Gunkul : ติดต่อใช้บริการได้ที่ www.gunkulroof.com  โทรศัพท์ 0-2242-5839, 09-5490-9999

คอลัมน์ Home Expert นิตยสารบ้านและสวน พ.ค.65 โซล่าเซลล์

เรื่อง : ศรายุทธ ศรีทิพย์อาสน์

ภาพประกอบ : เอกรินทร์ พันธุนิล


วิธีติดตั้ง เครื่องสูบน้ำโซลาร์เซลล์ สำหรับพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ สร้างสุขภาวะที่ดี สร้างพลังงานสะอาด

ติดตามบ้านและสวน