เที่ยวเมืองแห่งวัฒนธรรม ล้ำค่าภูมิปัญญาแหล่งตุ๊กตาชาววัง ที่จังหวัดอ่างทอง

จังหวัดที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาอันสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความสุขของชาวอ่างทอง ผสมผสานด้วยมนต์เสน่ห์ของศิลปะ อาหาร รวมไปถึงความเป็นอยู่ที่ส่งต่อความสุขกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่เพียงเท่านี้จังหวัดอ่างทองยังเต็มไปด้วยพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสำหรับนักท่องเที่ยวสายบุญให้ได้ไปสักการะกันก่อนจะไปปักหมุดแหล่งชุมชนสุดคลาสสิคของอ่างทองกันอีกด้วย

2

3

เริ่มต้นความชื่นใจกันที่วัดป่าโมก วรวิหาร เพื่อสักการะพระพุทธไสยาสน์ เดินทางโดยใช้ถนนหลวงหมายเลข 347 วิ่งตรงมาถึงแยกทุ่งมะขามหย่อง ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนหลวงเส้น 309 จากนั้นวิ่งตรงมาตามเส้นทางจนถึงถนนหลวงหมายเลข 33 ข้ามสะพานป่าโมกตรงไปจนถึงทางเบี่ยงให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 3501 ก็จะถึงทางเข้าวัดป่าโมกแล้วค่ะ

4 5

วัดป่าโมก วรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่สัญนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสมัยสุโขทัย ความโดดเด่นอยู่ที่พระพุทธรูปปูนปั้นสีทอง ปรางไสยาสน์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอ่างทอง นอกจากนี้ยังมีพระวิหารเขียนภาพชาดกในอดีต และมณฑปรูปสี่เหลี่ยมทรงสูงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทถึง 4 รอยให้พวกเราชาวพุทธได้มาสักการะกันอีกด้วย

6 7

ไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอ่างทองให้ชื่นใจแล้ว ต่อไปเราจะไปเที่ยวกันต่อทีตลาดศาลเจ้าโรงทอง ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ของ อ.วิเศษชัยชาญ ที่สำคัญตลาดนี้เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ แถมยังได้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนที่นี่ในหลายๆ มุม จะน่าสนใจแค่ไหนไปลุยกันเลยค่ะ

8 9 10

ร้านเด่นร้านดังของตลาดแห่งนี้คือร้าน ขนมไทยทรงนิมิต ที่เปิดมาร่วม 30 ปี โดยขนมขึ้นชื่อของร้านนี้คือขนมลูกเต๋าที่ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องลิ้มลองและซื้อกลับบ้านกันเต็มไม้เต็มมือ แถมเจ้าของร้านยังการันตีมาเองด้วยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

11 12

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมน่ารักๆ อย่างการนั่งเรือข้ามฟากพลังน้ำที่แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำสายสำคัญของ อ.วิเศษชัยชาญซึ่งเรือที่นั่งกันจะเป็นเรือพลังงานสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะว่าไม่มีเครื่องยนต์แต่จะใช้การไหลของกระแสน้ำผลักดันหางเสือให้เรือเคลื่อนที่ข้ามฝั่งได้ แต่ถ้าวันไหนน้ำน้อยก็อาจจะต้องใช้แรงคนช่วยกันซักหน่อยค่ะ

13 14

จากนั้นเราก็ไปดูเรือรำน้อยๆ ที่เป็นโมเดลเรือซึ่งคุณลุงก๋งเล็กต่อเองทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรือที่เคยใช้งานในแม่น้ำบ้านเราทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีทั้งเรือลากทราย เรือโดยสาร ไปจนถึงเรือพาณิชย์ ส่วนวัสดุที่นำมาใช้ต่อเรือจะเป็นเศษไม้และวัสดุเหลือใช้ซึ่งทำออกมาได้เหมือนจริง สวยงาม จนมีคนมาทาบทามขอซื้อเป็นประจำทุกวัน แต่แอบกระซิบก่อนนะคะว่าคุณลุงไม่ขาย แต่จะเก็บไว้ให้เด็กๆ รุ่นหลังดูเป็นความรู้ เรียกได้ว่าเป็นการเที่ยวที่ครบรสชาติได้ทั้งเรียนรู้เรื่องราวในอดีต ได้ซึมซับบรรยากาศสุดคลาสสิค แถมยังมีของกินของฝากอร่อยๆ รสชาติต้นตำรับให้ได้ฟินไปตามๆ กันค่ะ

15

16 17 18

อีกหนึ่งหมู่บ้านขึ้นชื่อของจังหวัดอ่างทองที่โด่งดังกังวานไปทั่ว นั่นก็คือหมู่บ้านทำกลอง ต.เอกราช อ.ป่าโมก หากมาเที่ยวที่นี่นอกจากจะได้รู้จักกับกลองหลายแบบหลายชนิดที่ขายอยู่ในหมู่บ้านแล้ว ที่นี่ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมการผลิตกลองได้อีกด้วย กว่าจะได้กลองเสียงก้องกังวานแบบที่เราเห็นกันจะต้องใช้เวลาเซตเสียง 3-7 วัน ซึ่งในทุกๆวันจะต้องคอยทดสอบเสียงของกลองอยู่เสมอ กว่าจะได้กลอง 1 ใบ ต้องมีความพิถิพิถันตั้งแต่เริ่มเลือกไม้เพื่อจะนำมากลึงให้เป็นกลองในแบบต่างๆ ซึ่งไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ก้ามปูเพราะหาง่ายและเนื้อแข็ง จากนั้นก็จะนำหนังที่ตากแห้งเอาไว้ไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดความนิ่ม นำมาขึงบนตัวกลอง ฝังหมุด วาดลวดลายบนหน้ากลองเพียงเท่านี้ก็พร้อมส่งไปขายสร้างความดังกังวานไปทั่วโลกแล้วค่ะ แต่นอกจากกลองใหญ่ๆ ที่เราเห็นกันยังมีกลองจิ๋วๆ สำหรับซื้อเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วยค่ะ

19 20 21

หลังจากเที่ยวชมหมู่บ้านทำกลองกันไปแล้ว ก็ไปลิ้มรสขนมไทยกินถึงถิ่นที่ส่งขายไปทั่วจังหวัดอ่างทองกันบ้าง ซึ่งเมื่อออกจากหมู่บ้านทำกลองแล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงที่กลับรถจากนั้นตรงไปพบกับกรมทางหลวงให้เลี้ยวซ้ายแล้ววิ่งตรงไปถึงทางแยก เลี้ยวขวาอีกครั้งเมื่อถึงโรงเรียนวัดปราสาท ตรงต่อไปอีกประมาณ 200 เมตร เลี้ยวขวาก็จะเจอกับบ้านขนมไทยแล้วค่ะ ขนมหวานบ้านแม่เก่งนอกจากจะสดใหม่แล้ว ขนมที่นี่ส่วนใหญ่จะถูกสั่งไปใช้ในเทศกาลหรืองานมงคลต่างๆ แล้วยังส่งขายไปทั่วจังหวัดอ่างทองอีกด้วย ส่วนเคล็ดลับความอร่อยของขนมบ้านแม่เก่งอยู่ที่การใช้น้ำตาลมะพร้าวแท้ๆ และจุดเด่นอยู่ที่ไข่เป็ดต้องเป็นเป็ดไล่ทุ่งเท่านั้นเพราะจะได้ไข่แดงที่ใหญ่ แถมยังได้สีสันที่สวยงามน่ารับประทานสุดๆ

22 23

อีกหนึ่งสถานที่ถ้าไม่แวะมาถือว่ามาไม่ถึงอ่างทองนั่นก็คือบ้านตุ๊กตาชาววัง นอกจากจะมีตุ๊กตาที่แสดงวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตแล้วยังมีตุ๊กตาปั้นในแบบร่วมสมัยอีกด้วย โดยในอดีตชาวบ้าน ต.บางเสด็จ จะมีอาชีพทำนาและทำไม้ก้านธูป ต่อมาพื้นที่ถูกอุทกภัยจนเกิดความเสียหายชาวบ้านจึงกราบทูลความทุกข์ร้อนต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์จึงทรงพระราชดำริพระราชทานการทำตุ๊กตาชาววังให้เป็นอาชีพเสริม และรับซื้อเพื่อไปจัดแสดงเผยแพร่ยังร้านจิตรลดา ในพระบรมมหาราชวังอีกด้วย

24 25

นอกจากจะมีการจัดโชว์ตุ๊กตาชาววังจำลองเหตุการณ์ต่างๆ แล้วที่นี่ยังมีอีกหนึ่งห้องที่มีการบันทึกเหตุการณ์สำคัญของชาวบ้านบางเสด็จเอาไว้ นั่นก็คือการมีโอกาสได้รับเสด็จพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่9) รวมถึงสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ที่เคยเสด็จมาเยี่ยมเยือนที่ ต.บางเสด็จแห่งนี้ นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณกับชาวบ้านบางเสด็จมากๆ เลยค่ะ

26 27

อีกหนึ่งคนที่มีโอกาสรับเสด็อย่างใกล้ชิด และมีโอกาสได้รับพระราชทานอาชีพ หนึ่งในผู้เริ่มต้นการปั้นตุ๊กตาชาววังใน ต.บางเสด็จ นั่นก็คือคุณตาแจ้ง ชูจันทร์ ซึ่งุคณตายังเล่าให้ฟังอีกว่าคุณตาได้กราบทูลถึงปัญหาของชาวบ้านบางเสด็จซึ่งเกิดอุทกภัยเป็นพระจำ เมื่อทรงทราบถึงความเดือดร้อนพระองค์ท่านจึงได้กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชราขทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ทางชลประทานดำเนินการสร้างคลองชลประทานขึ้น จนปัจจุบันนี้ผสกนิกรบางเสด็จก็ไม่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมอีกเลย ที่สำคัญที่สุดคือการได้เห็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระราชินีของชาวไทยทรงพระราชไว้แก่ประชาชนของพระองค์ทั้งเรื่องกการแก้ปัญหาทรัพยากร จนถึงการสร้างอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องจนมีชีวิตที่ดีได้ มาจนถึงทุกวันนี้

28 29 30

ในครั้งนี้ทางทีมงานชื่นใจไทยแลนด์จึงได้มีโอกาสช่วยกันพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากตุ๊กตาชาววังให้ขายดียิ่งขึ้น ทางทีมงานจึงร่วมมือกับนักออกแบบผลิตภัณ์เซรามิก ซึ่งจบการศึกษาด้านการออกแบบเครื่องปั้นดินเผาทั้งจากประเทศไทยและประเทศอังกฤษ นอกจากนั้นยังมีผลงานการออกแบบเซรามิกร่วมกับอีกหลายๆ ชุมชน จนได้รับรางวัลจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศอีกด้วย ที่มาช่วยพัฒนาต่อยอดจนตอนนี้เราก็ได้ภาชนะที่มีสีสันสวยงาม สามารถใช้งานได้จริงอย่างที่ใส่นามบัตร ถาดใส่ของ กระถางต้นไม้ และที่สำคัญยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านสมาชิกกลุ่มตุ๊กตาชาววังได้ร่วมมือร่วมใจกันอีกด้วย และทั้งหมดนี้ก็คือความชื่นใจที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวไทยภาคกลางออกมาได้อย่างมากมาย ทั้งภูมิปัญญา ศิลปะ อาหาร ที่สำคัญที่สุดก็คือการได้เห็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระราชินีของชาวไทยทรงพระราชทานไว้แก่ประชาชนของพระองค์ ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาทรัพยากร จนถึงการสร้างอาชีพเลี้ยงปากท้องจนมีชีวิตที่ดีได้มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ชาวบ้านที่นี่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้สืบสานวัฒนธรรมไทย บอกเล่าสืบตือถึงคนรุ่นหลังผ่านตุ๊กตาตัวเล็กๆ แต่เป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่พ่อและแม่ของแผ่นดินได้มอบไว้ให้ชุมชนแห่งนี้ค่ะ

 

ติดต่อเยี่ยมชมชุมชน
ร้านขนมไทยทรงนิมิต โทร. 035-631-342
ร้านกลองผู้ใหญ่ชิต โทร. 083-616-6428
ศูนย์ OTOP บำรุงกลองยาว โทร. 089-900-8911
บ้านขนมหวานแม่เก่ง โทร. 081-192-8495
ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านเสด็จ โทร.035-868-317

 

keyboard_arrow_up