อังมอเหลา เตี่ยมฉู่ และสถาปัตยกรรมสรรค์ผสานนิยมที่ยังมีชีวิต - บ้านและสวน
อังมอเหลาและเตี่ยมฉู่

อังมอเหลา เตี่ยมฉู่ และสถาปัตยกรรมสรรค์ผสานนิยมที่ยังมีชีวิต

The Blue House อาคารที่ควบรวมระหว่างอังมอเหลากับเตี่ยมฉู่

เมื่อเอ่ยถึงบ้านบาบ๋าย่าหยา ภาพที่หลายคนนึกถึงมักเป็นคฤหาสน์เก่าแก่และตึกแถวในย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานกว่าร้อยปี แต่ที่ชุมชนแหลมสัก จังหวัดกระบี่ มีอาคารหลังหนึ่งที่เลือกตีความสถาปัตยกรรมสรรค์ผสานนิยม (Eclecticism) ขึ้นใหม่ แทนที่จะจำลองอดีตอย่างเคร่งครัด โดยโกก๋วน หรือคุณสมชัย เพิ่มทรัพย์ ทายาทรุ่นที่ 4 ได้หยิบแก่นของสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตบาบ๋าย่าหยามาถ่ายทอดผ่านบ้านร่วมสมัยที่ยังคงใช้งานได้จริงในชื่อ The Blue House

อังมอเหลาและเตี่ยมฉู่
มองจากด้านหน้าจะเห็นเป็นบ้านเดี่ยวที่เหมือนประกอบขึ้นจากอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกัน

อังมอเหลาและเตี่ยมฉู่

ลวดลายปูนปั้นรูปดอกไม้บริเวณบัวหัวเสาและสันหลังคาปลายจั่ว

โกก๋วนตั้งใจสร้าง The Blue House  ขึ้นมาเพื่อระลึกถึงถึงบรรพบุรุษที่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยนซึ่งอพยพเข้ามาเริ่มต้นชีวิตใหม่บนแผ่นดินไทย พร้อมถ่ายทอดอัตลักษณ์ของครอบครัว และบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนแหลมสักผ่านจากความประทับใจ

“ผมสร้างที่พักขึ้นมาชื่อว่า บุหลันอันดา บาบ๋ารีสอร์ต ตรงทำเลแหลมสัก แล้วก็สร้างบ้านหลังนี้ตามมาเพื่อทำเป็นส่วนต้อนรับที่แสดงถึงสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของบาบ๋าย่าหยา เหมือนกับที่เราได้เห็นวัฒนธรรมผสมผสานจากไทยพุทธ ไทยมุสลิม และไทยจีน ผ่านวัด มัสยิด และศาลเจ้าอยู่รอบ ๆ ตัว เพราะผมเองก็สืบเชื้อสายมาจากอาจ้อ (ทวด) ถ้าเป็นสายอากง ผมเป็นรุ่นที่ 5 แต่ถ้าสายอาม่า ผมเป็นรุ่นที่ 4 และยังมีญาติอยู่ที่ปีนังด้วย ก่อนสร้างบ้านนี้ผมกับสถาปนิก (คุณรัชชัย สุขสงวนกิจ) ก็ยังไปเก็บข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ในปีนังเพื่อมาใช้เป็นแนวทางการออกแบบ The Blue House”

อังมอเหลาและเตี่ยมฉู่

โดยโกก๋วนเลือกที่จะผสมผสานลักษณะเด่นของอาคารใหญ่แบบคฤหาสน์หรืออังมอเหลาเข้ากับตึกแถวหรือเตี่ยมฉู่ ทำให้เกิดเป็นบ้านเดี่ยวหลังยาวที่เหมือนประกอบขึ้นจากอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกัน มีตรงกลางหน้ากว้าง 5 เมตรขนาบด้วยปีกอาคารสองด้านที่กว้างอย่างละ 3 เมตร เป็นรูปด้านที่สมดุลและสง่างาม ด้านหน้าเป็นอาคารชั้นเดียวทำหน้าที่เป็นส่วนต้อนรับและพื้นที่เรียนรู้ และด้านหลังเป็นอาคารสองชั้นซึ่งเป็นส่วนของที่พักอาศัยของโกก๋วนเอง

ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสีน้ำเงินสดใสที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก The Blue Mansion ในปีนัง และเป็นสีที่โกก๋วนบอกว่าสื่อถึงธาตุน้ำที่หมายถึงอำนาจในเชิงตั้งรับแบบอ่อนโยน จับคู่กับสีขาวแบบที่พบเห็นบ่อยในเครื่องลายครามจีน Blue & White เสริมด้วยลายปูนปั้นรูปปลา ดอกไม้ และแจกัน โดยหน้าอาคารยังมีหง่อคาขี่หรืออาเขต (Arcade) ซุ้มทางเดินที่ใช้บังแดดและกันฝนตามสถาปัตยกรรมตะวันตก ส่วนประตูหน้าต่างเป็นแบบจีน พร้อมมีช่องแสงเป็นรูปค้างคาว

ลวดลายโค้งวนอย่างสมดุลของราวกันตกตรงบันไดกับประตูที่มีลายเส้นเรขาคณิตสี่เหลี่ยมตัดกันไปมาสไตล์จีน

เมื่อเข้าสู่ภายในก็พบกับโถงที่เปิดคอร์ตยาร์ดหรือฉิมแจ้โล่งตรงกลาง ทำหน้าที่นำแสงธรรมชาติและลมเข้าสู่ภายใน  พื้นปูด้วยกระเบื้องลวดลายแบบโบราณ และโกก๋วนได้นำเฟอร์เจอร์เก่าของเดิมที่มีอยู่ผสมกับที่คัดสรรมาเพิ่มตกแต่งจัดวางให้เป็นมุมนั่งเล่น มุมจิบน้ำชา และมุมเขียน Calligraphy ด้วยพู่กันจีน

โถงโปร่งหรือฉิมแจ้เป็นหัวใจของบ้านเพราะเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายใน
หน้าต่างและช่องแสงเหนือหน้าต่างรูปโค้งเว้าคล้ายปีกค้างคาวสี่ตัว ภายในใส่เหล็กเป็นซี่ลูกกรงต่อเนื่องไปกับช่องหน้าต่าง
โต๊ะสำหรับเขียน Calligraphy หรืออักษรจีนโบราณ

“ทุกลวดลายทุกองค์ประกอบที่ผมเลือกใช้ไม่ใช่เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ยังสื่อถึงแนวคิดปรัชญาจีนด้วย เช่น ลายปลาหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ เถาวัลย์เลื้อยคือชีวิตที่เติบโต ค้างคาวหรือฝูคือโชคลาภ แจกันตัวแทนความมั่งคั่ง หนังสือม้วนก็คือการศึกษาให้มีปัญญาเป็นบัณฑิต”

The Blue House จึงเป็นอาคารที่ตีความใหม่บนพื้นฐานของความเข้าใจในประวัติศาสตร์ ครอบครัว ภูมิปัญญาการอยู่อาศัย และแสดงความสำนึกในผืนแผ่นดินที่ครั้งหนึ่งเคยเปิดโอกาสให้บรรพบุรุษได้เริ่มต้นชีวิตใหม่