อังมอเหลา เตี่ยมฉู่ และสถาปัตยกรรมสรรค์ผสานนิยมที่ยังมีชีวิต
บ้านอาจ้อ อังมอเหลาที่รีโนเวตให้เป็นทั้งโฮมสเตย์และร้านอาหาร
เมื่อ 90 ปีที่แล้ว บ้านสีขาวหลังนี้เคยเป็นบ้านตากอากาศ 3 ชั้น 8 ห้องของคหบดีนามว่า ตันจิ้นหงวน หรือหลวงอนุภาษภูเก็ตการ ผู้บุกเบิกธุรกิจทำเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต และเป็นต้นตระกูลหงษ์หยก หนึ่งในตระกูลเก่าแก่ของจังหวัดภูเก็ต โดยใช้เป็นบ้านพักในช่วงที่ต้องมาคุมงานที่เหมือง แทนการนอนที่โรงแรมหรือกลับไปพักที่บ้านในตัวเมืองซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณเหมืองมาก รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นสไตล์ตะวันตกที่มีกลิ่นอายของอาร์ตเดโคผสมอิตาเลียนวิลล่าและวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว มีระเบียงหน้าบ้านที่ใช้ชั้นบนเป็นที่สั่งงานของอาจ้อหญิง (อาจ้อ หมายถึง ทวด) สร้างแล้วเสร็จราวปีพ.ศ. 2479 แต่เนื่องจากระยะหลังลูกหลานในตระกูลเริ่มกลับไปทำงานในเมืองมากขึ้น ทำให้บ้านหลังนี้ถูกปิดตายนานถึง 37 ปี จนกระทั่ง คุณโอ๊ค – บรรลุ และ คุณอ๊อด – สัจจ หงส์หยก ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล ร่วมกับคุณจุ๋ม -อรสา โตสว่าง ซึ่งเป็นคุณน้าของทั้งคู่ ตัดสินใจรีโนเวตบ้านหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อเป็นของขวัญมอบให้แด่อากง คุณณรงค์ หงษ์หยก ในวัย 90 ปีที่ป่วยอยู่ ได้กลับมาเห็นบ้านหลังนี้ที่ในอดีตท่านเคยเติบโต ใช้ชีวิต รวมถึงแต่งงานและเลี้ยงลูกๆ อยู่ที่บ้านหลังนี้



รูปแบบสถาปัตยกรรมของบ้านยังคงเก็บรักษาให้มีลักษณะคงเดิมให้มากที่สุด โดยโถงชั้นล่างในบ้านปูพื้นด้วยกระเบื้องลายตารางหมากรุกสีขาวสลับเขียว การจัดวางผังเป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยคือแบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้อง ฝั่งซ้ายเป็นห้องนอนของอาจ้อที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นร้านขายของที่ระลึกและงานฝีมือเด็กในชุมชน ฝั่งขวาเป็นห้องนอนแขกที่ปิดไว้เป็นห้องทำงาน ส่วนชั้น 2 แตกต่างด้วยพื้นไม้ขนาดกว้างราว 9 เซนติเมตร จัดวางโซฟาสีฟ้าทรงคลาสสิก มีห้องนิทรรศการห้องหอของชาวไทยเชื้อสายจีน จัดแสดงเครื่องแต่งกายและข้าวของเครื่องใช้ในอดีต ส่วนอีกห้องเป็นห้องพักของนักท่องเที่ยวที่ชื่อว่า Happy Family เชื่อมต่อออกไปสู่ระเบียงกว้างด้านนอกได้ โดยที่ชั้น 3 เป็นห้องพระและห้องแสดงเครื่องดนตรีโบราณที่อากงเคยเล่น




เพราะต้องการเก็บรักษาสิ่งดั้งเดิมของบ้าน แม้กระทั่งสีทาผนังก็ยังคงเป็นสีเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยภาพวาดสีนํ้าลายดอกโบตั๋นซึ่งแทรกอยู่ในทุกส่วนของบ้าน ร่วมกับบรรดาของเก่าซึ่งล้วนเป็นข้าวของที่เคยใช้จริงในบ้านหลังนี้ รวมถึงเป็นของหายากในยุคสมัยเดียวกัน ซึ่งมาจากบ้านของอากงในเมืองเองและจากบ้านหลังต่างๆ ของบรรดาญาติที่อาศัยในเมืองที่เก็บสะสมเอาไว้ เหมือนได้ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2479 จริงๆ




ปัจจุบันห้องรับประทานอาหารและห้องครัวเดิมทางฝั่งซ้ายของอาคารหลักยังถูกทุบผนังเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นร้านอาหารโต๊ะแดง โดยเน้นใช้สีแดงกับสีเขียวตกแต่งเป็นหลัก เมนูของร้านเป็นอาหารพื้นบ้านที่การันตีความอร่อยด้วยมิชลินไกด์ภูเก็ตปี 2011 และ 2022