Distar Fresh Plant Factory

เทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ปลูกผักให้สะอาดจนไม่ต้องล้างด้วยระบบ Plant Factory

Distar Fresh Plant Factory
Distar Fresh Plant Factory

ปลูกผักอย่างไรให้มีความปลอดภัยสูง มีผลผลิตคงที่ สามารถทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ?

โรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory คือ การปลูกพืชในอาคารแบบปิด มีข้อดีตรงที่สามารถป้องกันศัตรูพืช สภาพแวดล้อมต่างๆได้ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคได้ต่ำ จึงไม่มีความจำเป็นในการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เป็นสาเหตุของสารเคมีปนเปื้อนในผัก ทำให้ระบบการปลูกพืชในระบบนี้ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยสูง

ซึ่งในประเทศไทยตอนนี้เราได้มี Plant Factory แห่งใหม่ที่จะเปิดตัวในเร็วๆนี้ ที่มีชื่อว่า Distar Fresh ตั้งอยู่ที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และมีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้ง Distar Fresh คุณกฤษณะ ธรรมวิมล และ คุณสานสิน ศรีภิรมย์รักษ์ (เชน) จะมาเล่าให้เราฟังกันว่าปลูกผักให้สะอาดจนไม่ต้องล้างนั้นเป็นอย่างไร

Plant Factory
คุณเชน (ซ้าย) คุณกฤษณะ (ขวา) สองผู้ก่อตั้ง Distar Fresh

คุณกฤษณะ (ขวา) ผู้บริหารระดับสูงสุด Wangree Fresh Plant Factory Startup และผู้เชี่ยวชาญด้านโรงปลูกพืชแนวตั้ง กล่าวว่า “แต่ก่อนที่จะมี Distar Fresh ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมมีฟาร์มอยู่ที่จังหวัดนครนายก ที่ชื่อว่า Wangree Fresh เป็นฟาร์มต้นแบบที่จำหน่ายผัก แต่ด้วยปัญหาโรคโควิทที่ระบาดจึงทำให้ต้องยุติฟาร์มไป

“ในช่วงที่หยุดไปนั้นก็ได้รับทุนจากต่างประเทศในการทำวิจัย จึงได้มีโอกาสมาทำงานวิจัยเกี่ยวกับโรงงานผลิตพืช จนมาถึงจุดหนึ่งที่พบว่าการปลูกพืชด้วยระบบนี้ สามารถทำได้จริงถ้าทำในปริมาณที่มีจำนวนมากซึ่งจะส่งผลให้มีต้นทุนที่ถูกลง

คุณเชน ผู้บริหารระดับสูงสุด วัย 25 ปี ของบริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด กล่าวว่า “ปกติผมเป็นคนไม่กินผัก พอได้รับประทานผักจากระบบที่อาจารย์ปลูกปรากฏว่าไม่ขมเลย อาจารย์ก็พูดว่าการปลูกผักในระบบนี้มันจะทำให้ผักไม่เครียด มันเลยไม่มีฟลาโวนอยด์ที่ออกรสชาติขม แล้วตอนนี้ผมก็มี Distar Care ที่เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ และตั้งเป้าไว้ว่าอยากทำบ้านพักคนชรา ยิ่งถ้ามีกิจกรรมการปลูกผักใน Plant factory น่าจะสนุกสนานมาก เพราะว่าเป็นการเกษตรออกแรงน้อย อยู่ในห้องแอร์ไม่ต้องตากแดดตากฝน”

คุณกฤษณะ อธิบายหลักการทำงานของโรงงานผลิตพืช ว่า “การปลูกพืชในระบบนี้เปรียบเสมือนโรงงานอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยในการปลูกที่ชัดเจน โดยมีการควบคุมปัจจัยการผลิตด้วยกัน 5 อย่าง ประกอบไปด้วย แสง คาร์บอนไดออกไซด์ กระแสลม ระบบปุ๋ย และอุณหภูมิ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันความแปรปรวนจากสภาพแวดล้อม ศัตรูพืชต่างๆ ได้อีกด้วยซึ่งเป็นปัญหาหลักในการทำเกษตร ส่งผลให้สูญเสียผลผลิตมากถึง 20-40% ของผลผลิตทั้งหมด จึงทำให้การปลูกพืชในระบบนี้มีผลผลิตที่คงที่”

การปลูกผักแบบโรงงานผลิตพืชมีความแตกต่างจากการปลูกผักทั่วๆไป คือ

1) ห้องปลูกผักแบบปลอดเชื้อ

2) น้ำสำหรับพืชเป็นน้ำกรอง Reverse Osmosis

3) ปุ๋ย อุปกรณ์ต่างๆรวมถึงสายไฟก็เป็น Food grade

ผักที่ลูกค้าซื้อไปก็ไม่จำเป็นต้องล้างเพราะในการปลูกใบของผักจะไม่มีการได้สัมผัสกับน้ำหรือปุ๋ยเลย จึงมั่นใจได้ในความสะอาด และเรายังจัดส่งให้กับผู้บริโภคโดยตรงอีกด้วยเพื่อป้องกันการปนเปื้อนระหว่างขนส่ง

“แสงไฟเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการปรุงอาหารของพืช และเป็นข้อจำกัดในการปลูกผักแบบโรงงานผลิตพืช ด้วยเช่นกัน เพราะใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากในการปลูกผัก เราจึงเปิดไฟในช่วง Time of Use Tariff (TOU) ก็คือช่วงที่ค่าไฟถูก เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 – 9.00 น. เป็นระยะเวลา 12 ชั่วโมงต่อวัน แต่พืชต้องการ 14 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งปัจจุบันกำลังค้นหาวิธีการที่จะช่วยในการลดค่าไฟ โดยการลดเวลาการเปิดไฟสำหรับพืช เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการแสงไฟของพืช”

อาคารที่ปลูกผักด้วยระบบ Plant Factory ของ Distar Fresh

“Distar Fresh จำหน่ายผักในกรุงเทพฯและปริมณฑล เปิดสาขาแรกอยู่ที่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านจัดสรร โดยมีคอนเซ็ปต์ คือปลูกผักในพื้นที่ที่น้อยและอยู่ใกล้กับผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถกินผักที่สดที่สุด และมีแผนจะขยายไปสาขาที่ 2 ใกล้กับห้างสรรพสินค้า The nine พระราม 9”

เตรียมรางปลูกผักในระบบโรงงานผลิตพืช

“เรามีโรงงานผลิตพืชที่มีกำลังการผลิตเดือนละ 10 ตัน ภายในพื้นที่เพียง 400 ตารางวา ที่เราสามารถทำได้ขนาดนี้เพราะเราทำธุรกิจในแบบ Inhouse research ก็คือเราเป็นเกษตรกร เราจึงต้องสร้างฟาร์มผักของเราเอง ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยจึงทำให้มีต้นทุนที่ถูกกว่าเพราะไม่ได้เป็นการซื้อระบบจากที่อื่นมา”

สองผู้ก่อตั้ง บริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับความปลอดภัยของผักที่ปลูกในระบบนี้ จึงเปิดให้คนภายนอกสามารถเข้ามาศึกษาเยี่ยมชมการปลูกผัก

คุณเชน เล่าว่า “ทางเราทำการตลาดโดยเปิด Open House ให้คนที่สนใจสามารถมาเยี่ยมชมกันได้มาดูวิธีการปลูก อนาคตเราก็จะทำเป็นสถานศึกษาใครที่อยากรู้ว่าผักปลูกอย่างไร เราเชื่อว่าเป็นการสื่อสารกับสังคมให้เข้าใจและมั่นใจในทุกขั้นตอนการผลิต ว่าผักของเราสะอาดจริงลูกค้าก็จะสบายใจที่จะรับประทาน

ต้นอ่อนผักชี ที่ปลูกด้วยระบบโรงงานผลิตพืช

“ซึ่งในอนาคตเราจะจัดจำหน่ายผักให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิก โดยที่เราเก็บเกี่ยวและจัดส่งให้ลูกค้าถึงหน้าบ้านภายใน 3 ชั่วโมง และจัดส่งในทุกๆ 3 วัน ทำให้ลูกค้าได้ผักที่สดใหม่ตลอด ช่วง 30 วันแรกของการสั่งซื้อลูกค้าต้องรอเพราะเราพึ่งหย่อนเมล็ดแล้วเมื่อครบ 30 วันลูกค้าก็จะได้รับผัก

ตอนนี้เรามีสมาชิกอยู่ 50 ครอบครัว แต่เรายังไม่ได้ขอเก็บเงิน เราเก็บเพียงข้อมูลเพื่อใช้ในการสร้างแผนการจัดส่งผัก เราจะได้รู้ว่าตรงไหนมีกลุ่มลูกค้าอยู่ จะได้ขยายสาขา Distar Fresh ตามพื้นที่ที่ลูกค้าอยู่ เราจะไม่ทำฟาร์มใหญ่แล้วส่งจากที่เดียว”

เรื่อง : กิตตินัย อัศวเลิศลักษณ์

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทร์ทองสุข

ปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ สู้วิกฤติแบบฟาร์มโกติ๊ก จ.ภูเก็ต

Farmshelf แปลงผักอัจฉริยะทำงานอย่างไร ดีจริงไหม?