หนึ่งวันสุดคุ้มในสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล จังหวัดเชียงใหม่

นี่เป็นอีกครั้งที่ผมเดินทางมาที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมจึงเริ่มหาข้อมูลเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนรักต้นไม้ที่น่าสนใจประเภทสวนพฤกษศาสตร์หรือเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลายคนยังไม่เคยไปเยือนมาก่อน ทำให้ผมได้ทราบว่านอกจากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์และโครงการหลวงต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ยังมีสวนพฤกษศาสตร์อีกที่หนึ่งที่คนเชียงใหม่คุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่าง สวนทวีชล

ในช่วงเช้าที่นี่จะมีบริการให้เช่าบอลลูนเพื่อให้ชมทัศนียภาพในมุมสูงของสวนทวีชลและอำเภอดอยสะเก็ด
กลุ่มต้นไม้ที่พบเห็นได้ทั่วทั้งบริเวณสวนทวีชลคือปรงและปาล์มที่มีตกแต่งอยูในสวนกว่า 100 ชนิดมีทั้งที่นำมาจากในประเทศไทย ประเทศในอเมริกาใต้ และหมู่เกาะต่างๆ
กระโจมกล้วยไม้โดดเด่นไปด้วยสีสันจากกล้วยไม้ป่าโดยเฉพาะตระกูลแวนด้าลูกผสม ปลูกให้อิงอาศัยกับตอไม้ใหญ่คู่กับเฟินและมอสส์เหมือนในธรรมชาติ
กระโจมน้ำตกจำลองระบบนิเวศในป่าร้อนชื้นที่มักมีน้ำตกและความชื้นมากส่งผลให้ต้นไม้ที่ชื่นชอบความชื้นอย่างปาล์มไพลิน หนวดปลาหมึก หมากแดงและเฟินขนิดต่างๆเจริญเติบโตได้ดี

 

ไม่แปลกใจที่คนเชียงใหม่จะรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี เพราะที่นี่ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่พ.ศ. 2548 และยังคงปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อยู่เสมอ โดยสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล หรือที่คนเชียงใหม่เรียกกันสั้นๆว่า สวนทวีชล ตั้งอยู่ริมถนนสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด หลักกิโลเมตรที่ 10-11 บนพื้นที่ทั้งหมด 302 ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่โรงแรม Horizon Village & Resort ซึ่งนอกจากจัดเป็นสวนสำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ดูสวยงามแล้วยังเป็นสถานที่ที่เปิดให้จัดกิจกรรมอื่นอีกมากมาย อาทิ ขึ้นบอลลูน จัดเลี้ยง รับประทานอาหาร สนามเด็กเล่น สวนสัตว์ขนาดเล็ก ปั่นจักรยานและเรียนรู้เรื่องพรรณไม้ไปด้วยในตัว ซึ่งเหมาะมากกับการพาเด็กๆหรือคนเป็นหมู่คณะเข้ามาทำกิจกรรมและเรียนรู้ตามฐานต่างๆทั่วโครงการ

คุณทวีศักดิ์ เสสะเวช ผู้ก่อตั้งสวนพฤกษศาสตร์ทวีชลแห่งนี้ขึ้นด้วยความตั้งใจให้ที่นี่เป็นเส้นขอบฟ้าของชีวิตที่ต้องการสร้างประโยชน์คืนให้สังคมโดยไม่หวังผลกำไร
กระโจมเฟินรวบรวมเฟินหลายชนิด อาทิทั้งเฟินนาคราช เฟินหางไก่แอฟริกัน เฟินอินเดียใบด่าง เฟินข้าหลวงหลังลายและเฟินก้านดำบราซิล

ผมมีโอกาสได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับผู้ก่อตั้งสถานที่แห่งนี้คือ คุณทวีศักดิ์ เสสะเวช อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวัย 84 ปี แต่ท่านยังแข็งแรงและได้เล่าถึงที่มาของสวนแห่งนี้ว่า “ผู้สูงวัยส่วนใหญ่ก็มักเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ไปท่องเที่ยว หรือตีกอล์ฟ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมชอบอะไรที่เรียบง่าย เพราะผมอยู่กับเกษตรกรมาก่อน มันน่าจะมีพื้นที่หนึ่งสำหรับทำสวนเพื่อเป็นแปลงสาธิต จุดประสงค์ของสวนทวีชลเราคือศูนย์เรียนรู้ ในชีวิตการทำงานและดำรงตำแหน่งมากมายอย่างยาวนาน ผมตั้งปณิธานชีวิตไว้ว่าเมื่อผมเกษียณแล้ว เรายังจะสามารถทำอะไรให้สังคม สวนทวีชลมาจากชื่อผมและภรรยารวมกันคือทวีศักดิ์และชลางค์ นอกจากสวนใช้พักผ่อนแล้วผมอยากให้คนที่เข้ามาโดยเฉพาะเกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้ตนเองและสังคมต่อไป”

กระโจมกระบองเพชรและไม้อวบน้ำมีการคลุมหลังคาโปร่งแสงเพื่อป้องกันความชื้นโดยเฉพาะในช่วยที่ฝนตกติดกันเป็นระยะเวลานาน โดยปลูกต้นไม้ประเภทอากาเว่ไว้รอบนอกเนื่องจากทนต่อความชื้นจากละอองน้ำได้ดีที่สุด

ซึ่งไฮไลต์คงหนีไม่พ้นพื้นที่ประโจมที่รวบรวมพรรณไม้ชนิดต่างๆที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ให้เข้าชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก แบ่งเป็น 4 กระโจม กระโจมแรกประกอบไปด้วยต้นไม้ป่าอย่างต้นกล้วยไม้ป่าและสับปะรดสีชนิดต่างๆ ภายในกระโจมที่สองเป็นน้ำตกจำลองแบบป่าร้อนชื้นรายล้อมด้วยต้นเฟิน ปาล์ม และไม้ใบต่างๆ มีฝูงปลาคราฟท์แหวกว่ายไปมาอยู่ในบ่อด้านล่างน้ำตก ส่วนกระโจมสามเต็มไปด้วยไม้ใบชนิดต่างๆ เช่น ฟิโลเดนดรอน เฟิน ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง รองเท้านารี อโกลนีมา และหน้าวัวใบ และกระโจมที่สี่ซึ่งเต็มไปด้วนพวกแคคตัสและไม้อวบน้ำ จำนวนกว่า 200 ชนิด อาทิ พาชี่โพเดี่ยม (Pachypodium geayi) ถังทอง (Echinocactus grusonii hildm) กลีบมะเฟือง (Notocactus magnificus (Ritt) Karainz) และเฟโรฟ้าไร้หนาม (Ferocactus glaucescens v. inermis)

นอกจากต้นไม้ประเภทแคคตัสแล้ว ยังมีต้นไม้อวบน้ำชนิดต่างๆ  เช่น ว่านหางจระเข้ อากาเว่ และยูโฟร์เบีย

คุณออมสิน-นันทนิตย์ เสสะเวช รองกรรมการผู้จัดการ โรงแรม Horizon Village Resort เชียงใหม่ และ คุณตี๋-ธรรมนูญ  ศรีสุวรรณ ผู้จัดการสวนพฤกษศาสตร์ทวีชลได้เล่าถึงการบำรุงต้นไม้ในสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ที่มีปริมาณขยะจากต้นไม้เป็นจำนวนมาก จึงนำไปสู่การเน้นใช้ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยหมักจากใบไม้ใบหญ้าที่ร่วง สำหรับกิ่งก้านต้นไม้ขนาดเล็กหรือใบปาล์มก็ใช้เครื่องมือเพื่อหั่นย่อยให้เป็นชิ้นเล็ก แล้วนำมาหมักเป็นกองร่วมกับขี้เถ้าแกลบและน้ำหมักชีวภาพทำให้ย่อยสลายเร็วขึ้น ส่วนกิ่งก้านต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งใบจะถูกนำมาเผาในรูปแบบของการได้ผลิตผลเพื่อนำมาเผาเป็นถ่านต่อไป เป็นการลดการเผาในที่โล่งแจ้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยทำเป็นเตาเผาถ่านแบบไร้ควันและทำน้ำส้มควันไม้ โดยไม่ให้เกิดความเดือดร้อนต่อชุมชน

สวนดอกไม้ประดับอย่างแซลเวียสีแดงปลูกเป็นแถวคู่กับต้นชาดัดและสวนหินสำหรับเป็นจุดถ่ายภาพ
ไม้ตัดแต่งอย่างประณีตต้องอาศัยการตัดเล็มในทุกอาทิตย์ หลังจากตัดแต่งจะนำกิ่งไม้และใบไปเป็นปุ๋ยหมักต่อไป

ที่นี่ยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กสำหรับให้ผู้ที่มาเข้าชมได้เข้าไปทำความรู้จักและให้อาหาร เช่น อูฐโหนกเดียว นกกระจอกเทศ กวางป่า กวางม้า และกวางรูซา

ตั้งแต่เช้าผมออกมาชมบอลลูนขึ้นเหนือท้องฟ้า เดินจนรอบสวนพฤกษศาสตร์ พูดคุยและเรียนรู้เรื่องการปลูกและดูแลต้นไม้ชนิดต่างๆ และพักผ่อนในโรงแรม ในสถานที่ที่ใหญ่โต ครบครันและสวยงามคงเกิดไม่ได้หากขาดความรักในธรรมชาติของผู้เป็นเจ้าของ แต่เหนือสิ่งอื่นใดสถานที่นี้ยังเลือกอยู่กับความเป็นจริงและปรับตัวได้ดีด้วยเช่นกัน ในวิกฤตโควิด-19 ที่เราเจอเข้ากับปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่า ปัจจุบันสวนพฤกษศาสตร์ทวีชลได้เริ่มกิจการเพาะขายต้นไม้และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลผลิตจากต้นไม้ในสวนเพื่อชดเชยรายได้จากการท่องเที่ยวที่หายไป ซึ่งยังต้องเลี้ยงพนักงานและคนในชุมชนรอบๆให้อยู่ได้ด้วยตนเอง ที่นี่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าต้นไม้เป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากยิ่งขึ้น เพราะมันไม่เคยทำให้เราอดตาย ยิ่งนานวันยิ่งโต ยิ่งผลิดอกออกผลและให้คุณกับเราเสมอ

บริเวณด้านสวนจัดจำหน่ายต้นไม้ที่เพาะจากแม่พันธุ์ในสวนทั้งแคคตัส ไม้ใบ ไม้อวบน้ำ นอกจากนั้นยังมีบริการสั่งซื้อออนไลน์และส่งทั่วประเทศอีกด้วย สามารถติดต่อและเข้าชมสินค้าได้ที่ https://www.facebook.com/tweecholandthetrees

ต้นไม้ใบ

ผักและสมุนไพรภายในสวนพฤกษศาสตร์และจากที่พนักงานปลูกเองส่วนหนึ่งจะนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารและแปรรูปสำหรับบริการลูกค้าที่มาใช้บริการในห้องอาหารต่างๆของโรงแรม

สถานที่ : สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล เชียงใหม่ เลขที่ 118 หมู่ที่ 7 เชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 0-5329-2381-5 และ 08-1443- 9499

www.tweecholbotanicgarden.com

เรื่อง : ปัญชัช

ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

 

สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ห้องทดลองในสวนพฤกษศาสตร์

I Love Flower Farm ฟาร์มดอกไม้สุดอลังการ