3 น้ำหมักทำเอง ตัวช่วยบำรุงผัก ใบ-ดอก-ผล งามชัวร์

การปลูกพืชผักชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผักกินใบ ผักกินผล ผักกินหัวหรือราก ให้เจริญเติบโตแข็งแรงและมีผลผลิตงามชัวร์ พระเอกที่ช่วยให้พืชผักงอกงามก็คือ การปรับปรุงดินปลูกให้อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรียวัตถุและธาตุอาหารต่าง ๆ ซึ่งเคยนำเสนอไปแล้ว

ส่วนนางเอกที่ช่วยเสริมให้พืชผักของเรายิ่งเจริญเติบโตได้ดีก็คือปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งได้แก่น้ำหมักชีวภาพและฮอร์โมนต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะการปลูกพืชผักในกระบะปลูกหรือภาชนะที่มีพื้นที่จำกัด รากพืชหยั่งลงในชั้นดินได้ค่อนข้างตื้น ธาตุอาหารอาจมีน้อยเมื่อเทียบกับพืชผักที่ปลูกลงแปลงดิน จึงจำเป็นต้องให้ธาตุอาหารแก่พืชเสริม

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

น้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยน้ำชีวภาพ

น้ำหมักชีวภาพได้จากการย่อยสลายเศษพืชหรือสัตว์โดยผ่านกระบวนการหมักในสภาพไม่มีอากาศ จนกลายเป็นสารละลายที่มีทั้งสารอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และธาตุอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตหรือเร่งดอกและผล นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันและกำจัดแมลง หรือใช้เป็นหัวเชื้อสำหรับผลิตน้ำหมักครั้งต่อไป

ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพก็คือมีจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายธาตุอาหารในดินมาให้พืชอีกทีหนึ่ง ดังนั้นถ้าดินขาดความสมบูรณ์มาก ๆ แม้มีจุลินทรีย์มากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ เพราะไม่มีแหล่งอาหารให้ย่อย

น้ำหมักชีวภาพมีหลายสูตรที่เราสามารถทำใช้เองได้ง่าย ๆ และใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับความต้องการและความสะดวกในการจัดหาส่วนผสมต่าง ๆ ได้แก่ หากต้องการน้ำหมักชีวภาพสูตรเร่งต้นเร่งใบให้หมักเศษต้นหรือใบผัก เช่น เศษใบผักสลัด เศษต้นผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ถ้าต้องการน้ำหมักชีวภาพสูตรเร่งดอกเร่งผลให้นำดอกหรือผลผักและผลไม้ใส่ลงหมัก เช่น กล้วย มะละกอ มะเขือเทศ เป็นต้น หลังจากหมักจนน้ำหมักชีวภาพพร้อมใช้งาน ให้นำน้ำหมักมาผสมน้ำแล้วฉีดพ่นหรือรดแปลงผักทุก 5-7 วัน จะช่วยให้พืชผัก ไม่ว่าจะเป็นผักกินใบหรือผักกินผลก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี มีสุขภาพแข็งแรง และให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ

สำหรับน้ำหมักชีวภาพที่แนะนำในบทความนี้มีทั้งหมด 3 สูตรด้วยกัน แนะนำโดย อาจารย์เติ้ล – เกศศิรินทร์ แสงมณี อาจารย์ประจำสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร น้ำหมักแต่ละสูตรผ่านการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปรับสูตรออกมาให้เหมาะสม คือช่วยให้พืชผักในสวนงามชัวร์ไม่เกินจริงนักปลูกผักมือใหม่ทุกคนสามารถทำเองได้ที่บ้าน เนื่องจากเน้นใช้วัตถุดิบที่หาง่ายใกล้ตัว มาเริ่มทำกันเลยค่ะ

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (Photosynthetic Bacteria หรือ PSB)

ส่วนผสมขยายเชื้อ : หัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1 ช้อนโต๊ะ / ไข่ไก่หรือไข่เป็ดที่ตีแล้ว 1 ช้อนโต๊ะ / น้ำสะอาด 1.5 ลิตร วิธีทำดังนี้

Step 1 เติมน้ำสะอาดใส่ขวดพลาสติกใสอาจใช้น้ำฝน น้ำประปา หรือน้ำเลี้ยงปลาก็ได้ จากนั้นตักไข่ไก่ที่ตีจนฟูเหมือนทำไข่เจียว1 ช้อนโต๊ะใส่ลงในขวด รวมถึงเปลือกไข่ ปิดฝาแล้วเขย่าให้เข้ากัน

Step 2 เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง1 ช้อนโต๊ะ เขย่าให้เข้ากัน ปิดฝาขวดไม่ต้องสนิทเพื่อให้แก๊สที่เกิดขึ้นผ่านเข้าออกได้ จากนั้นนำขวดไปวางขวดในที่มีแสงแดดจัด 7-14 วัน แบคทีเรียสังเคราะห์แสงจะเพิ่มปริมาณจนเต็มขวด ทำให้น้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง

 

วิธีใช้ ผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 10 มิลลิลิตร (2 ช้อนโต๊ะ) กับน้ำ 10 ลิตร รดแปลงผักทุก 5-7 วัน ช่วยบำรุงต้นใบ เร่งการติดดอกและผล

Tips

  • หากใช้น้ำไม่สะอาดหรือหัวเชื้อจุลินทรีย์มีปริมาณไม่เพียงพอ หรือได้รับแสงแดดน้อย อาจทำให้น้ำในขวดเน่าได้
  • หากไม่มีหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ก็สามารถใช้วิธีที่แนะนำนี้ได้โดยไม่ต้องเติมหัวเชื้อ แต่แนะนำให้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำฝนที่รองทิ้งไว้ หรือน้ำจากการเลี้ยงปลา เนื่องจากน้ำเหล่านี้มีจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำกรองหรือน้ำ OR ซึ่งผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว

น้ำหมักนมหรือฮอร์โมนนมสด

ส่วนผสม : นมสด 3 ลิตร / น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม / เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด / นมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก

Step 1 เทนมสด 3 ลิตรลงในโหล เติมน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม คนจนน้ำตาลละลาย

Step 2 ใส่เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ขวด และนมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน

Step 3 ปิดฝาโหลดและคนส่วนผสมทุกวัน ใช้เวลาหมักนานประมาณ 15 วัน ก็สามารถกรองน้ำหมักนำมาใช้ได้

วิธีใช้ ผสมน้ำหมักนม 10 มิลลิลิตร (2 ช้อนโต๊ะ) กับน้ำ 10 ลิตร รดผักกินใบทุก 3-5 วัน จะช่วยให้ผักหวานและกรอบขึ้น หรือผสมน้ำหมักนม 20 มิลลิลิตร (4 ช้อนโต๊ะ) กับน้ำ 10 ลิตร ฉีดพ่นที่ใบและผลแก่ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตทุก 3-5 วัน จะทำให้พืชผักกินผลและผลไม้ เช่น มะเขือเทศราชินี มะเขือเทศเชอร์รี่ เมลอน มีรสชาติหวานและกรอบ ทั้งยังช่วยปรับปรุงดินในร่วนซุยขึ้นด้วย

 

น้ำหมักผลไม้หรือฮอร์โมนหวาน

ส่วนผสม : ผลไม้สุก 3 กิโลกรัม และน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม

Step 1 นำผลไม้สุกอย่างน้อย 3 ชนิด รวมกันให้ได้ 3 กิโลกรัม หั่นเป็นชิ้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ1 นิ้ว โดยไม่ต้องล้างน้ำและปอกเปลือก

Step 2 ใส่ผลไม้ลงในขวดโหลแก้วขนาด 5 ลิตร เรียงลำดับโดยชั้นล่างสุดใส่ผลไม้ที่มีรสหวานมากที่สุด ตามด้วยหวานปานกลาง และหวานน้อยอยู่ชั้นบนสุด

Step 3 ใส่น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม (อาจใช้โอวทึ้งหรือน้ำตาลอ้อยก็ได้)

Step 4 ปิดฝาโหลไม่ต้องสนิทหรืออาจเจาะรูที่ฝาเพื่อระบายแก๊สที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการหมักก็ได้ใช้เวลาหมักนานประมาณ 1 เดือน จึงกรองเฉพาะน้ำมาใช้

วิธีใช้ ผสมน้ำหมักผลไม้หรือฮอร์โมนหวาน10 มิลลิลิตร (2 ช้อนโต๊ะ) กับน้ำ 10 ลิตร ฉีดพ่นต้นพืชทุก 3-5 วัน จะทำให้พืชผักมีรสชาติหวานและกรอบ

ศึกษาวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์รวมถึงเทคนิคการปลูกและบำรุงพืชผักง่าย ๆ สไตล์คนเมืองได้เพิ่มเติมในหนังสือ ปุ๋ยอินทรีย์ (ฉบับปรับปรุง) ผู้เขียน รองศาสตราจารย์มุกดา สุขสวัสดิ์ และหนังสือ Garden & Farm Vol.15 เกษตรในเมือง Urban Farming โดยสำนักพิมพ์บ้านและสวน

 

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่

 

เรื่อง : อังกาบดอย

ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ

ขอขอบคุณข้อมูล : อาจารย์เกศศิรินทร์  แสงมณี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

ขอขอบคุณสถานที่ : สวนผักชุมชน กสบ.พัฒนา เขตสายไหม กรุงเทพฯ

 

วิธีทำปุ๋ยหมักตะกร้า ทำง่าย ประหยัดงบ

ทำปุ๋ยมูลไส้เดือนจากเศษอาหาร สูตรจากฟาร์มลุงรีย์