ขยายพันธุ์อะโวคาโด ทำได้ง่าย มีหลายวิธีแค่ไม่กี่ขั้นตอน

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของ “อะโวคาโด” ไม้ผลต่างถิ่นจากทวีปอเมริกาที่ปลูกเลี้ยงกันมากในเมืองไทย ด้วยรสชาติหวานอ่อนๆ พร้อมให้ไขมันที่มีประโยชน์กับร่างกาย จึงกลายเป็นผลไม้ยอดกันในขณะนี้ มาทำความรู้จักและเรียนรู้วิธีขยายพันธุ์อะโวคาโดกันค่ะ

อะโวคาโด (Avocado) หรือ Alligator Pear เป็นพืชในวงศ์ Lauraceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea americana Mill. มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว มิชชันนารีชาวอเมริกันได้นำมาปลูกในเมืองไทยเป็นครั้งแรกที่จังหวัดน่านซึ่งสามารถเติบโตและผลิดอกออกผลได้ดี อะโวคาโด้เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ สูงถึง 18 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระ ใบรูปรีถึงรูปใบหอก มีหลายแบบขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ แผ่นใบหนาสีเขียวสด บางพันธุ์เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นหอม ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กเป็นดอกสมบูรณ์เพศ สีเขียวอมเหลือง ผลขนาดใหญ่ รูปทรงคล้ายสาลี่ รูปไข่หรือรูปกลม ผลรูปทรงกลม แต่ละผลมี 1 เมล็ดที่นำไปเพาะได้  ที่ปลูกในบ้านเรามีหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์แฮส (Hass) พันธุ์พิงเคอร์ตัน (Pinkerton) ที่มีทรงผลคล้ายรูปลูกแพร์ พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson)

ผลอะโวคาโด มีเนื้อสีเหลือง อ่อนนุ่ม เมล็ดทรงกลม (ภาพ : ธีรพงศ์ จันทร์พริ้ม)

พันธุ์ปีเตอร์สัน เป็นพันธุ์ที่ปลูกเลี้ยงและให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่ๆมีอากาศร้อน จุดเด่นอยู่ที่ผลทรงกลม

(ภาพ : ธีรพงศ์ จันทร์พริ้ม)

พันธุ์บัคคาเนีย เป็นอะโวคาโด้ที่ชอบอากาศเย็น นิยมปลูกมากทางภาคเหนือของไทย ผลเป็นทรงรูปรี (ภาพ : ธีรพงศ์ จันทร์พริ้ม)

พันธุ์แฮส เป็นอะโวคาโดที่ชอบอากาศเย็นอีกพันธุ์หนึ่ง จุดเด่นที่แตกต่างจากพันธุ์อื่นคือ ผิวผลที่ขรุขระ (ภาพ Facebook : Teerapong Junprim)

หลังจากรู้จักพันธุ์อะโวคาโดกันแล้ว ลองเก็บเมล็ดมาเพาะกันค่ะ

วิธีเพาะเมล็ดอะโวคาโดอย่างง่าย

  1. ล้างเมล็ดอะโวคาโดให้สะอาด ใช้ไม้จิ้มฟันปลายแหลม ปักสี่ด้านของเมล็ด ให้อยู่กึ่งกลางเมล็ดในแนวนอน
  2. เตรียมแก้วปากแคบใส่น้ำ ให้สูงเกือบเต็มภาชนะมีส่วนที่เหลือของแก้วเท่าๆ กับความสูงที่ปักเมล็ด ดังภาพ
  3. วางเมล็ดลงบนแก้ว ให้ด้านท้ายเมล็ดจุ่มลงในน้ำ ตั้งไว้ในครัวมีแสงส่องบ้าง
  4. อีก 1 สัปดาห์จะเริ่มแตกราก รอจนแตกรากเต็มและผลิใบแล้ว จึงย้ายปลูกลงดินในกระถาง เมื่อต้นแข็งแรง จึงย้ายปลูกลงในสวน

 

การปลูกอะโวคาโด้ที่ได้จากการเพาะเมล็ด จะใช้เวลามากกว่า 5 ปี ต้นจึงเริ่มผลิดอกและติดผลให้เราเก็บกินได้ และอาจเกิดการกลายพันธุ์ ให้ผลผลิตไม่ดีนัก หลายคนจึงอยากได้อะโวคาโดที่ให้ผลผลิตเร็วขึ้น วิธีง่ายๆ คือ ต้องปลูกต้นที่ได้จากการการเสียบยอดจึงจะให้ผลผลิตได้เร็ว ซึ่งเราสามารถทำเองได้

ขั้นตอนการเสียบยอด

Step 1 เลือกต้นตอที่ได้จากการเพาะเมล็ดที่มีอยู่ มีอายุประมาณ 1 ปี และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 5-10 มิลลิเมตร แล้วตัดยอดต้นตอให้เหลือตอสูงประมาณ 10 เซนติเมตรจากดิน

Step 2 ผ่ากึ่งกลางต้นตอตามแนวดิ่งให้เป็นแผลยาว 2.5 เซนติเมตร

Step 3 เตรียมกิ่งพันธุ์ดีที่ต้องการเสียบ ลิดใบออกให้หมด ปาดโคนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็น ปากฉลาม 2 ด้าน อย่าให้เนื้อเยื่อช้ำ

Step 4 เสียบกิ่งพันธุ์ดีลงบนกึ่งกลางต้นตอ กดเบา ๆ ให้เนื้อเยื่อประสานกัน

Step 5 พันด้วยแถบพลาสติกใสจากล่างขึ้นบนให้แน่น กิ่งไม่ขยับ

Step 6 ใส่ต้นที่เสียบยอดลงในถุงพลาสติกใส รัดปากถุงให้แน่น แขวนไว้ที่โคนต้นไม้ใหญ่ ที่มีแสงแดดรำไร

หลังเสียบยอด 1-2 สัปดาห์ ถ้ายอดยังเขียวสด แสดงว่าเนื้อเยื่อเริ่มเชื่อมติดกันแล้ว รอจนกว่าผลิใบใหม่จึงค่อยๆ เปิดถุงออกวันละนิด จนเปิดออกทั้งหมด นำไปวางในที่มีแสงรำไร เมื่อต้นแข็งแรงแตกกิ่งก้านมากขึ้นจึงนำไปปลูกต่อ

TIPS

  • ก่อนเสียบยอดควรงดให้น้ำต้นตอ และฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อราก่อน 3 – 5 วัน
  • ควรเลือกยอดพันธุ์ดีที่ไม่มีโรคเข้าทำลาย และมีขนาดใกล้เคียงกับขนาดต้นตอ
  • หลังเสียบยอดไม่ควรรดน้ำต้นตอ เพราะจะทำให้ต้นตอเน่าและต่อยอดไม่สำเร็จ
  • ระวังอย่าให้ถุงพลาสติกห่อตัวลงจนสัมผัสกับกิ่งพันธุ์ดี เพราะจะทำให้กิ่งพันธุ์ดีเน่าได้

10 ข้อควรรู้กับการปลูกอะโวคาโด

  1. หลังจากได้ต้นอะโวคาโดที่ได้จากการเพาะเมล็ดมาแล้ว สามารถนำไปปลูกลงพื้นที่ที่ต้องการได้ แต่ควรปลูกให้ห่างกันอย่างน้อย 5 เมตร
  2. ควรเลือกพันธุ์ที่ต้องการปลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศของพื้นที่ เพราะบางพันธุ์อาจต้องการอากาศเย็นจึงให้ผลผลิตได้ดี เช่น พันธุ์แฮส, พิงเคอตัน ขณะที่พันธุ์ปีเตอร์สัน เป็นพันธุ์ที่ทนอากาศร้อนได้ดี
  3. ควรผสมคลุกเคล้าสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) รองก้นหลุมปลูก
  4. ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน แล้วคลุมโคนต้นด้วยหญ้าแห้ง ใบไม้แห้งหรือฟางข้าว ในระยะแรกควรพรางแสงด้วยซาแรนหรือทางมะพร้าว จนกว่าต้นแข็งแรงพอจึงนำออกได้
  5. ระวังอย่าให้น้ำท่วมขังโคนต้น อาจทำให้รากเน่าตายได้
  6. หมั่นให้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก โรยรองพุ่มต้นทุกเดือน จะช่วยให้ต้นแข็งแรงขึ้น
  7. ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดหลังปลูกลงพื้นที่ อีก 5 ปี จึงเริ่มออกดอกครั้งแรก กรณีที่ปลูกจากต้นที่ได้จากการเสียบยอดพันธุ์ดี หลังปลูก 2 ปี ก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว
  8. โรคที่สำคัญคือโรครากเน่า ป้องกันโดยรดเชื้อราไตรโคเดอร์มาที่โคนต้นและฉีดพ่นตามพุ่มใบเป็นประจำ
  9. วิธีการสังเกตว่าผลอะโวคาโดแก่พร้อมเก็บหรือไม่ ให้ดูที่สีผิวผล มีจุดประสีน้ำตาลบนผล ขั้วผลเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง การเปลี่ยนสีของผล (พันธุ์แฮส) เป็นต้น เมื่อผลยังอ่อนหากผ่าดูเยื่อหุ้มเมล็ดจะมีสีขาว ถ้าผลแก่เยื่อหุ้มเมล็ดจะเหี่ยวแห้งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หากเก็บผลอ่อนมาทิ้งไว้ให้สุก ผลมักจะเน่าเสีย

หลังเก็บผลิตแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งแห้งกิ่งเสียออกบ้างเพื่อให้พุ่มใบโปร่งขึ้น พร้อมกับใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ บำรุงต้นบ้าง เพื่อให้ต้นแข็งแรงและพร้อมในผลผลิตในฤดูกาลหน้า

การตัดแต่งทรงพุ่มหลังเก็บผลผลิต จะช่วยให้ต้นไม่สูงมากนักและเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูต่อไปได้ง่ายขึ้น

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ในหนังสือ เทคนิคขยายพันธุ์พืช ของสำนักพิมพ์บ้านและสวน รับรองว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์พืชได้ด้วยเองอย่างแน่นอนค่ะ

สั่งซื้อหนังสือออนไลน์ได้ที่นี่

 

ขอบคุณภาพถ่ายอะโวคาโดพันธุ์ต่างๆ จาก Facebook : Teerapong Junprim

 

เรื่อง : วิฬาร์น้อย

ภาพ : อภิรักษ์ สุขสัย