บ้านโกดังกลางป่า - บ้านและสวน
บ้านโกดังกลางป่า

บ้านโกดังกลางป่า

บ้านโกดังกลางป่า ของเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ผู้หลงรักจังหวัดภูเก็ต โดยโครงสร้างมีลักษณะเหมือนโกดังที่นำมาดัดแปลงเป็นบ้านพักอาศัย ที่มีห้องนอน 7 ห้อง ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน พร้อมเปิดมุมมองของบ้านให้เห็นทิวทัศน์ธรรมชาติให้มากที่สุด

บ้านโกดังกลางป่า
บ้านชั้นเดียวรูปทรงคล้ายโกดังแทรกตัวอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้ ด้านหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตก จึงทำสระว่ายน้ำยาวขนานกับตัวบ้าน เพื่อให้ได้รับไอเย็นจากน้ำ พื้นสระกรุกระเบื้องสีน้ำเงินเข้มเพื่อลดการสะท้อนแสงของน้ำในตอนบ่าย 
บ้านโกดังกลางป่า

การมาเยือน บ้านโกดังกลางป่า หลังนี้ เกิดจากความบังเอิญในการไปถ่ายร้านขายเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านในจังหวัดภูเก็ต เมื่อการถ่ายทำเสร็จสิ้น คุณมาร์ค เดอ แซมพัว เจ้าของร้านชาวฝรั่งเศสจึงเชิญทีมงานเข้าไปพักผ่อนในบริเวณบ้านซึ่งอยู่ด้านหลังร้าน ภาพของบ้านซึ่งมีลักษณะเหมือนโกดังที่ลอกแบบมาจากร้านให้อารมณ์แบบลอฟต์ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ผมรู้สึกสะดุดตาและก็ไม่พลาดที่จะถ่ายภาพสวยๆมาให้คุณผู้อ่านได้ชมกัน

บ้านโกดังกลางป่า
ภายในห้องทำงานเป็นพื้นที่เปิดโล่ง จัดวางโต๊ะทำงานลักษณะเรียบง่ายและเก้าอี้ “Diamond Chair” ของ Harry Bertoia ซึ่งมีเส้นสายโปร่งเบา สอดรับกับโครงสร้างหลังคา พื้นปูไม้เต็งทำสีธรรมชาติ
บ้านโกดังกลางป่า
เนื่องจากตัวบ้านตั้งอยู่ในทิศทางที่ลมพัดผ่านพอดี ผนังรอบห้องทำงานจึงทำเป็นประตูบานเลื่อนกรุกระจกใสขนาดใหญ่ หากเปิดประตูออกทุกด้านจะทำให้อากาศภายในเย็นสบาย
บ้านโกดังกลางป่า
ห้องโถงขนาดใหญ่ภายในเรือนหลัก ออกแบบให้บ่อน้ำกลางบ้านเป็นตัวแบ่งพื้นที่ใช้งานระหว่างส่วนรับแขกกับส่วนรับประทานอาหาร ส่วนนี้มีความสูงถึง 8 เมตร บรรยากาศภายในห้องนี้จึงดูโปร่งสบาย

“งานของผมทำให้ต้องเดินทางบ่อยๆ ไปมาก็หลายประเทศ แต่ผมรู้สึกประทับใจจังหวัดภูเก็ต อยากจะมาอยู่ที่นี่ ต่อมาเมื่อมีโครงการจะมาเปิดร้านใหม่ที่นี่ด้วย ก็ถือโอกาสสร้างบ้านไปด้วยเลย โดยนำโครงสร้างของร้านซึ่งมีลักษณะเหมือนโกดังมาดัดแปลงเป็นบ้านพักอาศัย ให้โจทย์ทีมสถาปนิกไปว่าผมอยากได้บ้านชั้นเดียว ต้องสร้างได้เร็วภายใต้งบประมาณจำกัด ขอห้องนอน 7 ห้อง เพราะผมมีญาติเยอะ ที่สำคัญคือต้องตัดต้นไม้ให้น้อยที่สุด และต้องเปิดมุมมองของบ้านให้เห็นทิวทัศน์ให้มากที่สุดด้วย” คุณมาร์คเอ่ยถึง บ้านโกดังกลางป่า นี้ให้ผมฟัง

มุมมองจากส่วนรับแขกไปยังส่วนรับประทานอาหาร ผนังด้านหนึ่งติดผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพ The Two Marilyns ของแอนดี วอร์โฮล เพื่อสร้างความน่าสนใจให้บริเวณนี้
บ้านโกดังกลางป่า
เจ้าของบ้านจึงเลือกวางโซฟาสีขาวที่มีเส้นสายเรียบง่ายขนาดใหญ่กว่าปกติเพื่อให้เกิดองค์ประกอบที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ที่กว้างใหญ่ของบริเวณนี้ 
เลือกใช้โต๊ะรับประทานอาหารโครงเหล็ก ท็อปกรุกระจก และเก้าอี้ “Diamond Chair” ซึ่งโครงเป็นสเตนเลสชุบโครเมียม ทำให้ดูกลมกลืนไปกับห้องที่มีโครงสร้างโปร่งๆเช่นนี้ บริเวณช่องแสงเหนือประตูเลือกกรุแผ่นพอลิคาร์บอเนตแบบฝ้าแทนกระจก เพราะน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า อีกทั้งแสงแดดยัง สามารถส่องผ่านได้โดยไม่จ้ามากนัก 
เนื่องจากเจ้าของบ้านชอบทำอาหาร จึงออกแบบครัวนี้ให้สามารถใช้สอยได้สะดวก  ทั้งยังดูกลมกลืนกับรูปแบบการตกแต่งของบ้านด้วย

คุณสราวุต องอาจ หนึ่งในทีมผู้ออกแบบเล่าต่อว่า “เรื่องแบบบ้านไม่ค่อยไม่ปัญหาอะไร เพราะนำแบบก่อสร้างของโกดังร้านของเจ้าของบ้านมาปรับโดยการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานสำหรับอยู่อาศัยเข้าไป เช่น มีมุมรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร ครัว และห้องนอนที่คุณมาร์คอยากได้ถึง 7 ห้อง ผมก็ออกแบบให้เรียงรายไปตามแนวยาวทั้งสองข้างของเรือนหลัก มีสระว่ายน้ำขนานกับตัวบ้าน และติดประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่เกือบรอบ เพื่อเปิดมุมมองให้เห็นทิวทัศน์”

ห้องนอนแบบเตียงคู่  โดยแต่ละห้องจะใช้ผังเดียวกัน แต่โทนสีและรูปภาพที่ใช้ในการตกแต่งจะแตกต่างกันไป  ผนังทั้งสองข้างเป็นอิฐมวลเบาทาสีขาวให้ความรู้สึกของโกดังได้เป็นอย่างดี
ห้องนอนใหญ่จัดวางเตียงนอนขนาดคิงส์ไซซ์  ผนังด้านขวาซึ่งติดกับเรือนหลักเป็นกระจกใส ปลูกต้นไม้ไว้ด้านนอกยาวตลอดแนว เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้สีเขียวของต้นไม้ยังช่วยให้เกิดความสดชื่นในยามที่มองด้วย
ห้องน้ำภายในห้องนอนใหญ่  ติดกระจกส่องหน้ายาวตลอดแนวผนังเพื่อช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น อ่างล่างหน้าเป็นเคาน์เตอร์ซีเมนต์แบบหล่อสำเร็จกรุกระเบื้องสีดำยาวขนานไปกับกระจก  อีกด้านเป็นที่อาบน้ำแบบเรนชาวเวอร์ และบ่อน้ำที่จัดวางโอ่งน้ำผุด ทำให้ได้ยินเสียงน้ำไหลรินตลอดเวลาในยามที่อยู่ในห้องนอน

บ้านหลังนี้มีขนาด 14 X 98 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างหนึ่งปี มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,300 ตารางเมตร ผังมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ เรือนหลักอยู่ตรงกลางขนาบด้วยเรือนนอนอีก 2 หลัง โดยเรือนนอนที่อยู่ด้านหน้าสุดเป็นห้องทำงานและห้องนอน 3 ห้อง จากนั้นก็เป็นเรือนหลักซึ่งประกอบด้วยส่วนรับแขก รับประทานอาหาร และครัว ถัดไปก็เป็นเรือนนอนอีกหลังที่มีห้องนอนจำนวน 4 ห้อง เรือนทุกหลังมีชานเป็นตัวเชื่อมทอดยาวขนานไปกับตัวบ้าน บริเวณหน้าเรือนหลักมีมุมนั่งเล่นที่มองเห็นสระว่ายน้ำและวิวของป่าและภูเขา 

หลังคาผ้าใบลักษณะคล้ายใบเรือเป็นผลงานการออกแบบของคุณมาร์ค “ผมอยากได้หลังคาผ้าใบสำหรับใช้กันฝน และให้ร่มเงากับมุมนั่งเล่นบริเวณชานบ้าน แต่ไม่อยากได้แบบที่เหมือนกับคนอื่น จึงนำรูปแบบของใบเรือมาดัดแปลงครับ”
.   ลักษณะการกรุฝ้าของบ้านหลังนี้จะแตกต่างกับที่อื่น กล่าวคือจะกรุฝ้าไว้เหนือคานแทนที่จะเป็นใต้คาน นอกจากจะทำให้ได้ความสูงของเพดานมากขึ้นแล้ว ยังสามารถโชว์โครงสร้างของคานได้ด้วย โดยฉีดโฟมกันความร้อนไว้ที่ด้านในของฝ้า จึงไม่ต้องกลัวว่าบ้านจะร้อน

แม้โครงสร้างของบ้านจะเป็นวัสดุทันสมัยอย่างเหล็กและกระจก แต่การออกแบบให้มีบรรยากาศเปิดโล่ง ก็ช่วยให้บ้านหลังนี้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติที่อยู่รายรอบได้เป็นอย่างดี

เจ้าของ : คุณมาร์ค เดอ แซมพัว

สถาปนิก : คุณสราวุต องอาจ คุณณฤดล ธีญะวุฒ และคุณปิยะพงศ์ วงศ์มยุเรศ


เรื่อง : Sprant

ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล

นิตยสารบ้านและสวน ฉบับพฤศจิกายน 2552

บ้านสวน ชั้นเดียว ที่ให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

บ้านลอฟต์ ที่เคารพธรรมชาติ และไม่ลืมความเป็นไทย