ปลูกผักสวนครัว

อาชีพปลูกผักของกราฟิกดีไซเนอร์ที่หัวใจบอกว่าผักฉันต้องรอด

ปลูกผักสวนครัว
ปลูกผักสวนครัว

หลังจากได้รับคำเชิญจากสองกราฟิกดีไซเนอร์ที่ส่งข้อความมาบอกเราว่า อยากให้ทีมงานมาชมสวนผัก “สวนข้างบ้าน” ฟาร์มผักเล็ก ๆ ในกรุงเทพฯ ซึ่งแบ่งพื้นที่ข้างบ้านสำหรับใช้ปลูกผักออร์แกนิกไว้รับประทานเอง และทำปุ๋ยมูลไส้เดือนจำหน่ายด้วย

เราจึงไม่อาจปฎิเสธคำเชิญได้ กระทั่งได้มาเห็นภาพสถานที่จริง ยิ่งทำให้เข้าใจได้ดีถึงความตั้งใจของ Urban Farmer ที่เขาเน้นย้ำกับตัวเองว่า ผักฉันต้องรอด! จนเกิดเป็น “สวนข้างบ้าน” ฟาร์มผักขนาดเล็กแห่งนี้ขึ้น โดยผ่านสองมือของคุณส้ม-กัญญ์ณพัชร์ ศิวะมงคลกุล และคุณต้น-ภาวลี เศรษฐานุพนธ์ กราฟิกดีไซเนอร์ที่พักมือจากคอมพิวเตอร์มาเริ่มปลูกผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเอง

ปลูกผักสวนครัว
ภาพมุมสูงของสวนผักข้างบ้าน มีโรงเรือนปลูกผักประกอบอยู่ในพื้นที่ 200 ตารางวา ที่วางผังอย่างเป็นระเบียบ

เเม้จะเริ่มต้นมาจากศูนย์ ไร้ความรู้พื้นฐานเรื่องการเกษตร ซึ่งดูเหมือนจะต่างขั้วเเละอยู่คนละโลกกับงานกราฟิกดีไซน์ ทั้งคู่จึงได้เริ่มเรียนรู้เรื่องการปลูกผักเเบบ “คอร์สเร่งรัด” ภายในเวลา 3 เดือน เเม้จะล้มเหลวไปบ้างในครั้งเเรก ๆ  เเต่ด้วยความที่ไม่ย่อท้อเเละพลังบวกที่อยากปลูกผักให้สำเร็จ สิ่งที่ได้รับการวัดผลในวันนี้ จึงเกิดเป็นภาพฟาร์มผักที่เป็นเสมือนภาพฝัน อย่างที่คุณส้มเเละคุณต้นกำลังพาเราเดินชมอยู่ในตอนนี้

แปลงผักของคนไม่กินผัก!

ปลูกผักสวนครัว
แปลงผักของ สวนข้างบ้าน ผักสลัดนานาชนิดกำลังแตกกอสวยงาม

แม้ว่าภาพสวนผักที่เราเห็นจะค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วยผักหลากหลายชนิด ทั้งผักในเมนูสลัดอย่าง ผักคอส กรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก วอเตอร์เครส ผักเคล สวิสชาร์ด คะน้า กวางตุ้ง และผักพื้นบ้านอย่างกะเพรา โหระพา แต่คุณส้มผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงกลับเป็นคนที่ไม่ชอบกินผัก ด้วยความรู้สึกที่ว่า กินผักแล้วรสชาติมันขม ไม่อร่อย แต่มาวันหนึ่งเธอกลับรู้สึกว่าอยากลองกินผักขึ้นมา จึงค้นหาผักที่กินแล้วอร่อย จนมีโอกาสได้ลิ้มลองผักออร์แกนิกที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ทำให้เกิดความมุ่งมั่นว่าจะต้องปลูกผักที่อร่อย ไม่ขม หวานกรอบ กินแล้วปลอดภัย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของแปลงผักแปลงแรกที่เกิดขึ้นเมื่อ 8 เดือนที่แล้ว

“เราทั้งคู่ลองหันมาปลูกผักกินเอง ซึ่งตอนแรกเริ่มปลูกเป็นไฮโดรโปนิกส์ พอเราปลูกเป็นไฮโดรโปนิกส์ กินแล้วรู้สึกว่าผักยังขมอยู่ เลยเกิดคำถามว่า หรือเรามาผิดทาง? จึงเริ่มศึกษาใหม่จนไปค้นพบว่า ถ้าจะปลูกผักให้ไม่ขมต้องลองปลูกลงดิน ครั้งแรกที่เราปลูกก็ลองกินผักตัวเองก่อน ก็ยังมีรสชาติติดขม เเละผักยังไม่สวย กระทั่งมารู้ว่าผักที่ปลูกเเล้วไม่ขมนั้น เขาใช้สูตรน้ำหมักเฉพาะสำหรับรดผัก เป็นแนวเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ เมื่อรู้อย่างนั้นเราก็เลยลองเรียนรู้กันใหม่ค่ะ”

คุณครู YouTubeและ คอร์สเร่งรัด 3 เดือนต้องเห็นผล

ปลูกผักสวนครัว
แปลงผักยกสูงมีตาข่ายกันนก

“เริ่มแรกคือศึกษาจากยูทูป  เราก็ศึกษาสูตรน้ำหมักซึ่งในนั้นมีบอกไว้เยอะมาก แต่ก็ยังไม่ได้ความกระจ่าง ไม่แน่ใจว่าแต่ละสูตรใช้อย่างไร เราก็เลยไปเรียนตามฟาร์มผัก ไปศึกษาดูงาน ตะลอนกินผักที่เขาปลูก เป็นความรู้แบบครูพักลักจำ บ้างก็ไปเรียนรู้จริงจัง พอเรียนปุ๊บคุณครูก็จะแนะนำสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ให้รู้จักดิน  แสง ทิศทางลมแดด ปุ๋ยอินทรีย์ แล้วก็สอนสูตรน้ำหมักฮอร์โมนไข่ ฮอร์โมนอะไรหลาย ๆ อย่าง เพื่อทำให้ผักหวานกรอบ”

ปลูกผักสวนครัว
คะน้าต้นอวบอ้วนในสวน

คุณต้นเล่าเสริมว่า “เราเรียนไปทำไปเรื่อย ๆ ค่ะ ในระยะเวลา 8 เดือนที่เราเริ่มต้นก็คือ ไปเรียนเสร็จแล้ว เราก็กลับมาปลูก พอ 3 เดือนผ่านไป ผักเริ่มโตแล้วเห็นผลว่าผักเรามันงามแน่เลย เราก็ไปเรียนใหม่ ไปเรียนใหม่เรื่อย ๆ ไปเขาใหญ่ บินไปเชียงใหม่ ไปนู่นไปนี่ คือทำทุกอย่างเพราะเราอยากทำให้ได้ พอเราทำไม่ได้ เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะเราก็ทำตามยูทูปทุกอย่าง แต่การไปเรียนรู้ในสถานที่จริง ไปเรียนรู้ที่ฟาร์มที่เขาใหญ่ ไปดูฟาร์มที่เชียงใหม่ ซึ่งอากาศดีปลูกอะไรก็งาม ไปรู้จักเมล็ดพันธุ์แบบไหนอะไรอย่างไร เป็นการเปิดโลกให้เราเข้าใจการปลูกผักมากขึ้น เราเลยพยายามสั่งเมล็ดพันธุ์ที่ดี ๆ มาปลูก เพื่อให้ผักของเราแข็งแรง จะเริ่มเห็นผลจริง ๆ ก็เป็นเดือนที่ 4 ที่ผักเริ่มโตสวยงาม”

ปุ๋ยอินทรีย์เรียนที่สถาบัน (เกษตร) ชั้นนำ

ปลูกผักสวนครัว
มูลวัวแช่น้ำก่อนนำมาเป็นอาหารให้ไส้เดือน ส่วนน้ำหมักนำไปผสมกับน้ำหมักกากกาแฟ เป็นปุ๋ยหมักบำรุงผัก

“หลังจากนั้นเรารู้ว่า เศษอาหาร เอามาทำเป็นจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงได้ เศษใบไม้ทำเป็นปุ๋ยหมักได้ แล้วก็กลับมาทดลองทำกับผักที่กำลังปลูก ใช้วัตถุดิบภายในบ้านที่เหลือใช้นำมาทำให้เกิดประโยชน์ จนได้ไปเรียนรู้การทำ ‘ปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง’ สูตรของม.แม้โจ้ที่เราบินไปเรียนถึงเชียงใหม่ นำกลับมาทดลองทำดู”

ปลูกผักสวนครัว
ไส้เดือนที่กำลังผลิตปุ๋ยในกะละมังบ้านไส้เดือน

เรื่องปุ๋ยหมักยังไม่ถึงที่สุดเมื่อคุณส้มศึกษาจนรู้ว่า ปุ๋ยที่ดีต่อผักที่สุดคือ ‘ปุ๋ยมูลไส้เดือน’ ซึ่งคงหนีไม่พ้นแหล่งเรียนรู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้นั่นคือ ฟาร์มลุงรีย์

“แรก ๆ ทดลองกันเองก่อน เลี้ยงได้มา 3-4 กะละมัง ตายเพียบเลย เพราะเราไม่รู้ว่าเขาอยู่อากาศร้อนไม่ได้ เขาต้องอยู่ในสภาพอากาศที่ชุ่มชื้น เราก็เลยไปเรียนใหม่ แล้วเราก็ไปรู้จักกับลุงรีย์ เขาสอนเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนเปิดโลกให้รู้ว่าดินถุงที่เคยใช้นั้นไม่มีประโยชน์  ไม่มีสารอาหาร จะเลี้ยงไส้เดือนให้ถ่ายออกมาต้องใช้ขี้วัวหมัก แล้วจึงค่อยแยกน้ำหมักออกไปใช้รดน้ำผัก และนำขี้วัวมาใส่ในกะละมังเลี้ยงไส้เดือน โดยใช้เวลาหมัก 1 เดือนกว่าจะได้ปุ๋ยมูลไส้เดือนที่ใช้ได้จริง พอเลี้ยงจนเริ่มได้ผลผลิตมากขึ้น ตอนนี้ก็พอแบ่งขายได้บางส่วนแล้ว”

ปลูกผักสวนครัว
ปุ๋ยมูลไส้เดือนที่พอแบ่งจำหน่ายได้แล้ว

สารพัดน้ำหมักบำรุงต้นไม้

ปลูกผักสวนครัว
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ที่ผสมเองรอครบกำหนดใช้งาน

“ส่วนใหญ่น้ำหมักเราจะทำเอง โดยใช้สิ่งที่หาง่ายเเละเรามีอยู่เเล้ว อย่าง น้ำหมักขี้วัว ที่เหลือจากเลี้ยงไส้เดือน โดยนำมาผสมกับกากกาแฟเหลือทิ้งที่ได้มาจากคนรู้จัก ซึ่งเราเรียนมาว่าทั้งสองอย่างนี้ดีต่อผักทั้งคู่ เลยนำมาผสมกันเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมักทิ้งไว้ ตอนนี้ก็น่าจะมา 6 เดือนแล้ว ทุกเช้าเราก็จะนำไปผสมน้ำใช้รดแปลงผัก เป็นการช่วยเพิ่มไนโตรเจนให้กับพืช ช่วยเร่งการเจริญเติบโต หรือบางทีก็เติมน้ำหมักปลาลงไปด้วย เพราะจะทำให้ต้นโตเร็ว หวานกรอบ หน่อกล้วยเปลือกกล้วยแถวบ้านก็นำมาหมักได้ เรียกว่าไม่ต้องใช้สารเคมีใด ๆ เลย”

ปลูกผักสวนครัว
น้ำหมักสูตรต่าง ๆ วางเก็บไว้ใต้แปลงผักอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ปลูกผักสวนครัว
เปลือกไข่ป่นละเอียด เป็นทั้งปุ๋ยและกันหอยทากได้

อ่านต่อหน้า2