รปภ.-ธุรการ-นักการตลาด ผู้เปลี่ยนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ให้เป็นสวนผักออร์แกนิกกลางกรุง

บ้านริมรูฟท็อปฟาร์ม สวนผักบนดาดฟ้าตึก 4 ชั้นย่านสาทรที่ปลูกผักสลัดออร์แกนิกบนแปลงดิน โดยมี รปภ.และธุรการผู้มีใจรักปลูกผักเป็นกำลังสำคัญ

“สาธุ” : ฝ้าย-ใยกัญชง-สีธรรมชาติ สู่เสื้อผ้าที่ถักทอจากสัญชาตญาณ

สาธุ แบรนด์เสื้อผ้าปลอดสารเคมี ทักทอจากใยธรรมชาติ ฝ้าย และ กัญชง ย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ ทอมือและตัดเย็บโดยชาวเขา สู่การสวมใส่ในรูปแบบศิลปะ

คม ศรีราช วิศวกรที่กลับบ้านเกิดเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวแบบ Local Experiences ให้ชุมชน

บ้านบางหมาก เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดชุมพรเพียง 3 กิโลเมตร เเต่รายล้อมด้วยธรรมชาติซึ่งเเทบไม่มีเค้าของชุมชนเมืองให้เราเห็นเลยสักนิด เงาต้นปาล์มเรียงรายเป็นแถวยาวตลอดเเนวสวน กิ่งมะพร้าวโบกปลิวตามแรงลมพัดเป็นระยะ บ้านแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างกันอย่างสันโดษ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ดูคล้ายกับซุกตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายใต้สวนบรรยากาศเขียวครึ้มขนาดใหญ่ ตัดผ่านด้วยถนนคอนกรีตเล็ก ๆ สองข้างทางเราจะได้ยินเสียงร้องของลิงกังสอดเเทรกสลับกับเสียงรถยนต์เป็นระยะ บรรยากาศโดยรวมของชุมชนบ้านบางหมากจึงยังคงความเรียบง่ายเเละเนิบช้า เป็นเสน่ห์ให้คนเมืองหลวงโหยหา เเละอยาก(กลับ)มาสัมผัส เช่นเดียวกับ คุณคม ศรีราช อดีตวิศวกรหนุ่มจากเมืองกรุงฯ ที่ย้อนกลับมายังที่นี่อีกครั้งในวัยสามสิบต้น ๆ ซึ่งกำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ร่ำเรียนมา ด้วยใจที่มองเห็นว่าบ้านเกิดของเขานั้นมีเสน่ห์ไม่ต่างจากถิ่นฐานอื่นที่เคยไปพบเห็นเเละท่องเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเเปลกหากเราจะชื่นชมวัฒนธรรมเเละธรรมชาติในดินเเดนอื่น เเต่จะมีสักกี่คนที่มองย้อนกลับมามองบ้านเกิดของตนเอง เเล้วพัฒนาให้ที่นั่นเกิดความพิเศษ เชื้อเชิญให้ผู้คนจากต่างถิ่นอยากเข้ามาสัมผัส เเละเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่น่าประทับใจกลับไปดูบ้าง ดังนั้นเมื่อตั้งใจ “กลับบ้าน” ภารกิจแรกของวิศวกรหนุ่มผู้นี้ คือการเปลี่ยนสวนมะพร้าวบนที่ดินของครอบครัวให้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยว โดยมีจุดขายคือวิถีชีวิตเกษตรกรรมของคนในชุมชนบางหมาก พร้อมกับคำนิยามสั้น ๆ ที่ทุกคนจะได้รับคือ “Local Experiences” เรียกว่าใครที่มาเยือนจะต้องได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกลับไป และทั้งหมดเป็นต้นกำเนิดของ วิลล่า วาริช รีสอร์ทเล็ก ๆ แห่งนี้ “ตอนที่บอกครอบครัวว่าจะทำโรงแรมเล็ก ๆ และทำที่นี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ครอบครัวก็คัดค้านครับ ไม่มีใครเชื่อว่าเราจะทำได้ มองไม่ออกว่าจะไปทิศทางไหน แต่ผมก็ยืนยันที่จะทำ เพราะมองเห็นว่าทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนนั้นเป็นจุดขายที่ไม่เหมือนที่อื่น […]

พานิช ชูสิทธิ์ กับไร่กาแฟออร์แกนิกที่ไม่มีชื่อ แต่เป็นที่รู้จักทั่วชุมพร

ระยะทาง 67 กิโลเมตร จากตัวอำเภอฯ เมือง จังหวัดชุมพร สู่จุดหมายคือ บ้านธรรมเจริญ ในอำเภอท่าแซะ ไม่อาจทำให้ใจเต้นรัว แรง และเร็วคล้ายไม่เป็นจังหวะ ได้เท่ากับระยะทางอีก 10 กิโลเมตร จากเขตชุมชน ไปยัง “ไร่กาแฟ ที่ไม่มีชื่อ” ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอันเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำท่าตะเภา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากด่านทัพต้นไทร (เนิน 491) พื้นที่รอยต่อระหว่างพรมแดนไทยและสหภาพเมียนมาร์ “ไร่กาแฟ ที่ไม่มีชื่อ” คืออีกหนึ่ง Hidden Place ของ จังหวัดชุมพร ที่คนต่างถิ่นไม่ค่อยมีใครได้ไปสัมผัสนัก เช่นเดียวกับคนในพื้นที่ที่ต่างปรารถนาอยากไปรู้จักไร่กาแฟแห่งนี้ด้วยตนเอง ทั้งจากชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าของไร่ ซึ่งเป็นบุคคลกว้างขวางเเละเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวงการกาแฟของจังหวัดชุมพร เเต่ด้วยระยะทางที่ไกล บวกกับถนนหนทางมีความยากลำบาก บนระดับความสูง 200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเดินทางที่ได้ลงแรงลงใจไปนั้นจะคุ้มค่าหรือไม่ แต่แค่เพียงคำว่า “ไร่กาแฟออร์แกนิก บนแปลงปลูกที่อยู่สูงที่สุดของจังหวัดชุมพร” ได้กลายเป็นแม่เหล็ก เปลี่ยนให้ถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อที่ทั้งแคบเเละขรุขระ กับระยะทางอีกหลายกิโลเมตรที่แสนยาวนาน ไม่ได้ทำให้เราเกิดความวิตกกังวลเลยอย่างใด เพราะใจที่จดจ่อไปยังจุดหมายปลายทางนั้น ได้ช่วยให้เราลืมความเหน็ดเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พานิช ชูสิทธิ์ คือเจ้าของไร่กาแฟที่ไม่มีชื่อแห่งนี้ เราเรียกเขาสั้น ๆ ว่าพี่พานิช เช่นเดียวกับที่คนในพื้นที่เรียกขาน […]

ชาวประมงรุ่นใหม่กับปูที่หายไป ก่อนก่อตั้งชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร

“วางอวนไว้ 3 วันแล้วมีปูติดมา 2 ตัว อวนตั้ง 10 ผืน 20 ผืนแต่แทบจะจับปูไม่ได้เลย” จากคำบอกเล่าของน้องอุ้ม สาวน้อยวัย 23 ปี ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู แห่งนี้

มะลิวัลย์ ชัยบุตร กับการทำเกษตรเพื่อปลดหนี้ในวันที่ชีวิตติดลบ

ในชีวิตคนเราจะมีช่วงเวลาที่เลวร้าย ตกต่ำ หรือย่ำแย่ได้สักกี่ครั้ง สำหรับบางคนอาจจะเจอครั้งแล้วครั้งเล่า หรือเข็มนาฬิกาของบางคนอาจจะยังไม่พาไปถึงจุดนั้น แต่ที่แน่ๆ มันจะต้องมีบางช่วงบางจังหวะที่เราเผลอไปเหยียบกับดักของโชคร้ายจนอาจจะทำให้เกิดความพลิกผัน กลายเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตไปเลย มะลิวัลย์ ชัยบุตร ก็เช่นเดียวกัน จากผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ในกรุงเทพฯ มีหน้าที่การงานรุ่งโรจน์ บทบาททางสังคมในอาชีพโปรแกรมเมอร์ มีเงินเดือนรายได้ที่ส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆ ได้เป็นอย่างดี แต่วันหนึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับหนี้ก้อนโตกว่า 6 ล้านบาทและสามีที่เคยเป็นเสาหลักของครอบครัวทิ้งเธอไป ทุกอย่างได้พังทลายลงมา รวมทั้งตัวเธอด้วย หนี้ก้อนโตไม่อาจจะเทียบเท่ากับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่สามีเธอฝากไว้ ร่างกายและจิตใจที่เหมือนคนไร้วิญญาณต้องพักฟื้นเยียวยาโดยจิตแพทย์อยู่นานถึง 6 เดือน ลูกชายและลูกสาววัยเรียนต้องรับหน้าที่รักษาบาดแผลทางใจของผู้เป็นแม่ ทั้งๆ ที่พวกเขาควรให้ความสำคัญกับการศึกษามากกว่ามาคอยดูแลผู้ป่วยอย่างเธอ “ตอนนั้นเราไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกเป็นแม่ที่แย่ แต่ยังดีที่กลับบ้านถูก” ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหญิงวัยห้าสิบปีฉายขึ้นหลังจากเล่ามาถึงช่วงเวลาที่ผ่านมรสุมชีวิตด่านแรก ก่อนเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังจากฉุกคิดได้ว่าตนเองนั้นกำลังเป็นตัวถ่วงในชีวิตลูกๆ และเธอต้องกลับมาเป็นเสาหลักให้ครอบครัว ให้ลูกได้เรียนต่อ ชดใช้หนี้สินที่ติดตัวเธอมา 3 คนแม่ลูกจึงกลับมาสร้างชีวิตใหม่ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร ในสวนมะพร้าวซึ่งเป็นที่ดินมรดกของครอบครัว “หลังจากกลับบ้านมา เราก็ไปไหนไม่ได้ เพราะเราทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯนานถึง 30 ปี ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรหรือสวนมะพร้าวเลย ที่แรกที่ทำให้เรามีชีวิตแบบนี้คือเกษตรเมือง ตอนนั้นได้คุณสังคม ชูสุข ซึ่งเป็นเกษตรตำบลบางหมาก เข้ามาแนะนำให้ปลูกพืชเศรษฐกิจที่ชาวบ้านละแวกนี้ปลูกกัน อย่างปาล์ม ผักหวานบ้าน แต่ด้วยสภาพจิตใจเราที่ยังแย่อยู่ […]

ลุงมนู กาญจนะ เปลี่ยนความล้มเหลวของเกษตรเชิงเดี่ยวสู่เกษตรผสมผสาน

ติดตามวิถีการดำเนินอาชีพเกษตรของ ลุงมนู กาญจนะ Smart Farmer ดีเด่นประจำปี 2559 ของจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่นำการ เกษตรผสมผสาน …

โอห์ม-ภวพล นักสะสมต้นไม้ที่เริ่มต้นตอนป.5 สู่เส้นทางน้ำหมึก 400 หน้าในหนังสือแคคตัสที่สมบูรณ์ที่สุดในเมืองไทย

ก่อนจะมาเป็นนักเลี้ยงแคคตัสหรือ กระบองเพชร ที่มีผลงานเป็นหนังสือแคคตัสฉบับสมบูรณ์ ที่สุดในไทยด้วยความหนาเกือบ 400 หน้า คุณ โอห์ม ภวพล ศุภนันทนานนท์ ยังเคยเป็นนักเลี้ยง แอฟริกันไวโอเลต กล้วยไม้ และสับปะรดสีมาก่อนด้วย เพราะชอบต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก จึงหัดเลี้ยงต้นนั้นต้นนี้มาเรื่อย รู้ตัวอีกที โอห์ม ภวพล ศุภนันทนานนท์ ก็หลงรักบรรดา กระบองเพชร และต้นไม้เหล่านี้ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีผลงาน หนังสือไม้ประดับกับสำนักพิมพ์บ้านและสวนอยู่หลายเล่ม แม้จะบอกว่าทำเป็นงานอดิเรก แต่เมื่อ ได้ทำสิ่งที่หลงรักอย่างเต็มที่โดยไม่คิดถึงปลายทาง ผลลัพธ์มักเหนือความคาดหมายเสมอ เหมือนอย่างที่เขากำลังทำหนังสือไม้อวบน้ำที่สมบูรณ์แบบไม่แพ้หนังสือแคคตัสให้เหล่าสาวก ได้ติดตามกัน เพื่อนใหม่ที่รู้จักกันตอน ป.5 และกลายเป็นเพื่อนสนิทจนปัจจุบัน “จำได้ว่าตอนเด็กๆ เห็นคุณตาเลี้ยงต้นโป๊ยเซียนโดยที่ผมเป็นลูกมือคอยช่วยหยิบกระถางหยิบดินให้มาตลอด จนโต มาช่วงป. 5 -ป. 6 ก็เริ่มอยากปลูกต้นไม้เองบ้าง เลยลองซื้อต้น แอฟริกันไวโอเลตซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้นมาเลี้ยงดู ผมชอบรูปทรงของต้นไม้และชอบสีของดอกไม้ที่ดูพิเศษ พอช่วงจังหวะที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขึ้น ผมก็เริ่มซื้อกล้วยไม้มาเลี้ยงเพิ่มเติม” ช่วงแรกที่คุณโอห์มหัดเลี้ยงต้นไม้ยังไม่มีแหล่งข้อมูลแบ่งปันทางอินเทอร์เน็ต จึงต้องอาศัยการซักถามจากผู้ขายบ่อยๆ จน คุ้นเคยและได้ความรู้สะสมมาเรื่อยๆ ความสนุกในการเลี้ยงต้นไม้ จึงเริ่มขยายต่อไปถึงพรรณไม้อื่นอย่างสับปะรดสีและกระบองเพชร ทำให้ตัดสินใจเลิกเลี้ยงแอฟริกันไวโอเลตไป เพราะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะดูแล […]

เกมจบแต่ “บานาน่าแลนด์” ยังไปต่อ : อีกก้าวขั้นของธุรกิจ SE หลังจบรายการ WIN WIN WAR Thailand

“เกมจบ แต่บานาน่าแลนด์ยังไปต่อ” นั่นคือเสียงเล็กๆที่เอ่ยผ่านใบหน้าเปื้อนยิ้มของคุณบั้ม – ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวร่างเล็กผู้มีพลังเหลือล้น เธอเข้ารอบเป็น 1 ใน 5 ทีมสุดท้าย จากรายการ WIN WIN WAR Thailand ซีซั่นแรก และนี่ก็เป็นเสมือนคำต้อนรับเมื่อทีมงานเดินทางไปถึงบ้านเกิดของเธอในจังหวัดเลย สถานที่ที่มีชื่อเรียกว่า “บานาน่าแลนด์” ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่หญิงสาวร่างเล็กคนนี้ เป็นผู้ปลุกปั้นขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ด้วยพลังอันล้นเหลือที่ผุดมาพร้อมกับไอเดียมากมายที่พร้อมสานต่อหลังจากได้ร่วมรายการนี้ ทำให้ที่ดินเปล่าผืนนี้ได้รับการเติมเต็มขึ้นมาอีกสเต็ป หากยังมีอีกหลายไอเดียที่ซุกซ่อนอยู่ในความคิดของเธอ จากที่ดินเปล่าซึ่งเดิมทีเป็นเพียงทุ่งนาที่ภาพความสวยงามแปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล วิวเบื้องหน้านำสายตาสู่ภูหอ ภูเขาที่มีรูปลักษณ์แปลกตา มองดูคล้ายเป็นกับ งอบ หรือหมวกของชาวอีสานที่เป็นเครื่องแบบแดดลมฝนในตอนทำสวนทำนา  ฝั่งขวากั้นขอบฟ้ากับผืนนาด้วยสันเขาภูหลวง บานาน่าแลนด์จึงคล้ายกับเป็นแอ่งระหว่างเทือกเขาทั้งสอง ซึ่งเป็นผลดีทำให้ที่แห่งนี้ยังคงความสดชื่นด้วยอากาศที่ปลอดโปร่ง มีลมพัดผ่านตลอดปี และมีอากาศเย็นสบายแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิในตอนกลางวันอาจระอุขึ้นไปถึง 35 องศาเซลเซียส แต่ในตอนกลางคืนอุณหภูมิจะเหลือเพียง 18 องศาเซลเซียสเท่านั้น ฤดูฝนกับฤดูหนาวจึงถือว่าเป็นช่วงที่งดงามที่สุดของที่นี่ จุดเริ่มต้น Banana Land ภาคต่อของ Banana Family “บานาน่าแลนด์เริ่มขึ้นตอนไปแข่งรายการ WIN WIN WAR Thailand ก่อนหน้านี้ก็คิดไว้ว่าอยากสร้างสถานที่สักแห่งไว้เป็นที่รองรับนักท่องเที่ยว […]

แหล่งเรียนรู้วิธีปลูกผักปลอดสารพิษ สำหรับสวนผักคนเมือง

เชื่อว่าหลายคนเคยเจอปัญหา พยายาม ปลูกผัก ไว้ทานเองที่สวนหลังบ้าน แต่ทำอย่างไรก็ผักก็ไม่สวย ไม่โต เหมือนคนอื่นๆ เขา บ้างโทษว่าตัวเองเป็นคนมือร้อนปลูกต้นไม้ไม่ขึ้นบ้าง จนเริ่มท้อใจที่จะปลูกผักไว้ทานเอง เรื่องเหล่านี้มีทางออกค่ะ การจะ ปลูกผัก ให้เติบโตสวยงามได้ น่าทาน โดยไม่พึ่งพาสารเคมีนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่วัสดุปลูกที่ต้องมีสารอาหารครบถ้วน ตำแหน่งปลูกทิศทางที่เหมาะสม การรดน้ำสม่ำเสมอ ซึ่งฟังดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่อย่าเพิ่งท้อใจเพราะมีแหล่งเรียนรู้วิธีปลูกผักสไตล์คนเมืองอีกหลายแห่งที่เปิดสอนให้สามารถปลูกผักหลังบ้านให้งามได้ มีที่ไหนใกล้บ้านน่าเรียนรู้บ้าง ไปดูกันเลย •ปฏิทินปลูกผัก ปลูกอย่างไรให้มีผักกินทั้งปี •เริ่มต้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ต้องรู้จักระบบน้ำกันหน่อย •มือใหม่อยากปลูกผักไว้ทานเอง ควรปลูกอะไรดี   ศูนย์อบรมบ้านสวนเรียนรู้ ORGANIC WAY ศูนย์อบรมแห่งนี้เป็นสวนผักที่ปลูกบนพื้นปูน มีการเพาะเห็ด เพาะเมล็ดงอก เพาะถั่วงอก และการเลี้ยงไส้เดือนให้ได้เรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจที่อยู่ในเมืองไม่มีความรู้หรือเกิดปัญหาเมื่อลองปลูก มีข้อจำกัดด้านเวลา พื้นที่ ได้ลงมือปฏิบัติปลูกผักจริง โดยเน้นทำกิจกรรมแบบให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม เรียนรู้เรื่องที่สนใจในเรื่องเดียวกันได้มาทำในสิ่งที่รักร่วมกัน เช่น เป็นอาสาสมัครเพื่อทดลองปลูก หลักสูตรการฝึกอบรมเรื่องการปลูกผักแบบง่าย การทำอาหารด้วยผักที่ปลูก โดยมีครูหน่อย – พอทิพย์ เพชรโปรี เป็นผู้ดูแล โดยเน้นกิจกรรมที่ทำกับเด็กๆ เช่น […]

เทคนิคเลี้ยงไก่และเลือกพันธุ์ไก่ ให้ออกไข่ทุกวัน

ไข่ไก่สดๆจากเล้ารสชาติอร่อยที่ได้ลองกินทำเอาติดใจจนอยากจะลอง เลี้ยงไก่ ไว้เก็บไข่กินเองดูบ้างระยะหลังมานี้หลายบ้านก็เริ่มหันมาเลี้ยงไก่ไข่ไว้ในครัวเรือน

Garden & Farm vol.3 เมื่อคนเมืองอยากเป็นชาวนา

เมื่อคนเมืองอยากเป็นชาวนา เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-18-0035-2 บรรณาธิการ : อุไร จิรมงคลการ ขนาดหนังสือ 21 x 26 ซม. ปกอ่อน ราคา 195 บาท ตอบโจทย์ “เมื่อคนเมืองอยากเป็นชาวนา” ต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร แล้วข้าวที่เรากินกันทุกวันนี้มีกำเนิดมาอย่างไร ถ้าอยากลองปลูกข้าว จะไปร่วมกิจกรรมได้ที่ไหน มารู้จักและร่วมเรียนรู้กับกลุ่ม “ชาวนาวันหยุด” ที่เป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่รักบ้านเกิด และอยากกลับไปเป็นชาวนาที่รักสิ่งแวดล้อม แล้วจะรู้ว่า “การได้ปลูกข้าวด้วยตัวเอง ได้เก็บเกี่ยวและกินข้าวที่เราปลูกเอง แถมได้สุขภาพดีๆ กลับมา มีความสุขเช่นใด” สนใจสั่งซื้อหนังสือได้ที่ : https://www.facebook.com/Baanlaesuanbooks/