ความจริงจังหลังโควิด-19 เมื่อสถาปนิกเริ่มเลี้ยงไก่กว่า 100 ตัว

ในภาพจำ คุณป่อง ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ คือสถาปนิกหญิงผู้มากความสามารถ ซึ่งฝากผลงานกับเว็บไซต์บ้านและสวนมาแล้วมากมาย ในชื่อ CASE Studio เน้นงานออกแบบที่พ่วงท้ายด้วยคำว่า “ชุมชน” เพื่อสังคมส่วนรวม รวมถึงยึดโยงความเรียบง่ายในการใช้ชีวิตเข้ากับงานออกแบบ โดยสะท้อนผ่านบ้านพักอาศัยที่เธอออกแบบเอง แต่นอกจากภาพจำที่เล่าไป ความเรียบง่ายและเป็นกันเองของคุณป่องได้ถูกไฮไลต์ให้ชัดขึ้น เมื่อเราได้มาเยือนฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่เธอได้ซุ่มทำแบบ(ไม่)เงียบ นั่นคือการเลี้ยงไก่กว่า 100 ตัว ในเล้าไก่ที่ออกแบบเอง เรามาเยือนที่ดินผืนกว้างกว่า 2 ไร่ หลังโครงการมิโนะบุรี คอมมูนิตี้ภายใต้การดูแลของคุณป่องซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นสำหรับรองรับไลฟ์สไตล์ของเด็กรุ่นใหม่ โดยมีกิจกรรมนันทนาการที่หลากหลายทั้งดนตรีและกีฬา ขณะที่ส่วนด้านหลังที่เรายืนอยู่นี้ คุณป่องเล่าว่าครั้งหนึ่งเธอเคยเปิดให้สมาชิกได้เข้ามาจับจองพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว แต่โครงการนี้กลับไม่ได้เกิดขึ้นอย่างจริงจังเท่าไหร่  เมื่อมีคนจองแต่ไม่มีใครเข้ามาใช้พื้นที่ปลูกผักตามที่ตั้งใจไว้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้สถาปนิกท่านนี้ ถือโอกาสบรรจุอาชีพใหม่อย่าง “เกษตรกร” ให้กับตนเองไปโดยปริยาย ด้วยการลงมือปลูกผักและเลี้ยงไก่ไว้เก็บไข่รับประทานเองในครัวเรือน และใช้พื้นที่นี้เป็นโซนทำกิจกรรมในชื่อ “แปลงผักปลอดสารและบ้านสัตว์ปีก (Allotment & Farm) เกษตรกรมือใหม่ ผู้เริ่มต้นแบบไม่รู้จักไก่เลย เราขอเท้าความย้อนหลังไปถึงจุดเริ่มต้นในการทำฟาร์มไก่สไตล์สถาปนิก ซึ่งเป็นเหมือนโลกคนละใบกับงานประจำที่คุณป่องทำอยู่ นี่จึงนับเป็นก้าวใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “อยากเลี้ยงไก่มานานแล้ว แต่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อนเลยในชีวิต เราเริ่มต้นจากการไปเสิร์ชหาฟาร์มไก่ใกล้บ้านว่าจะหาซื้อแม่พันธุ์มาจากที่ไหน ซึ่งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไก่ไข่ต้องเลี้ยงอย่างไร ตอนไปซื้อไก่ก็ถามคนขายว่าพี่จะเลี้ยงไก่ต้องเลี้ยงยังไง เขาแนะนำให้ซื้อแบบตัวโตพร้อมไข่ไปเลย เราเองก็กลัวว่าถ้าเลี้ยงลูกเจี๊ยบแล้วจะไม่รอด เลยซื้อตัวโตมาเลี้ยง ตอนนั้นยังมีเรื่องตลก […]

Farmshelf แปลงผักอัจริยะทำงานอย่างไร ดีจริงไหม?

บ้านไม่มีพื้นที่แต่อยากปลูกผัก Farmshelf แปลงผักอัจริยะ เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนเมือง ไม่ต้องดูแลมากมาย แต่ปลูกผักทานเองได้

ปักชำผักในขวดพลาสติก ขยายพันธุ์ง่าย ๆ ได้ผักเพิ่ม

มีผักหลายชนิด ที่สามารถขยายพันธุ์ด้วยการ ปักชำผัก โดยไม่ต้องเพาะต้นกล้าใหม่ เช่น หัวหอม หอมแบ่ง ผักกาดขาว ผักชี เเละแครอท หรือผักพื้นบ้านคู่ครัวไทย เช่น กะเพรา โหระพา สะระแหน่ เเละตะไคร้ ที่เด็ดก้านมาชำดินหรือชำน้ำรอให้รากงอก แล้วค่อยนำไปปลูกต่อได้ง่าย ๆ แต่ปัญหา ปักชำผัก ไม่ติด รากไม่งอก เน่าในน้ำ หรือแห้งตายในดิน ก็เกิดขึ้นได้เสมอ หากวิธีการชำและการดูแลไม่เหมาะสม ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพของน้ำ ดินที่ใช้ชำ กิ่งก้านที่เลือกนำมาชำ เเละอุณหภูมิรอบ ๆ บริเวณเพาะกล้าชำที่อาจร้อนเกินไป วันนี้เราจะพาไปดู 2 วิธีปักชำผักอย่าง กะเพรา และโหระพา ให้รากงอกด้วยขั้นตอนง่าย ๆ โดยใช้ขวดพลาสติกเหลือใช้เป็นภาชนะสำหรับปักชำ อุปกรณ์ – ขวดพลาสติกใส ขนาด 1.5 ลิตร – สว่าน – ขี้เถ้าแกลบ – คัตเตอร์ – […]

อาชีพปลูกผักของกราฟิกดีไซเนอร์ที่หัวใจบอกว่าผักฉันต้องรอด

กราฟิกดีไซเนอร์ทั้งสองที่ปลูกผักสวนครัว เร่งเรียนรู้ภายใน 3 เดือน เเม้จะล้มเหลวในครั้งเเรก เเต่ก็มุ่งมั่นที่จะจัดการให้ฟาร์มผักออร์แกนิกสำเร็จ

ปลูกผักเหล่านี้ควรเว้นระยะให้ห่างกัน!

เมื่อการปลูกผักก็มีเหงื่อนไข เพราะมีผักหลายชนิดที่เป็น ผักคู่อริ หรือเป็นพืชที่เป็นศัตรูต่อกันและกัน จึงควรปลูกให้ห่างกัน หรือที่เรียกกันว่า พืชคู่อริ 

ไม้ผลปลูกง่าย โตไว ได้กินใน 1 ปี

รอบรั้วบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ลองมาเริ่มปลูก ไม้ผลปลูกง่าย โตไว ปลูกได้ในกระถางกันก่อน ที่สำคัญคืออายุเก็บเกี่ยวสั้น แค่ 1 ปีเท่านั้นก็ออกผลได้

มาทำรู้จักคีย์โฮลปลูกผัก ทำปุ๋ยหมักจากขยะอาหาร

Keyhole Garden หรือ แปลงผักคีย์โฮล เป็นหนึ่งในรูปแบบของแปลงผักที่ได้รับความสนใจในแวดวงนักปลูกผักจากทั่วโลก ด้วยรูปแบบของแปลงที่เกิดประโยชน์หลายอย่างทั้งต่อพืชผักและสิ่งแวดล้อม แต่อะไรคือ แปลงผักคีย์โฮล และแปลงผักที่ว่านี้ทำงานอย่างไร มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน เราจะพาไปรู้จักกัน   อะไรคือคีย์โฮล คีย์โฮล Keyhole Garden คือแปลงปลูกผักที่มีท่อทำปุ๋ยหมักอยู่ในแปลง ส่วนเหตุผลที่เรียกว่าคีย์โฮลเพราะหน้าตาเหมือนรูกุญแจที่มีทางเดินไปยังรูตรงกลางสำหรับใส่เศษอาหารจากครัวเรือน เพื่อทำเป็นปุ๋ยหมักให้ผักในแปลง ผักจะดูดปุ๋ยหมักจากท่อในดินไปใช้ในการเจริญเติบโต ประโยชน์ของการทำคีย์โฮลคือช่วยลดขยะอย่างเห็นได้ชัด และยังเป็นรูปแบบสวนผักที่ช่วยประหยัดน้ำ โดยรดน้ำแค่ในส่วนของท่อปุ๋ยหมักแล้วน้ำจะกระจายไปยังแปลงดินที่มีชั้นหินด้านล่างช่วยเก็บความชื้นไว้ คีย์โฮลเริ่มต้นจากทวีปแอฟริกาที่มีภูมิประเทศแห้งแล้ง ยากต่อการทำเกษตร การทำแปลงผักคีย์โฮลจึงช่วยให้ชาวแอฟริกามีผักรับประทานในครัวเรือนได้ทั้งปี ซึ่งความสำเร็จตรงนี้ได้แพร่ขยายไปทั่วโลก รวมทั้งในเมืองไทยเองด้วย ส่วนประกอบของคีย์โฮล –แปลงปลูก ซึ่งควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 180 เซนิตเมตร สามารถปรับเปลี่ยนตามขนาดพื้นที่ที่มีได้ แต่ไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินกว่านี้ เพราะจะทำให้ผักได้ธาตุอาหารไม่ทั่วถึง ดังนั้นแปลงควรมีความสูง 30 เซนติเมตร ขึ้นไป จะใช้งานสะดวก ไม่ต้องก้มปลูก หรือก้มเก็บผัก เเละควรเว้นช่องทางเข้าไปยังกลางแปลงประมาณ 60 เซนติเมตร หรือเปรียบเทียบง่าย ๆ มีลักษณะเหมือนกับก้อนเค้กที่ถูกตัดตรงกลางออก –ท่อปุ๋ยหมักตรงกลาง หรือรูกุญแจ ทำจากวัสดุหลายชนิด ตะแกรงเหล็ก แผงตาข่ายที่มีความแข็งแรง หรือซี่ไม้ไผ่กั้นเป็นแท่งวงกลม […]

รวมสูตรน้ำหมัก&ปุ๋ยหมัก สำหรับปลูกผักปลอดสารพิษ 

น้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยหมัก คือหัวใจสำคัญของการปลูกผักที่จะทำให้ผักในแปลงเติบโตงอกงาม มีรสชาติหวานกรอบอร่อย ซึ่งเจ้าของฟาร์มผักเล็กๆ หลายท่านยืนยันว่าปุ๋ยอินทรีย์ให้ประโยชน์มากมายจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักใช้น้ำหมักชีวภาพสำหรับให้ปุ๋ยทางใบ และผสมปุ๋ยหมักเพื่อให้ทางดิน น้ำหมักชีวภาพ คือปุ๋ยอินทรีย์อีกประเภทที่ได้รับความนิยมใหมู่คนปลูกมากกันมาก เหมาะสำหรับให้ปุ๋ยทางใบและทางดิน  แบ่งตามประเภทวัตถุดิบที่ใช้หมัก 3 ชนิด คือ 1. น้ำหมักชีวภาพ จากพืช แบ่งย่อยได้อีก 2 คือชนิดที่ใช้ผักและเศษพืช เป็นน้ำหมักที่ได้จากเศษพืช เศษผักจากแปลงเกษตรหลังการเก็บ เป็นน้ำข้นสีน้ำตาล มีกลิ่นหอม  และชนิดที่ใช้ขยะเปียก เป็นน้ำหมักที่ได้จากขยะในครัวเรือน เช่น เศษอาหาร เศษผักผลไม้ น้ำหมักที่ได้มีลักษณะข้นสีน้ำตาลจางกว่าชนิดแรก และมีกลิ่นหอมน้อยกว่า 2.น้ำหมักชีวภาพ จากสัตว์ เป็นน้ำหมักที่ได้จากเศษเนื้อต่างๆ เช่น เนื้อปลา เเละเนื้อหอยจะมีสีน้ำตาลเข้ม มักมีกลิ่นเหม็นมากกว่าน้ำหมักผักและต้องใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนผสม 3 น้ำหมักชีวภาพ ผสม เป็นน้ำหมักที่ได้จากการหมักพืช และเนื้อสัตว์รวมกัน ส่วนมากมักเป็นแหล่งที่ได้จากเศษอาหารในครัวเรือนเป็นหลัก สำหรับคนที่เริ่มต้นปลูกผัก อาจจะยังสับสนกับสูตรการทำน้ำหมักและปุ๋ยหมัก ซึ่งพัฒนาปรับปรุงไปไกลกว่าสูตรพื้นฐานเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี วันนี้บ้านและสวนได้รวมสูตรการทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ให้เลือกใช้กัน จากแหล่งที่มาที่หลากหลาย นำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมหรือจะพัฒนาไปเป็นสูตรของตนเองก็ได้เช่นกัน   น้ำหมักผลไม้ สูตร ม.เกษตร […]

รปภ.-ธุรการ-นักการตลาด ผู้เปลี่ยนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ให้เป็นสวนผักออร์แกนิกกลางกรุง

บ้านริมรูฟท็อปฟาร์ม สวนผักบนดาดฟ้าตึก 4 ชั้นย่านสาทรที่ปลูกผักสลัดออร์แกนิกบนแปลงดิน โดยมี รปภ.และธุรการผู้มีใจรักปลูกผักเป็นกำลังสำคัญ

“สาธุ” : ฝ้าย-ใยกัญชง-สีธรรมชาติ สู่เสื้อผ้าที่ถักทอจากสัญชาตญาณ

สาธุ แบรนด์เสื้อผ้าปลอดสารเคมี ทักทอจากใยธรรมชาติ ฝ้าย และ กัญชง ย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ ทอมือและตัดเย็บโดยชาวเขา สู่การสวมใส่ในรูปแบบศิลปะ

คม ศรีราช วิศวกรที่กลับบ้านเกิดเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวแบบ Local Experiences ให้ชุมชน

บ้านบางหมาก เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดชุมพรเพียง 3 กิโลเมตร เเต่รายล้อมด้วยธรรมชาติซึ่งเเทบไม่มีเค้าของชุมชนเมืองให้เราเห็นเลยสักนิด เงาต้นปาล์มเรียงรายเป็นแถวยาวตลอดเเนวสวน กิ่งมะพร้าวโบกปลิวตามแรงลมพัดเป็นระยะ บ้านแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างกันอย่างสันโดษ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ดูคล้ายกับซุกตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายใต้สวนบรรยากาศเขียวครึ้มขนาดใหญ่ ตัดผ่านด้วยถนนคอนกรีตเล็ก ๆ สองข้างทางเราจะได้ยินเสียงร้องของลิงกังสอดเเทรกสลับกับเสียงรถยนต์เป็นระยะ บรรยากาศโดยรวมของชุมชนบ้านบางหมากจึงยังคงความเรียบง่ายเเละเนิบช้า เป็นเสน่ห์ให้คนเมืองหลวงโหยหา เเละอยาก(กลับ)มาสัมผัส เช่นเดียวกับ คุณคม ศรีราช อดีตวิศวกรหนุ่มจากเมืองกรุงฯ ที่ย้อนกลับมายังที่นี่อีกครั้งในวัยสามสิบต้น ๆ ซึ่งกำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ร่ำเรียนมา ด้วยใจที่มองเห็นว่าบ้านเกิดของเขานั้นมีเสน่ห์ไม่ต่างจากถิ่นฐานอื่นที่เคยไปพบเห็นเเละท่องเที่ยว ไม่ใช่เรื่องเเปลกหากเราจะชื่นชมวัฒนธรรมเเละธรรมชาติในดินเเดนอื่น เเต่จะมีสักกี่คนที่มองย้อนกลับมามองบ้านเกิดของตนเอง เเล้วพัฒนาให้ที่นั่นเกิดความพิเศษ เชื้อเชิญให้ผู้คนจากต่างถิ่นอยากเข้ามาสัมผัส เเละเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่น่าประทับใจกลับไปดูบ้าง ดังนั้นเมื่อตั้งใจ “กลับบ้าน” ภารกิจแรกของวิศวกรหนุ่มผู้นี้ คือการเปลี่ยนสวนมะพร้าวบนที่ดินของครอบครัวให้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยว โดยมีจุดขายคือวิถีชีวิตเกษตรกรรมของคนในชุมชนบางหมาก พร้อมกับคำนิยามสั้น ๆ ที่ทุกคนจะได้รับคือ “Local Experiences” เรียกว่าใครที่มาเยือนจะต้องได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกลับไป และทั้งหมดเป็นต้นกำเนิดของ วิลล่า วาริช รีสอร์ทเล็ก ๆ แห่งนี้ “ตอนที่บอกครอบครัวว่าจะทำโรงแรมเล็ก ๆ และทำที่นี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ครอบครัวก็คัดค้านครับ ไม่มีใครเชื่อว่าเราจะทำได้ มองไม่ออกว่าจะไปทิศทางไหน แต่ผมก็ยืนยันที่จะทำ เพราะมองเห็นว่าทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนนั้นเป็นจุดขายที่ไม่เหมือนที่อื่น […]

พานิช ชูสิทธิ์ กับไร่กาแฟออร์แกนิกที่ไม่มีชื่อ แต่เป็นที่รู้จักทั่วชุมพร

ระยะทาง 67 กิโลเมตร จากตัวอำเภอฯ เมือง จังหวัดชุมพร สู่จุดหมายคือ บ้านธรรมเจริญ ในอำเภอท่าแซะ ไม่อาจทำให้ใจเต้นรัว แรง และเร็วคล้ายไม่เป็นจังหวะ ได้เท่ากับระยะทางอีก 10 กิโลเมตร จากเขตชุมชน ไปยัง “ไร่กาแฟ ที่ไม่มีชื่อ” ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอันเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำท่าตะเภา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากด่านทัพต้นไทร (เนิน 491) พื้นที่รอยต่อระหว่างพรมแดนไทยและสหภาพเมียนมาร์ “ไร่กาแฟ ที่ไม่มีชื่อ” คืออีกหนึ่ง Hidden Place ของ จังหวัดชุมพร ที่คนต่างถิ่นไม่ค่อยมีใครได้ไปสัมผัสนัก เช่นเดียวกับคนในพื้นที่ที่ต่างปรารถนาอยากไปรู้จักไร่กาแฟแห่งนี้ด้วยตนเอง ทั้งจากชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าของไร่ ซึ่งเป็นบุคคลกว้างขวางเเละเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวงการกาแฟของจังหวัดชุมพร เเต่ด้วยระยะทางที่ไกล บวกกับถนนหนทางมีความยากลำบาก บนระดับความสูง 200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเดินทางที่ได้ลงแรงลงใจไปนั้นจะคุ้มค่าหรือไม่ แต่แค่เพียงคำว่า “ไร่กาแฟออร์แกนิก บนแปลงปลูกที่อยู่สูงที่สุดของจังหวัดชุมพร” ได้กลายเป็นแม่เหล็ก เปลี่ยนให้ถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อที่ทั้งแคบเเละขรุขระ กับระยะทางอีกหลายกิโลเมตรที่แสนยาวนาน ไม่ได้ทำให้เราเกิดความวิตกกังวลเลยอย่างใด เพราะใจที่จดจ่อไปยังจุดหมายปลายทางนั้น ได้ช่วยให้เราลืมความเหน็ดเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พานิช ชูสิทธิ์ คือเจ้าของไร่กาแฟที่ไม่มีชื่อแห่งนี้ เราเรียกเขาสั้น ๆ ว่าพี่พานิช เช่นเดียวกับที่คนในพื้นที่เรียกขาน […]

ชาวประมงรุ่นใหม่กับปูที่หายไป ก่อนก่อตั้งชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร

“วางอวนไว้ 3 วันแล้วมีปูติดมา 2 ตัว อวนตั้ง 10 ผืน 20 ผืนแต่แทบจะจับปูไม่ได้เลย” จากคำบอกเล่าของน้องอุ้ม สาวน้อยวัย 23 ปี ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู แห่งนี้

มะลิวัลย์ ชัยบุตร กับการทำเกษตรเพื่อปลดหนี้ในวันที่ชีวิตติดลบ

ในชีวิตคนเราจะมีช่วงเวลาที่เลวร้าย ตกต่ำ หรือย่ำแย่ได้สักกี่ครั้ง สำหรับบางคนอาจจะเจอครั้งแล้วครั้งเล่า หรือเข็มนาฬิกาของบางคนอาจจะยังไม่พาไปถึงจุดนั้น แต่ที่แน่ๆ มันจะต้องมีบางช่วงบางจังหวะที่เราเผลอไปเหยียบกับดักของโชคร้ายจนอาจจะทำให้เกิดความพลิกผัน กลายเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตไปเลย มะลิวัลย์ ชัยบุตร ก็เช่นเดียวกัน จากผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ในกรุงเทพฯ มีหน้าที่การงานรุ่งโรจน์ บทบาททางสังคมในอาชีพโปรแกรมเมอร์ มีเงินเดือนรายได้ที่ส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆ ได้เป็นอย่างดี แต่วันหนึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับหนี้ก้อนโตกว่า 6 ล้านบาทและสามีที่เคยเป็นเสาหลักของครอบครัวทิ้งเธอไป ทุกอย่างได้พังทลายลงมา รวมทั้งตัวเธอด้วย หนี้ก้อนโตไม่อาจจะเทียบเท่ากับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่สามีเธอฝากไว้ ร่างกายและจิตใจที่เหมือนคนไร้วิญญาณต้องพักฟื้นเยียวยาโดยจิตแพทย์อยู่นานถึง 6 เดือน ลูกชายและลูกสาววัยเรียนต้องรับหน้าที่รักษาบาดแผลทางใจของผู้เป็นแม่ ทั้งๆ ที่พวกเขาควรให้ความสำคัญกับการศึกษามากกว่ามาคอยดูแลผู้ป่วยอย่างเธอ “ตอนนั้นเราไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกเป็นแม่ที่แย่ แต่ยังดีที่กลับบ้านถูก” ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหญิงวัยห้าสิบปีฉายขึ้นหลังจากเล่ามาถึงช่วงเวลาที่ผ่านมรสุมชีวิตด่านแรก ก่อนเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังจากฉุกคิดได้ว่าตนเองนั้นกำลังเป็นตัวถ่วงในชีวิตลูกๆ และเธอต้องกลับมาเป็นเสาหลักให้ครอบครัว ให้ลูกได้เรียนต่อ ชดใช้หนี้สินที่ติดตัวเธอมา 3 คนแม่ลูกจึงกลับมาสร้างชีวิตใหม่ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร ในสวนมะพร้าวซึ่งเป็นที่ดินมรดกของครอบครัว “หลังจากกลับบ้านมา เราก็ไปไหนไม่ได้ เพราะเราทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯนานถึง 30 ปี ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรหรือสวนมะพร้าวเลย ที่แรกที่ทำให้เรามีชีวิตแบบนี้คือเกษตรเมือง ตอนนั้นได้คุณสังคม ชูสุข ซึ่งเป็นเกษตรตำบลบางหมาก เข้ามาแนะนำให้ปลูกพืชเศรษฐกิจที่ชาวบ้านละแวกนี้ปลูกกัน อย่างปาล์ม ผักหวานบ้าน แต่ด้วยสภาพจิตใจเราที่ยังแย่อยู่ […]

ลุงมนู กาญจนะ เปลี่ยนความล้มเหลวของเกษตรเชิงเดี่ยวสู่เกษตรผสมผสาน

ติดตามวิถีการดำเนินอาชีพเกษตรของ ลุงมนู กาญจนะ Smart Farmer ดีเด่นประจำปี 2559 ของจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่นำการ เกษตรผสมผสาน …

โอห์ม-ภวพล นักสะสมต้นไม้ที่เริ่มต้นตอนป.5 สู่เส้นทางน้ำหมึก 400 หน้าในหนังสือแคคตัสที่สมบูรณ์ที่สุดในเมืองไทย

ก่อนจะมาเป็นนักเลี้ยงแคคตัสหรือ กระบองเพชร ที่มีผลงานเป็นหนังสือแคคตัสฉบับสมบูรณ์ ที่สุดในไทยด้วยความหนาเกือบ 400 หน้า คุณ โอห์ม ภวพล ศุภนันทนานนท์ ยังเคยเป็นนักเลี้ยง แอฟริกันไวโอเลต กล้วยไม้ และสับปะรดสีมาก่อนด้วย เพราะชอบต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก จึงหัดเลี้ยงต้นนั้นต้นนี้มาเรื่อย รู้ตัวอีกที โอห์ม ภวพล ศุภนันทนานนท์ ก็หลงรักบรรดา กระบองเพชร และต้นไม้เหล่านี้ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีผลงาน หนังสือไม้ประดับกับสำนักพิมพ์บ้านและสวนอยู่หลายเล่ม แม้จะบอกว่าทำเป็นงานอดิเรก แต่เมื่อ ได้ทำสิ่งที่หลงรักอย่างเต็มที่โดยไม่คิดถึงปลายทาง ผลลัพธ์มักเหนือความคาดหมายเสมอ เหมือนอย่างที่เขากำลังทำหนังสือไม้อวบน้ำที่สมบูรณ์แบบไม่แพ้หนังสือแคคตัสให้เหล่าสาวก ได้ติดตามกัน เพื่อนใหม่ที่รู้จักกันตอน ป.5 และกลายเป็นเพื่อนสนิทจนปัจจุบัน “จำได้ว่าตอนเด็กๆ เห็นคุณตาเลี้ยงต้นโป๊ยเซียนโดยที่ผมเป็นลูกมือคอยช่วยหยิบกระถางหยิบดินให้มาตลอด จนโต มาช่วงป. 5 -ป. 6 ก็เริ่มอยากปลูกต้นไม้เองบ้าง เลยลองซื้อต้น แอฟริกันไวโอเลตซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้นมาเลี้ยงดู ผมชอบรูปทรงของต้นไม้และชอบสีของดอกไม้ที่ดูพิเศษ พอช่วงจังหวะที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขึ้น ผมก็เริ่มซื้อกล้วยไม้มาเลี้ยงเพิ่มเติม” ช่วงแรกที่คุณโอห์มหัดเลี้ยงต้นไม้ยังไม่มีแหล่งข้อมูลแบ่งปันทางอินเทอร์เน็ต จึงต้องอาศัยการซักถามจากผู้ขายบ่อยๆ จน คุ้นเคยและได้ความรู้สะสมมาเรื่อยๆ ความสนุกในการเลี้ยงต้นไม้ จึงเริ่มขยายต่อไปถึงพรรณไม้อื่นอย่างสับปะรดสีและกระบองเพชร ทำให้ตัดสินใจเลิกเลี้ยงแอฟริกันไวโอเลตไป เพราะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะดูแล […]

เกมจบแต่ “บานาน่าแลนด์” ยังไปต่อ : อีกก้าวขั้นของธุรกิจ SE หลังจบรายการ WIN WIN WAR Thailand

“เกมจบ แต่บานาน่าแลนด์ยังไปต่อ” นั่นคือเสียงเล็กๆที่เอ่ยผ่านใบหน้าเปื้อนยิ้มของคุณบั้ม – ลักขณา แสนบุ่งค้อ สาวร่างเล็กผู้มีพลังเหลือล้น เธอเข้ารอบเป็น 1 ใน 5 ทีมสุดท้าย จากรายการ WIN WIN WAR Thailand ซีซั่นแรก และนี่ก็เป็นเสมือนคำต้อนรับเมื่อทีมงานเดินทางไปถึงบ้านเกิดของเธอในจังหวัดเลย สถานที่ที่มีชื่อเรียกว่า “บานาน่าแลนด์” ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่หญิงสาวร่างเล็กคนนี้ เป็นผู้ปลุกปั้นขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ด้วยพลังอันล้นเหลือที่ผุดมาพร้อมกับไอเดียมากมายที่พร้อมสานต่อหลังจากได้ร่วมรายการนี้ ทำให้ที่ดินเปล่าผืนนี้ได้รับการเติมเต็มขึ้นมาอีกสเต็ป หากยังมีอีกหลายไอเดียที่ซุกซ่อนอยู่ในความคิดของเธอ จากที่ดินเปล่าซึ่งเดิมทีเป็นเพียงทุ่งนาที่ภาพความสวยงามแปรเปลี่ยนไปตามฤดูกาล วิวเบื้องหน้านำสายตาสู่ภูหอ ภูเขาที่มีรูปลักษณ์แปลกตา มองดูคล้ายเป็นกับ งอบ หรือหมวกของชาวอีสานที่เป็นเครื่องแบบแดดลมฝนในตอนทำสวนทำนา  ฝั่งขวากั้นขอบฟ้ากับผืนนาด้วยสันเขาภูหลวง บานาน่าแลนด์จึงคล้ายกับเป็นแอ่งระหว่างเทือกเขาทั้งสอง ซึ่งเป็นผลดีทำให้ที่แห่งนี้ยังคงความสดชื่นด้วยอากาศที่ปลอดโปร่ง มีลมพัดผ่านตลอดปี และมีอากาศเย็นสบายแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิในตอนกลางวันอาจระอุขึ้นไปถึง 35 องศาเซลเซียส แต่ในตอนกลางคืนอุณหภูมิจะเหลือเพียง 18 องศาเซลเซียสเท่านั้น ฤดูฝนกับฤดูหนาวจึงถือว่าเป็นช่วงที่งดงามที่สุดของที่นี่ จุดเริ่มต้น Banana Land ภาคต่อของ Banana Family “บานาน่าแลนด์เริ่มขึ้นตอนไปแข่งรายการ WIN WIN WAR Thailand ก่อนหน้านี้ก็คิดไว้ว่าอยากสร้างสถานที่สักแห่งไว้เป็นที่รองรับนักท่องเที่ยว […]

อย่าให้ “ค้างผัก” เป็นเรื่องคาใจ ไปรู้จักค้างผักไม้เลื้อยแบบต่างๆ

เรื่อง ค้างผัก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนอาจจะกำลังอยากปลูกผักไว้ทานเองที่บ้านให้ความสนใจ อย่างผักจำพวกไม้เลื้อย เช่น ถั่ว แตง บวบ มะระ ฯลฯ ที่จำเป็นต้องมีค้างเพื่อให้ลำต้นไม้เหล่านั้นได้เกาะเลื้อยเติบโตขึ้นมา แต่สงสัยหรือไม่ว่าค้างมีกี่แบบ และเราจะเลือกใช้อย่างไร การเลือกใช้ ค้างผัก รูปแบบต่างๆ นั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความสะดวกในการปฏิบัติงานของผู้ใช้ ลักษณะของพื้นที่ ลักษณะของพันธุ์พืช และจุดประสงค์ในการใช้งานของค้าง โดยใช้เพื่อเก็บผลิตเพียงอย่างเดียว หรือเพื่อให้ความสวยงามกับพื้นที่นั้นๆ ด้วย โดยรูปแบบของค้างที่เลือกใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบใดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “โครงค้าง” ที่ดีนั้น ขอเพียงแค่มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักของต้นพืชที่ปลูกได้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนความถี่ของเส้นเชือก เอ็น หรือตาข่ายที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับจำนวนกิ่งที่เราเลือกเก็บไว้ เช่น ถั่ว แตง ตำลึง ต้องเลี้ยงกิ่งหลายกิ่งเพื่อผลผลิตจำนวนมาก ก็ควรจะมีหลายเส้นสำหรับรองรับ ส่วนเมล่อนใช้เชือกเพียงเส้นเดียวเพื่อเลี้ยงเพียงหนึ่งกิ่งสำหรับให้ได้ผลที่มีคุณภาพ เป็นต้น วันนี้เราจึงรวบรวมรูปแบบค้างที่นิยมใช้ในบ้านเรือนและทางการค้าแบบต่างๆ มาให้ทุกคนได้นำไปเลือกใช้ให้เข้ากับพืชที่กำลังจะปลูก พื้นที่ปลูก และที่สำคัญกว่าอื่นใด นั่นคือเม็ดเงินในกระเป๋าของแต่ละคน…ไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีแบบไหนให้เอาไปเลือกใช้บ้าง   1 | ค้างแบบเสารั้ว   ทำได้ง่าย ต้นทุนไม่สูง […]