วิธีเลือกไม้ไผ่สำหรับใช้ในงานสร้างอาคาร

ทำบ้านไม้ไผ่
ทำบ้านไม้ไผ่

เราคุ้นเคยกับบ้านเรือนแพและศาลา ไม้ไผ่ มานานแล้ว เพราะไม้ไผ่เป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เป็นพืชที่โตเร็วและราคาไม่แพง แต่ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นไม้ท่อนกลม เป็นปล้องๆ มีความอ่อนตัวสูง ทำให้อาคารไม้ไผ่มีเสน่ห์เฉพาะตัว จึงมีการนำมาสร้างบ้าน รีสอร์ต และโรงแรมกันมากขึ้น

งานบ้านและสวนแฟร์ midyear 2019

คุณตั๊บ – ธนพัฒน์ บุญสนาน สถาปนิกและเจ้าของ บริษัท ธ.ไก่ชน จำกัด เป็นคนรุ่นใหม่อีกคนที่ศึกษาและทำงานด้านไม้ไผ่อย่างจริงจังมาหลายปี ในโอกาสนี้ได้เปิดโรงงานและแบ่งปันประสบการณ์ให้ บ้านและสวน เพื่อทำความรู้จักไม้ไผ่ การทรีตเม้นต์ และการนำไปใช้งานให้มากขึ้น เพราะหัวใจสำคัญของงานออกแบบคือ การเข้าใจธรรมชาติของวัสดุ แล้วเลือกใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานออกแบบที่ดี

รู้จักส่วนต่างๆ ของต้นไผ่

ทำบ้านไม้ไผ่
ประโยชน์จากส่วนต่างๆของไม้ไผ่

ไผ่เป็นพืชตระกูลหญ้า ลำต้นมีลักษณะเป็นปล้องๆ ภายในกลวง และมีหลายหลายพันธุ์มาก โดยแต่ละพันธุ์ก็มีลักษณะต่างกัน ทั้งพื้นผิว ความหนาเนื้อไม้ ความยาวของลำตัน และอายุการเติบโต มารู้จักส่วนต่างๆ ของต้นไผ่กัน

วิธีเลือกไม้ไผ่

ไม้ไผ่ที่เหมาะกับการใช้งาน คือ ไม้ไผ่ที่มีอายุแก่จัด โดยไม้ไผ่ลำใหญ่ที่ทำโครงสร้างจะใช้ได้ที่อายุ  4-7 ปี และไม้ไผ่ลำเล็กจะใช้ได้ที่อายุ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับชนิด ถ้าไม้อ่อนเกินไปก็จะไม่แข็งแรงและมอดชอบกินเนื้อไม้อ่อน แต่ถ้าไม้แก่เกินไป เนื้อไม้จะเริ่มเหี่ยว ซึ่งไผ่แต่ละชนิดเมื่อโตเต็มที่ก็จะมีขนาดหน้าตัดต่างกันไป ในการนำไปใช้งานจึงมีการใช้ไม้ไผ่หลายชนิดผสมกันตามขนาดหน้าตัดที่ต้องการ ส่วนความยาวปล้องก็มีผลกับความแข็งแรง ถ้าปล้องสั้นและมีข้อถี่ก็จะยิ่งแข็งแรง แต่ถ้าจะนำไปผ่าหรือทำไม้สับฟากก็ควรเลือกปล้องยาวและข้อน้อยก็จะทำงานง่ายกว่า

ขั้นตอนการเตรียมไม้ไผ่สร้างอาคาร

จุดอ่อนของไม้ไผ่ คือ มักเสียหายจากการถูกมอดและแมลงกินเนื้อไม้ เนื้อไม้มีการยืดและหดตัวมาก จึงไม่ควรใช้ไม้ไผ่สดในการก่อสร้าง ควรใช้ไม้ไผ่ที่ผ่านการทรีตเม้นต์มาแล้วเท่านั้น โดยหลักการทรีตเม้นต์ คือ การทำให้สารประกอบในเนื้อไม้ที่เป็นแป้งและน้ำตาลเปลี่ยนสภาพไม่เป็นอาหารของมอดและแมลง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

-วิธีธรรมชาติแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ การนำไม้ไผ่แช่ในน้ำไหลเพื่อชะล้างแป้งออก หรือการนำไปแช่ในน้ำนิ่งหรือแช่โคลนเพื่อให้แป้งบูดจนมอดไม่กิน

-ชาวเขาที่เชียงรายใช้กำมะถัน โดยการนึ่ง การต้ม หรือการเผาไฟ

-เกษตรกรบางกลุ่มที่ปลูกไผ่ใช้วิธีต้มไม้ไผ่ในน้ำส้มควันไม้ผสมเกลือ

สำหรับการทรีตเม้นต์ที่ใช้แพร่หลายทั้งในยุโรป อินโดนีเซีย และไทยในปัจจุบัน ซึ่งเหมาะกับการทำงานปริมาณมาก และได้ผลดี คือ การแช่ในสารละลายโบรอน (Boron) ซึ่งเป็นสารบอแรกซ์ (Borax) ผสมกับสารบอริค แอสิด (Boric Acid) เป็นการทรีตเม้นต์แบบเคมีที่ปลอดภัยไม่เป็นพิษกับคนและสิ่งแวดล้อม โดยมีขั้นตอนการทำดังนี้

ทำบ้านไม้ไผ่
เจาะทะลุทุกลำปล้องด้วยสว่าน เพื่อให้น้ำยาไหลเข้าไปทั่วถึง
ทำบ้านไม้ไผ่
ผสมสารละลายโบรอนอัตราส่วน 5 – 7เปอร์เซ็นต์ กับน้ำ แล้วแช่ไม้ไผ่นาน 7-10 วัน โดยถ่วงให้ไม้จมในน้ำยาตลอดทั้งลำ กรณีไม้ยาว 6 เมตร ควรทำบ่อยาว 7-8 เมตร ลึก 2 – 2.50 เมตร แนะนำให้ทำเป็นระบบปิดเพื่อควบคุมกลิ่นและปริมาณน้ำในบ่อ
ทำบ้านไม้ไผ่
นำไม้ไผ่ขึ้นและระบายของเหลวออก
ทำบ้านไม้ไผ่
ทำความสะอาดด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
ทำบ้านไม้ไผ่
นำไม้ไผ่ขึ้นมาตากแดดให้แห้งสนิท ดีที่สุดคือตากในโรงเรือนที่มีหลังคาใส มีลมพัดผ่านตลอด และไม่วางกองทับกัน อาจวางแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ ซึ่งแนวตั้งจะประหยัดพื้นที่มากกว่า ระยะเวลาในการตากขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยสังเกตจากสีเนื้อไม้ให้เหลืองทั้งลำ ถ้ายังมีเขียวบ้าง เหลืองบ้าง หรือมีแถบน้ำตาล แปลว่ายังความชื้นอยู่ (จากสีเขียวจะกลายเป็นสีน้ำตาลแล้วเป็นสีเหลืองตามลำดับ ถ้ากลายเป็นสีซีดออกเทาๆ ไม้จะไม่สวยเพราะดูเก่าเกินไป)
ทำบ้านไม้ไผ่
เมื่อแห้งสนิทแล้วให้เก็บเข้าโรงเก็บไม้ โดยทำโรงเรือนแบบเปิดมีหลังคาและมีลมผ่านได้ อาจกั้นโดยรอบด้วยซาแลน ไม่ควรทำโรงเรือนแบบปิดทึบ เพราะจะเกิดเชื้อราได้ง่าย พร้อมทำชั้นเก็บไม้เป็นช่องๆ แยกตามประเภท และไม่วางซ้อนกันมากเกินไป

อ่านต่อหน้า2