Living Simply อยู่กับความเรียบง่ายใน บ้านดิน

แบบบ้านดิน
แบบบ้านดิน

       นับจากวันที่เริ่มต้นมาเชียงใหม่ ก่อตั้งมูลนิธิสื่อภาษาด้วยเสียง เมื่อปี พ.ศ. 2545 เพื่อทำงานสำรวจศึกษาภาษาและวัฒนธรรมที่หลากหลายของคนไทย เพราะ คุณจอนและคุณแคลร์ รูลิสัน เห็นว่าภาษาเป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของพื้นถิ่น บ้านดิน

งานบ้านและสวนแฟร์ midyear 2019

บ้านดิน ในขณะที่ความทันสมัยเข้ามาอย่างรวดเร็ว มีอิทธิพลอย่างมากให้คนไทยเริ่มละเลยไม่สนใจที่จะอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมของตัวเอง คุณจอนจึงมีโครงการบันทึกเสียงด้วยภาษา เล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยไปพร้อมๆ กับการสอนภาษาอังกฤษให้เพื่อนบ้านและคนไทยในเชียงใหม่ที่สนใจ พร้อมกับพูดคุยถึงวัฒนธรรมที่มีค่าของไทย 20 ปีแล้วที่คุณจอนและคุณแคลร์ตัดสินใจสร้างบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ เพราะความชอบในธรรมชาติ

ห้องรับแขกอยู่ภายใต้โครงสร้างไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่นำมาสานสลับให้สวยงามในดีไซน์ร่วมสมัย และจัดวางโซฟากับของที่สะสมไว้แต่เดิม
มุมนั่งเล่นพักผ่อนหน้าบ้านเหมาะสำหรับรับลมชมแสงสวยๆ ยามเช้าและยามเย็น บริเวณนี้มีการใช้เสาไม้ไผ่มาเสริมความแข็งแรงให้ตัวบ้านและดูเข้ากันได้ดีกับบ้านดินสีธรรมชาติ
ฟอเรสต์ หนุ่มน้อยที่หลงใหลบ้านดิน เขาเรียนรู้และสร้างบ้านดินหลังเล็กกับพ่อแม่

“เราอยู่ที่นี่มานานมาก ตั้งแต่ตอนนั้น บรุ๊ค ลูกสาวคนโต อายุ 5 ขวบ และฟอเรสต์ ลูกชายคนเล็กอายุ 3 ขวบ เราไปเที่ยวธรรมชาติด้วยกันทั้งครอบครัว ปีนเขา เที่ยวถ้ำ ศึกษาชีวิตในธรรมชาติ มีชีวิตที่เรียบง่าย เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมเนียมวัฒนธรรมไทย ลูกทั้งสองคนไปโรงเรียนวารีเชียงใหม่อินเตอร์เนชั่นแนลตั้งแต่เตรียมอนุบาลถึงประถมปีที่ 3 แล้วฉันก็สอนลูกเองที่บ้านจนจบมัธยม บรุ๊คไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา และเมื่อสองปีก่อนลูกชายก็เพิ่งตามไป แต่ก่อนฟอเรสต์จะไปเรียนเมืองนอก พวกเราเริ่มต้นสนใจที่จะสร้างบ้านแล้ว

เพื่อนคนไทยแนะนำว่ารู้จักบ้านดินไหม น่าสนใจมากนะ ฉัน จอน กับฟอเรสต์ ก็เริ่มศึกษาซื้อหนังสือเยอะมาก เริ่มวางแปลนบ้านกับลูก ปั้นดินน้ำมันเป็นโครงบ้านคร่าวๆ ว่าบ้านควรเป็นรูปทรงไหน มีห้องอะไรบ้าง เท่าที่จำเป็น ทำประตู-หน้าต่างจากดินน้ำมัน ใช้เชือกกำหนดพื้นที่ ที่ดินบ้านเรามี 1 ไร่ 1 งาน พื้นที่ใช้สอยในบ้านประมาณ 312 ตารางเมตร เราวางตำแหน่งบ้านและใส่ห้องต่างๆที่เราใช้งาน มี 3 ห้องนอนกับห้องน้ำในตัว เป็นห้องน้ำแบบเอ๊าต์ดอร์ มีห้องรับแขกและห้องครัวอยู่ด้วยกัน มีห้องน้ำอีกห้องสำหรับแขกและมีบ้านหลังเล็กที่เพื่อนบ้านช่วยกันสร้างด้วยอิฐโบราณ เป็นห้องน้ำเล็กๆ แบ่งอีกส่วนหนึ่งเป็นห้องซักผ้าอบผ้า

สวนป่าซึ่งเป็นไม้พื้นถิ่นและบางต้นหาไม่ได้จากละแวกนั้นแล้ว แต่มีอยู่ที่นี่รายล้อมบ้านดินให้กลมกลืมไปกับธรรมชาติรอบๆ
มุมห้องครัวเชื่อมต่อกับห้องรับแขกแบบเปิดโล่ง มองเห็นการใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุธรรมชาติที่กลมกลืนไปในบรรยากาศเดียวกันทั้งหมด พร้อมกับช่องแสงที่เปิดให้ลมหมุนเวียน
ทางเดินเชื่อมต่อถึงกันมีลูกเล่นเล็กน้อยที่ผนัง ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้ทันสมัยได้
คุณแคลร์มักสอนลูกให้คุ้นเคยกับวัฒนธรรมไทย ผ่านการพูดคุยแบบใกล้ชิดกันในชีวิตประจำวัน

คุณแคลร์เล่าต่ออีกว่า เมื่อได้รู้จักบริษัท Chiangmai Life Construction หรือ CLC บ้านในฝันของครอบครัวเราก็กลายเป็นความจริง การได้รู้จักบริษัทนี้ถือว่าเป็นความโชคดี  คุณมาร์คูส  โรเซลีบ และทีมงาน CLC แนะนำเราได้มาก เราให้เขาดูโมเดลดินน้ำมัน จากนั้นเขาก็นำโมเดลมาสร้างเป็นบ้านของเรา นอกจากการสร้างบ้านดินตามที่เราฝันไว้ ทาง CLC ยังออกแบบโครงหลังคาไม้ไผ่ เพื่อให้บ้านมีความน่าสนใจมากขึ้น ด้วยโครงสร้างเพดานที่สูง ทำให้อากาศในบ้านเย็นสบาย แสงธรรมชาติที่ลอดเข้ามายังสร้างบรรยากาศที่ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน 

ฉันชอบฝันเรื่องบ้านมาตั้งแต่เล็กๆ คิดว่าบ้านต้องมีบรรยากาศที่เราชอบ ฉันเชื่อว่า บรรยากาศมีอิทธิพลมากในชีวิตของคนเรา บ้านควรมีสีที่เราชอบ ฉันคิดถึงแสงแดด คิดถึงอากาศเข้า-ออก คิดถึงธรรมชาติ คิดถึงทุกสิ่งที่ทำให้เราชื่นใจ ครอบครัวเราชอบไปเที่ยวธรรมชาติและก็ฝัน ฝัน ฝันว่าจะทำบ้านแบบนั้นแบบนี้   ลูกชายชอบมาก เขามีความคิดสร้างสรรค์ ตอนนี้ฟอเรสต์กำลังเรียนเป็นวิศวกร เพราะเขาชอบงานด้านนี้อย่างจริงจัง ตอนที่ CLC มาสร้างบ้านให้เรา ฉันกับลูกมีเวลาศึกษาไปด้วย เพราะตอนนั้นฟอเรสต์เรียนหนังสือที่บ้าน การเรียนรู้ทุกขั้นตอนของการสร้างบ้าน ก็เป็นการสอนประสบการณ์ชีวิตวิธีหนึ่ง และต้องขอบคุณ CLC มากๆ ที่เขาสอนและอธิบายให้เราฟังทุกขั้นตอน

ห้องนอนมีของใช้เท่าที่จำเป็นและยังเน้นความสดใสด้วยสีสันตามสไตล์คุณแคลร์
ห้องนอนมีของใช้เท่าที่จำเป็นและยังเน้นความสดใสด้วยสีสันตามสไตล์คุณแคลร์
“ฉันอยากให้บ้านมีช่องหน้าต่าง-ประตูมากๆ เพื่อให้ลมผ่านเข้า-ออก และบ้านดินไม่เก็บความร้อน โครงสร้างไม้ไผ่ก็ทำให้อากาศผ่านเข้า-ออกได้เป็นอย่างดี”
“ฉันไม่ได้ซื้ออะไรใหม่เพื่อมาตกแต่งบ้านหลังนี้ ทุกอย่างเป็นของที่เรามีอยู่แล้วและมีความหมายกับครอบครัวเรา”

อ่านต่อหน้า 2

keyboard_arrow_up