Simply Life and Ordinary Love บ้านแสนรัก ของครอบครัวจงหวัง

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “พอเพียง” มานับครั้งไม่ถ้วน แต่อาจไม่มีสักครั้งที่เราจะลงมือทำตามอย่างจริงจัง ทว่าครอบครัวเล็กๆ ที่ฉันเดินทางมาเยี่ยมชมบ้านของพวกเขาถึงจังหวัดชุมพร กลับไม่รีรอที่จะน้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ให้เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวัน

องค์ประกอบของ ความรัก บ้านแสนรักของคุณผกา เส็งพานิช

  ฉันเชื่อว่าองค์ประกอบที่จะทำให้บ้านเปี่ยมด้วยความสุขคือมีการใช้งานที่สะดวกกายสบายใจ ความสวยงามที่เห็นแล้วสร้างรอยยิ้ม รวมไปถึงต้นไม้และสวนสวยที่ทำให้บ้านมีบรรยากาศอบอุ่น พร้อมจะขลุกตัวอยู่ในบ้านได้ทั้งวัน… หากใครเป็นแฟนนิตยสาร ชีวจิต หรือเคยชมรายการ คลับสุขภาพ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 อาจคุ้นหน้า คุณผกา เส็งพานิช หรือ “ป้ายุงคนสวย” ในฐานะคอลัมนิสต์คอลัมน์ “รวมมิตรป้ายุง” และผู้ดำเนินรายการเกี่ยวกับสุขภาพรวมถึงวิทยากรให้ความรู้ด้านอาหารของอมรินทร์เทรนนิ่ง ที่สำคัญ เธอผู้นี้คือเจ้าของบ้านแสนรักที่ฉันมาเยี่ยมชมหลังนี้ ทั้งยังเป็นคนคุ้นเคยของพวกเราชาว “บ้านและสวน” เพราะเป็นคนในครอบครัวของ คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) นั่นเองเมื่อได้ข่าวว่าป้ายุงทำบ้านหลังใหม่เสร็จเรียบร้อย ฉันจึงไม่รอช้า ขอไปเยี่ยมชมทันที ความเป็นธรรมชาติของบ้านซึ่งแวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยและเสียงนกร้องเปรียบเสมือนการต้อนรับที่แสนอบอุ่นเมื่อฉันมาเยือนบ้านขนาด 120 ตารางวาหลังนี้มีการแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ บ้านหลังเดิมขนาดสองชั้นและบ้านหลังใหม่ชั้นเดียวอารมณ์กึ่งสตูดิโอเล็กๆ สำหรับทำงานและใช้รับแขก คุณบอย – ภิรมย์ใบบุญ มัณฑนากรจาก NTP Studio เป็นผู้ออกแบบ ขณะที่สวนสวยรอบบ้าน คุณอรรถ ประพันธ์วัฒนะ ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร นิตยสารบ้านและสวนรับหน้าที่ออกแบบ ทั้งสองมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำและลงมือช่วยทำให้ภาพฝันของป้ายุงกลายเป็นความจริง เปลี่ยนใหม่ให้มากประโยชน์  ประเด็นหลักของบ้านหลังนี้ คือ การนำไม้เก่าและเฟอร์นิเจอร์ที่บ้านชีวจิตโฮม […]

Denfinitely LOVE

  ฉันเชื่อเสมอว่า ความสุขอยู่ใกล้ตัวเรานี่แหละ ครอบครัวและบ้านเป็นสิ่งเกื้อหนุนชีวิต วันนี้ฉันมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านแสนรักของครอบครัวเล็กๆย่านหนองจอก ซึ่งระหว่างทางมีทุ่งนาสวยๆ ให้เห็นเป็นระยะ เจ้าของบ้านคือคุณอูฐ – ธีระพล เรืองไพสิฐพร ศิลปินอิสระ คุณแพต – พัชนีย์ จตุรัฐพลลูกเรือสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ส และ น้องแสนดี – เด็กหญิงภคพร เรือง-ไพสิฐพร   บนเนื้อที่ 200 ตารางวาเป็นที่ตั้งของบ้านชั้นเดียวขนาดกะทัดรัดหลังนี้ซึ่งต่อเติมเพิ่มจากบ้านเก่าที่มีขนาดเล็กเพียงสองห้องนอน เนื่องจากมีพื้นที่ว่างเหลือพอสมควรจึงสามารถจัดสวนปลูกต้นไม้ และเจ้าของบ้านก็สนุกกับการสร้างงานศิลปะในสวนไปด้วย เมื่อปรับตัวบ้านใหม่ก็มีการต่อเติมสตูดิโอซึ่งเดิมเป็นพื้นที่สวน และห้องรับประทานอาหารซึ่งเดิมเป็นโถงทางเข้า ติดกับส่วนจอดรถที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ครอบครัวนี้ใช้วิธีค่อยๆ สร้าง พอมีไอเดียก็ค่อยๆ ทำ จึงทำให้พื้นที่ในบ้านตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ช่วยกันคิด ช่วยกันลงมือ จากที่เคยอยู่บ้านคุณพ่อคุณแม่ย่านลาดพร้าว คุณแพตเล่าให้ฉันฟังว่าย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ได้เกือบเจ็ดปีแล้ว ตั้งแต่คลอดน้องแสนดีได้สามเดือน ด้วยอาชีพของคุณแพตซึ่งเป็นลูกเรือประจำสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ส จึงเลือกทำเลของบ้านอยู่ใกล้สนามบิน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มากและลดสภาวะความเครียดจากรถติด “แม้จะย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงาน แต่เราก็ไม่อยากให้ใกล้เกินไปเพราะเสียงดังและตอนนั้นลูกก็ยังเล็ก เราอยากอยู่ที่ที่ห่างไกลความเจริญหน่อย ที่สำคัญไม่ต้องอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าแล้ว” ฉันยิ้มเห็นด้วยแบบเต็มที่เมื่อคุณแพตบอกว่า “ครอบครัวเราชอบเดิน ตลาด ชอบตลาดสด ชอบอะไรเรียบง่ายธรรมดา” สำหรับการทำบ้านหลังนี้ เจ้าของบ้านทั้งสองก็ช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยหลักๆ คุณแพตจะเป็นผู้บอกโจทย์ความต้องการ ส่วนคุณอูฐเป็นผู้ออกแบบและสานฝัน […]

กรอบ(ภาย)นอก สุข(ภาย)ใน

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมและทีมงานนิตยสารบ้านและสวนมีโอกาสขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวที่จังหวัดเชียงใหม่

Green’s Home บ้านเรียบ แต่ร่มเย็น ของคุณเขียว

          กว่าสิบปีมาแล้วที่ คุณเขียว – มรกต และ คุณยุ้ย – ปิยรัตน์ ยศธำรง บ่มเพาะความรักให้งอกงามเรื่อยมา ตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนถึงเรียนจบก็มาประกอบธุรกิจผลิตของใช้ในสำนักงานส่งออกต่างประเทศร่วมกันภายใต้แบรนด์ ARS D-SINE โดยสินค้าส่วนใหญ่ผลิตจากเครื่องหนังและผ้าพื้นเมืองในสไตล์โมเดิร์นเรียบเท่ กระทั่งตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ทั้งสองจึงเริ่มมองหาสถานที่สำหรับสร้างครอบครัว และในที่สุดก็เลือกซื้อที่ดินที่มีสวนลำไยล้อมรอบในหมู่บ้านเล็กๆ แถบอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเดิม จากนั้นจึงเริ่มลงมือสร้างบ้านขนาด 200 ตารางวาในสไตล์โมเดิร์นลอฟต์แบบญี่ปุ่น ซึ่งเป็นความชื่นชอบของทั้งคุณเขียวและคุณยุ้ย           “เราสองคนมีรสนิยมคล้ายกัน คือชอบอะไรที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม หรือสไตล์การตกแต่ง แม้แต่ธุรกิจของเรายังส่งสินค้าไปญี่ปุ่นเลย (หัวเราะ) พอทำบ้านหลังนี้เราเลยนำแนวคิดแบบเซนที่ว่า ‘น้อยแต่เข้าถึงแก่น’ มาประยุกต์ กล่าวคือวางของตกแต่งไม่ต้องมากชิ้น และทุกชิ้นเราได้ใช้งานจริง รวมถึงการใช้รูปทรงเรขาคณิตแบบง่ายๆ การโชว์พื้นผิววัสดุ การนำแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน           “ผมชอบบ้านเรียบๆ แบบนี้ […]

ทุ่งนา ท้องฟ้า กับบ้านที่ไม่ได้ทาสี

          บ้านเดี่ยวชั้นเดียวรูปทรงออกจะแปลกตาหลังนี้ (เมื่อเทียบกับบ้านในละแวกใกล้เคียง) ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ออน ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ออกไปประมาณ 30 นาที คุณสุกัญญา โชติสุกานต์ เจ้าของบ้าน เริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า           “ก่อนจะมาซื้อที่ดินที่นี่ หน้าที่การงานก็ก้าวหน้าไปด้วยดี (ระดับหัวหน้าฝ่ายออกแบบของบริษัทผลิตจานชามส่งออกต่างประเทศเลยทีเดียว) แต่กลับรู้สึกเบื่อ เลยหาโอกาสขับรถมาเที่ยวเชียงใหม่ ขับออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ จนถึงอำเภอแม่ออนก็ลัดเลี้ยวไปตามถนนเท่าที่รถจะพาเข้าไปได้ จนมาเจอถนนนี้ ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามมาก มีทุ่งนา ภูเขา ขับรถวนไปวนมาก็มาชอบที่ดินตรงนี้           “เราลงไปคุยกับชาวบ้าน พอเขารู้ว่าเราชอบและอยากได้ที่ดินผืนนี้ ก็บอกขายทันที จึงตัดสินใจซื้อภายในวันเดียว คือเขาคงกลัวว่าเราจะเปลี่ยนใจกระมัง จากนั้นก็โทร.ไปบอกเพื่อนที่ทำงานว่าจะลาออกไปสร้างบ้านอผืนนายู่ที่เชียงใหม่เพื่อนยังคิดว่าพูดเล่นเลย”           พื้นที่ห้าไร่มีขนาดเล็กลงไปถนัดตาเมื่ออยู่ท่ามกลางผืนนาและทิวเขาที่เรียงสลับกันอยู่เบื้องหน้าบ้าน ตัวบ้านมีลักษณะคล้ายบ้านแฝด มีสองเรือนเชื่อมกัน และทำหลังคาแบบเพิงหมาแหงนหันเข้าหากัน เรือนใหญ่ซึ่งมีความยาวกว่าและมีหลังคาสูงกว่าจะมีประตูเข้าบ้านอยู่ด้านข้าง จัดเป็นพื้นที่ของ ห้องครัว ห้องน้ำ และส่วนอเนกประสงค์ ซึ่งมีโต๊ะทำงานเล็กๆ กับโซฟาหนึ่งตัว […]

สร้างจากความประทับใจ

          นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับพักอาศัยแล้ว บ้านยังสะท้อนตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี เราจึงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ”บ้านมีชีวิตŽ” นั่นเพราะภายในบ้านมักเต็มไปด้วย เรื่องราวความประทับใจของผู้เป็นเจ้าของซึ่งแฝงไว้ในทุกอณูของบ้าน บ้านสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนหลังนี้ก็เช่นกัน Mr. David  Freidberg เจ้าของบ้านฝ่ายชายเริ่มเล่าเรื่องให้ฟังว่า           “ผมเป็นคนอเมริกัน แต่มาอยู่เมืองไทยได้สิบกว่าปีแล้ว เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญาและศาสนาที่มหาวิทยาลัยของสงฆ์ จึงคุ้นเคยกับคนไทยและเมืองไทยดี รู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง เพราะความเรียบง่าย สุขสบาย และสงบ เลยคิดว่าอยากจะใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย จึงตัดสินใจสร้างบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ เนื่องจากมีธรรมชาติสวยงาม แค่ออกมานอกเมืองก็จะพบวิถีชีวิตชนบท มีต้นไม้ร่มรื่น ผู้คนเป็นมิตร           “บ้านหลังนี้มีผมกับภรรยาอยู่กันแค่สองคน เลยคิดว่าไม่ต้องการบ้านหลังใหญ่แค่ชั้นเดียวก็พอ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 350 ตารางเมตร สิ่งที่เราต้องการก็คือ บ้านต้องเย็นสบาย โปร่ง และเป็นส่วนตัว อีกอย่างคือ ผมชอบปลูกต้นไม้ จึงอยากให้มีสวนตาม จุดต่างๆ ของบ้านŽ”     […]

ปั้นหยากับเพิงหมาแหงน

          หลังคาแบบเพิงหมาแหงนอาจพบเห็นได้บ่อยในบ้านทรงโมเดิร์นทรอปิคัล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนอกจากรูปทรงที่เรียบง่ายสวยงามแล้ว ยังมีรูปแบบสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศแบบเมืองร้อนของบ้านเรา เพราะด้านหนึ่งใช้รับลม อีกด้านหนึ่งใช้บังแดด การระบายน้ำฝนก็ดีไม่แพ้หลังคาแบบอื่นๆ รอยต่อก็น้อยกว่า ลดปัญหาน้ำรั่วซึมได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นบ้านตากอากาศแบบไทยๆ อย่างไรก็ขอมีหลังคาแบบไทยๆ อย่างปั้นหยาไว้ด้วย เหมือนเช่นบ้านหลังนี้           คุณรุ่ง สุจินันท์กุล สถาปนิกเล่าว่า “บ้านหลังนี้ต่างจากบ้านหลังอื่นๆ ในจังหวัดภูเก็ตตรงที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาซึ่งแวดล้อมด้วยต้นไม้ เจ้าของเป็นครอบครัวชาวต่างชาติซึ่งชื่นชอบธรรมชาติของที่นี่ จึงอยากได้พื้นที่นอกบ้านเยอะๆ สำหรับนั่งรับลมชมวิวและจัดปาร์ตี้รับรองแขก”           สิ่งแรกที่เรารู้สึกเมื่อได้เห็นบ้านหลังนี้คือ ความผสมผสานระหว่างความทันสมัยกับความสบายแบบไทยๆ อาจเป็นเพราะหลังคาเพิงหมาแหงนและปั้นหยากระมัง ตัวบ้านมีรูปแบบผสมผสานระหว่างโมเดิร์นทรอปิคัลกับไทยร่วมสมัย เป็นบ้านชั้นเดียวขนาด 400 ตารางเมตร โดยออกแบบผังบ้านเป็นรูปตัวยู (U) แบ่งเป็นสองเรือน คือ เรือนรับรองและเรือนพักผ่อน มีศาลาทางเดินเป็นตัวเชื่อมเรือนทั้งสองไว้ด้วยกัน เรือนรับรองออกแบบหลังคาเป็นทรงปั้นหยาจัดเป็นส่วนแพนทรี่ ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนรับแขก ด้านในสุดเป็นห้องนอนแขกพร้อมห้องน้ำในตัว           ส่วนเรือนพักผ่อนซึ่งออกแบบหลังคาเป็นแบบเพิงหมาแหงนมีเพดานสูงโปร่ง จัดเป็นห้องนอนใหญ่ […]

หนึ่งห้องนอนกลางทุ่งนา

          หลังจากออกแบบบ้านและอาคารอื่นๆ มาแล้วมากมาย เมื่อถึงคราวต้องออกแบบบ้านของตัวเองบ้าง คุณสุริยา เสาร์หมื่น สถาปนิกลูกล้านนาโดยกำเนิด ผู้มีพื้นเพอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ กลับต้องคิดให้มากยิ่งกว่าการออกแบบให้ผู้อื่น            “หลายคนติดภาพจากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวีซึ่งผมออกแบบเป็นสไตล์ล้านนา เลยพลอยคิดว่าผมทำเป็นแต่สไตล์นี้เท่านั้นจริงๆ แล้วนั่นเป็นเพียงโอกาสหนึ่งที่ทำให้เราได้ทำงานตรงนั้น และก็กลายเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้ผมอยากจะเลี่ยงงานแบบนั้นเมื่อทำบ้านของตัวเอง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แต่ผมอยากได้บ้านที่เป็นบ้านของผมเอง”           นอกจากออกแบบบ้านให้ตัวเองแล้ว คุณสุริยายังต้องทำเผื่อเพื่อนอีกสามคนด้วย เพราะทั้งสี่คนร่วมกันซื้อที่ดินผืนหนึ่งกลางทุ่งนาในเขตอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และแบ่งสร้างเป็นบ้าน 4 หลัง อีกส่วนหนึ่งสร้างเป็นโรงแรมขนาดเล็กชื่อว่า “at Villa Sansai” (เพิ่งลงในคอลัมน์ “นอกบ้าน”ฉบับเดือนมีนาคม 2551) โดยออกแบบสิ่งก่อสร้างทั้งหมดให้กลมกลืนกันบ้านทั้งสี่หลังเป็นบ้านชั้นเดียว มีขนาดและรูปทรงภายนอกใกล้เคียงกันส่วนภายในจะแตกต่างกันไปตามบุคลิกของเจ้าของบ้านแต่ละคน           “ผมออกแบบบ้านหลังนี้โดยเริ่มต้นจากการคิดถึงพื้นที่ภายในก่อน เพราะมีประสบการณ์จากบ้านหลังเดิมที่กั้นแต่ละส่วนเป็นห้องเล็กๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ในกล่อง ผมอยากให้พื้นที่เกือบทุกส่วนในบ้านหลังนี้เปิดถึงกัน ดังนั้นจึงออกแบบให้พื้นห้องมีระดับต่างกัน เพื่อเป็นการแยกสัดส่วนแทนการทำกำแพง จึงรู้สึกเหมือนว่าทั้งบ้านมีห้องเดียว” […]

บ้านและบึง

          “บ้าน” ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความรักของคนที่อยู่อาศัยด้วย บ้านหลังนี้แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง14 ปีแล้ว แต่สภาพตัวอาคารยังใหม่เอี่ยมเหมือนเมื่อวันที่สร้างเสร็จสมบูรณ์สะท้อนให้เห็นถึงความรักและความเอาใจใส่ของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี             บ้านชั้นเดียวหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอย 300 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนเนินกลางนาข้าวที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โอบล้อมด้วยบึงขนาดใหญ่คุณโทมัส เอช.เอฟ. และคุณอรอนงค์ ไรแมนน์ สามีภรรยาเจ้าของบ้านรอต้อนรับอยู่ที่หน้าบ้าน พร้อมบอกเล่าความเป็นมาของบ้านและสวนแห่งนี้ให้ฟังว่า           “เมื่อสิบหกปีก่อนที่นี่มีแต่ต้นลำไย ผมกับภรรยามาซื้อที่ดินตรงนี้และเริ่มปรับที่ดินโดยขุดบึงแล้วนำดินที่ได้มาทำเนิน จากนั้นก็ปลูกศาลาริมน้ำและทำบ้านรับรองหลังเล็ก สำหรับเป็นที่พักตอนทำเรือนหลังใหญ่ ใช้เวลาอยู่ที่บ้านหลังนั้นถึงสองปีเรือนหลังใหญ่จึงเสร็จ โดยผมเป็นคนออกแบบบ้านและคัดเลือกวัสดุเอง ใช้ช่างพื้นถิ่นทั้งหมด 8 คนค่อยๆ ทำ ค่อยๆ สร้างกันไป           “ต้นไม้ทุกต้นในสวนผมก็เป็นคนลงมือปลูก จึงจำได้ดีว่าอะไรอยู่ตรงไหน และตอนนี้มีสภาพเป็นอย่างไร           “สิ่งสำคัญของบ้านหลังนี้ก็คือบึงน้ำ เพราะผมเกิดในราศีมีน […]

ย้ายลงมาจากสวรรค์

การที่ผมย้ายลงมาทำให้ใกล้ชิดกับแม่มากขึ้น เวลาอยู่ในห้องนอนก็มองเห็นแม่ได้

รับรองว่า สวยแน่

          รั้วก่ออิฐฉาบปูนแบบหยาบๆ ทาสีเหลืองสูงประมาณระดับศีรษะ มีซุ้มประตูไม้เก่าคลุมด้วยหลังคาสีแดงบอกถึงทางเข้าสู่พื้นที่ภายใน แต่ไม่อาจบอกได้ว่าตัวบ้านที่อยู่ด้านหลังประตูดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นเช่นไร คงเห็นแต่หลังคาของบ้านที่มุงกระเบื้องสีแดงเช่นเดียวกับซุ้มประตูด้านหน้าเท่านั้น กระทั่งเราเดินเข้าไปภายในก็พบว่า เป็นบ้านชั้นเดียวหลายหลังปลูกห่างกัน ภายนอกทาสีเหลืองเช่นเดียวกับรั้ว โดยเรียงตัวเรือนเป็นรูปสี่เหลี่ยม?เว้นพื้นที่ตรงกลางเป็นสวน ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณไร่ครึ่ง คุณชนิตว์นันท์ แสนโกสิน สถาปนิกและเจ้าของบ้านซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่หลังนี้ เล่าว่า           “นำแนวคิดจากบ้านไทยในอดีตมาใช้กับบ้านพักผ่อนหลังนี้ กล่าวคือ เราแยกพื้นที่ใช้สอยออกเป็นหลังๆ เช่น เรือนรับประทานอาหาร เรือนรับแขกเรือนนอน ทุกเรือนเรียงล้อมรอบสวน แต่ตัวเรือนไม่ใช่แบบเรือนไทย เป็นบ้านธรรมดาๆ ขนาด 5*10 เมตร ลักษณะเหมือนเป็นกล่องมีหลังคา           “ผมสเก็ตช์ดีไซน์คร่าวๆ แล้วให้ลูกน้องช่วยเขียนแบบให้ คิดไว้ว่าอยากได้บ้านง่ายๆ ธรรมดาๆ เพราะเราต้องทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถมาควบคุมดูแลการสร้างบ้านได้ใกล้ชิดตลอดเวลา จึงต้องออกแบบบ้านให้มีปัญหาน้อยที่สุดเพื่อให้ช่างทำงานได้ง่ายขึ้น บ้านหลังนี้ไม่จำเป็นต้องเรียบร้อยหมดจดออกจะดูค่อนข้างดิบๆ หยาบๆ ด้วย แต่ก็ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติไปอีกแบบ ปูนจะปูด หรือไม้จะดูเก่า ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์นะ เราไม่เครียดกับมันมาก เพราะนี่คือบ้านที่มีไว้พักผ่อน […]

เฮือนอีสาน บ่ลืมกำพืด

          “เอ้กอี๊เอ้กเอ้ก” เป็นเสียงแรกจากธรรมชาติที่ทักทายทีมงาน “บ้านและสวน” หลังจากรถตู้พาเลาะถนน เล็กๆ มาจนถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม บ้านเกิดเมืองนอนของ คุณสมบัติ – คุณนพดล ทองไกรรัตน์ (ลูกชายคนเล็ก) และ คุณสว่าง แซ่ตัง (น้องสาวคุณสมบัติ) นอกจากจะเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันแห่งนี้แล้ว ยังเป็นเจ้าของเฮือนอีสานที่เรากำลังจะพาคุณผู้อ่านไปชมด้วยค่ะ            ที่ดินที่ปลูกบ้านหลังนี้เป็นพื้นที่ดอนซึ่งเป็นนากุ้งก้ามกราม (คุณสมบัติเคยประกอบธุรกิจเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมาก่อน) สาเหตุที่คุณสมบัติเลือกที่ผืนนี้เพราะมีกลุ่มต้นไม้ใหญ่ขึ้นรวมกันอยู่ และต้นที่ถือเป็นพระเอกคือทองกวาว การออกแบบบ้านจึงเริ่มต้นขึ้น ซึ่งผู้ที่เจ้าของบ้านมอบหมายให้รับผิดชอบคือสถาปนิกสองสามีภรรยา อาจารย์อานัติ วัฒเนสก์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคุณวรจันทร์ วัฒเนสก์ โดยกำหนดความต้องการไปว่าอยากได้บ้านที่โอบล้อมต้นทองกวาว           ผู้ออกแบบจึงได้นำรูปแบบของเรือนไทยอีสานมาประยุกต์ทำเป็นบ้านชั้นเดียว มีใต้ถุนสูง โครงสร้าง หลักเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบสี และเนื่องจากภาคอีสานมีแดดค่อนข้างจัดจึงออกแบบชายคาให้ต่ำ เพื่อช่วยบังแสงแดดไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านได้โดยตรง นอกจากนี้ยังนำลักษณะเด่นของเรือนอีสานอย่างการทำหน้าจั่วตีเกล็ดไม้เป็นรูปดวงอาทิตย์มาใช้ แต่ลดทอนรายละเอียดลงบ้าง กลายเป็นส่วนตกแต่งโครงหลังคาที่ดูสวยงาม   […]

ความเป็นส่วนตัวที่ไม่ปรุงแต่ง

          ทุกคนต้องการความเป็นส่วนตัว แต่สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวซึ่งมีพ่อ แม่ และลูกความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนจึงคล้ายกับวงกลมสามวงที่ซ้อนทับกันอยู่ ความสุขที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับนั้น มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับวิถีการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัว           ครอบครัวจันทรคณา เป็นครอบครัวขนาดกลาง ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกชาย 2 คน และเป็น ครอบครัวหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่ส่วนตัวร่วมกับการใช้พื้นที่ส่วนกลางของบ้าน หลังจากใช้เวลานานพอสมควรในการพูดคุยกับสถาปนิกหลายๆ คน ในที่สุดก็ได้พบ คุณเต้อ – นันทพงศ์ ยินดีคุณ สถาปนิกอิสระผู้ออกแบบและดูแลการก่อสร้างบ้านหลังที่สามของครอบครัวนี้ให้ใกล้เคียงกับความต้องการของเจ้าของบ้านมากที่สุด           จากประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครในบ้านหลังที่หนึ่งและหลังที่สองที่เจ้าของบ้านบอกว่า “บางทีไม่พร้อมจะรับแขก อย่างแขกของลูกมาก็ต้องเดินตัดผ่านพื้นที่ส่วนตัว หรือบางส่วนต้องใช้งานร่วมกันมีความรู้สึกว่าไม่สะดวก บางทีอยากอยู่เงียบๆ แต่ทำไม่ได้” ประกอบกับความวุ่นวายของชีวิตในเมือง ทำให้           เจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกมาปลูกบ้านอีกหลังที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในเขตปริมณฑล เจ้าของบ้านบอกเหตุผลที่เลือกที่นี่ว่า “อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่ดี ปลูกอะไรก็ขึ้น อาหารอุดมสมบูรณ์ เดินทาง […]

หีบเก็บความทรงจำ

          หลังเกษียณอายุราชการจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสวีเดนเมื่อสี่ปีก่อน คุณปกศักดิ์ นิลอุบล และครอบครัวก็ตั้งใจใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่บ้านไม้สีเหลืองอ่อนทรงสวีเดนในสนามกอล์ฟกรีนวัลเลย์ จังหวัดเชียงใหม่            “ผมชอบอากาศเย็นๆ แบบประเทศสวีเดน?เพราะทำงานที่นั่นหลายปี รวมถึงชอบศิลปะและงานสถาปัตยกรรมของเขาด้วย พอกลับมาเมืองไทยจึงย้ายครอบครัวจากกรุงเทพฯมาปลูกบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ครับ เมื่อนำของสะสมจากการเดินทางมาจัดวางดีๆก็ช่วยทำให้บ้านหลังนี้ดูอบอุ่นและมีเรื่องราวมากขึ้น ไม่ต่างจากหีบเก็บความทรงจำเลย”           บ้านไม้สองหลังในรั้วเดียวกันบนพื้นที่ขนาด 350 ตารางเมตร ออกแบบโดย Mr.Lenmart Larsson สถาปนิกชาวสวีเดนซึ่งเจ้าของบ้านประทับใจในผลงาน บ้านหลังใหญ่มีสองชั้น ประกอบด้วยห้องนอนใหญ่ ห้องนอนแขก ห้องอาหารใหญ่สำหรับเลี้ยงรับรองแขกอย่างเป็นทางการ และห้องครัวที่แยกเป็นสัดส่วนระหว่างครัวไทยกับครัวฝรั่งส่วนบ้านหลังเล็กมีชั้นเดียวเป็นของคุณพ่อคุณแม่ภรรยา           ทั้งสองหลังใช้รูปแบบงานสถาปัตยกรรมสวีเดนแบบดั้งเดิม ทั้งโครงสร้างภายนอกที่ใช้การประกอบฝาบ้านตามแนวตั้ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบ้านไม้สไตล์โคโลเนียล และเนื่องจากภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดปีของประเทศสวีเดน ทำให้ผู้คนไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน การสร้างบรรยากาศในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ ชาวสวีเดนจึงใช้สีสันในการตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทาสีผนัง?การใช้ของตกแต่งบ้านที่มีสีสันฉูดฉาด?การตกแต่งผนังด้วยวอลล์เปเปอร์ เพราะให้ความรู้สึกที่สดและสวยงามกว่า           ส่วนของตกแต่งบ้านส่วนใหญ่เป็นของสะสมที่ได้จากการเดินทางท่องเที่ยวและเมื่อครั้งที่เจ้าของบ้านทำงานในต่างประเทศ ส่วนมากได้จากประเทศสวีเดน ซึ่งมีทั้งม้าไม้ […]

สีสัน สำราญใจ

          บ้านชั้นเดียวสีเหลืองสดใสขนาดกะทัดรัดในโครงการจัดสรร ณ จังหวัดเชียงใหม่หลังนี้เกิดจากไอเดียของ คุณแหม่ม – เจษฎาหิรัญรังสฤษฏ์ และ คุณโก้ – จักรา ชินพงศ์ เจ้าของร้านอาหารดัง Cafe, de Nimmarn ซึ่งช่วยกันลงมือตกแต่งด้วยตัวเอง แม้แต่สูตรอาหารอร่อยๆ ก็คิดค้นลองปรุงจากครัวในบ้านหลังนี้เช่นกัน ลองตามมาดูความรักและความใส่ใจของพวกเขาที่มีต่อบ้านหลังนี้กันดีกว่า            เมื่อก้าวข้ามประตูรั้วจะพบเฉลียงหน้าบ้านซึ่งเหมาะจะจัดเป็นมุมรับประทานอาหารเช้าหรือจิบน้ำชายามบ่ายเป็นอย่างยิ่ง เพราะมองเห็นภาพสวยๆ ของดอกไม้ใบไม้จากในสวน จากส่วนนี้ผ่านประตูเฉลียงเข้าไปอีก ภาพที่เห็นคือสีสันหลากหลายจากภาพวาด แจกันดอกไม้กระถางไม้ประดับ หมอนอิง และของตกแต่ง ซึ่งรวมกันอยู่ในห้องโถงใหญ่ แบ่งเป็นมุมรับแขก มุมนั่งเล่น มุมทำงาน มุมวาดรูป ส่วน ห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็กกับห้องน้ำอยู่ถัดจากโถงใหญ่นี้เข้าไป แบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนด้วยการยกระดับพื้นเตี้ยๆ แม้เป็นบ้านชั้นเดียวแต่การเล่นระดับแบบนี้ก็ทำให้บ้านดูกว้างขวางขึ้น คุณโก้เล่าถึงการปรับปรุงบ้านหลังนี้ว่า           “เมื่อเราย้ายเข้ามาอยู่ได้จัดวางแปลนและพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของเรา ไม่ได้ใช้แปลนเดิมที่โครงการออกแบบมาให้ อย่างที่จอดรถในบ้านเราเปลี่ยนเป็นครัวไทยซึ่งอยู่ด้านนอก ระบายอากาศได้ดีและกว้างขวางกว่าครัวของเดิม?ส่วนเครื่องใช้ต่างๆ ในครัวเช่น […]

ข้อจำกัดของพื้นที่ อิสระภายในกรอบ

          ความพิเศษของบ้าน ครอบครัวธิติชน หลังนี้อยู่ที่ข้อจำกัดในการออกแบบ อาจารย์ศรีศักดิ์พัฒนวศิน อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นผู้ออกแบบบ้านหลังนี้ บอกกับเราว่า ตอนรับหน้าที่ออกแบบ ส่วนฐานรากของบ้านได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าของบ้านต้องการเปลี่ยนแบบแปลนใหม่ทั้งหมด โดยไม่ให้กระทบพื้นที่ใช้สอยภายในและตำแหน่งฐานรากเดิมที่มีอยู่ นี่จึงถือเป็นงานที่ยากและท้าทายความสามารถ            นอกจากข้อจำกัดดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่องของงบประมาณการก่อสร้างที่ตายตัว และต้องใช้วัตถุดิบที่มีอยู่แล้วไม่ให้เสียเปล่า อาจารย์ศรีศักดิ์จึงปรับผังบ้านเป็นรูปตัวยู (U) ส่วนที่ว่างตรงโถงกลางบ้านเปิดพื้นที่โล่งต่อเนื่องถึงกันตลอดสามชั้น ช่วยให้บ้านดูกว้างขวางขึ้นและไม่อุดอู้เหมือนบ้านตึกทั่วไป แถมยังเพิ่มอากาศถ่ายเทด้วยการติดบานเลื่อนกระจกใสโดยรอบ?ให้ลมธรรมชาติผ่านเข้า – ออกได้ พร้อมให้ความสำคัญกับการแทรกสวนขนาดเล็กไว้ตรงพื้นที่ด้านข้างของบ้าน เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างภายนอกกับภายในบ้าน           แม้บ้านหลังนี้จะมีขนาดที่ดินเพียง 63 ตารางวา แต่ออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้อย่างคุ้มค่าโดยชั้นล่างแบ่งเป็นส่วนรับแขก ซึ่งเป็นไฮไลท์ของบ้านที่ฝ้าเพดานสูงโปร่งถึง 6 เมตร พร้อมวางชุดโซฟาสีสดที่ดึงให้แขกอยากเข้ามาสัมผัสความสบายภายในบ้าน ถัดไปเป็นส่วนรับประทานอาหารและแพนทรี่ นอกจากนี้ยังเพิ่มจุดเด่นเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ที่มุมใต้บันได?ส่วนชั้นสองและชั้นสามเป็นส่วนห้องนอนจำนวน 3 ห้อง พร้อมส่วนพักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว           สำหรับวัสดุที่ใช้ทั้งภายนอกและภายในบ้านก็เป็นวัสดุสมัยใหม่อย่างปูนเปลือย […]

น้อยๆ…แค่นี้ก็เพียงพอ

สิ่งเล็กๆ ของความเป็นโมเดิร์นยังแฝงอยู่ ทำให้เห็นความสวยงามในอีกแง่มุมหนึ่งของการตัดทอนส่วนเกิน ทั้งในส่วนโครงสร้างและการตกแต่งที่ไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินพอดี