จัดมุมทำงานในบ้านตามไลฟ์สไตล์

นอกจากการใช้ชีวิตในบ้านตามปกติแล้ว คุณพ่อบ้านแม่บ้านบางคนก็ยังต้องทำงานนอกบ้าน บางครั้งต้องหอบงานมาทำต่อที่บ้าน ในขณะที่หลายคนอาจเป็นฟรีแลนซ์ ใช้บ้านเป็นที่ทำงาน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ควรออกแบบมุมทำงานไว้ในบ้านให้เหมาะสม การจัดมุมทำงาน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และลักษณะการทำงาน โดยทั่วไปมีวิธีจัดการพื้นที่ 3 แบบคือ I-Shape เป็นมุมทำงานที่ใช้พื้นที่น้อยที่สุด ถ้างานที่ใช้สมาธิควรวางหันเข้าหาผนัง ถ้าชอบมุมมองโล่งๆ หรือใช้นั่งคุยงาน ก็วางด้านข้างชิดผนังหรือวางโต๊ะกลางห้อง L-Shape เป็นมุมทำงานที่มีอุปกรณ์ใช้งานค่อนข้างมาก เช่น คอมพิวเตอร์ พริ้นเตอร์ และสแกนเนอร์ ใช้วิธีวางทำงานกับโต๊ะ/ตู้วางอุปกรณ์ไว้ด้านหนึ่ง U-Shape เหมาะกับคนที่ทำงานอยู่กับบ้านและต้องการพื้นที่ทำงานกว้าง หรือมีคนมาติดต่ออยู่เสมอ โดยจัดวางพื้นที่ทำงานหรือโต๊ะทำงานให้หันหน้าออก เพื่อให้คนที่เข้ามาติดต่อเข้าพบได้สะดวก ด้านหลังและด้านข้างจัดวางอุปกรณ์และเก็บเอกสารต่างๆ มาดูตัวอย่างการจัดมุมทำงานแบบต่างๆ กัน Life Style 1 : ฉันทำงานอิสระ อยากใช้บ้านเป็นกองบัญชาการเล็กๆ คนที่ใช้บ้านเป็นทำงานแบบจริงจัง ควรแยกพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่บ้าน เพื่อให้เกิดสมาธิ ทำงานได้สะดวก และเป็นสัดส่วน สมาชิกในบ้านหรือผู้มาติดต่อจะได้ไม่รบกวนกัน ทำให้ได้ภาพของความเป็นมืออาชีพ น่าเชื่อถือ 01 มุมพักคอย ปรับมุมหน้าบ้านเป็นที่นั่งพักผ่อนและใช้เป็นมุมพักคอยแบบสบายๆ 02 โถงทางเข้า เป็นส่วนที่แยกที่ทำงานและที่พักอาศัยให้เป็นสัดส่วน 03 ห้องอเนกประสงค์ […]

เตรียมบ้าน สร้างสุขให้คุณตาคุณยาย

พูดกันบ่อยๆ ว่า ในราวๆ 10-20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หมายความว่า สังคมหรือประเทศของเราจะมีจำนวนผู้สูงวัยมากกว่าคนในวัยอื่นๆ ซึ่งมีผลในด้านเศรษฐกิจและสังคมหลายประการ คิดว่าหลายคนคงได้อ่านบทวิเคราะห์ต่างๆ กันมาเยอะแล้ว เมื่อในบ้านมีผู้สูงอายุ( รวมถึงผู้ทุพพลภาพ) การจัดสรรพื้นที่ต่างๆ ให้เหมาะสมและถูกวิธี จะช่วยให้สมาชิกทุกวัยในบ้านอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเตรียมการมีอะไรบ้าง มาดูกัน ทางเดินและพื้นที่ใช้งาน บางครั้งคุณตาคุณยายอาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินหรือรถเข็น จึงควรออกแบบทางเดินและพื้นที่ต่างๆ ให้เข้าถึงได้และปลอดภัย ระยะของรถเข็นและทางเดิน ที่จอดรถ ที่สะดวกสำหรับรถเข็นควรกว้างอย่างน้อย 2.40 x 6 เมตร และมีที่ว่างด้านข้างที่จอดรถอย่างน้อย 1 เมตรสำหรับเข็นรถ ทางลาด ควรทำให้ลาดชันอย่างน้อย 1:12 เช่น พื้นสูง 1 เมตร ทางลาดควรยาว 12 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นสามารถเข็นรถขึ้นลงเองได้ ปูพื้นด้วยวัสดุที่ไม่ลื่น เช่น ทรายล้าง กระเบื้องชนิดผิวหยาบ และทำราวกันตกทั้งสองข้าง ถ้ามีร่องหรือรางน้ำควรทำตะแกรงปิดให้พื้นเสมอกัน บันได ใช้วัสดุปูพื้นที่ไม่ลื่น อาจทำสีที่จมูกบันได เพื่อให้มองเห็นระดับที่แตกต่างกันได้ชัดเจน มีราวจับทั้งสองข้าง คุณตาคุณยายเป็นผู้พิการทางการได้ยิน […]

หญ้า ไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่คิด

แต่ก่อนนี้ เวลาที่นั่งรถไปนอกๆ เมือง เราจะพบทุ่งรกร้างตามริมทาง ที่มีต้นหญ้าขึ้นปกคลุมมากมาย มาวันนี้เมืองขยายตัวออกไปมาก พื้นที่รกร้างกลายเป็นตึกรามบ้านเรือน ต้นหญ้า ดอกหญ้า หรือวัชพืชที่เคยชูช่อก็เริ่มหายไป หากคุณเคยเป็นเด็กที่วิ่งเล่นตามร่องสวน หรือสนามหญ้าเล็กๆ ที่โรงเรียน คุณต้องเคยเก็บหญ้าหงอนไก่มาตีกัน หรือมีเมล็ดหญ้าเจ้าชู้ติดตามเสื้อผ้า และอาจเคยเดินผ่านดงต้นสาบเสือ ซึ่งมีกลิ่นฉุน เมื่อเอ่ยคำว่า “หญ้า” เราก็มักให้คำจำกัดความว่าเป็นต้นไม้ไร้ค่า ที่ขึ้นรกเรื้อในพื้นที่ว่างเปล่า หรือแปลงเพาะปลูกพืชผลต่างๆ ซึ่งจริงๆ ควรเรียก “วัชพืช” มากกว่า เพราะในทางพฤกษศาสตร์ให้คำจำกัดความของ “หญ้า” ว่าหมายถึง พืชวงศ์หญ้าหรือวงศ์ Poaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับข้าวและไผ่  หลายคนรู้จักหญ้าหลายชนิดนิยมใช้ในการจัดสวน เช่น หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย หรือแม้แต่หญ้าแพรก ที่เราใส่ไว้ในพานไหว้ครู ส่วนหญ้าอื่นๆ เช่น หญ้าคา หญ้าเจ้าชู้ เรามักจะคิดว่าไม่มีประโยชน์ ดังนั้น  “วัชพืช” หรือหญ้าในความหมายของคนทั่วไป จึงประกอบด้วยพืชหลายวงศ์ด้วยกัน อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า คนทั่วไปมองว่า หญ้าหรือวัชพืช เป็นพืชไร้ค่า จนมีคำเปรียบเปรยว่า “รกคนดีกว่ารกหญ้า”  ที่คนทั่วไปคิดเช่นนั้นก็เพราะไม่มีความรู้ในเรื่องหญ้าหรือวัชพืชดีพอ ความจริงแล้ว หญ้าหลายชนิดที่เราคิดว่าไร้ค่านั้น เป็นอาหารทั้งคนและสัตว์ เช่น […]

ฝนตกแล้ว มาดูแลสวนกัน

ระยะนี้ฝนตกบ่อย แม้แต่คนก็ยังเตือนกันให้ระวังเป็นหวัด เป็นไข้ แต่ต้นไม้คงจะดีใจที่ฝนตกเสียที เพราะแห้งเหี่ยวคอยฝนมาก็หลายเดือน สำหรับคนเมือง ฝนอาจเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่เราไม่อยากได้เท่าไร เพราะนอกจากเปียกแล้ว รถก็ติด น้ำก็ขังรอการระบาย ไปไหนมาไหนไม่สะดวกสบาย คนที่มีสวนน้อยๆ ที่ริมระเบียง หรือสวนกว้างๆ ในบริเวณบ้าน สิ่งที่ควรทำหลังฝนตกคืออะไรบ้าง †สำรวจต้นไม้ในสวน โดยเฉพาะในวันที่ฝนตก ลมแรง เพราะกิ่งไม้หรือแม้แต่ต้นอาจหักโค่นเป็นอันตรายได้ แต่ที่ถูกต้องแล้วควรตัดแต่งกิ่งตั้งแต่ปลายหน้าร้อนที่ผ่านมา พอฝนมาต้นไม้จะได้แตกยอดอ่อนและเจริญเติบโตต่อไป †หากพบว่าในสวนมีน้ำท่วมขัง ควรตรวจสอบระบบระบายน้ำว่ามีส่วนไหนอุดตันบ้าง และควรเร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด เพราะถ้าฝนตกซ้ำ อาจเปลี่ยนจากน้ำขังมาเป็นน้ำท่วม สร้างความเสียหายให้กับต้นไม้และอาจถึงตัวบ้านได้ เมื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้แล้ว อย่าเพิ่งเดินเข้าไปเหยียบย่ำที่โคนต้นไม้ ซึ่งเป็นบริเวณที่รากแผ่กระจายอยู่ แต่ควรรอให้ดินแห้งก่อนแล้วค่อยสำรวจต้นไม้ ตัดแต่งหรือพรวนดิน †สำหรับคนที่มีสวนกระถางริมระเบียง นอกจากตรวจดูกระถางต้นไม้ว่าล้มบ้างไหมแล้ว ควรดูว่าน้ำขังอยู่ที่ระเบียงหรือไม่ โดยตรวจดูรูระบายน้ำที่พื้นว่ามีสิ่งอุดตันหรือเปล่า อาจดูไปถึงความลาดเทของพื้นว่าลาดไปทางรูระบายน้ำหรือไม่ ถ้าไม่ หลังหมดฝนก็เตรียมปรับปรุงได้ †ตรวจดูในกระถางต้นไม้ว่ามีน้ำขังหรือไม่ ถ้ามีอยู่ก็ควรระบายน้ำออกก่อน น้ำที่ขังอยู่ในกระถางโดยไม่ระบายออกหลังผ่านไปสักชั่วโมง เป็นสัญญาณบอกว่า ดินในกระถางเริ่มแน่น การระบายน้ำและอากาศเริ่มไม่ดีแล้ว ก็ถึงเวลาปรับปรุงดินเสียที †คนที่ปลูกแคคตัสหรือไม้อวบน้ำ ในฤดูฝนเช่นนี้ ควรเก็บเข้าที่ร่ม เพราะแคคตัสเกือบทุกชนิดไม่ชอบน้ำปริมาณมากๆ †กระถางต้นไม้ที่วางหรือแขวนไว้ตามชายคา ก็ควรขยับที่ อย่าให้รับน้ำจากชายคาโดยตรง เพราะต้นอาจเสียหายได้ […]

“สน” ไหม

สำหรับพวกเราที่มีชีวิตอยู่ในเขตร้อน เวลาที่พูดถึง “สน” ก็จะนึกไปถึงต้นไม้ที่มีของตกแต่งสีสวยๆ ประดับประดาสวยงามในวันคริสตมาส หรือไม่ก็นึกถึงต้นไม้รูปทรงปิรามิด ยอดแหลมๆ ที่อยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลน แต่ก็มีไม่น้อยที่อาจคิดไปถึงต้นไม้สูงๆ ใบเป็นเส้นๆ คล้ายเข็มที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมทะเล  “สน” พรรณไม้โบราณ ตามหลักฐานบันทึกไว้ว่า “สน” มีอายุอยู่ในช่วงต้นยุค Permian หรือประมาณ 290-248 ล้านปี หรือก่อนที่ไม้ดอกชนิดต่างๆ จะถือกำเนิดขึ้นบนโลกนี้ โดยจัด”สน” ไว้ในกลุ่มพืช Gymnosperms ซึ่งก็คือ พืชเมล็ดเปลือย หรือไม่มีสิ่งห่อหุ้มไข่ เมื่อเจริญเป็นเมล็ดจึงไม่มีเนื้อแบบผลไม้หรือพืชมีดอกอื่นๆ (ยกเว้นสนสกุล Juniperus) “สน” เป็นไม้ยืนต้น มีอายุหลายปี และเกือบทุกชนิดเขียวสดตลอดปี บางชนิดเปลี่ยนสีในหน้าหนาว มีเพียงไม่กี่ชนิดที่ผลัดใบ ใบสนมีหลายแบบ บางชนิดลดรูปเป็นรูปเข็ม (aristate) รูปลิ่ม (awl-shaped) หรือเป็นเกล็ด (scale-like) และมีอายุยาวนาน บางชนิดติดอยู่บนต้นนาน 15-20 ปี ช่อดอกมีลักษณะเป็นเกล็ดเรียงซ้อนกันเป็นรูปไข่ รูปรีหรือค่อนข้างกลม เมล็ดอยู่ในซอกเกล็ดแต่ละอัน ช่อดอกเพศผู้กับเพศเมียอยู่แยกกัน แต่อาจอยู่บนต้นเดียวกันหรือแยกต้น เนื้อไม้สนมีน้ำยาง เรียกว่า […]

มาดูแลแคคตัสกัน

แคคตัสก็เช่นเดียวกับต้นไม้นานาชนิดที่เราปลูกไว้ในสวน ซึ่งต้องการสภาพที่เหมาะกับการเติบโต อันได้แก่ ดิน น้ำ แสงแดด น้ำ แม้แคคตัสจะทนแล้งได้ดี นานๆ รดน้ำทีก็ยังเติบโตได้ แต่ปัญหาที่เรามักพบบ่อยๆ ในหมู่นักเล่นแคคตัสหน้าใหม่ก็คือ ให้น้ำมากเกินไป ตามปกติแคตตัสต้องการน้ำเฉพาะในช่วงที่กำลังเติบโต ซึ่งก็คือช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง ส่วนช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงพักตัว แคคตัสจะต้องการน้ำน้อยมาก ดังนั้นการรดน้ำในฤดูฝนจึงทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ส่วนในฤดูหนาวก็ให้ลดลง พอถึงช่วงฤดูร้อนจึงค่อยให้น้ำมากขึ้น การลดปริมาณน้ำในช่วงที่แคคตัสพักตัวจะช่วยให้ต้นผลิดอกได้ ดังนั้นเมื่อซื้อแคคตัสแล้วก็ควรถามคนขายว่า ต้นจะพักตัวและออกดอกช่วงไหน จะได้งดให้น้ำในช่วงนั้น  รดน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี การรดน้ำแคคตัสหรือต้นไม้อื่นๆ มีหลักพิจารณาคือ – สถานที่ตั้งกระถางหรือสถานที่ปลูก ให้ดูว่าสถานที่นั้นได้รับแสงมากหรือน้อย ในกรณีที่แดดจัด น้ำในดินหรือวัสดุปลูกจะระเหยได้เร็ว อาจทำให้ต้องรดน้ำบ่อยกว่าบริเวณที่ร่มรำไรหรือต้นที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ประเมินกันว่า ต้นไม้หรือแคตตัสที่ตั้งในในบ้าน น้ำจะระเหยหมดภายใน 5-7 วัน แต่ถ้าตั้งไว้นอกอาคารจะระเหยหมดใน 2-3 วัน –ความโปร่งร่วนของดินหรือวัสดุปลูก ดินที่โปร่ง ร่วนซุยจะระบายน้ำได้ดีกว่าดินที่เหนียว หรืออัดแน่นอยู่ในกระถาง –ขนาดของกระถางหรือภาชนะปลูก ถ้ากระถางใหญ่ใส่ดินหรือวัสดุปลูกมากจะอุ้มความชื้นไว้นานกว่าภาชนะเล็กๆ –ชนิดของภาชนะหรือกระถาง  มีผลต่อการรดน้ำ กระถางดินเผาจะระบายน้ำและอากาศได้ดีกว่า วัสดุปลูกอาจแห้งเร็วกว่ากระถางพลาสติก รดน้ำเมื่อไรดี -ควรรดในช่วงเช้า […]

มาปลูกแคตตัสกันนะ

หลายคนอาจคิดว่าแคคตัสเป็นพืชทะเลทราย น่าจะชอบทรายมากกว่า แต่จริงๆ แล้วแคคตัสก็เหมือนต้นไม้อื่นๆ ที่ต้องการดินหรือวัสดุปลูกที่เหมาะสม นั่นคือ ร่วนซุย โปร่ง เพื่อให้รากแผ่ขยาย ต้นจะได้เจริญเติบโต นอกจากนี้ก็ควรระบายน้ำดี ไม่อุ้มความชื้นไว้จนชื้นแฉะตลอดเวลา เพราะรากของต้นไม้ก็ต้องการอากาศเพื่อหายใจด้วยเช่นกัน วัสดุปลูกที่ใช่  แคคตัสแต่ละชนิดต้องการวัสดุปลูกแตกต่างกัน การผสมวัสดุปลูกให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับนักเล่นแคคตัส หากคุณต้องการเป็นนักเล่นแคคตัสตัวจริงก็ต้องหมั่นสังเกตลักษณะนิสัยของแคคตัสที่ปลูก หาข้อมูลจากนักเล่นรุ่นพี่แล้วลองผสม แต่สำหรับมือใหม่ เรามีวัสดุปลูกมาแนะนำดังนี้ สูตรที่ 1 ดินร่วน 2 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน ถ่านป่น 1 ส่วน ใบไม้ผุหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน สูตรที่ 2 ดินร่วน 1 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ถ่านป่น 1 ส่วน สูตรที่ 3 ดินร่วน 1 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน ถ่านป่น 1 […]

ไปซื้อแคตตัสมาปลูกกันนะ

หลังจากทำความรู้จักกับแคตตัสกันไปบ้างแล้ว คิดว่าหลายคนคงอยากไปหาซื้อมาลองเลี้ยงบ้างแน่ๆ สำหรับมือใหม่ ก่อนไปซื้อ เรามีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ มาฝากกัน อย่างแรกเลยคือ มองหาต้นที่ชอบ ในร้านขายแคคตัสแต่ละแห่งมีต้นแคคตัสให้เลือกมากมายหลายพันธุ์ ทั้งแบบมีหนาม ไม่มีหนาม ต้นเล็ก ต้นใหญ่ สำหรับมือใหม่ เมื่อได้เห็นก็อาจจะรู้สึกว่าต้นนี้ก็ชอบ ต้นนั้นก็ชอบ ขอแนะนำให้ซื้อกระถางเล็กๆ ดูก่อน สักหลายๆ ต้นมาลองเลี้ยงดู ไม้เหล่านี้ค่อนข้างเลี้ยงง่าย เพราะเกิดและเติบโตในบ้านเรา และราคาก็ไม่แพงมาก เมื่อชนิดพันธุ์ที่ชอบแล้ว ก็มาดูรายละอียดของต้น เริ่มจากดูผิวของลำต้นว่าเต่งตึงหรือไม่ สีสันสดใสรึเปล่า รวมทั้งไม่มีรอยแผล รอยตำหนิใดๆ จากนั้นก็ดูที่หนามว่ากระจายตัวสม่ำเสมอและไม่หัก ต้นติดกับวัสดุปลูกในกระถางดี ไม่โยกคลอน ต่อไปก็ดูวัสดุปลูกว่า สะอาดหรือไม่ มีเชื้อรา วัชพืช หรือแมลงหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็แสดงว่าร้านนั้นดูแลต้นไม้มาอย่างดี ทีนี้ก็อยู่ที่เราแล้วว่าจะดูแลดีหรือเปล่า สุดท้ายดูกระเป๋าตังค์ เพราะเราอาจจะเลือกเพลินเกินเงินในกระเป๋าก็ได้ ซื้อที่ไหนได้บ้าง…. ตามปกติตลาดต้นไม้หลายๆ ที่ก็มีขายกันทั่วไป อย่าง ตลาดนัดต้นไม้วันพุธ-พฤหัส และวันเสาร์-อาทิตย์ที่สวนจตุจักร ตลาดนัดสนามหลวง 2 และอีกหลายๆ ที่ สำหรับคนที่ขี้เกียจเดินทาง ก็หาได้จาก website/Facebook […]

รู้จักหน้าค่าตาของแคคตัสกัน

“แคคตัส” เป็นพันธุ์ไม้สกุลหนึ่งที่มีลักษณะหน้าตาต่างจากพันธุ์ไม้อื่นๆ จะว่าดูแปลกประหลาดก็คงได้ แต่นั่นก็คือ สิ่งที่น่าดึงดูดใจคนมากมายให้หลงใหล มาทำรู้จักหน้าตาของแคคตัสกัน ลำต้น แคคตัสเป็นไม้อวบน้ำที่มีรูปทรงตันหลากหลาย ทั้งแบบทรงกลม ทรงกระบอก ไปจนถึงสูงชะลูดคล้ายกระบอง มีทั้งที่ขึ้นเป็นต้นเดียวโดดเดี่ยว ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม หรือแตกกอ เส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นมีตั้งแต่เล็กไม่กี่เซนต์ ไปจนถึงใหญ่เป็นเมตรๆ และอาจเป็นลำสูงใหญ่กว่า 20 เมตร หรือมีลักษณะเป็นสายห้อยลง ผิวของลำต้นเป็นมันคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำ ส่วนใหญ่มีสีเขียวเพื่อใช้สังเคราะห์แสง ลักษณะต้นประกอบด้วย “ตุ่มหนาม” (areole) ซึ่งอาจเรียงต่อกันอยู่บนแนวซี่หรือสันสูงของต้นที่เรียกว่า สันต้น (rib) หรือเรียงอยู่บนเนินนูนที่เรียกว่า “เนินหนาม” (tubercles) ของต้นก็ได้ หนาม คือจุดเด่นของแคคตัส ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนใบให้กลายเป็นหนาม เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ทำให้ต้นคายน้ำน้อยลง อยู่รอดและเจริญเติบโตต่อไปได้ หนามของแคคตัสมีหลายแบบ หลายลักษณะ บางชนิดมีหนามแหลมคล้ายเข็มเย็บผ้า บางชนิดปลายหนามงอคล้ายตะขอ บางชนิดเป็นขนนุ่ม สีสรรก็มีหลากหลาย เช่น ขาว เหลือง สีม แดง น้ำตาล ไปจนถึงดำ ซึ่งอาจเปลี่ยนสีไปตามอายุ สภาพอากาศและการเลี้ยงดู หนามจะขึ้นเรียงอยู่บนตุ่มหนาม […]

แคคตัส ราชาไม้ประดับ

ในบรรดาพืชพรรณต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกของเรานี้ “แคคตัส” เป็นพันธุ์ไม้สกุลหนึ่งที่มีลักษณะเด่น แปลกตา ซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจคนให้สนใจปลูกเลี้ยงแคคตัสกันมาเนิ่นนาน จวบจนปัจจุบัน “แคคตัส” ก็ยังเป็นราชาแห่งไม้ประดับที่มีผู้นิยมปลูกเลี้ยงจำนวนมาก เพราะปลูกและดูแลรักษาง่าย ทั้งมีรายงานว่า มีคุณสมบัติช่วยดูดซับรังสีจากจอคอมพิวเตอร์อีกด้วย  มาค้นหาความน่าอัศจรรย์ของ “แคคตัส” ที่กุมหัวใจของใครต่อใครไว้มากมายกัน แคคตัสคืออะไร แคคตัสก็คือ ไม้อวบน้ำ (Succulent) ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์ CACTACEAE เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะพิเศษต่างจากพืชชนิดอื่นๆ คือ มีลักษณะลำต้นหลากหลาย ทั้งรูปเหลี่ยม ยาวชะลูด รูปกลม ทรงกระบอก ผิวภายนอกแข็งราวฉาบด้วยขี้ผึ้ง มีหนามแหลม หรือตุ่มหนามขนาดเล็ก ใหญ่ ต่างกันไป กำเนิดแคคตัส สันนิษฐานกันว่า ต้นตระกูลของแคคตัสเกิดขึ้นในช่วงปลายยุค Mesozoic และช่วงตันยุค Tertiary (ยุควิวัฒนาการของพืชมีดอก) เชื่อกันว่า แคคตัสสมัยนั้นมีลำต้นแตกกิ่งก้านสาขา ผลิใบ ออกดอกติดผลเหมือนต้นไม้ทั่วไป ต่อมาเมื่อสภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนแปลงเป็นแห้งแล้ง แคคตัสจึงต้องปรับสภาพตัวเองให้ดำรงอยู่ได้ โดยพัฒนาโครงสร้างของลำต้นให้เก็บสะสมน้ำไว้ได้มากถึง 80-90 เปอร์เซนต์ รากไม่หยั่งลึกลงใต้ดินมากนัก เพื่อจับน้ำในอากาศได้ง่าย เปลี่ยนใบเป็นหนาม เพื่อพรางความร้อนของแสงอาทิตย์และลดการคายน้ำ แคคตัสส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดแถบทะเลทรายในทวีปอเมริกาใต้ มีบางชนิดเติบโตได้ดีในป่าร้อนชื้น […]

สวนสำหรับสุนัข: 4.ที่นอนและสุขาของสุนัข

 บทที่แล้วได้กล่าวถึงเรื่องพื้นที่ส่วนตัวให้สุนัขได้ใช้เป็นที่นอน กิน หรือกักไว้ในบางเวลาหรือใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงสุนัขโดยเฉพาะ ไปบ้างแล้ว บทนี้เรามาพูดถึงการแบ่งพื้นที่ในส่วนนี้กัน คอกสุนัข ในกรณีกั้นพื้นที่เป็นคอก มีพื้นที่ให้นอน เดินหรือเล่น ควรฝังเสาลงในดินหรือตั้งเสากับตอม่อปูน แล้วทำกำแพงสูง 60-70 ซม. ติดตั้งรั้วตาข่าย เพื่อป้องกันสุนัขปีน ปูพื้นด้วยคอนกรีตแบบไม่ลื่น สุนัขจะได้ลุกหรือเดินไม่ลำบาก หรือใช้อิฐ ยางมะตอย ทำทางระบายน้ำไว้ด้านหนึ่งแล้วเทพื้นให้ลาดเทไปทางนั้น เวลาทำความสะอาดจะได้สะดวก มีหลังคาคลุมป้องกันแดด ลม ฝน ทำพื้นที่สำหรับนอนโดยติดมุ้งลวดกันยุง หรือซื้อกรงสุนัขสำเร็จรูปที่มีขายอยู่มาตั้งก็ได้ แต่ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับสุนัขที่เลี้ยง สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากอาจมีแค่กรงไว้ให้นอน ส่วนเวลาอื่นๆ ก็ปล่อยให้เล่นในบริเวณบ้าน เจ้าของบ้านบางรายอาจเลี้ยงไว้ในบ้าน ให้นอนร่วมกับคน การเลี้ยงแบบนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขอนามัยทั้งคนและสุนัขให้มากๆ พื้นที่สำหรับเล่น สำหรับคนที่ต้องการจัดทำพื้นที่เลี้ยงสุนัขโดยเฉพาะ ควรจัดพื้นที่ให้สุนัขได้ผ่อนคลาย โดยควรคำนึงถึงระยะในการหมุนตัวและระยะวิ่งของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ ควรทำพื้นที่สนามไว้ด้วย เพราะเท้าสุนัขไม่ค่อยเหมาะกับพื้นคอนกรีตขัดมัน หรือพื้นกระเบื้องแบบต่างๆ ที่มักลื่น มีโพรงให้สุนัขได้เล่น มีลานให้นอนเล่น ซึ่งอาจทำเป็นระเบียงปูพื้นไม้ หรือลายคอนกรีตหยาบฝังกรวด เป็นต้น อาจเป็นบริเวณที่ต่อเนื่องกับตัวบ้าน หรือจัดมุมให้เจ้าของได้นั่งเล่นกับสุนัข ห้องสุขา สถานที่ขับถ่ายเป็นเรื่องสำคัญมาก ปัจจุบันมีกฎหมายเอาผิดกับเจ้าของสุนัขที่ปล่อยให้สุนัขถ่ายเรี่ยราด เจ้าของสุนัขพึงระวัง อย่าปล่อยสุนัขในที่สาธารณะ  ถ้าเราไม่ฝึกสุนัขให้ถ่ายเป็นที่ สุนัขก็จะถ่ายไปทั่ว ดูสกปรก การฝึกให้สุนัขรู้ว่าที่ใดควรถ่ายเป็นเรื่องที่ไม่ยาก […]

ข้อคิดดีๆ ในการทำห้องน้ำ

† แยกส่วนเปียก (อาบน้ำ) ออกจากส่วนแห้ง (ชักโครก+อ่างล้างมือ) สำหรับห้องน้ำเล็กๆ ควรก่อขอบกันน้ำและแขวนม่านกั้นหรือใช้เป็นห้องน้ำรับรองแขก † พื้น ควรเป็นวัสดุทนน้ำ เช็ดและทำความสะอาดได้ง่าย ที่สำคัญต้องไม่ลื่น ระดับพื้นต้องค่อยๆ ลาดไปยังท่อระบายน้ำที่พื้น เพื่อป้องกันน้ำขัง † ผนัง ควรเป็นวัสดุทนน้ำ ผิวเรียบลื่น รอยต่อไม่มากจะช่วยให้ทำความสะอาดง่าย † ช่องแสง+ระบายอากาศ –แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ช่วยระบายกลิ่น ถ้าไม่มีช่องแสงควรติดตั้งพัดลมดูดอากาศ † ฝ้าเพดาน ควรเป็นวัสดุที่ไม่อมความชื้น † อ่างล้างหน้า เลือกขนาดให้เหมาะกับห้อง การติดตั้งควรทำให้ซ่อมบำรุงได้ง่าย † อ่างอาบน้ำ เหมาะกับคนที่ใช้งานเป็นประจำ ถ้าไม่ใช้ก็ไม่ควรติดตั้ง † ชักโครก เลือกแบบประหยัดน้ำ ขนาดพอเหมาะกับห้องน้ำ † ก๊อกน้ำ แบบก้านโยกใช้งานสะดวกกว่าแบบหมุน คอโค้งสูงช่วยให้ล้างหน้าได้สะดวก (ไม่ต้องก้มตัวมาก) †กระจกเงาบานใหญ่ๆ ช่วยให้ห้องน้ำเล็กๆ ดูกว้างขึ้นได้ แต่ควรติดไว้ในบริเวณที่ไม่เปียกน้ำ † ควรวาล์วปิด-เปิดน้ำเผื่อไว้ในห้องน้ำ หรือติดไว้ที่อุปกรณ์ใช้น้ำ เช่น ชักโครก หรือ่างล้างหน้า […]

สวนสำหรับสุนัข: 3. การแบ่งเขตภายในสวน

การเลี้ยงสุนัขโดยทั่วไปมักปล่อยให้เดินเที่ยวเล่นไปทั่วบริเวณบ้าน แต่ก็มีบ้างที่สุนัขอาจเข้าไปขุดคุ้ยแปลงต้นไม้ แม้ว่าเราสอนสุนัข (ตั้งแต่ยังเล็ก) ให้รู้ว่ามีบริเวณไหนบ้างที่ไม่ควรเข้าไป และในบางครั้งเราก็อาจต้องการพื้นที่เฉพาะหรือกักบริเวณในเวลาที่ไม่ต้องการให้สุนัขออกมายุ่มย่าม  ดังนั้นการออกแบบพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ สิ่งสำคัญของการแบ่งเขตภายในสวน เริ่มจากสำรวจเส้นทางเดิน ที่ใช้เป็นประจำทั้งของคนและสุนัข เพื่อกำหนดเส้นทางหลักในการวางผัง จากนั้นจึงจัดวางตำแหน่งต่างๆ ในสวน ทั้งพื้นที่ห้ามเข้าและเข้าได้ให้สอดคล้องกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ในบ้านที่มีสุนัขแสนซน ชอบเหยียบย่ำแปลงต้นไม้ การทำรั้วเตี้ยๆ กั้นแปลงต้นไม้แบบชั่วคราว ในขณะที่ต้นไม้ยังเล็ก ต้นไม้ที่เจริญเติบโตช้าๆ เพื่อป้องกันการเหยียบย่ำหรือขุดคุ้ย หรือทำรั้วถาวรก็ได้ แต่ควรเลือกให้เข้ากับสไตล์สวนที่จัด การปลูกต้นไม้กั้นแนวเขตแปลง เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง โดยปลูกไม้ที่มีพุ่มแน่น ไม้ที่มีหนามเล็กๆ แต่ไม่มีพิษ เช่น ชาดัดและเข็มแดง เพื่อให้สุนัขรู้จักหลาบจำ ไม่กล้าเข้าไปเหยียบย่ำหรือนอนในแปลง เมื่อต้นไม้หลักที่ปลูกไว้โตแล้วก็ค่อยย้ายแนวป้องกันนี้ออกไป การทำกระบะต้นไม้แบบยกสูง ซึ่งนอกจากทำให้สวนที่มีแต่พื้นราบๆ แลดูมีมิติแล้ว ยังช่วยไม่ให้สุนัขทำลายต้นไม้ด้วย ความสูงของกระบะควรอยู่ในระดับสายตาสุนัข หรือประมาณ 45 ซม. อาจออกแบบเป็นที่นั่งเล่น เพื่อการใช้ประโยชน์ แต่ถ้าทำกระบะสูงควรสร้างฐานคอนกรีตลึกลงไปในดิน 40 ซม. ส่วนรูปแบบก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและสไตล์สวน วัสดุที่นิยมใช้ทั่วไปเช่น หินทราย อิฐ ไม้หมอนรถไฟ ในกรณีที่ใช้แผ่นไม้ควรอบ อัดน้ำยาหรือทาสีรักษาเนื้อไม้ เพื่อป้องกันแดดฝน […]

สวนสำหรับสุนัข: 2. รั้ว

รั้ว เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคิดมากเมื่อสร้างบ้าน เพราะนอกจากความแข็งแรง ทนทาน สวยงามเข้ากับตัวบ้านและสไตล์ของสวนที่จัด ป้องกันขโมยขโจร และให้ความป็นส่วนตัวแล้ว ยังต้องคิดมากขึ้นไปอีกเมื่อมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในเมือง เพราะรั้วที่ดีจะช่วยลดหรือป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การออกไปกัดคนอื่นหรือสุนัขอื่นๆ หรือป้องกันสุนัขอื่นบุกรุก การหนีออกไปเที่ยว เป็นต้น ในการออกแบบรั้วของบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจึงต้องพิจารณาเรื่องสายพันธุ์ของสุนัข เพื่อนบ้านข้างเคียง ระยะห่างระหว่างสวนถึงถนนด้วย สำหรับบ้านที่มีรั้วอยู่แล้วและต้องการเลี้ยงสุนัข ก่อนนำมาเลี้ยงก็ควรสำรวจกำแพงหรือรั้วบ้านเสียก่อน มีรู มีช่องที่สุนัขจะมุดหรือลอดเข้าออกได้หรือไม่ ความสูงของรั้วเพียงพอที่จะกั้นไม่ให้สุนัขกระโดดหรือปีนหรือเปล่า และควรคิดไกลไปในอนาคตเมื่อสุนัขตัวโตขึ้น ความสูง ในกรณีที่สุนัขได้รับการฝึกแล้ว อาจอยู่ที่ 1.20-1.50 เมตร ถ้าเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ที่ใช้ในการกีฬา ก็ควรเพิ่มความสูงเป็น 1.50-1.80 เมตร แต่ถ้าเลี้ยงสุนัขตัวใหญ่มาก ต้องเพิ่มความสูงเป็น 2 เมตร รวมถึงไม่ควรวางหรือทำโครงสร้างใดๆ ที่สุนัขจะปีนได้ ถ้ารั้วสูงไม่พอก็ควรทำโครงไม้หรือเหล็กต่อขึ้นไป และทำระแนงสำหรับปลูกไม้เลื้อย หรือออกแบบแนวรั้วให้ดูสวยงาม ความแข็งแรง เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะสุนัขในฤดูผสมพันธุ์ มีพลังทำลายล้างที่รุนแรง หากข้างบ้านเลี้ยงสุนัขด้วย ก็อาจกระโจน ตะกุยหรือกัดแทะรั้ว บ้านที่ทำรั้วโปร่งๆ แล้วปลูกต้นไม้บังแนวรั้ว ถูกทำลายมาเยอะแล้ว รูปแบบของรั้ว รั้วทึบแม้จะปลอดภัยแต่ก็ดูไม่สวยงาม […]

มารู้จักกับซักคิวเลนต์กัน

ซักคิวเลนต์ (Succulent) หรือไม้อวบน้ำ เป็นกลุ่มพืชที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ คือ ทุกส่วนของต้นอวบอิ่ม อ่อนนิ่ม เนื่องจากมีน้ำจำนวนมากหล่อเลี้ยงอยู่ภายในเนื้อเยื่อ Succulent มาจากคำว่า succos ในภาษาละติน หมายถึง น้ำผลไม้หรือน้ำหล่อเลี้ยงภายใน แม้จะเชื่อกันว่าเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในทะเลทราย แต่จริงๆ แล้วไม้อวบน้ำสามารถเติบโตได้ทั้งบริเวณที่มีหิมะปกคลุมแถบเทือกเขาแอลป์ตอนกลางของทวีปยุโรป พื้นที่แห้งแล้งแถบที่ราบโคโลราโด ตลอดจนป่าเขตร้อนลุ่มน้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ และพบมากที่สุดทางตอนใต้และตะวันออกของทวีปแอฟริกา ถิ่นกำเนิดของไม้อวบน้ำจึงมาจากหลายแห่งด้วยกัน ทั้งยังกระจายพันธุ์ไปตามซีกโลกต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ในยุคล่าอาณานิคมหรือเมื่อกว่า 400 ปีก่อน ตัวอย่างพืชในกลุ่มไม้อวบน้ำที่รู้จักกันดีและนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ได้แก่ กุหลาบหิน คุณนายตื่นสาย อากาเว่ ว่านหางจระเข้ โบตั๋น โป๊ยเซียน โคมญี่ปุ่น ชวนชม สับปะรดสี ลิ้นมังกร เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มกุหลาบหิน มีความสวยงามและโดดเด่นเรื่องการจัดเรียงใบที่ดูคล้ายกลีบดอกไม้ ทำให้นิยมปลูกเลี้ยงกันมาก เช่นเดียวกับลิ้นมังกร (Sansevieria) ซึ่งปัจจุบันนิยมปลูกเลี้ยงเพื่อการค้า และปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก หมายเหตุ สามารถดูรายละเอียดของไม้อวบน้ำได้ในหมวด แคตตัส+ไม้อวบน้ำ ที่ Plant Library เมื่อเอ่ยถึงไม้อวบน้ำแล้ว ก็มักเข้าใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกับแคคตัส […]

สวนสำหรับสุนัข: 1 ข้อคิดในการออกแบบสวน

เมื่อตัดสินใจเลี้ยงสุนัขสักตัวหรือหลายตัวไว้ในบ้าน สิ่งที่คุณต้องทำคือ จัดพื้นที่ให้เหมาะกับการอยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่จัดสวนสวยๆ นั้น หลายๆ บ้านต้องเผชิญปัญหาการขุดคุ้ย เหยียบย่ำต้นไม้เสียหาย บางสวนมีพืชที่เป็นอันตรายต่อสุนัขหรือมีสัตว์อันตรายอาศัยอยู่ หัวใจของ การออกแบบสวน ที่สำคัญก็คือ การเข้าใจธรรมชาติหรือนิสัยของสุนัขที่เลี้ยง โดยทั่วไปสุนัขจะมีสองแบบคือ สายพันธุ์แท้ ซึ่งมีนิสัยที่ค่อนข้างชัดเจนตามสายพันธุ์ เพราะเกิดจากการผสมและคัดเลือกพันธุ์มาอย่างเป็นระบบ สุนัขอีกแบบคือ พันทาง ซึ่งเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ไปมาทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ลักษณะนิสัยของสุนัขประเภทนี้จึงไม่แน่นอน คาดเดาไม่ได้ แต่สุนัขก็เป็นสัตว์ที่เรียนรู้ได้เร็วและฝึกฝนได้ ดังนั้นนิสัยบางอย่างก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ มาดูตัวอย่างสุนัขพันธุ์ต่างๆ กัน สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เกรย์ฮาวนด์ ซาลูกิ อัฟกันฮาวนด์ ชอบวิ่งและวิ่งเร็วมาก สวนควรมีพื้นที่กว้าง นิวฟาวน์แลนด์ โกลเด้นและลาบราดอร์ รีทีฟเวอร์ ชอบเล่นน้ำ ควรทำบ่อน้ำให้ลงไปนั่งแช่ได้ สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิสุ พูเดิ้ลทอย มีช่วงขาสั้นขึ้น-ลงบันไดยาก ถ้าทำบันไดในสวนควรสูงไม่เกิน 10 ซม.และขั้นบันไดควรกว้าง บีเกิล บัสเซตฮาวนด์ ชอบขุด ซึ่งเจ้าของก็อาจต้องทำใจ หรือไม่ก็ทำพื้นที่ไว้ให้ขุดเล่น อันนี้เป็นนิสัยโดยรวม แต่สุนัขบางตัว บางพันธุ์อาจไม่เป็นดังที่ว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู […]

มือใหม่หัดปลูก: การเพาะเมล็ด

การเพาะเมล็ด เป็นวิธีขยายพันธุ์ที่ง่ายที่สุด และใช้ได้ดีกับต้นไม้ทุกชนิดที่ออกลูกออกผล หรือมีเมล็ด เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ หลายคนคงเคยเก็บเมล็ดมะม่วง ชมพู่ ส้มที่กินแล้วมาทดลองเพาะกันบ้างแล้ว เรามาเรียนรู้วิธี การเพาะเมล็ด แบบมืออาชีพกันดูบ้าง อ้อ! วิธีเพาะเมล็ดนี้ยังนิยมใช้กับต้นไม้ที่แตกหน่อยาก โตช้า และในกรณีที่ต้องการผลิตลูกผสมใหม่ ๆ  ด้วยนะ เรามาลองดูวิธีทำกันเลยดีกว่า tips มือใหม่ควรเริ่มจากการเพาะเมล็ดไม้ดอกหรือผักสวนครัวที่หาง่ายและงอกเร็ว เช่น ดาวกระจาย บานชื่น พริกขี้หนู หลังจากเก็บเมล็ดควรนำมาเพาะทันที หากเก็บไว้นานจะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกลดลง อาจใช้ขุยมะพร้าวผสมทรายหยาบอย่างละ 1 ส่วนเป็นวัสดุเพาะก็ได้ เมื่อต้นโตขึ้นควรเปลี่ยนกระถางใบใหญ่ขึ้นให้เหมาะสมกับขนาดต้น

มาปลูกไม้ดอกหอมกัน

หลายๆ คนที่เพิ่งปลูกบ้านเสร็จ สิ่งที่คิดถึงเป็นอันดับต่อไปก็คือ สวน ส่วนคนที่มีบ้านแล้ว หลายคนเมื่อมีเวลาว่างก็จะลงมือทำสวน ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ เพราะการได้ปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้บ้านร่มรื่น ร่มเย็น ชีวิตสดชื่น สบายตาสบายใจ หลายคนที่ชอบต้นไม้ที่ดอกมีกลิ่นหอม เรามีเทคนิคการปลูกไม้ดอกหอมมาฝากกัน ก่อนอื่นใดขอให้ทุกคน ตรวจสอบขนาดสวน ถ้าคุณมีพื้นที่สวนกว้าง ก็เลือกปลูกได้หลายชนิด แต่ควรเป็นไม้ดอกหอมที่มีฤดูออกดอกต่างกัน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมต่างๆ กันตลอดปี และป้องกันกลิ่นหอมปนกันจนมีกลิ่นแรงเกินไป แต่ถ้ามีพื้นที่ไม่มาก เช่นอยู่ในทาวน์เฮ้าส์หรือคอนโดฯ การปลูกไม้ดอกหอมในกระถางทั้งแบบตั้งหรือแขวนก็ทำได้เช่นกัน เลือกพรรณไม้ตามกลิ่นที่ชอบ แต่ละคนชื่นชอบกลิ่นหอมของดอกไม้ต่างกัน บางคนชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ บางคนชอบให้ได้กลิ่นหอมตอนกลางคืน ดังนั้นก่อนปลูกให้ลองดมกลิ่นดอกไม้ชนิดนั้นๆ ก่อนว่า ตัวเองและสมาชิกในครอบครัวชอบหรือไม่ ตัวอย่างของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่น จิกสวน ชะลูดช้าง กุหลาบบางชนิด มะลิก้านแดง ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรง เช่น พญาสัตบรรณ ลิ้นมังกรบางชนิด เล็บมือนาง ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมตอนพลบค่ำหรือกลางคืน เช่น โบตั๋น แก้ว จำปา เป็นต้น เมื่อเลือกพรรณไม้ได้แล้ว เราก็ต้อง ปลูกตามทิศ เพื่อจะได้ดมกลิ่นหอมๆ กันตลอดปี อย่าง […]