บ้านหลังเล็กย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่ถอดความประทับใจมาจากอังมอเหลา
บ้านชั้นครึ่ง สร้างขึ้นโดยลดทอนองค์ประกอบที่ชื่นชอบจากอังมอเหลาของหลวงอำนาจนรารักษ์ โดยใช้ในสเกลที่เหมาะสม แต่วางผังแนวยาวคล้ายเตี่ยมฉู่หรือตึกแถว
Design Directory : สถาปนิก บริษัทธีม อาร์คิเทคเจอร์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด


ด้วยวัยเด็กของ คุณจุ๋ม-อรสา โตสว่าง เติบโตขึ้นมาท่ามกลางบ้านเก่าในย่านเมืองภูเก็ตที่คุ้นเคย แม้จะเป็นลูกคนเดียวแต่ก็รายล้อมด้วยญาติพี่น้องแบบครอบครัวขยายอยู่เสมอ ซึ่งในวิถีชีวิตสมัยก่อนของเธอนั้นสามารถวิ่งเล่นเข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้จนเป็นเรื่องปกติ เพราะแต่ละบ้านคือเตี่ยมฉู่หรือตึกแถวที่หน้าแคบแต่ยาวลึก การลัดเลาะทะลุตามบ้านจึงเป็นเรื่องง่ายกว่าอ้อมไปเจอถนนหลักมาก โดยเฉพาะในย่านถนนดีบุกที่มีอังมอเหลาของหลวงอำนาจนรารักษ์หรือคฤหาสน์ฝรั่งขนาดใหญ่ของคนในตระกูลที่เธอเห็นและผูกพันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งลวดบัวปูนปั้น เสาคอรินเทียน หน้าต่างทรงยาวกับเหล็กดัด กลายเป็นงานศิลปะที่ซึมซับเข้าไปแบบไม่รู้ตัว เมื่อมีญาติบอกขายที่ดินผืนเล็กขนาด 18 ตารางวา ซึ่งอยู่ติดกับอังมอเหลานั้น คุณจุ๋มจึงไม่ลังเลที่จะขอซื้อเพื่อสร้าง บ้านชั้นครึ่ง ที่เป็นหลังแรกของตัวเอง “จริง ๆ รอมา 58 ปีเลยนะกว่าจะมีบ้านที่เป็นของตัวเอง” คุณจุ๋มเล่าด้วยเสียงสั่นครือพลางปาดน้ำตาที่เอ่อรื้นออกมา“เพราะเราโตมากับครอบครัวใหญ่ ไม่เคยมีพื้นที่ส่วนตัวเลย มันก็เลยน่าจะเป็นปมในใจมานาน จนวันหนึ่งญาติมาบอกขายที่ตรงนี้ ถึงจะเล็กจิ๋วเดียว แต่ก็อยากได้แล้ว”

บ้านเล็กที่ยังมองเห็นอังมอเหลา
เมื่อรู้ชัดว่าต้องการอะไร คุณจุ๋มจึงชวน คุณฝัน-ศันสนีย์ รำเพย สถาปนิกที่คุ้นเคยมาช่วยแปลงความชอบและความทรงจำเหล่านั้นให้กลายเป็นสถาปัตยกรรม โดยมีโจทย์สำคัญคือการสร้างบ้านขนาดเล็กให้สามารถอยู่ร่วมกับบริบทของย่านเมืองเก่าได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นอายของอังมอเหลาที่หลงรักนั้นด้วยเช่นกัน
“ที่ดินนี้กว้าง 5 เมตรลึก 14 เมตร” คุณฝันอธิบาย“วิวที่ดีที่สุดของบ้านหลังนี้คืออังมอเหลา ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก แม้ว่าจะเป็นทิศที่ร้อนทั้งวัน แต่เราก็ต้องมีช่องเปิดหันมุมมองจากในบ้านออกไปยังวิวด้านนั้น โดยเราใช้วิธีการเว้าตึกด้านนั้นแทนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องระยะร่นแบบมีช่องเปิดได้ตามกฎหมายกำหนด และในขณะเดียวกันก็ทำให้เราสามารถเปิดมุมมองหน้าต่างไปชมอังมอเหลาหลังสวยได้ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน และเพิ่มพื้นที่ส่วนนั้นให้เป็นสวนสวยเข้าไปด้วย”



ตัวบ้านมีขนาดชั้นครึ่งสร้างขึ้นโดยลดทอนองค์ประกอบที่ชื่นชอบจากอังมอเหลามาใช้ในสเกลที่เหมาะสม แต่วางผังแนวยาวคล้ายเตี่ยมฉู่หรือตึกแถว ผสมไปกับโครงสร้างหลังคาจั่ว เสาแบบยุโรปที่มีหัวเสาดอริก ลวดบัวปูนปั้น ไปจนถึงช่องหน้าต่างกรอบไม้ใส่เหล็กดัดติดด้วยกระจกลายดอกพิกุล และทาผนังด้วยสีเหลืองตามแบบอังมอเหลาของหลวงอำนาจนรารักษ์
“เพราะบ้านมีขนาดเล็ก เราจึงออกแบบให้มีช่องเปิดแบบ Inside out เพื่อเวลาอยู่ในบ้านสามารถมองออกมาเห็นข้างนอกได้ และมีมุมมองแบบ Outside in คือมองอาคารภายนอกก็ดูสวยภายใต้เงาของอังมอเหลา และพยายามออกแบบสเปซในบ้านให้คุณจุ๋มได้จัดวางเฟอร์นิเจอร์กับของเก่าที่สะสมได้สนุก เพราะนี่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านสวยและมีเสน่ห์สะท้อนตัวตนได้ชัดเจน”




ตกแต่งจากสิ่งที่ผูกพันในบริบทของชีวิต
จากผนังสีเหลืองภายนอกส่งต่อมาถึงผนังสีเหลืองภายในบ้านทำให้พื้นที่ขนาดเล็กนี้ดูสดใสขึ้น พื้นที่หลักเป็นโถงนั่งเล่นที่ยกเพดานให้สูงโปร่งและกว้างพอสำหรับวางโซฟาตัวใหญ่ สะกดสายตาด้วยลวดลายมังกรหลากสีที่คุณจุ๋มสั่งพิมพ์ลายบนวอลล์เปเปอร์ติดพาดยาวจากหลังโซฟานั่งเล่นขึ้นไปถึงผนังห้องนอนบนชั้นลอย ถัดเข้าไปด้านในเป็นส่วนของครัวแพนทรี่ที่ไม่เน้นการปรุงอาหารหนัก โดยทำเป็นตู้ไม้บิลท์อินติดผนัง ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายขาวดำวางสลับสีทดแทนการใช้กระเบื้องแบบโบราณ และใกล้ ๆ กันเป็นมุมโต๊ะหินที่ใช้นั่งเล่นเหม่อมองออกไปชมความงามของอังมอเหลาข้าง ๆ ได้พอดิบพอดี






คุณจุ๋มเล่าถึงที่มาของงานตกแต่งภายในว่า “ชีวิตจุ๋มมักจะเดินทางไปมาตลอด หลังอายุ 16 ก็ไปเรียนต่างประเทศ แล้วกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ แต่ก็ต้องเดินทางไปพักตามโรงแรมต่าง ๆ มาตลอด รวมถึงกลับภูเก็ตอยู่เรื่อย ๆ ประสบการณ์ทำให้เราได้เห็นงานตกแต่งมาเยอะ ก็เอามาผสมกับศิลปวัฒนธรรมแบบจีนที่เราผูกพันและเติบโตมาจนกลายเป็นความชอบส่วนตัว แล้วก็ได้ไปเจอศิลปินรัสเซียที่หลงรักภูเก็ตมาก เลยให้เขาช่วยวาดมังกรที่สื่อถึงความเป็นจีน ตอนแรกอยากให้มาเพ้นต์ผนังบ้านเลยแต่ต้องใช้งบเยอะมาก เลยเปลี่ยนมาพิมพ์ลายบนวอลล์เปเปอร์แทน เบื่อก็ลอกออกได้ แล้วมังกรตัวนี้ยังไปอยู่บนรถ รวมถึงแต่งผนังร้านโต๊ะแดงด้วย (ร้านอาหารในภูเก็ตที่คุณจุ๋มช่วยรีโนเวต)
“ทุกครั้งเวลากลับภูเก็ตก็จะมีญาติ ๆ ที่เป็นเหมือนเพื่อนเรามารวมกลุ่มอยู่ด้วยเสมอ เลยขอโซฟาตัวใหญ่จากบ้านพี่ชายมาวางเพื่อรองรับทุกคนได้ เฟอร์นิเจอร์อื่นก็เป็นของเก่าที่สะสมไว้ อย่างหีบไม้ที่ใช้เป็นโต๊ะกลางก็เป็นสัญลักษณ์ที่คนภูเก็ตสมัยก่อนไว้บอกฐานะ บ้านไหนรวยจะเอาสมบัติใส่หีบให้ลูกสาวไว้ ตู้ไม้เก่าสำหรับใส่เสื้อผ้าย่าหยาแต่เราพับไม่เนี้ยบเท่าแม่หรอก ส่วนแชนเดอเลียร์นี่น่าจะชอบตามแม่ ทุกอย่างในบ้านมันเป็นความทรงจำของชีวิตที่เติบโตและหล่อหลอมเรามาทั้งนั้น”



ความสุขในย่านเมืองเก่า
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ บ้านหลังนี้ยังเชื่อมต่อกับร้านโต๊ะแดง ร้านอาหารในย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่ปรับปรุงขึ้นมาจากอาคารเก่าอีกหลังบนถนนด้านหลังบ้าน ซึ่งคุณจุ๋มเข้ามาดูแลควบคู่กันไป จนบ้าน ร้าน และย่านเมืองเก่าที่เธอผูกพันมาตั้งแต่เด็กกลายเป็น 3 ส่วนของชีวิตที่แยกออกจากกันไม่ได้
“ตอนนี้เวลารู้ว่าจะได้กลับภูเก็ตก็มีความสุขแล้ว อยากกลับมาอยู่บ้านท่ามกลางข้าวของที่เรารักและเลือกเอง จัดวางเอง เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราเอง นี่เป็นสิ่งที่รอคอยมาตลอดชีวิตนะ ทำให้เรามีความสุขมาก แม้จะยังไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่บ้านนานๆ เพราะต้องออกไปดูร้านโต๊ะแดงที่อยู่หลังบ้านและช่วยงานชุมชน ล่าสุดก็โครงการบ้านพึ่งวัด ที่พำนักพักพิงฟรีเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยยากไร้และญาติ เพราะเวลาที่เรามีความสุขมากพอเราก็สามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้ และบ้านหลังนี้ก็เป็นที่ที่ช่วยเติมความสุขให้ตัวเองได้ตลอด”



บางทีความพิเศษของบ้านหลังนี้อาจไม่ได้อยู่ที่การจำลองอังมอเหลาหลังใหญ่ให้เล็กลง หากอยู่ที่การนำภาพจำของบ้าน เมือง ครอบครัว และวัยเด็ก มาประกอบขึ้นใหม่ในพื้นที่เพียง 70 ตารางเมตร จนกลายเป็นบ้านที่เป็นของเธอจริง ๆ




เจ้าของ : คุณอรสา โตสว่าง
สถาปนิก : บริษัทธีม อาร์คิเทคเจอร์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด โดยคุณศันสนีย์ รำเพย
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : FANGBakii