Man Cave บ้านมือสอง ของหนุ่มสายแคมป์
ความงามของหลังคาบ้านนี้เกิดจากระบบโครงสร้างถ่ายทอดมาเป็นตัวสถาปัตยกรรม โดยใช้องศาของหลังคาจั่วเอียงหน้า บ้านมือสอง หลังเดิมแล้วยืดต่อไปให้สูงขึ้นมากพอสำหรับเป็นหลังคาให้กับออฟฟิศที่อยู่ชั้นบนของที่จอดรถซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่
Design Directory : สถาปนิก EKAR Architects

เดิมที ที่นี่เป็น บ้านมือสอง ชั้นเดียวในหมู่บ้านเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งสร้างมานานกว่า 20 ปีแล้ว หลังจากที่ คุณณัฐ สุริยะนันท์เห็นป้ายประกาศขายก็ตัดสินใจซื้อทันที ด้วยเพราะมีแนวคิดจะรีโนเวตให้เป็น บ้านสไตล์ Man Cave หรือบ้านที่รองรับไลฟ์สไตล์สนุกๆ ตามประสาคนหนุ่มทั้งในเรื่องฟังก์ชันและการตกแต่ง และเพราะคุณณัฐเองทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่แล้ว ประกอบกับได้ คุณหนึ่ง-เอกภาพ ดวงแก้ว เพื่อนเรียน สถาปัตย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาช่วยออกแบบด้วย เขาจึงตั้งเป้าหมายไว้แต่แรกเลยว่าจะรีโนเวตบ้านนี้ ให้แล้วเสร็จภายในเวลาเพียง 3 เดือน

ประตูและบานเลื่อนหน้าบ้านเป็นแบบมีช่องให้แสงและลมผ่านได้ ช่วยลดมุมมองที่ปิดทึบของรั้วคอนกรีต และเน้นปลูกต้นไม้ช่วยบังแดดบริเวณผนังเปิดด้านบน
“ผมเคยมารับงานก่อสร้างในหมู่บ้านนี้แล้วก็ชอบเพราะรู้สึกสงบดีหลังนี้เป็นบ้านหัวมุมด้วยถนนหน้าบ้านก็กว้างใกล้สนามบินเลยทำให้เดินทางสะดวกดีที่จริงผมมีบ้านหลักอยู่ที่หนึ่งออฟฟิศอยู่อีกที่หนึ่งเลยคิดว่าจะทำตรงนี้ให้เป็นทั้งบ้านพักผ่อนและออฟฟิศรับแขกอีกอย่างคือเป็นที่โชว์ผลงานก่อสร้างให้ตัวเองไปด้วย”
เมื่อนำความตั้งใจนี้ไปคุยกับคุณหนึ่ง สถาปนิกจาก EKAR Architects จึงเหมือนได้ต่อยอดไปสู่ไลฟ์สไตล์ ที่เขาทั้งคู่มีความสนใจร่วมกัน จากก๊วนสถาปนิกเชียงใหม่ที่ชอบออกไปตั้งแคมป์ เดินป่า ใช้เวลาพักผ่อนอยู่กลาง ธรรมชาติ พร้อมอุปกรณ์แคมปิ้งแบบพกพาที่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้ชีวิตกลางแจ้งในช่วงวันที่อากาศสดใส และแทนที่จะ ต้องพับเก็บอุปกรณ์แคมปิ้งเหล่านี้ไว้ตามที่ต่าง ๆ ในวันที่ฟ้าปิดหรือมัวไปด้วยฝุ่น บ้านหลังนี้ก็จะเป็นสถานที่ตอบรับ งานอดิเรกที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปด้วยในตัว

ส่วนจอดรถอยู่ภายใต้โครงสร้างใหม่เป็นคอนกรีตเปลือยแยกส่วนจากโครงสร้างของบ้านเดิมทางฝั่งซ้ายมือ พร้อมทำบันไดแยกไว้ด้านนอกสำหรับขึ้นไปห้องทำงานโดยไม่กวนพื้นที่พักผ่อนภายในบ้าน
ทำเรื่องเล่นให้เป็นเรื่องจริง
“ตอนคุณณัฐทำบ้านหลังแรกผมเคยออกแบบห้องใต้ดินสำหรับเก็บไวน์ไว้ให้เขา” คุณหนึ่งเล่า “หลังนี้ก็เหมือนกับขยายแนวคิดนั้นมาอีกเรียกว่าเราทำเรื่องเล่นให้เป็นเรื่องจริงโดยเอาวิถีไลฟ์สไตล์ของคนชอบแคมปิ้งมาผสมเข้ากับบ้าน แล้วเลือกใช้อุปกรณ์แคมปิ้งที่เขามีอยู่ออกมาใช้งานจริงเพราะด้วยวัตถุประสงค์หลักของบ้านนี้ไม่ใช่บ้านที่เขาอยู่ทุกวันไม่ใช่บ้านพ่อแม่ลูกแต่เป็นบ้านชายหนุ่มที่บางครั้งมีปาร์ตี้มีกิจกรรมและก็มีออฟฟิศเลยไม่ยึดติดกับรูปแบบบ้านว่าจะต้องเป็นอะไรชัดเจนซึ่งอุปกรณ์แคมปิ้งก็ค่อนข้างตอบโจทย์การใช้งานที่ปรับเปลี่ยนหรือเคลื่อนที่ย้ายมุมได้เสมอ”

บันไดทางขึ้นห้องทำงานที่แอบไว้อยู่ด้านหลังอาคาร และยังเว้นช่องผนังด้านบนไว้เปิดรับแสงและให้ลมหมุนเวียนได้

นอกจากนี้ คุณณัฐยังชอบสะสมรถเก่า แต่ที่ผ่านมาต้องหาที่จอดเก็บทำให้ไม่สะดวกเวลาต้องการใช้งาน จึงมีการต่อเติมโครงสร้างใหม่ไว้ด้านข้างบ้านหลังเดิมเพื่อทำเป็นที่จอดรถในบ้านได้จำนวน 2 คัน สำหรับรถจิ๊ป พร้อมลุยและรถมินิสีแดงสุดคลาสสิก พร้อมต่อเติมพื้นที่เหนือลานจอดรถให้เป็นออฟฟิศทำงาน เพื่อแยกฟังก์ชัน ออกจากบ้านที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่สบาย ๆ ของการพักผ่อน

หน้าบ้านหันออกสู่ถนนด้านทิศตะวันตกจึงมีการปิดมุมมองระดับสายตาไว้ด้วยรั้วคอนกรีต แล้วจึงเปิดผนังอาคารด้านบนให้เป็นกระจกรับแสงธรรมชาติโดยติดฟาซาดระแนงเพื่อกรองแสงให้เบาลง
โดดเด่นด้วยหลังคาเอียงขึ้นฟ้า
ตัวบ้านนั้นอยู่ในตำแหน่งหัวมุมถนนในหมู่บ้านจึงได้พื้นที่เปิดโล่งจากสองด้าน แต่เพื่อความเป็นส่วนตัว จึงทำรั้วคอนกรีตปิดไว้ในระดับสายตา แล้วค่อยเปิดผนังด้านบนให้โปร่งผ่านฟาซาดและกระจก มีหลังคาที่ลาดเอียงชี้ ขึ้นฟ้าเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดสายตา ซึ่งคุณหนึ่งอธิบายแนวคิดนี้ไว้ว่า

พื้นที่พักผ่อนส่วนกลางในบ้านลดโทนสว่างตาด้วยผนังสีดำกับผนังคอนกรีตเปลือย แล้วเพิ่มความอบอุ่นจากฝ้าเพดานกรุไม้อัด โดยจัดวางฟังก์ชันให้มีโต๊ะพูลเป็นพระเอกรองรับกิจกรรมหลักภายในบ้าน

เพื่อไม่ให้พื้นที่ในบ้านดูมืดทึบเกินไป ผนังด้านหนึ่งจึงเปิดโปร่งด้วยกระจกใสที่สามารถมองออกไปเห็นลานจอดรถและหน้าบ้านได้
“ความงามของหลังคานี้เกิดจากระบบโครงสร้างถ่ายทอดมาเป็นตัวสถาปัตยกรรมผมใช้องศาของหลังคาจั่วเอียงหน้าบ้านเดิมแล้วยืดต่อไปให้สูงขึ้นมากพอสำหรับเป็นหลังคาให้กับออฟฟิศที่อยู่ชั้นบนของที่จอดรถซึ่งเป็นโครงสร้างใหม่และทำบันไดทางขึ้นแยกจากตัวบ้านเดิมเพื่อไม่ต้องไปยุ่งกับโครงสร้างเก่าเลยส่วนหลังคาเป็นเมทัลชีตที่คลุมยาวเป็นชิ้นเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการรั่วซึมต่างๆด้านในกรุเป็นฝ้าไม้อัดให้คอนทราสต์กับเหล็กทั้งหมดแต่แทนที่จะปิดผนังอาคารทึบจนถึงตัวหลังคาผมเว้นเปิดเป็นช่องกระจกไว้เพื่อให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในได้และให้คนที่อยู่ด้านในมองออกมาเห็นท้องฟ้าด้านนอกได้ด้วยเท่ากับได้ความเป็นส่วนตัวที่ไม่ปิดทึบเพราะฝ้าทำหน้าที่เชื่อมโยงแสงเช้าไปถึงส่วนที่ลึกที่สุดของอาคารมุมมองที่เห็นจึงเป็นเหมือนหลังคาและฝ้าลอยแยกออกจากตัวอาคาร และกลายเป็นคาแร็กเตอร์ของบ้านนี้ไป”

เฟอร์นิเจอร์ในบ้านเน้นใช้แบบลอยตัวผสมกับอุปกรณ์แคมปปิ้งที่มีเพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนมุมได้ง่าย และมุมนี้ยังมองเห็นผนังกระจกโปร่งกับช่องเล็ก ๆ ที่เปิดรับแสงระหว่างผนังและฝ้าเพดาน


เคาน์เตอร์แพนทรี่เล็ก ๆ กับบาร์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นอุปกรณ์แคมปิ้งที่คุณณัฐชื่นชอบและใช้ในบ้านแบบจริงจัง

นอกจากส่วนแพนทรี่และเคาน์เตอร์บาร์เคลื่อนที่แล้ว ด้านหลังที่เป็นช่องทางเดินยังมีห้องน้ำและห้องครัวขนาดเล็กอยู่ด้านในด้วย

แม้จะไม่เน้นทำอาหารหนัก แต่ห้องครัวก็ออกแบบมาให้พร้อมใช้งานด้วยครัวปูนพร้อมช่องเก็บของที่ปิดหน้าบานด้วยไม้อัดโทนสีอบอุ่นตา
ตกแต่งเรียบเท่พร้อมรองรับกิจกรรม
ด้วยความที่ไม่ใช่บ้านอยู่อาศัยทุกวัน แต่เน้นมาใช้งานเพื่อพักผ่อนและรับรองเพื่อน ๆ คุณณัฐจึงเลือกตกแต่ง ภายในบ้านด้วยโทนสีเข้มดูดิบเรียบในสไตล์ลอฟต์ ผสมวัสดุตกแต่งพื้นฐานที่หาได้ง่ายเพื่อให้การก่อสร้างเสร็จไว ทนทาน และดูแลง่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานก่ออิฐฉาบปูนและกรุผิวผนังด้วยไม้อัด
“ผมชอบสีดำและสีของเหล็ก” คุณณัฐเล่าถึงงานตกแต่งภายในบ้าน “ประกอบกับผมทำธุรกิจก่อสร้างด้วยเลยอยากเน้นใช้วัสดุพื้นฐานดั้งเดิมและที่นี่ก็เคยมีน้ำท่วมมาก่อนนอกจากจะยกตัวบ้านให้สูงขึ้นแล้วผมยังทากันซึมที่ผนังทั้งภายนอกและภายในไว้เลยแล้วค่อยเคลือบผิวส่วนพื้นปูด้วยหินทราเวอร์ทีนถ้าน้ำท่วมก็แค่ยกของเก็บส่วนฟังก์ชันเน้นจัดวางด้วยเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวซึ่งส่วนมากเป็นอุปกรณ์แคมปิ้งที่มีครบอยู่แล้วทั้งโต๊ะวางของเคาน์เตอร์บาร์ถ้าจะไปตั้งแคมป์กันก็สามารถหยิบของในบ้านขึ้นรถไปได้เลยที่สั่งมาก็มีแค่โซฟาเข้ามุมแล้วก็เอาโต๊ะพูลที่มีอยู่แล้วมาวางสร้างกิจกรรมเวลาเพื่อนๆมาส่วนครัวขนาดเล็กเพราะไม่เน้นทำอาหารแล้วกั้นแยกห้องนอนไว้ 3 ห้องซึ่งนอกจากเตียงแล้วก็มีชั้นวางโปร่งๆเพื่อไม่ให้ห้องดูอึดอัดเกินไปเวลาปาร์ตี้กันดึกๆก็สามารถนอนค้างคืนได้เลย”

ภายในห้องนอนตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยผังและฟังก์ชันคล้าย ๆ กัน


ห้องน้ำขนาดไม่ใหญ่มากแต่แบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกไว้ชัดเจนให้สะดวกใช้งาน พร้อมหน้าต่างรับแสงมาช่วยระบายความอับชื้น
ทำงานอย่างมีความสุขและสนุกได้ในทุกวัน
แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์สนุก ๆ และได้ใช้อุปกรณ์แคมปิ้งแบบที่ชอบได้ โดยไม่ต้องรอวันว่าง แต่ก็ยังมีพื้นที่ใช้สอยที่แยกไว้สำหรับโหมดจริงจังของการทำงานด้วย
“ที่จริงมุมที่ชอบสุดของผมคือมุมทำงานข้างบนนะเพราะผมทำงานด้านออกแบบก่อสร้างต้องออกไปอยู่หน้าไซต์งานบ่อยๆเจอปัญหาและความเครียดตลอดพอได้มีมุมทำงานที่ปลอดโปร่งได้มานั่งดริปกาแฟก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นแล้วก็มักจะคิดไอเดียทำนั่นนี่ต่อได้อีกหลายอย่าง”

ห้องทำงานปูพื้นด้วยหินทราเวอร์ทีนที่ทนทานดูแลง่ายผสมกับฝ้าเพดานกรุไม้อัด พร้อมผนังกระจกเปิดออกสู่ระเบียงรับแสงธรรมชาติและยังสามารถออกไปรับลมชมวิวดอยสุเทพได้

นอกจากฝ้าเพดานไม้อัดแล้ว ยังมีงานบิลท์อินตู้หนังสือที่ทำจากไม้อัดและโต๊ะท็อปไม้ในโทนสีเดียวกันมาช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ให้ห้องทำงาน

ห้องทำงานขนาดพอดีที่สามารถจัดวางโต๊ะยาวได้ 2 ตัวสำหรับเป็นมุมทำงานส่วนตัวและโต๊ะประชุม ผนังด้านข้างเป็นกระจกที่เปิดมุมมองไปสู่พื้นที่ส่วนกลางของบ้านได้

อีกมุมหนึ่งของห้องทำงานที่ออกแบบมาพิเศษให้เป็นมุมของเตาผิง ใช้ช่วยเพิ่มความอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว

มุมเตาผิงและเตาไฟใช้ในบ้าน อีกหนึ่งอุปกรณ์แคมปิ้งที่มาช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มความสนุกในการใช้งาน โดยต่อท่อระบายควันออกไปสู่หลังคา

แทนที่จะกั้นผนังห้องให้ปิดทึบถึงฝ้าเพดาน สถาปนิกเลือกจะเปิดช่องกระจกแนวยาวเล็ก ๆ ไว้ที่ผนังด้านบนเพื่อรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องและคนในห้องเองก็สามารถมองออกไปเห็นท้องฟ้าได้


เพราะต้องการทำบานเลื่อนกระจกเชื่อมต่อออกสู่ระเบียงจึงแยกส่วนของผนังออกจากเสาโครงสร้าง ทำให้เห็นโครงเสาลอยอยู่ในห้องและตกแต่งเป็นแบบปูนเปลือยไปเลย
คุณณัฐพูดถึงห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยโต๊ะท็อปไม้ติดขาเหล็กดีไซน์โปร่ง ที่ยังใช้เก้าอี้พับได้แบบแคมปิ้ง มาผสมผสาน ผนังด้านหนึ่งของห้องบิลท์อินด้วยไม้อัดทำเป็นชั้นวางหนังสือรูปทรงเรียบง่าย อีกด้านเป็นมุมเตาผิง ที่ต่อท่อระบายควันออกไปบนหลังคา จัดวางด้วยชุดดริปกาแฟเท่ ๆ บรรยากาศรวมในห้องดูผ่อนคลายด้วย แสงธรรมชาติ ผ่านช่องกระจกที่คุณหนึ่งออกแบบไว้ทั้งส่วนที่ติดกับเพดานและตามซอกผนังต่าง ๆ รวมถึงหน้าต่าง บานเปิดพร้อมระเบียงนั่งเล่นที่มองออกไปชมวิวดอยสุเทพได้

ระเบียงขนาดเล็กนอกห้องทำงานในมุมเปิดที่สัมผัสได้ถึงเรือนยอดต้นไม้และท้องฟ้ากว้าง
“เหมือนกับเราได้ทำงานและได้มองเห็นสิ่งที่เราชอบเรารักไปด้วยมันก็มีความสุขครับปกติผมมาใช้บ้านนี้อาทิตย์ละครั้งสองครั้งหรือมานอนเวลาทำงานเหนื่อยๆเลยคิดว่าอนาคตผมอยากจะปรับให้บ้านนี้เป็นบ้านที่อยู่อาศัยต่อในช่วงบั้นปลายหลังเกษียณได้ด้วยตอนนี้ก็ค่อยๆย้ายของใช้ต่างๆมามากขึ้นและผมก็มีห้องสำหรับเก็บอุปกรณ์แคมปิ้งไว้ข้างนอกด้วยส่วนใหญ่เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วเช่นถ้าเพื่อนมาชวนไปกางเต็นท์ตั้งแคมป์กันที่ห้วยลานหรือแม่ออนเย็นนี้ก็ยกโต๊ะเก้าอี้และชุดแคมป์ที่มีอยู่พร้อมออกไปใช้ได้เลยหรือบางวันก็นึกสนุกเอาชุดแคมป์มาจัดตรงลานจอดรถชวนเพื่อนมาปิ้งย่างอยู่สนุกกันจนง่วงก็นอนที่บ้านได้เลยผมว่ามันตอบโจทย์ช่วงชีวิตวัยนี้ของผมมากเลย”

เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่อาจเกิดซ้ำอีก จึงมีการยกระดับตัวบ้านให้สูงขึ้น และใช้พื้นที่ด้านข้างเป็นลานจอดรถ โดยเปิดช่องรับลมระหว่างรั้วบ้านและอาคารไว้ ทำให้มุมนี้รับลมสบาย เหมาะที่จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่สังสรรค์จากอุปกรณ์แคมปปิ้งแบบครบชุด
หากวัดความคุ้มค่าของการรีโนเวตบ้านมือสองด้วยระดับความสุขของผู้เป็นเจ้าของ เชื่อว่าหลังนี้ ดัชนีความสุขน่าจะแตะถึงขีดสุด โดยเฉพาะเวลาได้กางได้ต่ออุปกรณ์แคมปิ้งเพิ่มในบ้าน รู้เลยว่านั่นคือช่วงเวลา ละเมียดความสุขของเขาจริงๆ

ซอกมุมของผนังบางส่วนที่ทำให้เป็นผนังกระจกเพื่อรับแสงธรรมชาติเข้ามาเพิ่มความผ่อนคลายภายในบ้าน

ผนังภายนอกและภายในบ้านทาด้วยซีเมนต์กันซึมเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยส่วนของผนังภายในจะมีการทาเคลือบผิวให้เงาขึ้นเพื่อลดสัมผัสที่ดิบหยาบลง

ฟาซาดที่ทำจากตะแกรงฝาท่อระบายน้ำ ช่วยประหยัดงบและลดเวลาในการก่อสร้างไปในตัว
เจ้าของ : คุณณัฐ สุริยะนันท์
สถาปนิก : EKAR Architects โดยคุณเอกภาพ ดวงแก้ว
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : ณัฐวุฒิ เพ็งคำภู, ณัฐวรรธน์ ไทยเสน