บ้านโมเดิร์นสีขาว ที่เปิดรับสายลม แสงแดด ด้วยจังหวะที่ไม่รีบร้อน - บ้านและสวน
บ้านโมเดิร์นสีขาว

บ้านโมเดิร์นสีขาว ที่เปิดรับธรรมชาติ สายลม แสงแดด ด้วยจังหวะที่ไม่รีบร้อน

บ้านโมเดิร์นสีขาว ในจังหวัดร้อยเอ็ดที่เกิดจากความรักและความตั้งใจอยากให้บ้านหลังนี้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของสมาชิกทุกคน ภายใต้บรรยากาศโปร่งโล่ง ดูแลง่าย และอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ

Design Directory : ออกแบบ Wardwai Architect and Design

บ้านโมเดิร์นสีขาว
เส้นสายที่เรียบง่ายสะอาดตาของบ้านสีขาวสไตล์โมเดิร์นมองเห็นเพียงบริเวณที่จอดรถด้านหน้า ส่วนที่พักอาศัยให้สวนและต้นไม้ใหญ่พรางตาไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว
บ้านโมเดิร์นสีขาว
วางตัวบ้านในทิศทางที่มองเห็นองค์พระใหญ่ที่ช่องแสงบริเวณปลายอาคาร และเปิดรับลมประจำถิ่นที่พัดผ่านตัวบ้านได้อย่างเต็มที่
บ้านโมเดิร์นสีขาว
สวนหน้าบ้านออกแบบให้สอดรับกับตัวบ้านด้วยบ่อน้ำและต้นไม้ใหญ่ทำให้ลมที่พัดผ่านเข้าบ้านมีอุณหภูมิที่เย็นลง

บ้านโมเดิร์นสีขาว เส้นสายเรียบง่าย ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่โอบล้อมไว้รอบด้านดูเงียบสงบร่มรื่นต่างจากภายนอกแต่ข้างในซ่อนความตั้งใจไว้มากกว่าที่ตามองเห็น ทุกเช้าแสงอาทิตย์จะลอดผ่านจากช่องแสงด้านบน ทอดตัวลงบนหิ้งพระพอดิบพอดีราวกับนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ทำให้เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยความสงบนิ่ง ก่อนที่จะออกไปเผชิญกับงานอันแสนวุ่นวายข้างนอก คุณหมอต๋ง – นายแพทย์ธนฤทธิ์ จุรีมาศ และคุณหมอออม – แพทย์หญิงนภัสวรรณ ฟ้าสว่าง ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้สักพัก ตัดสินใจสร้าง บ้านโมเดิร์นสีขาว หลังนี้ เมื่อคุณพ่อของคุณหมอออมป่วยและอยากให้ท่านมาอยู่ด้วยกันจะได้ดูแลได้อย่างใกล้ชิด บ้านหลังนี้จึงเกิดจากความรักและความตั้งใจ อยากให้เป็นบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของทุกคน 

บ้านโมเดิร์นสีขาว
บ้านสีขาวสะอาดตาตัดกับเส้นกรอบสีเข้มเกิดเป็นช่องจังหวะในมุมมองที่แตกต่างกันไป สวนญี่ปุ่นร่วมสมัยที่ผสมผสานต้นไม้และหินให้ความเป็นธรรมชาติสร้างบรรยากาศร่มรื่นให้บ้าน
บ้านโมเดิร์นสีขาว
เมื่อมองออกมาที่สวนหน้าบ้านจะพบกับต้นพะยอมคู่ฟอร์มสวยเหนือบ่อน้ำและกังหันน้ำที่สื่อธรรมจักรซึ่งสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ
ศาลาสไตล์ญี่ปุ่นในบริเวณสวนหลังบ้านเป็นการสร้างพื้นที่กิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน
มุมหลังบ้านเป็นสวนป่าโดยมีต้นพะยอมและนางกวักเป็นจุดเด่น ผนังอิฐช่องลมสีขาวโอบล้อมโซนนี้ไว้สร้างความเป็นส่วนตัวให้ผู้อยู่อาศัยแต่ลมยังสามารถพัดผ่านได้สะดวก

เจ้าของบ้านบอกความต้องการกับสถาปนิก ฟังดูเรียบง่ายแต่ชัดเจน คือ โปร่งโล่ง ดูแลง่าย และอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ คุณหมอต๋งเล่าว่า “ตอนเด็กๆ โตมากับบ้านที่เป็นตึกแถวมาตลอด เป็นห้องทึบไม่ค่อยมีแสงไม่มีหน้าต่าง ก็เลยอยากได้บ้านที่โปร่งโล่ง มีอากาศถ่ายเทได้ดีและใกล้ชิดธรรมชาติ คุณพ่อจะได้สัมผัสกับธรรมชาติจะได้สดชื่น”

อีกเงื่อนไขที่คุณหมอออมให้ความสำคัญคือ บ้านโมเดิร์นสีขาว หลังนี้ต้องมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถดูแลด้วยตัวเองได้ง่าย ทางสถาปนิกจึงออกแบบให้เป็นบ้านสำหรับครอบครัวที่อยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน ได้มีพื้นที่ของตัวเองและพื้นที่ใช้สอยตรงกลางร่วมกัน ซึ่งมีผลต่อการมีปฎิสัมพันธ์ของทุกคนในบ้าน “บ้านมีพื้นที่ใช้สอยรวม 250 ตารางเมตร สำหรับ 6 คน บางคนอาจจะมองว่าห้องเล็กเกินไป แต่สำหรับผมมองว่ากำลังพอดี ไม่เล็กไป ไม่ใหญ่ไป พอดีกับชีวิตที่อยากได้”

บ้านโมเดิร์นสีขาว
ตัวบ้านเปิดรับมุมมองสู่พื้นที่สีเขียวด้วยผนังกระจกบานใหญ่ ชั้นล่างสามารถเปิดบานเลื่อนให้เป็นพื้นที่โล่งเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกได้อย่างเต็มตา
ระเบียงที่ยื่นยาวออกไปเกิดเป็นพื้นที่กึ่งภายนอกและภายในให้ได้ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ เอื้อต่อการใช้ชีวิตนอกบ้านได้มากยิ่งขึ้น
ออกแบบให้รางบานเลื่อนยาวซ่อนไปหลังบันได ทำให้เปิดบานเลื่อนออกได้จนสุด เพื่อเปิดมุมมองรับวิวสวนได้กว้างมากยิ่งขึ้น

คุณแจม – ณชพล เฉลิมลักษณ์ สถาปนิก จาก Wardwai Architect and Design ผู้รับดูแลงานนี้ เล่าถึงวันแรกที่เข้ามาดูหน้างานเพื่อวางตำแหน่งทิศทางของบ้านและพบกับสิ่งที่มากำหนดทิศทางของบ้านหลังนี้ได้อย่างน่าสนใจ “วันแรกที่เข้ามาที่ตรงนี้ ผมมองเห็นองค์พระใหญ่ทางทิศตะวันตก และต้นจามจุรีที่แผ่กิ่งก้านสาขาอยู่ใกล้ๆ จึงใช้ตำแหน่งขององค์พระเป็นแกนหลักและตั้งใจวางหน้าต่างให้มองเห็นองค์พระได้จากชั้น 2” 

ตัวอาคารถูกบิดจากแนวถนนด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อให้รับทิศทางลมประจำถิ่นได้พอดี “ครอบครัวนี้ให้ความสนใจศึกษาเรื่องของธรรมะทั้งการสวดมนต์และนั่งสมาธิ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เรียงร้อยเรื่องราวของการออกแบบได้อย่างลงตัว”

คุณแจมจึงออกแบบให้ห้องพระอยู่ในตำแหน่งที่อยู่สูงสุดของบ้าน ถึงจะเป็นมุมเล็กๆบริเวณชั้นลอยแต่เงียบสงบและสิ่งที่พิเศษคือในทุกเช้าราว 7 โมง แสงอาทิตย์จะส่องผ่านช่องด้านบนลงมาที่องค์พระบนหิ้งพอดี ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ “ผมคำนวณเส้นทางของแสงอาทิตย์เพื่อให้แสงส่องผ่านช่องลงตรงหน้าองค์พระพอดีกับเวลานั้น เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้อย่างสวยงาม 

อีกสิ่งหนึ่งที่ทางสถาปนิกออกแบบอย่างพิถีพิถันคือ ลำดับความรู้สึกตอนเดินเข้าบ้าน “ทั้งคุณหมอต๋งและคุณหมอออมต่างต้องทำงานที่มีความกดดัน คุณหมอออมทำงานห้องฉุกเฉินต้องเจอเลือด บางครั้งต้องทำงานถึงเช้า การกลับบ้านจึงควรเป็นที่ที่กลับมาแล้วรู้สึกสบายใจ”

คุณแจมออกแบบให้บริเวณทางเดินเข้าบ้านมีระดับฝ้าเพดานที่ต่ำกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อสร้างความรู้สึกกดลงของทางเดินและเมื่อเข้าสู่พื้นที่โถงกลางของบ้านจะพบกับสเปซขนาดใหญ่ที่โปร่งโล่งแบบดับเบิลสเปซที่มีความสูงตั้งแต่พื้นไปจรดฝ้าหลังคา หรือแม้แต่การออกแบบช่องแสงที่ปลายทางก่อนขึ้นบันไดเป็นการเปิดให้มองเห็นแลนด์สเคปข้างนอกและเมื่อขึ้นบันไดไปถึงชั้น 2 ตำแหน่งปลายทางเดินก็จะมองเห็นองค์พระใหญ่ระหว่างที่เดินเข้าห้องนอนด้วยเช่นกัน

ชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนกลางแบบโอเพ่นแปลนที่รวมมุมนั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหาร และครัวเอาไว้ด้วยกัน ขนาบข้างด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ทั้งสองฝั่งมองเห็นสวนสวยที่โอบล้อมบ้านนี้ไว้ในทุกองศา โซนด้านหน้าใกล้ประตูเข้าบ้านมากที่สุดเป็นห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่คุณหมอออม ที่ออกแบบไว้สำหรับการใช้งานของผู้สูงอายุ รวมทั้งทางลาดที่ออกแบบไว้เพื่อรองรับการใช้วีลแชร์ในอนาคต

บ้านโมเดิร์นสีขาว
ภายในบ้านส่วนแรกออกแบบให้ฝ้ามีระดับต่ำกว่าปกติเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าสู่โซนกลางบ้านที่มีความสูงดับเบิลสเปซที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งเป็นการเล่นกับสเปซที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน
บ้านโมเดิร์นสีขาว
โถงสูงแบบดับเบิลวอลุ่มช่วยดึงแสงสว่างจากด้านบนให้ไหลลึกเข้าสู่ภายใน โซนกลางบ้านแบบโอเพ่นแปลนเชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหาร และครัวเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็มองเห็นกันได้ตลอดเวลา

บันไดวางอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัด เส้นสายลาดเอียงของบันไดที่ดูเหมือนกำลังรัดรอบผนังแกนหลักทำหน้าที่นำสายตาขึ้นสู่ชั้น 2 สถาปนิกเลือกใช้ไม้ในการกรุผนังกันตกเพื่อให้ดูแตกต่างจากวัสดุอื่นๆ ในบริเวณนี้และเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ ในวัยกำลังซน การเลือกวัสดุในบ้านหลังนี้สะท้อนแนวคิดเดียวกับการออกแบบทั้งหลัง นั่นคือใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน พื้นห้องนอนชั้นบนเลือกใช้ SPC ที่เปลี่ยนได้ง่ายเมื่อถึงเวลา เหมาะกับบ้านที่มีเด็กชายสองคนในวัยกำลังโต รวมถึงผนังบันไดที่เป็นคอนกรีตสร้างพื้นผิวให้มีความหยาบเกิดเป็นลวดลายพอให้รอยเปื้อนกลืนหายไป ทุกการเลือกจึงไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่เหมาะสมกับการใช้งานและการดูแลรักษา

ช่องแสงที่ปลายทางก่อนขึ้นบันไดเปิดมุมมองให้เห็นแลนด์สเคปภายนอกมองเห็นพื้นที่ของธรรมชาติที่ช่วยผ่อนคลายได้จากทุกมุมของบ้าน
ผนังแกนกลางบันไดออกแบบพื้นผิวให้มีลวดลายและผิวสัมผัสหยาบๆ ดูแตกต่างจากส่วนอื่นของบ้าน
มุมใต้บันไดตกแต่งด้วยกระจกเงาสร้างภาพหลอกตาให้มุมมองดูกว้างยิ่งขึ้น
บ้านโมเดิร์นสีขาว
ตู้หนังสือบริเวณทางเชื่อมไปสู่ห้องทำงานและห้องนอนให้ความรู้สึกเหมือนห้องสมุดขนาดเล็กที่ชวนให้หยิบหนังสือมาอ่านสักเล่ม
บ้านโมเดิร์นสีขาว
ช่องแสงขนาดใหญ่ที่ปลายทางเดินชั้น 2 ของบ้านเป็นมุมที่ทางสถาปนิกตั้งใจวางตำแหน่งให้มองเห็นองค์พระใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน

ชั้น 2 มีทางเดินทอดยาวจากบันไดไปสู่ห้องทำงานและห้องนอน โดยมีชั้นหนังสือบิลท์อินยาวตลอดแนวตามสไตล์ของคนรักการอ่านหนังสือ “คุณหมอต๋งและคุณหมอออมมีของสะสมเป็นหนังสือ เลยออกแบบให้ตรงนี้เป็นชั้นวางหนังสือยาวตลอดแนวสามารถหยิบหนังสือออกมาจากชั้นแล้วมานั่งอ่านตรงที่นั่งข้างๆได้เลย เมื่อทุกคนต้องเดินผ่านตรงนี้ทุกวัน มองเห็นทุกวัน จึงเป็นการปลูกฝังแบบอ้อมๆ เพื่อให้เด็กๆ สนใจการอ่านหนังสือและลองหยิบมาอ่านโดยไม่ต้องบอก แค่วางไว้ให้หยิบได้เสมอ”

นอกจากห้องนอนบริเวณชั้น 2 แล้ว ยังมีอีกมุมหนึ่งที่กลายเป็นมุมโปรดของทุกคนในครอบครัว คือห้องทำงานที่เป็นทั้งห้องอ่านหนังสือและมุมทำการบ้านของเด็กๆ ออกแบบให้มีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ที่มองออกไปเห็นต้นพะยอมสองต้นในสวนยืนเด่นอยู่อย่างชัดเจน “จริงๆ เห็นห้องนี้ตั้งแต่ในแปลนแล้ว ชอบที่มีความโปร่งก็เล็งเอาไว้ตั้งแต่บ้านยังไม่เสร็จ ยิ่งพอทำสวนและมีต้นพะยอมสองต้นตรงกับช่องหน้าต่างของห้องพอดีก็ยิ่งชอบมุมนี้ พอคุณหมอต๋งมาเห็นก็เอาเก้าอี้ทำงานมาตั้งด้วย ช่วงวันหยุดลูกๆ ก็จะมาขลุกอยู่ในห้องนี้ด้วยกันอีก ห้องนี้เลยกลายเป็นมุมโปรดของทุกคนในบ้าน”

บ้านโมเดิร์นสีขาว
มุมมองจากห้องทำงานที่ออกแบบไว้อย่างเรียบง่าย เปิดช่องแสงขนาดใหญ่ที่ทำหน้าคล้ายกรอบรูปมองเห็นต้นพะยอมฟอร์มสวยได้อย่างชัดเจน กลายเป็นมุมโปรดที่ทุกคนในบ้านมักจะมารวมตัวกันอยู่ในห้องนี้
บานเปิดบริเวณชั้น 2 ออกแบบเป็นหน้าบานทึบเพื่อให้เปิดรับลมตามแต่ช่วงฤดูที่ลมเปลี่ยนทิศ เน้นการใช้งานได้สะดวกและไม่ต้องเป็นกระจกเพื่อลดความยุ่งยากในการดูแลรักษา
ห้องนอนของเด็กๆ ดีไซน์เรียบง่ายสบายตาวางโต๊ะอ่านหนังสือไว้ริมหน้าต่างได้รับแสงธรรมชาติและมองเห็นสวนสวย
บ้านโมเดิร์นสีขาว
ผนังด้านในสุดของห้องนอนออกแบบให้เป็นช่องแสงขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงมากนักมองเห็นวิวต้นไม้ในสวนได้
ห้องนอนใหญ่ออกแบบให้อ่างล้างหน้าแยกออกมาอยู่นอกห้องน้ำเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
ออกแบบพื้นที่ด้านบนให้เป็นตู้สำหรับเก็บของที่นานๆ ใช้ทีเป็นการใช้ทุกพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า
ห้องน้ำในห้องนอนกั้นพื้นที่โซนเปียก-โซนแห้งด้วยกระจกบานเลื่อนใส และเว้นช่องที่ผนังสำหรับวางขวดสบู่แชมพูได้โดยไม่ต้องติดตั้งชั้นวางเพิ่มให้รกตา
บ้านโมเดิร์นสีขาว
มุมแต่งหน้าในห้องนอนใช้พื้นที่เล็กๆ ระหว่างผนังกับตู้เสื้อผ้าและเปิดช่องรับแสงสว่างจากธรรมชาติ

เมื่อบ้านที่ออกแบบมาตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย แสงยามเช้าที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของความศรัทธา พื้นที่ต่างๆ ที่เตรียมไว้ในอนาคตเพื่อคนที่เรารัก บ้านที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องใหญ่โตหรือเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ไม่เคยใช้ แต่เป็นบ้านที่ทำให้รู้สึกสบายใจเวลาที่กลับมาถึงบ้านในทุกๆ วัน

เจ้าของ : นายแพทย์ธนฤทธิ์ จุรีมาศ และแพทย์หญิงนภัสวรรณ ฟ้าสว่าง

ออกแบบ : Wardwai Architect and Design

รับเหมา : ห้างหุ้นส่วน เจริญทรัพย์ร้อยเอ็ด ก่อสร้าง โดยคุณไพศาล ประเชิญเชื้อ

ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง : คุณยศพล บรรยงค์

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับพฤษภาคม 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่

เรื่อง : jOhe

ภาพ : ธนายุต วิลาทัน, กรานต์ชนก บุญบำรุง

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย อยู่บนโครงสร้างแบบนั่งร้าน เปิดรับวิวภูเขา

บ้านอีสานลักชัวรี กลิ่นอายของเรือนอีสานกลายเป็นบ้านร่วมสมัย