เรือนอีสานสมัยใหม่ จากศาลาสู่บ้านร่วมสมัย - บ้านและสวน

บ้านอีสานลักชัวรี กลิ่นอายของเรือนอีสานกลายเป็นบ้านร่วมสมัย

เรือนอีสานสมัยใหม่ ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว ทั้งความปลอดภัยจากการเข้าออก การใช้งานที่ออกแบบให้เป็นพื้นระนาบเดียวกันทั้งหลัง และพรางตาด้วยฉากธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนได้อย่างสบายใจ

ตัวบ้านอยู่ในตำแหน่งลึกเข้าไปในที่ดินและมีทิวต้นมะฮอกกานีทำหน้าที่เป็นฉากธรรมชาติที่ช่วยพรางตา จากภายนอก

Design Directory : S Pace Studio

ริมถนนสายหนึ่งย่านใจกลางเมืองอุบลราชธานี บริเวณสามแยกที่มีการจราจรหนาแน่น รั้วโค้งสูงใหญ่สีขาวแปลกตา ที่ทำให้คนขับรถผ่านไปมาต้องเหลียวมอง รั้วที่มีระยะถอยร่นลึกเข้าไปในที่ดิน เว้นจังหวะให้ต้นหว้าแม่น้ำโขงที่ปลูกไว้บนเนินสนามหญ้าสีเขียว ได้ทักทายผู้คนที่อยู่นอกรั้ว ความเงียบที่ ซ่อนอยู่ด้านหลังเป็นบ้านชั้นเดียวที่ดูสบาย ๆ ต่างจากความวุ่นวายของรถราด้านนอกอย่างสิ้นเชิง

ร่นระยะของรั้วบ้านเข้าไปเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ใหญ่ด้านนอก เป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อ แบ่งปันให้คนที่ผ่านไปมาบนถนนสายนี้ได้พักสายตา
เรือนอีสานสมัยใหม่

บ้านที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

“อยากได้บ้านที่เหมาะกับการพักผ่อน ไม่ต้องแฟชั่นแต่ยังเรียบหรูอยู่สบาย และให้ความสำคัญกับ Universal Design เพราะวางแผนว่าจะใช้ชีวิตที่นี่ไปยาว ๆ เมื่ออายุเยอะขึ้นหรือมีการใช้วีลแชร์ บ้านก็ต้อง เฟรนลี่กับการใช้งานได้ทุกส่วน” คุณลี่ – กัลยา สิริยากุล เจ้าของบ้านและเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อ สร้าง เล่าถึงสิ่งที่บอกกับสถาปนิกตั้งแต่เริ่มต้น จากที่เคยอยู่บ้านตึกแถวแบบครอบครัวใหญ่มาตลอด เมื่อถึงเวลาสร้างบ้านของตัวเอง จึงสามารถบอกความต้องการได้อย่างชัดเจน

ทางลาดเอียงค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปถึงที่จอดรถ และเมื่อปิดประตูบานเลื่อน การเข้าถึงตัวบ้านจะถูกปิดกั้น ได้อย่างสมบูรณ์
เรือนอีสานสมัยใหม่
บ้านชั้นเดียววางอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าระดับถนนขึ้นไป 3 เมตร ทำให้รู้สึกปลอดภัยมองเห็นได้รอบด้าน ตัวอาคารหลังคาจั่วสูงโปร่งจัดวางเป็นกลุ่มต่อเนื่องกันคล้ายเรือนไทยอีสานที่ดูโมเดิร์นขึ้น

คุณปาล์ม – ทวิชากร เหล่าไชยยงค์ สถาปนิก จาก S Pace Studio เมื่อได้รับโจทย์มาจากคุณลี่ มองว่าการออกแบบที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกปลอดภัย และสบายใจเป็นสิ่งสำคัญ และควรจะสอดคล้องกันไป ตั้งแต่แลนด์สเคป สถาปนิก และมัณฑนากร สำหรับบ้านนี้ที่มีที่ดินค่อนข้างกว้าง จึงเลือกวางตำแหน่งของ บ้าน ให้อยู่ลึกเข้าไปในที่ดิน มีแนวของต้นมะฮอกกานีหลายสิบต้น ทำหน้าที่เป็นฉากธรรมชาติพรางตาจาก ภายนอก ถนนตั้งแต่ประตูรั้วค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปถึงตัวบ้านที่ระดับความสูง 3 เมตร เมื่อเลี้ยวรถเข้า ที่จอดรถและปิดประตูบานเลื่อน การเข้าถึงตัวบ้านจะถูกปิดกั้นได้อย่างสมบูรณ์ เป็นการออกแบบที่ ทำให้รู้สึกปลอดภัยตั้งแต่ลงจากรถ รวมถึงทางเดินตั้งแต่ทางเข้าบ้าน จนถึงห้องนอนในบ้านหลังนี้ ไม่มีสเต็ปเลยแม้แต่ขั้นเดียว ซึ่งเป็นการวางแผนเผื่ออนาคตไว้ตั้งแต่ต้น

เรือนอีสานสมัยใหม่
พื้นที่ส่วนกลางออกแบบให้การใช้งานระหว่างครัวแพนทรี่ โต๊ะรับประทานอาหาร และมุมพักผ่อน ต่อเนื่องกันอย่างไหลลื่น หลังคาจั่วสูงกรุฝ้าให้ขนานไปกับโครงสร้างหลังคาช่วยเปิดพื้นที่นี้ให้ยิ่งโปร่งโล่ง

เรือนอีสานสมัยใหม่ ปรับบริบทแวดล้อมให้กลมกลืน

หากมองบ้านจากภายนอก สิ่งที่สื่อสารได้ชัดเจนที่สุด คือหลังคาจั่วที่โชว์โครงสร้างอย่างตรงไป ตรงมา มีชายคาขนาดใหญ่ และชานกว้างสำหรับการใช้ชีวิตนอกบ้าน เสากลมไม้ที่ตั้งรับน้ำหนักตรงหน้า ทั้งหมดนี้คือการหยิบความเป็นศาลาเรือนอีสานดั้งเดิม มาพูดด้วยภาษาที่ร่วมสมัย และเข้าใจได้ง่าย คุณปาล์มเรียกแนวคิดของบ้านหลังนี้ว่า “อีสานลักชัวรี” ที่ไม่ใช่ความหรูหราจากวัสดุราคาแพง หรือการตกแต่งที่มากมายเกินความจำเป็น แต่คือความสะดวกสบาย ที่มาจากการออกแบบ ที่เข้าใจสภาพอากาศ เข้าใจวิถีชีวิต และเข้าใจบริบทโดยรอบ 

เรือนอีสานสมัยใหม่
พื้นที่ส่วนกลางแบบโอเพ่นแปลนเปิดได้โล่งกว้างโดยไม่มีเสากลางห้อง มุมมองต่อเนื่องกันตั้งแต่ ครัวแพนทรี่ โต๊ะรับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่น บานเลื่อนขนาดใหญ่เปิดออกได้จนสุด ทำให้ชานบ้าน กลายเป็นส่วนขยายของพื้นที่ เหมือนอยู่ท่ามกลางสวนที่โอบล้อมไว้ทั้งสองฝั่ง
เรือนอีสานสมัยใหม่
หลังบ้านกั้นพื้นที่ด้วยอิฐช่องลมเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ยังยอมให้ลมไหลผ่านจากด้านหลังสู่หน้าบ้าน ได้สบาย ทำให้อากาศในบ้านถ่ายเทได้สะดวก
เรือนอีสานสมัยใหม่

บ้านเรือนไทยดั้งเดิม ที่ยกพื้นสูงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบบ้านชั้นเดียว ที่วางอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าระดับพื้นถนน ซึ่งมีผลต่อผู้อยู่อาศัย ทำให้รู้สึกปลอดภัย มองเห็นได้รอบด้าน เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ภายใน โถงสูงโปร่งโล่งกลางบ้าน ทำหน้าที่เป็นห้องรับรองขนาดใหญ่ ด้วยระยะของช่องเปิดหน้าบ้านและหลังบ้าน ที่กว้างถึง 10 เมตร วางอยู่ในทิศที่ลมประจำถิ่นไหลผ่าน ทำให้บริเวณนี้เย็นสบาย และมองเห็นวิวสีเขียว ของต้นไม้ที่อยู่รอบบ้าน พื้นที่ส่วนกลางวางผังการใช้งานแบบโอเพ่นแปลนที่รวมมุมนั่งเล่น โต๊ะรับประทาน อาหาร และครัวไว้ในพื้นที่เดียวกัน

มุมแพนทรี่ในพื้นที่ส่วนกลาง ต่อเนื่องกับมุมครัวหนักที่เชื่อมต่อออกไปด้านหลัง ทำให้การทำอาหารสะดวกและเลือกการใช้งานแต่ละมุมครัวได้ตามต้องการ
ในเวลาที่ต้องการลดกลิ่นและควันไม่ให้รบกวนกับพื้นที่ส่วนกลางของบ้านก็สามารถกั้นพื้นที่ห้องครัวด้วย บานเลื่อนกระจกใสที่ซ่อนอยู่ในผนัง

นอกจากมุมครัวที่อยู่บริเวณส่วนกลางแล้วนั้น ยังมีครัวไทยอยู่ไม่ไกลกันนัก เนื่องจากลูกสาวของ คุณลี่เป็นเชฟ ครัวจึงถูกออกแบบเป็นอย่างดี เพื่อการทำอาหารได้สะดวกตามต้องการ และใช้บานเลื่อน ขนาดใหญ่กั้นพื้นที่ ระหว่างครัวหนักกับพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อลดกลิ่นและควันไม่ให้รบกวนส่วนอื่นของบ้าน แต่ก็สามารถเปิดออกให้เชื่อมต่อกัน ได้เพื่อการใช้งานได้อย่างลื่นไหล

ห้องนอนของคุณลี่ออกแบบให้มีตู้เก็บของได้เยอะเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประตูบานเลื่อนเปิดออก สู่สวนหน้าบ้านมองเห็นธรรมชาติได้ตั้งแต่ลืมตาตื่น
มุมอ่านหนังสือในห้องนอนยกพื้นขึ้นมาเล็กน้อยให้ความรู้สึกเหมือนแคร่ เพียงวางเบาะนุ่มๆ ก็นั่งอ่านหนังสือได้สบาย
ชานบ้านทอดยาวต่อเนื่องกันตั้งแต่พื้นที่ส่วนกลางถึงหน้าห้องนอน สามารถเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ หรือปิดบานเฟี้ยมเพื่อความเป็นส่วนตัว

ห้องนอนของคุณลี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตหรูหรา แต่ออกแบบให้ขนาดกำลังดีพอเหมาะกับการใช้งาน โดยแบ่งเป็นมุมนอน ห้องน้ำ วอล์กอินคลอเซต และมุมพิเศษที่คุณลี่ขอไว้ตั้งแต่แรก คือมุมอ่านหนังสือ ที่เป็นพื้นยกระดับขึ้นมาเล็กน้อยให้อารมณ์เหมือนแคร่ เพียงวางเบาะนุ่ม ๆ ก็พร้อมจะนั่งอ่านหนังสือได้สบาย ๆ และยังมองเห็นสวนคอร์ตเล็ก ๆ ได้แม้จะอยู่ในห้องนอน

ห้องน้ำที่ต่อเนื่องกับวอล์กอินคลอเซต คุมโทนสีสว่างตัดกับไม้ที่ดูอบอุ่น กระจกเงาบานใหญ่ช่วยหลอกตา ให้ห้องดูกว้างขึ้นและใช้งานได้สะดวก
พื้นที่แต่งตัวที่เรียบร้อยเป็นระเบียบกับตู้เสื้อผ้าสีเทาอ่อนเรียงตัวยาวตลอดแนว โต๊ะแต่งหน้าซ่อนไฟ ไว้ด้านหลังให้แสงที่นุ่มนวลสม่ำเสมอและยังมีช่องหน้าต่างเล็กๆด้านในสุดที่แม้จะอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวก็ยัง มองเห็นสวนได้เสมอ

ส่วนห้องนอนของลูกชายและลูกสาววางไว้อีกฝั่งของบ้านตกแต่งในสไตล์เรียบง่ายใช้งานได้จริงแต่ต่างกันด้วยโทนสีตามที่เจ้าของห้องต้องการ ทางสถาปนิกเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นสำหรับห้องนอนทั้ง สามห้องด้วยบานเฟี้ยมระแนง ที่สามารถปิดเมื่อไม่อยู่บ้านและยังได้ความเป็นส่วนตัวเมื่อไม่ต้องการให้ คนภายนอกมองเห็น

ออกแบบให้มีตู้เก็บของมากเพียงพอเพื่อห้องที่เป็นระเบียบไม่มีข้าวของรกตา
ห้องนอนลูกสาวใช้โทนสีสว่างและซ่อนไฟไว้ในจุดต่างๆ ทำให้เกิดแสงที่นุ่มนวลทั่วทั้งห้อง ด้านในสุด เปิดรับวิวสวนได้กว้างตั้งแต่พื้นจรดเพดาน
ห้องนอนของลูกชายใช้โทนสีเข้มที่ดูแตกต่างจากส่วนอื่นของบ้าน มีช่องเปิดขนาดใหญ่มองเห็นสวน ที่อยู่ตรงหน้า

วัสดุที่สวยงามตามกาลเวลา

หนึ่งในรายละเอียดที่ทำให้บ้านนี้มีความน่าสนใจ คือกระเบื้องคอนกรีตสีเทาที่เห็นในหลาย ๆ มุมของบ้าน เกิดจากการหล่อขึ้นมาทีละแผ่น ถึงจะมีรูปทรงที่บิดเบี้ยวเล็กน้อย สีที่อ่อนเข้มต่างกันไปบ้าง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่คือเสน่ห์ของสัจจวัสดุที่สวยงามในแบบที่เป็น

เรือนอีสานสมัยใหม่

กระเบื้องคอนกรีตทำขึ้นมาสำหรับบ้านนี้โดยเฉพาะ ค่อย ๆ ติดเข้าไปทีละชิ้น และไม่มีการเคลือบใด ๆ เพราะอยากให้วัสดุมันเก่าด้วยตัวมันเอง ถ้าสีซีดจางก็ให้ซีดจางในแบบที่วัสดุนั้นเป็น กระเบื้อง คอนกรีตอาจจะสีเปลี่ยนไปบ้างตามความชื้นและกาลเวลา แต่นั่นก็คือความสวยงามที่แท้จริงของวัสดุ” คุณปาล์มอธิบาย

เรือนอีสานสมัยใหม่
เมื่อเปิดบานเลื่อนออกจนสุดจะทำให้พื้นที่ภายนอก-ภายในเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน

เมื่อการพักผ่อนคือการกลับบ้าน และโจทย์ที่ต้องการคือ ทำให้บ้านเป็นเหมือนรีสอร์ตที่อยู่สบาย อาจไม่ใช่แค่การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่สวนก็มีส่วนสำคัญที่ดึงธรรมชาติ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัย จากคนที่อยู่บ้านตึกแถว ไม่มีต้นไม้ไม่มีวิวสวน แต่ในเวลานี้การปลูก ต้นไม้กลายเป็นกิจกรรมในวันพักผ่อนที่คุณลี่ให้ความสนใจ “เป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องต้นไม้เลย แต่ตอนนี้ กลายเป็นคนบ้าปลูกต้นไม้ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ พอมีที่ดินเราก็ค่อย ๆ ปลูกเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ ส่วนมากจะ เป็นไม้พื้นถิ่นของภาคอีสาน เช่น กระพี้จั่น พะยูง เป็นไม้ยืนต้นที่ดูแลง่าย ก็ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป”

บ้านหลังนี้ตอบคำถามหลายข้อได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย การทำให้บ้านอยู่สบาย การเตรียมพร้อมเผื่อในวันที่อายุมากขึ้น และธรรมชาติที่มองเห็นได้รอบบ้าน รวมถึงความงามนอกรั้วที่ตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อคนที่อยู่ข้างนอก “เป็นบ้านในแบบที่เราอยากให้เป็น ลูก ๆ ทำงานต่างจังหวัด พอเสาร์อาทิตย์ก็จะรีบกลับบ้านกัน แล้วก็ไม่ค่อยจะอยากไปไหน และมีประโยค เดิมที่มักจะพูดกันเสมอว่า ไม่มีที่ไหนอยู่สบายเท่าบ้านเลย” ประโยคนี้น่าจะเป็นการสรุปที่ดีที่สุดของบ้านที่สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่ด้วยกันไปนาน ๆ

เจ้าของ :  คุณกัลยา สิริยากุล

สถาปนิก : S Pace Studio โดยคุณทวิชากร เหล่าไชยยงค์

เรื่อง : jOhe

ภาพ : คุณทวิชากร เหล่าไชยยงค์


บ้านล~ม บ้านอีสานโมเดิร์นอบอุ่นด้วยมุมใต้ถุนบ้าน

50 บ้านสวยแดนอีสาน หลากหลายสไตล์ แต่อยู่สบายอีหลีทุกหลังเด้อ