บ้านล~ม บ้านอีสานโมเดิร์นอบอุ่นด้วยมุมใต้ถุนบ้าน
บ้านอีสานโมเดิร์น ผสมความเป็นพื้นถิ่นเดิมโดยเคารพถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบชนบทด้วยชานนั่งเล่นใต้ถุนบ้านที่เปิดโล่งเชื้อเชิญการนั่งเล่นแบบครอบครัว

Design Directory : สถาปนิก บ้านบ้าน 1989
ตั้งแต่อดีตมาแล้วที่บ้านเรือนทางแถบอีสานมักมีลักษณะเป็นบ้านใต้ถุนสูงคลุมด้วยหลังคาหน้าจั่วต่ำลาดเอียงน้อย ด้วยเพราะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง มีอากาศร้อนมากกว่าฝน จึงนิยมทำแคร่หรือพื้นที่นั่งเล่นใต้ถุนให้เป็นทั้งพื้นที่รับแขก ทำงานจักสาน พักผ่อนหลบร้อน หรือแม้แต่ป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน ซึ่งแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่เอกลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นบางอย่างก็ยังคงมีให้เห็นและปรับใช้ให้ร่วมสมัยกลายเป็น บ้านอีสานโมเดิร์น ที่เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบันมากขึ้น

และนี่ก็เป็นแนวคิดแรก ๆ ที่ คุณอ๊อตโต้- ณัฐวัมน์ ปุ่มเป้า สถาปนิกจากบ้านบ้าน1989 นึกถึงเมื่อ คุณขวัญ – แพทย์หญิงปาริสุทธิศีล บุญจูง ติดต่อให้มาช่วยปรับปรุงบ้านเก่าหลังเดิมของเธอที่มีอายุกว่า 40 ปี ในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งยังเป็นบ้านที่ใช้ชีวิตและเติบโตมาพร้อมกับคุณแม่ ก่อนจะสร้างบ้านหลังใหม่เพิ่มขึ้นในที่ดินกว้างหลังบ้านเดิมนี้ ทำให้คุณอ๊อตโต้เกิดไอเดียว่า “เราอยากเก็บความทรงจำเดิมของบ้านไว้ โดยเคารพในรูปแบบบ้าน พื้นถิ่นหลังคาจั่วเดิม และเพิ่มสไตล์การออกแบบสมัยใหม่เข้าไป”


บ้านล~ม ที่มาจากเรื่องของลม / ลูก แม่
เมื่อสำรวจบ้านเดิมซึ่งมีโครงสร้างผสมระหว่างปูนกับไม้แล้วจึงพบว่าสามารถเก็บโครงสร้างและไม้เดิมไว้ได้เพียงแค่ 30% นอกนั้นจำเป็นต้องรื้อพื้นผนังทิ้งหมด แล้วเพิ่มส่วนรากฐานใหม่ พร้อมเสริมขนาดของเสาโครงสร้างขึ้นเพื่อให้บ้านแข็งแรงและมั่นคง
“ทุกครั้งที่เราออกแบบก็มักจะเริ่มต้นจากการตั้งชื่อบ้านเพื่อนำไปสู่แนวทางการออกแบบทุกอย่างที่จะตามมา สำหรับบ้านนี้คือ ‘บ้านล~ม’ โดยเล่นกับคำว่า ‘ลม’ ซึ่งหมายถึงการออกแบบที่เน้นเรื่องระบายอากาศให้ตัวบ้าน ด้วยหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตกจึงต้องทำผนังปิดเพื่อป้องกันแดดและความร้อน และเปิดภายในส่วนที่ต้องการดึงแสงธรรมชาติเข้าบ้าน มีชายคาบ้านที่ยื่นยาวเพื่อสร้างร่มเงา เพิ่มระเบียงชั้น 2 ให้เป็นพื้นที่ออกมารับลม สร้างคอร์ตต้นไม้และเปิดหลังคาสกายไลต์ทางทิศเหนือเพื่อให้บ้านได้แสงที่ไม่ร้อนเกินไป โดยนำวัสดุจากบ้านเดิมที่ยังใช้ได้กลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฝาผนัง ราวบันได หรือพื้นไม้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างบ้านให้ลูกกับแม่ได้สานต่อความทรงจำเดิมเข้ากับประสบการณ์ใหม่ๆ ไปด้วยกัน”




ความสนุกของบ้านที่ไม่ได้อยู่ประจำ
ด้วยพื้นที่ของการใช้ชีวิตของคุณขวัญและคุณแม่ยังคงอยู่ที่บ้านหลังใหญ่เป็นหลัก บ้านหลังนี้จึงเป็นเหมือนเรือนรับรองต่อขยายที่ไว้สำหรับพักผ่อนและรวมไปถึงรับรองญาติหรือเพื่อนมากกว่า คุณขวัญเลยตั้งโจทย์ง่าย ๆ กับสถาปนิกไว้ว่า “บรีฟแรกบอกเอาแบบสนุกๆ ค่ะ เหมือนให้เขาช่วยเติมความฝันเพื่อให้เรามีบ้านรับแขกสบาย ๆ ฟังก์ชันก็แค่ห้องนอน ห้องน้ำ มาตอนหลังถึงเริ่มอยากให้เพิ่มชานไม้ไว้นั่งเล่นคุยกัน และกินส้มตำกันได้ด้วย”
สถาปนิกออกแบบแนวรั้วคอนกรีตสีขาวสะอาดตาไว้หน้าบ้านเหมือนบ่งบอกถึงความเรียบง่ายและจริงใจ บนผนังรั้วยังตกแต่งด้วยตัวอักษรที่ดูพลิ้วไหวของคำว่า “บ้านล~ม” เคียงข้างไปกับป้ายชื่อไม้อีกชิ้นที่อยู่ ใกล้กับซุ้มทางเข้าเล็ก ๆ แต่ชวนมองด้วยเพราะหลังคาซุ้มนี้ทำจากไม้เดิมของบ้านนำมาตัดมุมเฉียงเรียงซ้อน ต่อกันล้อรับไปกับรูปทรงหลังคาบ้านจริง แล้วเมื่อก้าวเข้ามาสู่ด้านในจึงพบกับส่วนของที่จอดรถอยู่ฝั่งขวา กั้นแยกด้วยมุมกระบะปลูกพืชผักสวนครัวของคุณแม่ โดยมีตัวบ้านอยู่ฝั่งซ้าย ที่อยู่ตรงกลางคือการนำฟังก์ชัน ของแคร่มาออกแบบให้เป็นพื้นที่ชานเปิดโล่งรับลมใต้ถุนบ้าน รองรับวิถีชีวิตพื้นถิ่นหรือวัฒนธรรมของคนอีสาน ที่นิยมนั่งเล่น พักผ่อน พูดคุย หรือกินส้มตำกันอยู่ตรงชานนอกบ้าน เพื่อให้คนในครอบครัวที่อยู่ภายในรั้วเดียว กันได้เข้ามาใช้งานได้สะดวก และสร้างบรรยากาศแบบเดิม ๆ ถ่ายทอดสู่บริบทของบ้านร่วมสมัย




ส่วนพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านราว 100 ตารางเมตรนั้นจัดวางฟังก์ชันแบบง่าย ๆ ให้เป็นพื้นที่นั่งเล่น พักผ่อนด้านล่างเปิดโล่งด้วยเพดานแบบ Double Volume ช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดโปร่งสบายตา หลังบ้าน เป็นพื้นที่ครัวไทยกึ่งกลางแจ้งที่ออกแบบให้เชื่อมต่อกับบ้านหลังใหญ่ เพื่อให้คุณแม่สามารถใช้งานได้สะดวก และยังกลายเป็นมุมทำน้ำสกัดผลไม้ของคุณแม่ กิจกรรมโปรดที่ทำไว้ทั้งแจกและขาย
ขณะที่ชั้นบนเป็นห้องนอนที่มีระเบียงกว้างและเป็นส่วนยื่นของอาคารโดยทำหน้าที่สร้างร่มเงาให้พื้นที่นั่งเล่นใต้ถุนไปในตัว และเพราะไม่ได้อยู่อาศัยเป็นประจำ คุณขวัญจึงปรับใช้ห้องนอนนี้เป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องดูหนัง หรือห้องบำบัดใจ แต่ถ้ามีเพื่อนหรือญาติมาพักก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นห้องนอนได้เลย เพราะทุกๆ ห้องในบ้านเน้นเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ประเภทลอยตัวเพื่อให้สามารถยกย้ายเปลี่ยนมุมรับกับฟังก์ชันที่ต้องการได้ง่ายและสนุกตามแบบที่คุณขวัญต้องการ จนเธอเองบอกว่า “เกินความคาดหวังไว้มาก แถมยังมีสเปซใหม่ ๆ ให้สนุกกับการเรียนรู้และใช้งานเพิ่มอีก”









กลิ่นอายพื้นถิ่นในเส้นสายโมเดิร์น
แม้จะเป็นบ้านหลังคาทรงจั่วที่กลมกลืนไปกับบริบทของเพื่อนบ้าน แต่บ้านล~มก็ยังมีเส้นสายที่แตกต่างเฉพาะตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่องระเบียงเล็ก ๆ ที่ยื่นออกมาจากหน้าบ้านซึ่งเป็นผนังปิดทึบ โดยคุณอ๊อตโต้ให้เหตุผลถึงการออกแบบนี้ว่า
“เราพยายามถอดคำว่าเรือนพื้นถิ่นออกมาเป็น 2 มุมมอง คือมองจากภายนอกเข้ามาที่ตัวบ้าน จะเห็นเรื่องความสวยงามและการใช้วัสดุที่ให้มุมมองแบบบ้านไม้ ขณะที่คนในบ้านมองเห็นประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่า และเรายังแทรกความเป็นโมเดิร์นเข้าไปในเส้นสายของตัวอาคาร อย่างระเบียงหน้าบ้านที่ช่วยเปิดรับแสงและลม ลดความทับตันของผนังไม้เทียมหน้าบ้าน หลังคาเมทัลชีตที่เรียบและยาวออกมาเป็นชายคาอีก 3 เมตร กับระแนงไม้โปร่งที่ช่วยสร้างแสงเงาตกกระทบในบ้านให้สวยงาม หรือการใช้อิฐช่องลมที่เรียบง่าย เพื่อทำให้บ้านเชื่อมต่อถึงความสมัยใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง”





เบื้องหลังกำแพงรั้วสีขาวที่เหมือนจะปิดบังสายตานี้จึงเป็นบ้านหลังคาจั่วที่ดูเรียบง่ายและยังคงความ เป็นบ้านชนบทพื้นถิ่นผสมไปด้วยท่าทีแบบคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมเดิม ๆ ไว้ และพร้อมจะเปิดประตู ต้อนรับผู้มาเยือน ใครผ่านมาก็ทักทาย กวักมือชวนมานั่งคุย ล้อมวงกินส้มตำกันที่แคร่หรือชานใต้ถุนบ้าน ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติตามแบบวิถีชาวอีสานดั้งเดิม


เจ้าของ : คุณปาริสุทธิศีล บุญจูง
สถาปนิก : บ้านบ้าน1989 โดยคุณณัฐวัฒน์ ปุ่มเป้า
วิศวกร :: บ้านบ้าน1989 โดยคุณภูรีวัจน์ ศิริรัตนากร
ตกแต่ง : คุณปพนพัชร์ โชคธนเสฎฐ์กุล
จัดสวน : In the garden by benzport โดยคุณณัฐพัชร์ แต้ภักดี
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : รุ่งกิต เจริญวัฒน์