บ้านโมเดิร์นทรงกล่องสีขาวที่เปิดช่องแสงรับลมให้และต้นไม้ได้เติบโต
บ้านโมเดิร์นทรงกล่องสีขาว ที่คว้านสเปซเพื่อแทรกพื้นที่ต้นไม้สีเขียวและเปิดช่องให้แสงและลมผ่านในมุมพักผ่อน ทำให้บ้านมีช่องว่างที่หายใจได้
Design Directory : CHUTIMONT/c


ในยุคที่คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายใจเพิ่มขึ้น การยกระดับคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยภายในบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะยิ่งโลกร้อน ยิ่งฝุ่นเยอะ เรายิ่งต้องการบ้านที่ไม่เพียงจะรองรับทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังต้องช่วยฟื้นฟูพลัง สร้างความสุข และปรับภาวะชีวิตให้สมดุลได้ด้วย เช่นเดียวกับ บ้านโมเดิร์นทรงกล่องสีขาว หลังนี้ที่เริ่มต้นจากความต้องการของ คุณพิสนธิ บำราบ คุณแม่ผู้อยากสร้างบ้านหลังแรกให้ลูกสาว คุณเนต – ศุภัชฌา ฐิติวัฒนา และยังเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่เธอจะใช้ชีวิตในช่วงวัยหลังเกษียณไปด้วย บ้านจึงไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้างที่ดูสวยงาม แต่ต้องดูแลชีวิตของคนสองวัยพร้อมกับแมวอีก 3 ตัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพ

ความต้องการของคนต่างวัย
ด้วยความแตกต่างของวัยอย่างชัดเจน มุมมองของบ้านจากความคิดทั้งคู่ก็ย่อมแตกต่างกันด้วย เพราะบ้านในความคิดของคุณแม่ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพักผ่อนนั้นเป็นรูปแบบของบ้านสวนที่มีต้นไม้เยอะ ๆ กับสเปซโปร่งโล่งสบายตา ขณะที่ลูกสาววัยทำงานนั้นให้ความสำคัญกับดีไซน์สมัยใหม่จึงชื่นชอบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีลักษณะเป็นทรงกล่องสีขาวเรียบ ซึ่งการจะรวม 2 มุมมองที่แตกต่างนี้ให้กลมกล่อมได้ก็ต้องอาศัยสถาปนิกผู้มีความคิดสร้างสรรค์ โดยคุณพิสนธิได้ไว้วางใจให้ คุณพริ้ม-ชุติมณฑน์ ชนกโอวาท สถาปนิกรุ่นใหม่ซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีมาออกแบบให้


“รู้จักกับพริ้มมาตั้งแต่เขายังเด็ก และตอนที่เราอยากสร้างบ้าน พริ้มก็เรียนจบสถาปัตย์มาพอดี เราอยากสร้างบ้านบนที่ดินแปลงนี้ซึ่งอยู่ในแวดล้อมของเครือญาติกันทั้งหมด พี่ชายก็อยู่แถวนี้เราเองก็รู้สึกอยากอยู่ใกล้ ๆ ด้วยเพราะว่าอุ่นใจดี”
แม้จะมีโจทย์กว้าง ๆ แต่ก็ชัดเจนพอที่จะให้คุณพริ้มนำไปต่อยอดความคิดมาออกแบบเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทรงกล่องสีขาวที่แทรกด้วยพื้นที่ต้นไม้สีเขียวในทุกมุมมอง ตั้งแต่การลงต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน เสริมด้วยแนวต้นไม้ริมรั้วด้านใน แล้วยังคว้านอาคารเพื่อเพิ่มคอร์ตต้นไม้ขนาดเล็ก ปิดท้ายด้วยการเติมสวนไม้พุ่มโอบปิดมุมมองหลังบ้านไว้



ทำบ้านให้หายใจได้
ด้วยหน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่รับกับแดดอ้อมใต้ค่อนข้างมาก คุณพริ้มจึงอออกแบบรั้วให้เป็นผนังสีขาวปิดทึบ แทรกด้านในด้วยแนวต้นไม้ใหญ่และสระว่ายน้ำ แล้วดันตัวบ้านซึ่งเป็นมุมพักผ่อนหลักเข้าไปอยู่ด้านใน เพื่อเว้นระยะการปะทะกับแดดร้อนโดยตรง
“แทนที่จะแยกบ้านกับสวนออกจากกันก็เปลี่ยนมาใช้การแทรกพื้นที่สีเขียวไปทั่ว ๆ บ้าน เพื่อตอบโจทย์ความเป็นบ้านสวนของคุณแม่ไปด้วย เลยพยายามคลี่ตัวก้อนอาคารทรงกล่องออกมาด้วยการคว้านให้เกิดช่องเปิดสำหรับแสงและลมธรรมชาติ แล้วเพิ่มคอร์ตต้นไม้เข้าไป ช่วยให้บ้านมีช่องว่างที่หายใจได้เยอะขึ้น และใช้การยืดหดของอาคารทำเป็นเฉดให้อาคารเองด้วย ส่วนชั้นบนก็ติดฟาซาดระแนงเหล็กมาช่วยกรองแสงและบังผนังไม่ให้ตัวบ้านรับแดดตรง ๆ และให้ความเป็นส่วนตัวกับบ้าน”



บ้านทรงกล่องนี้จึงถูกแบ่งออกเป็นก้อนอาคาร 3 ก้อน โดยก้อนแรกคือห้องครัวและพื้นที่ซักล้างที่อยู่ด้านหลังลานจอดรถซึ่งคั่นไว้ด้วยคอร์ตต้นเสม็ดแดงฟอร์มสวย เพราะครอบครัวนี้จ้างแม่บ้านแบบไป-กลับจึงแยกห้องครัวให้แม่บ้านเข้า-ออกได้สะดวกโดยไม่กวนพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว ระหว่างห้องครัวก็ยังคั่นด้วยที่นั่งเล่นรับลมในฟังก์ชันคล้าย Foyer แต่อยู่นอกบ้าน โดยเชื่อมกับคอร์ตต้นไม้โปร่งอีกมุมจนเกิดเป็นช่องลมดี ๆ ที่ทำให้มุมนี้ทั้งรับแขก นั่งเล่น หรือเป็นที่สังสรรค์ได้สบาย และสามารถใช้งานได้แม้ในวันฝนตก จากนั้นถึงเข้าสู่ก้อนหลักซึ่งเป็นโถงพักผ่อนที่โปร่งโล่งด้วยเพดานสูงและวางผังแบบโอเพ่นแปลนให้มีส่วนแพนทรี่ เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะรับประทานอาหาร และโซฟานั่งเล่นเชื่อมต่อกันไป โดยมีจุดนำสายตาอยู่ที่บันไดไม้โปร่งกับผนังหินลายสวนที่เป็นฉากหลัง
“โถงนั่งเล่นเป็นเหมือนแกนหลักของบ้านที่มีหน้าต่างบานเลื่อนเปิดออกได้สองฝั่ง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและยังมองเห็นสวนได้ทั้งสองฝั่งด้วย ภายในใช้โทนสีหลักเป็นขาวเทาสว่างสบายตา กับผนังหินอ่อนที่คุณเนตชอบ แล้วพอขึ้นไปชั้นบนที่เป็นห้องนอนก็จะปรับโทนให้อบอุ่นขึ้นแต่ยังคงดูเรียบและทันสมัยกลมกลืนไปกับโถงชั้นล่าง”











ห้องนอนที่มองเห็นธรรมชาติ
โดยทั่วไปห้องนอนมักจะเป็นห้องที่ค่อนข้างปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด แต่สำหรับบ้านนี้เลือกที่จะนำแนวคิดของการเปิดสเปซบางส่วนเพื่อให้ต้นไม้และแสงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนไปด้วย โดยคุณพริ้มเล่าว่า
“อย่างห้องนอนแขกชั้นล่างก็สามารถเปิดมุมมองออกสู่สระว่ายน้ำและสวนหน้าบ้านได้เลย ส่วนห้องนอนของคุณแม่เปิดมุมมองออกไปทางสวนหน้าบ้านรับแสงเช้าพร้อมกับมีมุมนั่งเล่นแบบเบย์วินโดว์ให้มองเห็นความเคลื่อนไหวข้างล่างได้ สำหรับห้องนอนลูกสาวก็จะมีฟังก์ชันครบ ตั้งแต่ห้องแต่งตัวที่โดดเด่นพร้อมเคาน์เตอร์วางของกลางห้อง มีอ่างอาบน้ำกับผนังหินอ่อนตามที่เขาชอบ มีมุมนั่งเล่น มุมทำงาน และเตียงนอน โดยทุกมุมเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าได้หมด และยังมองออกมาเห็นตัวบ้านและสวนได้ทั้งหมดเพื่อให้ทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตา”






แยกพื้นที่ออกกำลังกายไว้เป็นสัดส่วน
นอกจากก้อนอาคารที่เป็นห้องครัวและพื้นที่ส่วนกลางแล้ว ยังมีก้อนอาคารเล็ก ๆ ที่แยกไว้อย่างเป็นสัดส่วนในอีกด้านหนึ่งของสระว่ายน้ำ นั่นคือห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันสำหรับคุณแม่ ผู้มักจะเข้ามาใช้งานเป็นประจำ โดยคุณพริ้มใช้หลักการเดียวกันกับห้องครัวคือให้สามารถเข้า-ออกและใช้งานได้โดยไม่รบกวนพื้นที่พักผ่อนภายในบ้าน เพื่อให้เทรนเนอร์เข้าถึงพื้นที่ง่าย เพราะทำทางเดินที่แยกออกจากทางเข้าหลักและกั้นเขตไว้ด้วยผนังบล็อกช่องลม ทำให้ยังคงรับรู้ได้ถึงแสงและลมธรรมชาติ รวมถึงความสดชื่นของสระว่ายน้ำใกล้ ๆ ได้ดี



ต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบ้านทรงกล่องสีขาวนี้อาจจะดูเรียบนิ่งและร้อนแล้งไปเลยหากไม่ได้เหล่าใบไม้สีเขียวที่เติบโตจากกิ่งก้านเล็ก ๆ จนกลายเป็นไม้ใหญ่และไม้พุ่มสร้างมุมมองและความสดชื่นทางสายตาตั้งแต่หน้าบ้าน ซึ่งคุณแม่เลือกปลูกต้นไม้เพิ่มไว้เอง ทั้งต้นแจง ชุมแสง มั่งมี ซิลเวอร์โอ๊ก รับด้วยแนวต้นไม้ด้านในรั้วอย่างหลิวลู่ลม สนหอม เสม็ดแดง และไม้ประธานสวย ๆ อย่างต้นมะกอก

“จริง ๆ เราบอกไม่ถูกหรอกว่าเราชอบบ้านสไตล์ไหนแล้วความชอบของเราสองคนจะมาอยู่ร่วมกันได้อย่างไร แต่หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตในบ้านนี้มา 2 ปีแล้ว รู้สึกมีความสุขกับทุกมุมและทุกอย่างในบ้านเลย ทั้งสะดวกและสบาย แม่ได้วิวสวน ได้แสง และความปลอดโปร่งแบบบ้านสวน ลูกสาวก็ได้บ้านโมเดิร์น ได้ห้องนอนที่มีห้องแต่งตัว ได้สัมผัสกับงานหินที่ชอบ แม้แต่แมวเองก็ใช้ชีวิตอยู่ได้ในทุกมุมไปพร้อมกับเรา รวมถึงไปนอนเล่นในสวนด้วย ทุกครั้งที่เราใช้พื้นที่ในบ้านแล้วมีความสุขก็จะมักนึกขอบคุณพริ้มเสมอเลยที่ออกแบบบ้านให้เรารู้สึกอยากอยู่บ้านสบาย ๆ ทุกวัน”


เจ้าของ : คุณพิสนธิ บำราบ และคุณศุภัชฌา ฐิติวัฒนา
สถาปนิก : CHUTIMONT/c โดยคุณชุติมณฑน์ ชนกโอวาท
ก่อสร้าง : Rubik Building co.,ltd.
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข, ณัฐวรรธน์ ไทยเสน
ผู้ช่วยช่างภาพ : ภัทรพล จันทพุฒ สไตล์ : Suntreeya