บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย อยู่บนโครงสร้างแบบนั่งร้าน เปิดรับวิวภูเขา - บ้านและสวน
บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย อยู่บนโครงสร้างแบบนั่งร้าน เปิดรับวิวภูเขา

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย ซึ่งออกแแบบเป็นบ้านพักตากอากาศ ด้วยทำเลที่อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพียงสิบกว่ากิโลเมตร จึงสามารถมองเห็นวิวผืนเขาอยู่ไกล ๆ และกลายเป็นโจทย์หลักจากเจ้าของบ้านที่อยากมองเห็นวิวเขาสวย ๆ นี้ ไปพร้อมกับความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว และปลอดภัย

Design Directory : สถาปนิก : Monotello

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย
หน้าบ้านฝั่งติดถนนหันหน้าไปทางทิศตะวันตกจึงไม่เน้นการเปิดระเบียงชมวิวแต่ใช้เป็นระเบียงเล็กสำหรับ ระบายลมให้หมุนเวียนพร้อมทั้งเป็นที่วางคอมเพรสเซอร์ซึ่งมีบานระแนงอะลูมิเนียมลายไม้เปิด-ปิดได้
บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย หลังนี้ ตั้งอยู่ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เรามาเยือนในช่วงกลางเดือนมีนาคม แม้จะเป็นช่วงที่สภาพอากาศในเมืองไม่หลงเหลือความเย็นให้สัมผัสกันแล้ว แต่ช่วงเช้าตรู่ที่พวกเราทีมบ้านและสวน มาถึงแล้วลองกดดูอุณหภูมิจากแอปในมือถือก็พบกับตัวเลขที่บอกไว้ว่า 19 องศาเซลเซียส ตามมาด้วยลมเย็นพัดมาปะทะผิวจนขนลุกแบบไม่ทันตั้งตัว อย่างนี้นี่เองที่ทำให้หลายคนเลือกจะสร้างบ้านพักตากอากาศกันอยู่ในโซนนี้ เพราะไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ราบลุ่มสลับภูเขาที่ให้ทัศนียภาพสวยงาม หากยังมีสภาพอากาศเฉลี่ยตลอดปีที่เย็นสบายกว่าในเมืองมากนัก

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย ที่เรามาเยือนหลังนี้เป็นบ้านพักตากอากาศที่อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพียงสิบกว่ากิโลเมตร ด้วยทำเลที่ตั้งนี้จึงสามารถมองเห็นวิวผืนเขาอยู่ไกล ๆ และกลายเป็นโจทย์ความต้องการหลักจากเจ้าของบ้านที่อยากมองเห็นวิวเขาสวย ๆ นี้ ไปพร้อมกับความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว และปลอดภัย

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย
ผังอาคารเป็นเหมือนตัวซี (C) ที่ล้อมต้นไม้ไว้ตรงกลาง โดยให้พื้นที่ส่วนกลางอยู่ในแนวใกล้ถนนทางฝั่งขวา และพื้นที่ห้องนอนส่วนตัวอยู่ด้านใน
จากรั้วทางเข้าบ้านยังมีกำแพงคอนกรีตที่ช่วยพรางสายตาพื้นที่ภายในบ้านไว้
ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของใต้ถุนบ้านให้เป็นโรงจอดรถกั้นแยกด้วยผนังบล็อกช่องลมเพื่อให้แสงและลมยังคงผ่านได้ โดยไม่รู้สึกอึดอัด
ผนังคอนกรีตด้านข้างโรงจอดรถมีประตูไม้สำหรับเข้าสู่พื้นที่ด้านใน

ตอบฟังก์ชันด้วยงานดีไซน์

คุณพจน์- วรพจน์ เตชะอำนวยสุข สถาปนิกจาก Monotello เล่าถึงการตีความโจทย์ที่เจ้าของบ้านต้องการบ้านพักตากอากาศแบบชั้นเดียวในงบประมาณที่ไม่สูงมาก แต่ก็แอบเสียดายวิวภูเขาสวยที่จะมองไม่เห็นเพราะบ้านอยู่ในมุมต่ำเกินไป หากจะทำพื้นที่ดาดฟ้าให้ขึ้นไปชมวิวก็จะต้องมีระแนงและราวกันตกต่าง ๆ ที่อาจทำให้เสียดีไซน์ของบ้านไป คุณพจน์จึงเสนอแนวคิดการยกบ้านชั้นเดียวนี้ให้สูงขึ้น โดยมีใต้ถุนโปร่งอยู่ด้านล่างแทน

“สถาปนิกต้องเป็นคนที่หาคำตอบให้ร้อยคำถามหรือร้อยความต้องการนั้นให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านชั้นเดียวที่เรียบง่ายแตกต่างไปจากบ้านในเมืองที่ใช้ชีวิตประจำวัน บ้านที่ไม่ต้องการความหรูหรา มีพื้นที่ส่วนตัวของพ่อแม่ลูกที่แยกเป็นส่วนตัวแต่ก็เชื่อมต่อกันได้ และมีพื้นที่เผื่อรับรองญาติกับเพื่อน ๆ ด้วย รวมถึงพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับปาร์ตี้สังสรรค์ หรือบางวันก็เอาเต็นท์มากางนอนเล่นนอกบ้านได้ด้วย ดังนั้นก็ต้องมีสเปซเอาต์ดอร์ให้ใช้งาน ที่สำคัญคือต้องทำให้มองเห็นวิวภูเขาจากในบ้านได้ โดยทั้งหมดนี้ตอบได้ด้วยงานดีไซน์”

ทางเดินหลังแนวบล็อกช่องลมของโรงจอดรถ
ช่องเล็ก ๆระหว่างบันไดคอนกรีตที่สถาปนิกตั้งใจทำให้เส้นโครงสร้างดูโปร่งเบาและยังเป็นช่องทางของ ลมได้ด้วย
พื้นที่อเนกประสงค์ใต้ถุนบ้านเป็นมุมที่ลมพัดผ่านให้เย็นสบายและได้ร่มเงาตลอดวัน จึงสามารถปรับใช้ฟังก์ชันได้หลากหลาย
ไอเดียแรกก่อนจะมาเป็นบันไดคอนกรีตนี้คือจะทำเป็นบันไดไม้ที่มีระบบชักรอกเก็บขึ้นได้อย่างสนุก แต่ก็มาจบที่คอนกรีตเพื่อให้ใช้งานไปได้ยาว ๆ
บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย
มุมมองของบ้านที่ให้ความรู้สึกว่ายกขึ้นไปวางบนโครงสร้างนั่งร้าน โดยกลางบ้านยังปลูกต้นไม้เพื่อให้เรือนยอดขึ้นไปเพิ่มความสดชื่นให้พื้นที่ด้านบน

โครงสร้างที่ยึดติดกับหินภูเขา

เพราะเริ่มต้นจากแนวคิดการออกแบบบ้านชั้นเดียวที่ไม่ใช่บ้านสองชั้นยกใต้ถุนสูง คุณพจน์บอกว่าวิธีการก็จะต่างกันไปด้วย “ด้วยแนวคิดบ้านชั้นเดียวที่ยกลอยเพื่อเห็นวิวภูเขา จึงเกิดพื้นที่ใต้ถุนเป็นพื้นที่ใช้งานเพิ่มจากเดิม เลยเกิดแนวความคิดเรื่องพื้นที่สีเทา (Grey Space) ตามมา”

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ก่อนจะทำโครงสร้างสำหรับยกบ้านขึ้นไป โดยในช่วงที่ขุดดินลงเสาเข็ม กลับพบว่าดินข้างล่างนั้นไม่ใช่ดินธรรมดาทั่วไป แต่เป็นดินที่แทรกด้วยหินก้อนใหญ่หลายก้อนกระจัดกระจายอยู่ในชั้นใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถตอกเข็มลงหรือทำฐานแผ่ได้ คุณพจน์จึงต้องเปลี่ยนวิธีทำโครงสร้างใหม่

“เพราะที่นี่เป็นที่ดินปลายภูเขา หินที่เจอก็คือส่วนหนึ่งของตีนเขานี่แหละ ผู้รับเหมาพยายามลองระเบิดหินแล้ว แต่ทำได้แค่สองอาทิตย์ก็ยอมแพ้ เราเลยต้องปรับแผนมาใช้ประโยชน์จากตัวหินก้อนใหญ่นี้ล็อกไปกับโครงสร้างหลักของบ้านเลย แต่ต้องทำรายละเอียดไปกับเสาทุกต้นแล้วแต่ว่าเจอหินก้อนไหน ลักษณะเป็นอย่างไร โดยมีวิศวกรช่วยแนะนำ โครงสร้างหลักของบ้านเป็นเสาคอนกรีตหล่อ ส่วนบริเวณระเบียงผมใช้เป็นเสาโครงเหล็กเพื่อปรับให้ดูเบาและโปร่งตาขึ้น สำหรับมุมใต้ถุนนั้นมีดีเทลอยู่หลายจุดเลย ทั้งการหล่อคานเพิ่มให้เห็นเป็นแนวต่อจากโครงสร้างชัดๆ เพื่อให้ดูเหมือนโครงของนั่งร้าน กับการเก็บงานสายไฟและท่อน้ำให้เรียบร้อย หรือการเซาะร่องเล็กของขอบเสาโครงสร้าง ช่วยทำให้พื้นที่ใต้ถุนดูพิเศษด้วยดีไซน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่”

การแผ่พื้นที่สีเทาให้กว้างและเบลอขอบเขตระหว่างภายนอกกับภายในให้ดูลื่นไหล โดยใช้ระนาบและพื้นผิวที่แตกต่างจากสนามหญ้ามาสู่หินกรวดและพื้นคอนกรีต
ออกแบบคานยื่นต่อจากโครงสร้างเพื่อทำให้มุมมองความเป็นนั่งร้านชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันก็เก็บความเนี้ยบของดีเทลทั้งเสาคอนกรีตกลมและท่อน้ำทิ้งให้ดูสวยสบายตา
รั้วรอบบ้านมีการผสมผสานระหว่างรั้วต้นไม้กับรั้วคอนกรีตที่ช่วยกั้นขอบเขตและความปลอดภัย แต่มีการเจาะช่องระนาบแนวยาวเล็ก ๆ พร้อมกับติดไฟแอลอีดีไว้ให้พอมองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอกได้
ช่องบันไดคอนกรีตคลุมด้วยหลังคาสกายไลต์ซึ่งเป็นกระจกและติดม่านเพิ่มเพื่อช่วยกรองแสง ส่วนด้านข้างเป็นระแนงอะลูเนียมลายไม้
ระแนงอะลูมิเนียมลายไม้ภายในโครงกรอบเหล็กพ่นสีดำ โดยมีการติดกระจกเพิ่มบางส่วน เพื่อช่วยป้องกันฝนสาดเข้าด้านใน
ผนังทางเดินระหว่างอาคารสองด้านยังเพิ่มฟังก์ชันให้เป็นตู้เก็บของและอุปกรณ์ทำความสะอาด

เปิดโล่งแบบศาลา

จากโครงสร้างและงานตกแต่งบริเวณใต้ถุนที่เป็นคอนกรีตเปลือยดูมั่นคงแข็งแรงและแฝงด้วยดีเทลเนี้ยบ ๆ แต่เมื่อเดินขึ้นบันไดสู่บ้านที่ยกลอยขึ้นมานั้น ความรู้สึกก็เริ่มเปลี่ยนมาสู่บรรยากาศของบ้านไม้ที่เน้น ผนังบานกระจกเปิดโล่งได้รอบคล้ายศาลา พื้นที่หลักคือฟังก์ชันของส่วนกลางที่จัดวางผังไว้แบบโอเพ่นแปลน เพื่อให้ทุกมุมมองออกไปชมธรรมชาติได้รอบตัว รวมถึงวิวภูเขาทางด้านทิศตะวันออก

“เราต้องการเสิร์ฟวิวธรรมชาติให้บ้าน วิธีคิดและดีไซน์ก็จะมุ่งที่แนวคิดนี้เป็นหลัก ถึงแม้ว่าบ้านอาจจะถูกบังคับด้วยทิศทางของแดด เราก็ต้องหาดีไซน์เข้ามาช่วยแก้ไขเพื่อให้บ้านอยู่ได้สบายโดยไม่เสียเรื่องของวิวหลัก ซึ่งทิศที่เราเปิดวิวอยู่ทางตะวันออกพอดี ส่วนฝั่งที่ติดกับถนนสัญจรก็วางฟังก์ชันให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางแล้วผลักห้องนอนให้เข้าไปอยู่ในมุมสงบด้านใน แต่ถ้าเป็นมุมใกล้ถนนหรือหน้าบ้านก็จะมีสกรีนช่วยพรางสายตาสักหน่อย แล้วเพิ่มลุคของบ้านไม้ให้ชัดด้วยระแนงกับกรอบหน้าต่างที่เป็นอะลูมิเนียมลายไม้ เพราะต้องโดนทั้งแดดทั้งฝน ส่วนในห้องนอนก็ใช้ไม้จริงและเคลือบผิวให้ดูเป็นธรรมชาติ  เน้นตกแต่งด้วยวัสดุที่ดูแลง่ายแต่ต้องไม่ทำให้บ้านดูโทรม”

บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย
พื้นที่ส่วนกลางเปิดโล่งแบบโอเพ่นแปลนโดยหน้าต่างบานกระจกทั้งสองด้านสามารถเปิดกว้างให้อารมณ์เหมือนศาลาที่รับลมชมวิวได้รอบตัว
บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย
ฟังก์ชันเชื่อมต่อระหว่างโต๊ะรับประทานอาหารและครัวแพนทรี่ซึ่งคุมโทนสีรวมให้ดูสว่างและสบายตา
บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย
เมื่อเปิดหน้าต่างกระจกโดยรอบแล้ว พื้นที่ใช้งานหลักของบ้านก็จะกลายเป็นพื้นที่สีเทาที่น่าสบาย เพราะละลายขอบเขตของภายในให้เชื่อมออกไปสู่อ้อมกอดธรรมชาติภายนอก
บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย
มุมมองจากส่วนนั่งเล่นสู่ห้องนอนหลักที่เน้นให้เห็นความเคลื่อนไหวของกันและกันได้
แม้จะแยกห้องนอนมาอยู่อีกฝั่งแต่จากระเบียงส่วนกลางก็ยังสามารถเดินเชื่อมมาถึงระเบียงห้องนอนหลักได้
ภายในห้องนอนหลักที่ออกแบบให้มีผนังหัวเตียงลอยซึ่งเป็นทั้งฉากกั้นมุมมองส่วนตัวและตู้เสื้อผ้า โดยที่ยังคงเดินผ่านได้รอบ
วางตำแหน่งห้องน้ำให้มีทางเข้าของแสงธรรมชาติเข้าถึงส่วนอาบน้ำเพื่อลดความอับชื้นภายใน

สภาวะน่าสบายในพื้นที่สีเทา

แม้อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของพื้นที่แถบนี้จะไม่สูงเท่าในเมืองเพราะแวดล้อมด้วยธรรมชาติมากกว่า แต่สภาพอากาศรวมก็ยังคงเป็นแบบเมืองร้อนที่สถาปนิกทุกคนจะต้องให้ความสำคัญกับสภาวะน่าสบายจาก การเปิดรับแสงและลม โดยเฉพาะกับบ้านพักตากอากาศที่ต้องใช้พื้นที่นอกบ้านชมวิวได้โดยไม่รู้สึกร้อนเกินไป

“เราเรียกสภาวะน่าสบายแบบนี้ว่าพื้นที่สีเทา (Grey Space) โดยเปรียบพื้นที่ภายนอกบ้านที่มีแดดเป็นส่วนใหญเป็น ‘พื้นที่สีขาว’ แต่ภายในบ้านที่เรามักจะออกแบบให้ปิดกันจากสภาวะภายนอกเป็น ‘พื้นที่สีดำ’ สภาพอากาศภูมิภาคบ้านเรา สภาวะอยู่สบายไม่ได้เกิดขึ้นอยู่แต่ในบ้านที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา แต่คือพื้นที่ตรงกลางระหว่างนั้นที่ไม่ใช่ทั้งข้างในและข้างนอก นั่นคือพื้นที่สีเทา เหมือนองค์ความรู้บ้านแบบไทย ๆ เช่น บริเวณใต้ชายคา ระเบียง หรือใต้ถุน ยิ่งเราผสมผสานและจัดวางพื้นที่สีเทาให้มีแถบ กว้างระหว่างขาวกับดำมากเท่าไร ก็จะได้สภาวะน่าสบายที่มีแสงธรรมชาติ ลมหมุนเวียน อากาศถ่ายเทดีได้มากขึ้น ในส่วนภายในบ้านที่ยกขึ้นมาถูกออกแบบเพื่อให้ช่องเปิดทั้งหมดของบ้านสามารถเปิดออกเชื่อมกับภายนอก (พื้นที่สีขาว) ทำให้พื้นที่ภายในบ้าน (พื้นที่สีดำ) กลายเป็นพื้นที่สีเทา มีระเบียงที่เดินต่อเนื่องได้รอบ มองเห็นวิวธรรมชาติ หรือนั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านก็ยังเย็นสบาย การอยู่ในบ้านหลังนี้จึงไม่รู้สึกว่าถูกปิดกั้นให้อยู่แต่ในบ้าน เพราะมีธรรมชาติดี ๆ อยู่รอบตัว”

เติมมุมมองของความเป็นบ้านไม้ให้กับระเบียงกว้าง ๆ จากพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอนที่ยาวเชื่อมต่อกันด้วย พื้นไม้เทียมและการหุ้มเสาโครงสร้างเหล็กด้วยผิวไม้ภายนอก
ระเบียงเล็ก ๆ ด้านหลังห้องนอนใช้เป็นที่วางคอมเพรสเซอร์และลดระยะการปะทะของแสงแดดสู่พื้นที่ในบ้าน โดยตรง โดยมีระแนงอะลูมิเนียมลายไม้ช่วยกรองแสงอีกชั้น

ภายใน บ้านชั้นเดียวที่ยกลอย ขนาด 450 ตารางเมตรนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่พักผ่อนที่ครบด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบาย ขณะที่ระเบียงและใต้ถุนบ้านเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ในยามแดดร่มลมตก ส่วนสนามหญ้ากว้าง ๆ ก็ยังกลายเป็นลานกางเต็นท์ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศและเพิ่มประสบการณ์ในการมาพักตากอากาศให้สนุกสนานขึ้น จะปิ้งย่างหรือนอนชมดาวก็เป็นกิจกรรมที่เข้ากับบริบทได้อย่างดี และหากบ้านตากอากาศหลังนี้จะเปลี่ยนบทบาทเป็นบ้านอยู่ประจำไปก็คงไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย

สถาปนิก : Monotello โดยคุณวรพจน์ เตชะอำนวยสุข

บ้านหลังนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับพฤษภาคม 2569 คลิกสั่งซื้อที่นี่

เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์

ภาพ : FANGBakii

สไตล์ : Suntreeya

บ้านอีสานลักชัวรี กลิ่นอายของเรือนอีสานกลายเป็นบ้านร่วมสมัย

บ้านล~ม บ้านอีสานโมเดิร์นอบอุ่นด้วยมุมใต้ถุนบ้าน

ติดตามบ้านและสวน