บ้านหลังคาเมทัลชีต ที่เว้าเพื่อรับแสงธรรมชาติผ่านคอร์ตและลานนั่งเล่นกลางบ้าน
บ้านหลังคาเมทัลชีต ที่ออกแบบให้เว้าหลังคาเพื่อเว้นที่ให้ต้นไม้กลางคอร์ตได้เติบโต แต่ยังคงมีผืนหลังคาที่ยาวต่อกัน ทำให้เกิดเชฟหลังคาใหม่ที่กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบ้าน
Design Directory : สถาปนิก Anonym


พื้นที่ 94 ตารางวาตรงนี้เคยเป็นเพียงสนามหญ้าเขียว ๆ ที่แม้จะไม่ได้ออกมาใช้งานโดยตรงแต่ก็เป็นพื้นที่สีเขียวไว้ให้มองได้สบายตา จนถึงวันที่ลูกชายเริ่มแต่งงานและสร้างครอบครัวใหม่ ที่ดินตรงนี้จึงเหมาะที่จะใช้เป็นทำเลสำหรับสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อให้ครอบครัวยังคงอยู่ใกล้ชิดกันได้เหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว รวมทั้งการเปลี่ยนสนามหญ้าให้กลายเป็นคอร์ตยาร์ดที่ใช้ประโยชน์ได้ร่วมกันระหว่างบ้านหลังใหม่ที่เป็น บ้านหลังคาเมทัลชีต กับบ้านหลังเดิม

เปิดเว้าคอร์ตกลางบ้านทำให้เกิดรูปทรงเฉพาะ
ด้วยความชื่นชอบในแนวทางการออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย คุณบุ๋น–ศฤษฎิเศก รงค์เดชประทีป และคุณฟ้า–สุภินดา อินทร์ทอง จึงติดต่อให้ทีมสถาปนิกจาก Anonym มาช่วยออกแบบให้ทั้งหมด โดยคุณบอย–พงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ สถาปนิก เล่าให้ฟังว่า
“เราเริ่มต้นจากบริบทบ้านเดิมก่อน เพราะคุณพ่อคุณแม่ของคุณบุ๋นมีความผูกพันกับที่ดินตรงนี้มานาน เช่นเดียวกับที่คุณบุ๋นเองก็เติบโตที่บ้านหลังเดิม ด้วยขนาดที่ดินพอเหมาะพอดีกับขนาดพื้นที่ใช้สอยของครอบครัวที่แยกออกมา โดยเราตั้งใจออกแบบให้บ้านหลังใหม่มีคอร์ตเปิดตรงกลางและทำเป็นลานเชื่อมสองบ้านให้ต่อเนื่องกัน ซึ่งรับพอดีกับทิศทางของแสง เพราะหน้าบ้านฝั่งติดถนนหันไปทางทิศตะวันออก เมื่อเว้าตัวบ้านใหม่ให้มีคอร์ตเปิดตรงกลางก็เหมือนมีหน้าบ้านอีกฝั่งที่หันไปทางทิศเหนือ ช่วยดึงแสงธรรมชาติและเปิดมุมมองให้บ้านได้ดี”



สถาปนิกวางตัวอาคารยาวไปตามที่ดินรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสอดคล้องกับทิศทางของแสง ช่วยให้ส่วนของผนังบ้านโดนแดดน้อยลง ส่วนอาคารที่หันไปทางทิศเหนือก็สามารถเปิดเป็นผนังกระจกเพื่อให้ทุกมุมในบ้านเทควิวสวนคอร์ตและสเปซที่ปลอดโปร่งกลางบ้านได้
“เวลาออกแบบบ้าน เราไม่ได้ใช้แลนด์สเคปเป็นกรอบของอาคาร แต่เราทำให้สถาปัตยกรรมและแลนด์สเคปมาเจอกันแล้วไหลเข้าไปในตัวบ้าน ทำให้บ้านมีมิติของการอยู่อาศัยที่ดีกว่า ทั้งลมและมุมมอง อีกทั้งช่วยดึงความสนใจให้คนในบ้านออกมาใช้พื้นที่นอกบ้านด้วย เป็นความสัมพันธ์แบบ Inside out ดีกว่ามีสวนหน้าบ้านแต่ไม่สามารถออกไปใช้งานได้เลย ซึ่งการคว้านตัวอาคารให้เป็นคอร์ตตรงนี้ก็เป็นสเกลที่ไม่ใหญ่เกินไป ทำให้ไม่รู้สึกเสียพื้นที่ใช้สอยภายใน แต่กลับช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นและสร้างบรรยากาศของความผ่อนคลายไปในตัว พอเว้าคอร์ตแล้วเราก็เลยออกแบบเว้าหลังคาไปด้วยเพื่อเว้นที่ให้ต้นไม้กลางคอร์ตได้เติบโต แต่ยังคงมีผืนหลังคาที่ยาวต่อกัน ทำให้เกิดเชฟหลังคาใหม่ที่กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบ้าน”


สีสว่างและโปร่งสบาย
ก่อนแต่งงาน คุณบุ๋นเคยทำงานเป็นนักบินจึงไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน แต่ก็มักจะได้เข้าพักตามโรงแรมรีสอร์ต ต่าง ๆ เสมอจนเป็นจุดเริ่มต้นของความชอบสไตล์การตกแต่งในโทนสีละมุนที่สะอาดตาและใกล้ชิดธรรมชาติ
“ผมกับฟ้าอยากให้บ้านมีความโปร่งสบาย ไม่ต้องมีสเต็ปเยอะ และทำความสะอาดง่าย ทำให้รู้สึกอยากอยู่บ้านเหมือนเวลาไปตามรีสอร์ต แต่ดีไซน์ก็ต้องมีความพิเศษที่ไม่เหมือนใครด้วยนะ ที่จริงคุณบอยออกแบบมาให้นานแล้ว แต่เพิ่งเริ่มสร้างตอนกำลังจะมีน้องเรย์ (เด็กหญิงเรนิตา รงค์เดชประทีป) พอดี น้องเรย์เลยได้มาตรวจงานตั้งแต่ยังเป็นสนามหญ้า แล้วบ้านก็เสร็จตอนน้องเรย์สองขวบ ระหว่างนั้นเราก็ไปงานบ้านและสวนแฟร์กันอยู่หลายรอบเพื่อเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน โดยเอาแผ่นลามิเนตที่สถาปนิกออกแบบผนังและส่วนบิลท์อินให้ไปเทียบสีกันเลย เพราะอยากคุมโทนสีในบ้านให้อ่อนสว่างกลมกลืนไปกับสีของไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เราซื้อพวกลอยตัวโทนสีเรียบ ๆ อย่างโซฟาหรือโต๊ะไม้ เพื่อให้ปรับเปลี่ยนได้ในเวลาที่ลูกค่อย ๆ โตด้วย ตอนนี้ห้องข้างล่างที่วางแผนว่าจะเป็นห้องนอนผู้ใหญ่ก็ปรับเป็นห้องเด็กไปก่อน และต่อไปก็อาจจะหาซื้อชั้นวางหนังสือเข้ามาเพิ่มอีก”


แสงธรรมชาติส่งเสริมความสุข
ภายในพื้นที่ใช้สอยขนาดราว 400 ตารางเมตรนี้มีฟังก์ชันใช้งานหลักของบ้านคือสเปซส่วนกลางที่โล่งโปร่งและเชื่อมต่อถึงกันระหว่างโซฟานั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหาร และมุมครัว โดยทุกมุมมีหน้าต่างกระจกเป็่นช่องรับแสงและเปิดมุมมองของตัวเอง แม้แต่ในห้องครัวก็ยังมีช่องหน้าต่างบานกระทุ้งที่เปิดระบายอากาศได้ ขณะที่ส่วนซักล้างและครัวไทยกั้นแยกไว้หลังบ้าน หากมองจากด้านนอกจะเห็นเป็นผนังโค้งที่ก่อด้วยอิฐทาสีขาววางเรียงเว้นช่องไว้ให้แสงและลมผ่านได้




“ปกติเราใช้พื้นที่ตรงนี้กันเกือบทั้งวัน บางวันกลับมาดึกก็ทิ้งตัวที่มุมนี้เลย โดยเฉพาะฟ้าจะชอบมุมครัวเป็นพิเศษ เพราะเวลาเข้าครัวก็ให้ลูกมานั่งเล่นทำอาหารด้วยกันได้ บางทีก็ถ่ายคลิปเล่นกันสนุก ๆ ชอบตรงที่มีแสงธรรมชาติเข้าถึงครัว ทำให้ไม่อับทึบ ส่วนบุ๋นก็มีห้องเล่นบอร์ดเกมส่วนตัวอยู่ข้างบน ตั้งใจออกแบบไว้รองรับให้เพื่อนมาเล่นบอร์ดเกมด้วยกันโดยเฉพาะ พอมีลูกก็เริ่มปรับเป็นห้องต่อเลโก้แทนไปก่อน เพราะแม้จะเป็นห้องปิดแต่ชอบตรงที่สถาปนิกออกแบบผนังอีกด้านเป็นกระจกสูงเปิดรับแสงจากระเบียงซึ่งมีช่องเปิดด้านนอกอีกชั้นที่มองขึ้นไปเห็นท้องฟ้าได้สวยเลย เหมือนกับผนังที่เปิดรับแสงเช้าในห้องนอนหลักกับมุมที่เทกวิวสวน ทำให้ทุกมุมในบ้านสดชื่นและมีชีวิตชีวาดี”
นอกจากช่องแสงในแต่ละห้องแล้ว ยังมีการเปิดช่องแสงจากผนังกระจกบริเวณโถงทางเดินชั้นสองผ่านสเปซอาคารที่เปิดโล่งลงมาถึงชั้นล่าง ผสมผสานไปกับแสงหลักจากผนังเปิดรอบ ๆ คอร์ตตรงกลางที่ช่วยเชื่อมโยงชีวิตในบ้านให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติได้ง่ายขึ้น











ลานกลางบ้านเติมเต็มความสุข
ด้วยเพราะคอร์ตกลางบ้านไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สีเขียวอย่างเดียว เมื่อเติมด้วยลานกึ่งกลางแจ้งซึ่งปูด้วยไม้เทียมภายใต้ชายคาที่ยื่นยาว จึงเท่ากับเพิ่มพื้นที่ใช้สอยแถมยังเป็นทางสัญจรที่มองเห็นต้นไม้กับบริบทรอบตัวจนกลายเป็นมุมที่เจ้าของบ้านใช้งานได้บ่อยเกือบจะตลอดทั้งวัน
“เราปลูกต้นใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อให้ฟอร์มรับกับมุมคอร์ต มีเรือนยอดที่ขึ้นไปทักทายได้ถึงหน้าต่างห้องนอนชั้นบน เวลาอยู่ในบ้านก็มองออกมาเห็นพื้นที่สีเขียว คุณแม่เองก็ยังชมต้นไม้ได้จากระเบียงบ้านเดิม น้องเรย์ได้มีที่เดินเล่นทุกวัน เดินเข้าเดินออกได้หลายมุมมาก และยังชอบเดินไปหาปู่ย่าก่อนทุกเช้า เรารู้สึกเลยว่าบ้านทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น ไปทำงานกลับมาเหนื่อย ๆ ก็มีบ้านเป็นที่พักใจ มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูก มีแสงสว่าง ดอกไม้ ต้นไม้ ที่ช่วยเติมพลังชีวิตให้เราได้ทุกวัน”


เสียงหัวเราะใส ๆ ของน้องเรย์ที่เดี๋ยวนั่งเดี๋ยวเดินไปกับคุณฟ้ารอบลานตรงคอร์ตกลางบ้านช่วยทำให้ภาพความสุขของครอบครัวชัดเจนขึ้นมาทันที พร้อมกับที่คุณปู่คุณย่าเดินจากบ้านหลังเดิมมาทักทาย เติมเต็มช่วงเวลายามเช้าให้อบอุ่นขึ้นไปอีก




เจ้าของ : คุณสุภินดา อินทร์ทอง และคุณศฤษฎิเศก รงค์เดชประทีป
สถาปนิก : Anonym โดยคุณพงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ และคุณปานดวงใจ รุจจนเวท
เรื่อง : ภัทรสิริ โชติพงศ์สันติ์
ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล
สไตล์ : Suntreeya