ซ่อมแซมผนังและฝ้าเพดานหลังน้ำท่วม ให้กลับมาดีเหมือนเก่า - บ้านและสวน

ซ่อมแซมผนัง และฝ้าเพดานหลังน้ำท่วม

บ้านหลังน้ำท่วมมักต้องเผชิญกับปัญหาความชื้นสะสม คราบสกปรกฝังลึก และความเสียหายของวัสดุที่หากรีบซ่อมแซมโดยไม่ตรวจสอบให้ดี อาจยิ่งทำให้บ้านพังซ้ำซ้อนหรือเกิดปัญหาเชื้อราลามตามมา เพื่อให้การฟื้นฟูบ้านเป็นไปอย่างถูกต้อง ได้มาตรฐาน และปลอดภัยที่สุด เราได้รวบรวมแนวทางการซ่อมแซมผนังและฝ้าเพดาน พร้อมแยกแยะให้ชัดเจนว่าจุดไหนที่เจ้าของบ้านลงมือทำเองได้ และจุดไหนที่จำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

1. การซ่อมแซมผนังบ้านหลังน้ำท่วม

ความเสียหายของผนังแต่ละประเภทต้องได้รับการจัดการด้วยวิธีที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ

  • ผนังไม้:
    • วิธีทำ: รื้อฝาไม้ส่วนล่าง (ที่โดนน้ำแช่ขัง) ออกเพื่อเร่งระบายความชื้น ทำความสะอาดผิวไม้ และปล่อยให้แห้งสนิทตามธรรมชาติ (กรณีไม้หนาอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงเป็นเดือน)
    • การทาสี: ควรทาสีรองพื้นปูนเก่าหรือน้ำยารักษาเนื้อไม้ ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท (ตามหลักการคือทาภายในก่อน แล้วทิ้งไว้สัก 5-6 เดือน หรือจนกว่าความชื้นจะลดลงอย่างแท้จริง จึงค่อยทาสีภายนอก เพื่อป้องกันความชื้นดันสีหลุดล่อน)
  • ผนังก่ออิฐฉาบปูน:
    • วิธีทำ: ตรวจสอบความชื้น เนื่องจากอิฐและปูนมีความหนาและอมน้ำสูงมาก หากกังวลเรื่องการไม่มีเครื่องวัดความชื้นปูน ซึ่งปกติเป็นเครื่องมือเฉพาะทางของช่าง เจ้าของบ้านสามารถใช้วิธีทดสอบง่ายๆ โดยนำแผ่นพลาสติกใสขนาดประมาณ 45 × 45 ซม. มาปิดทับผนัง ใช้เทปกาวปิดขอบให้สนิท ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากไม่มีหยดน้ำเกาะใต้พลาสติกและสีผนังไม่เข้มขึ้น แสดงว่าความชื้นเริ่มลดลงพอสมควรแล้ว แต่หากต้องการความแม่นยำ 100% ควรอศัยช่างมืออาชีพนำเครื่องวัดมาตรวจให้ (ค่าความชื้นที่ปลอดภัยควรต่ำกว่า 14% ก่อนทาสี)
  • ผนังยิปซัมบอร์ด :
    • สิ่งที่ต้องทำ: ต้องรื้อแผ่นที่เปียกน้ำออกทิ้งทันที เพราะยิปซัมเมื่ออมน้ำจะยุ่ยและสูญเสียความแข็งแรงอย่างถาวร ห้ามปล่อยไว้เด็ดขาด
    • โครงคร่าว:
      • หากโครงคร่าวเป็นโลหะ สามารถติดตั้งแผ่นยิปซัมใหม่ทับได้ทันทีเมื่อโครงแห้ง
      • หากโครงคร่าวเป็นไม้ ต้องปรึกษาช่างหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงและการบิดงอ และต้องรอให้โครงคร่าวไม้แห้งสนิทจริงๆ เพื่อป้องกันเชื้อราลามเข้าสู่โครงสร้างภายใน
    • ฉนวนกันความร้อน: ฉนวนใยแก้วหรือฉนวนกันความร้อนที่อยู่ภายในผนังเบา หากโดนน้ำท่วมถึง ต้องรื้อทิ้งทั้งหมดห้ามนำกลับมาใช้ใหม่ เพราะจะสะสมเชื้อราและสูญเสียประสิทธิภาพในการกันความร้อน

⚠️ ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย: หากเป็นผนังที่เดินท่อร้อยสายไฟฝังผนัง หรือมีจุดเต้ารับไฟฟ้าที่เคยจมอยู่ใต้น้ำ ห้ามเปิดใช้งานหรือซ่อมแซมเองเด็ดขาด ต้องให้ช่างไฟฟ้ามืออาชีพตรวจสอบระบบไฟฟ้ารั่วและตัดกระแสไฟ ก่อนเริ่มงานสกัดหรือซ่อมผนังทุกครั้ง

ซ่อมแซมผนังและฝ้าเพดานหลังน้ำท่วม

2. เทคนิคการขจัดคราบสกปรกบนผนังอย่างถูกวิธี

คราบหลังน้ำลดมักมีความหลากหลายและฝังลึก ควรจัดการตามประเภทของคราบ ดังนี้

  • คราบโคลนและคราบเกลือ: ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่หรือน้ำเปล่าเช็ดออกเบาๆ หากจำเป็นต้องใช้แปรง ให้เลือกใช้ แปรงขนพลาสติกอ่อนนุ่ม เพื่อไม่ให้ฟิล์มสีเดิมหลุดล่อน (ยกเว้นกรณีที่แช่น้ำนานจนสีเสื่อมสภาพ ซึ่งจำเป็นต้องขัดออกเพื่อเตรียมทาสีใหม่)
  • คราบน้ำมัน คราบเขม่า (บริเวณใกล้ถนนใหญ่หรือห้องครัว): ใช้น้ำส้มสายชูผสมเบกกิ้งโซดาในสัดส่วนเท่ากัน หรือใช้น้ำยาขจัดคราบไขมันสำหรับทำความสะอาดครัวเช็ดออก
  • คราบตะไคร่น้ำและเชื้อรา: ใช้น้ำยาโซเดียมไฮโปคลอไรด์ (น้ำยาซักผ้าขาวทั่วไป) เจือจางในน้ำ (ความเข้มข้นประมาณ 0.5-1%) เช็ดหรือราดเพื่อฆ่าเชื้อราและเชื้อโรค
    • ข้อควรปฏิบัติ: ขณะทำงานต้องสวมถุงมือยางและหน้ากากอนามัย เปิดประตูและหน้าต่างระบายอากาศให้มากที่สุด ช่วยเป่าให้แห้งด้วยพัดลม

💡 ทริคเสริมหลังทำความสะอาด:

หากมีการใช้คลอรีนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อปริมาณมากในการล้างพื้นรอบบ้าน ซึ่งอาจทำให้จุลินทรีย์ดีในท่อน้ำทิ้งตายและเกิดกลิ่นเหม็นเน่า สามารถ เทน้ำหมักชีวภาพ (EM) ลงในบ่อดักไขมันและท่อน้ำทิ้งรอบบ้านเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและดับกลิ่นได้ดี สามารถวางสารดูดความชื้นหรือก้อนถ่านตามมุมอับเพื่อลดกลิ่นอับชื้น

อ่านต่อ :สารพัดประโยชน์รอบบ้าน จาก “น้ำส้มสายชู”

อ่านต่อ :ประโยชน์จากเบกิ้งโซดา

ซ่อมแซมผนังและฝ้าเพดานหลังน้ำท่วม

3. การซ่อมแซมฝ้าเพดานหลังน้ำท่วม

  • ฝ้ายิปซัมบอร์ด / กระดานอัด: หากเปื่อยยุ่ย ย้วย หรือบวมน้ำ ต้องเลาะออกและเปลี่ยนแผ่นใหม่ทันที รอให้โครงสร้างด้านบนแห้งสนิทจึงค่อยติดตั้งแผ่นใหม่
  • ฝ้าโลหะ (อลูมิเนียม / เมทัลชีท): เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง หากพบสนิมให้ใช้กระดาษทรายขัดสนิมออกให้เกลี้ยง ทาสีกันสนิมทับ แล้วจึงทาสีจริงทับหน้าใหม่
  • โครงสร้างฝ้าเพดาน (โครงคร่าว):
    • หากโครงฝ้าเป็นไม้และเกิดอาการแอ่น โก่ง หรือทรุดตัวจากน้ำหนักน้ำที่ขังอยู่ด้านบน [ต้องจ้างช่างโครงสร้างหรือช่างฝ้ามืออาชีพเข้ามาตรวจสอบและปรับระดับความแข็งแรงใหม่ทันที] ห้ามฝืนยิงแผ่นฝ้าปิดทับเด็ดขาดเพราะเสี่ยงฝ้าถล่มลงมาเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ระบบสายไฟบนฝ้าเพดาน: สายไฟและโคมไฟดาวน์ไลท์ที่อยู่บนฝ้าเพดานมักได้รับความเสียหายจากความชื้นหรือน้ำรั่วซึมจากหลังคา ส่วนนี้ห้ามทำเองเด็ดขาด ต้องให้ช่างไฟฟ้ามืออาชีพเข้าตรวจเช็กระบบตัดต่อสายไฟและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุดเพื่อป้องกันไฟรั่วไฟดูด

นอกจากขั้นตอนข้างต้นแล้ว หากบ้านของคุณมีรอยแตกร้าวลึกที่เกิดจากการทรุดตัวของดินหลังน้ำท่วมร่วมด้วย แนะนำให้ปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

ซ่อมแซมผนังและฝ้าเพดานหลังน้ำท่วม

เรื่องและภาพ : กองบรรณาธิการบ้านและสวน

อ่านต่อ : ซ่อมแซม เฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม
อ่านต่อ : Refresh your home – ทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่
อ่านต่อ : 10 เคล็ดลับ ทำความสะอาดพื้น ผนัง เพดาน