วิธีดูแลต้นไม้ใหญ่หลังน้ำลด เพื่อช่วยลดความเสียหายและฟื้นตัว
เมื่อน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โครงสร้างดินจะเปลี่ยนแปลง ขาดออกซิเจน จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ลดลง และอาจเกิดสารพิษที่ส่งผลเสียต่อรากพืช ทำให้รากดูดน้ำและธาตุอาหารไปเลี้ยงลำต้นได้ลดลง
สังเกตได้จากใบเหลือง ใบเหี่ยว ดอกและผลร่วง ก่อนเริ่มทิ้งใบจากใบแก่ไปจนถึงใบร่วงหมดต้น วิธีดูแลต้นไม้ใหญ่หลังน้ำลด จึงช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว

วิธีดูแลต้นไม้ใหญ่หลังน้ำลด
1. ระบายน้ำ เปิดทางให้รากหายใจ เอาดินหรือโคลนที่ทับถมรอบโคนต้นออก เพื่อไม่ให้ดินแน่นจนขัดขวางการถ่ายเทอากาศ หากยังมีน้ำขังหลังน้ำลด ให้ทำร่องระบายน้ำชั่วคราว หรือขุดบ่อขนาดเล็กรวบรวมน้ำไว้บริเวณจุดต่ำสุดของสวนแล้วตักหรือสูบน้ำออก เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำและให้ดินแห้งเร็วขึ้น
2. ใช้ไม้ค้ำหรือเชือกช่วยพยุงต้นไม้ ที่ถูกกระแสน้ำพัดจนเอนหรือล้ม แต่รากยังยึดอยู่กับดิน โดยค่อย ๆ จัดลำต้นให้กลับมาตั้งตรง ควรระวังไม่ดึงหรือฝืนต้นไม้ให้ตั้งตรงอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้รากฉีกขาดเพิ่มขึ้น หากต้นไม้ขนาดใหญ่เอนมาก ล้ม หรือมีรากยกตัว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความมั่นคงก่อนดำเนินการ
3. ตัดแต่งกิ่งที่หัก ฉีกขาด หรือเสียหายออก เพื่อลดความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะเข้าทำลายต้นไม้ หากทรงพุ่มหนาทึบ อาจตัดแต่งกิ่งบางส่วนให้โปร่งขึ้น เพื่อให้อากาศถ่ายเทและแสงส่องถึงโคนต้นได้ดีขึ้น และควรงดพ่นปุ๋ยทางใบจนกว่าต้นไม้จะเริ่มฟื้นตัวและแตกใบใหม่ เพื่อไม่เพิ่มภาระให้ระบบรากที่ยังอ่อนแอ
4. ฟื้นฟูดินเมื่อพื้นที่สวนเริ่มแห้ง
4.1 เมื่อดินเริ่มแห้งและไม่อ่อนตัวจนเกินไป ให้ใช้คราดหรือส้อมพรวนดินค่อย ๆ คลายหน้าดินบริเวณที่แน่น โดยทำอย่างเบามือและไม่พรวนลึกจนกระทบถึงรากพืช เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทและน้ำซึมลงสู่ดินได้ดีขึ้น
4.2 หากดินยังแน่นทึบและระบายน้ำได้ไม่ดีหลังน้ำลด อาจใช้วิธีเจาะดินเพื่อเพิ่มช่องว่างให้อากาศและน้ำซึมลงสู่ดินชั้นล่างได้ดีขึ้น โดยใช้สว่านเจาะดินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 6 นิ้ว เจาะบริเวณรอบทรงพุ่ม ห่างจากโคนต้นอย่างน้อย 60 – 70 เซนติเมตร ลึกไม่เกิน 50 เซนติเมตร และเว้นระยะระหว่างหลุมประมาณ 30 – 50 เซนติเมตร ทั้งนี้ ควรพิจารณาชนิดของต้นไม้ สภาพดิน และตำแหน่งของรากก่อนเจาะ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อระบบราก จากนั้นอาจเติมดินเดิมหรือดินปลูกที่เหมาะสมผสมวัสดุปรับปรุงดิน เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ ยิปซัม ทรายหยาบ หรือหินเกล็ด ตามความเหมาะสมของสภาพดิน เพื่อช่วยให้ดินร่วนโปร่งและระบายน้ำได้ดีขึ้น
** การฝั่งท่ออากาศ เป็นวิธีที่นิยมใช้ร่วมกับการปลูกไม้ล้อมหรือไม้ใหญ่ที่ย้ายปลูกใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มการถ่ายเทอากาศในดินบริเวณราก โดยติดตั้งท่อที่มีช่องระบายอากาศและเปิดปลายท่อไว้เหนือผิวดิน ซึ่งควรวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกให้เหมาะสมกับสภาพดินและระบบราก ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องติดตั้งกับต้นไม้ทุกต้น และไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาดินขาดอากาศหลังน้ำท่วมโดยตรง
ข้อควรระวัง:
- งดใส่ปุ๋ยในช่วงที่ต้นไม้ยังอ่อนแอหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะเมื่อต้นไม้ยังมีอาการใบเหลือง ใบเหี่ยว หรือรากได้รับความเสียหาย ควรให้ต้นไม้ฟื้นตัวและระบบรากกลับมาทำงานได้ดีขึ้นก่อน แล้วจึงพิจารณาให้ปุ๋ยตามความเหมาะสม เพื่อไม่เพิ่มภาระให้รากที่ยังไม่แข็งแรง
- หมั่นสังเกตอาการของโรคพืช โดยเฉพาะบริเวณบาดแผล กิ่ง และโคนต้น ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อโรคอาจเข้าทำลายได้ง่าย หากพบอาการผิดปกติ ควรตรวจหาสาเหตุก่อนเลือกวิธีจัดการ เช่น หากพบการติดเชื้อรา ควรใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราที่เหมาะสมตามคำแนะนำบนฉลาก ปรับสภาพดินด้วยปูนขาว และเติมเชื้อไตรโคเดอมาลงในดิน