เปลี่ยนบ้านตัวอย่างเป็นบ้านในฝัน ที่เต็มไปด้วยต้นไม้
จากจุดเริ่มต้นที่เลือกซื้อบ้านตัวอย่าง โดยตั้งใจว่าแค่หิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลยเพื่อลดขั้นตอนการตกแต่งต่อเติมที่แสนวุ่นวาย แต่สุดท้ายความเป็นตัวตนก็ค่อยๆ ถูกถ่ายทอดออกมา จนกลายเป็นบ้านที่มีสไตล์ของตัวเองอย่างชัดเจน

ระหว่างเดินเข้าบ้านได้ชื่นชมสวนเขียวๆ และฝูงปลาคาร์ปที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำอย่างร่าเริง มีทั้งน้ำตกจำลองและระบบหมอกช่วยทำให้บรรยากาศของสวนดูชุ่มฉ่ำ

“ตอนเด็กๆ เคยคิดว่าอยากมีบ้านในสวนแบบเท่ๆ บ้านไม่ใหญ่นะ แต่ต้นไม้เยอะๆ เป็นความเพ้อฝันส่วนตัว ซึ่งในตอนนั้นลำพังแค่เดือนชนเดือนก็ยากแล้ว” คุณหมู – เกรียงศักดิ์ วตรา เจ้าของบ้านในวันนี้มาช่วยถ่ายทอดประสบการณ์กว่าจะมาเป็นบ้านหลังนี้ให้เราฟัง โดยมี คุณบี – จิณณ์ณิชา ธนนนท์สุขเจริญ และ น้องไครา – เด็กหญิงไคราจิญญ์ วตรา คอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง

ทางเดินยาวก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน ขนาบข้างด้วยสวนและบ่อปลาคาร์ป ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องต่างๆ ที่เจอมาตลอดวัน

มุมนั่งเล่นนอกบ้านต่อเติมเป็นที่นั่งขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยรูปวาดฝีมือคุณบี และแวดล้อมด้วยไม้กระถางเพิ่มสีเขียวให้มุมนี้
“บ้านหลังนี้เป็นบ้านตัวอย่างขนาด 65 ตารางวาที่มีส่วนบิลท์อินเฉพาะในบ้าน สวนเป็นสนามหญ้าโล่งๆ และมีไทรเกาหลีที่ริมรั้ว บ้านนี้มีพื้นที่ด้านนอกมากกว่าบ้านหลังอื่น จุดเริ่มต้นคืออยากจอดรถแล้วให้มีทางเดินเข้าบ้าน บ่อปลาและสวน เหมือนให้ธรรมชาติมาช่วยละลายเรื่องต่างๆ ออกไปก่อนที่เราจะเดินเข้าบ้าน เราก็เริ่มวาดบ่อปลาขึ้นมาตามแบบที่เราคิด ไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นสถาปนิก พอลงมือขุดบ่อ สนามหญ้าก็เละเลยต้องทำสวนต่อ และเป็นความตั้งใจว่าต้องวางระบบให้ดีก่อน ถ้าทำสวนแล้วต้องเป็นภาระจะเริ่มไม่สนุกแล้ว เพราะเราไม่มีเวลาขนาดนั้น”
แต่ใช่ว่าสวนสวยๆ ที่เห็นจะทำสำเร็จตั้งแต่ลงมือครั้งแรก คุณหมูเล่าว่าได้ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายครั้งหลายหน “รื้อสวนวนไปวนมา จนเขาแซวกันว่าบ้านนี้รื้อทุกเดือน สมมติค่าสวน 100 บาท เป็นค่ารื้อไปแล้ว 50 บาท (หัวเราะ) ทำออกมาตอนแรกภาพไม่เหมือนที่มีในหัว เราก็ต้องหาต้นไม้มาเพิ่ม เราไม่ได้มีความรู้เรื่องสวน เรียกได้ว่าทำไปเรียนรู้ไป ค่อยๆ หามาเติม รวมไปถึงระบบน้ำและหมอกที่ต้องลองผิดลองถูกตั้งแต่แรก”

มุมโต๊ะกินข้าวตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้บรรยากาศสบายๆ ต่อเนื่องกับมุมทำงานที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน เป็นมุมส่วนตัวที่ดูสงบร่มรื่นเหมาะกับการทำงาน

มุมนั่งเล่นเชื่อมต่อกับมุมโต๊ะกินข้าวโดยใช้ตู้ปลาในการแบ่งพื้นที่ เป็นการเติมสีเขียวให้ภายในบ้านที่ได้ทั้งฟังก์ชันและความสดชื่น

มุมโปรดของคุณหมูที่ค้นพบโดยบังเอิญ เพราะเก้าอี้ตัวใหม่ที่เพิ่งมาส่งจึงวางพักไว้ที่มุมนี้ กลายเป็นอีกมุมที่มองเห็นสวนจากในบ้าน และยิ่งพิเศษมากขึ้นเวลาที่มีคุณบีและน้องไครามานั่งเล่นด้วยกันที่โซฟาตัวนี้

คุณบีเป็นคนออกแบบเฟอร์นิเจอร์หลายๆ ชิ้นในบ้านหลังนี้ เช่นตู้เก็บของเหล็กขัดถลอกที่ดูเท่ๆ ใบน

เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และเหล็ก ดูดิบเท่และมีความน่าสนใจอยู่ในตัว


ตู้ปลาใบใหญ่กลางบ้านที่ออกแบบและคิดงานระบบต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำ การกรองน้ำการเติมคาร์บอนไดออกไซด์และแสงไฟ เพื่อช่วยปรับให้สภาพแวดล้อมภายในตู้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของไม้น้ำ
ชั้นล่างเป็นมุมพักผ่อนพร้อมโซฟาตัวใหญ่นั่งสบาย กั้นพื้นที่ด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่กลางบ้านที่เห็นเด่นสะดุดตา เป็นการดึงธรรมชาติเข้ามาไว้ในบ้านได้อย่างสวยงาม “ตู้ปลามาแบบไม่ได้ตั้งใจ คิดแค่ว่าจะทำพาร์ทิชั่นกั้นระหว่างโซนกินข้าวกับโซนนั่งเล่น แต่อยากได้อะไรที่เป็นธรรมชาติ ให้กลางบ้านมีมุมเขียวๆ บ้าง มีรุ่นน้องแนะนำว่าปลูกไม้น้ำสิง่ายๆ แต่พอคิดว่าถ้าต้องเปลี่ยนน้ำทุกอาทิตย์ ล้างตู้เอง แรกๆ เห่ออยู่ก็คงสนุก แต่นานๆ ไปผมคงไม่เห่อแน่ๆ ก็เลยคิดว่าต้องมีระบบให้มันง่ายที่สุด มานั่งคิดว่าจะเติมน้ำอย่างไร ระบบถ่ายน้ำทิ้ง มีวาล์วเปิดออกไปที่สวนได้อย่างไร จนได้ระบบที่ลงตัว ซึ่งถ้าจะทำแล้วก็ทำให้มันดี แล้วระบบมันจะรับใช้เรา”

ต่อเติมส่วนลานซักล้างข้างบ้านขึ้นมาเป็นห้องทำงานของคุณหมู ใช้กระจกใสเป็นตัวกั้นขอบเขตของห้องเพื่อให้ดูโปร่งโล่ง และมองเห็นผนังสวนหินแนวตั้งและสวนข้างบ้านได้อย่างเต็มตา

ผนังหินริมรั้วข้างห้องทำงานที่สร้างขึ้นมาใหม่ให้มีความแข็งแรงเพื่อรับน้ำหนักหินที่มากถึง 4 ตัน โดยค่อยๆ จัดเรียงหินทีละก้อนและแทรกต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์เข้าไป อย่างกนกนารี หม้อข้าวหม้อแกงลิง มอสส์ และเฟินอีกหลายชนิด


เรียกได้ว่าทุกขั้นตอนผ่านการกลั่นกรองและลองผิดลองถูกมามากมาย จนกลายเป็นระบบที่เหมาะสมและลงตัวกับบ้านนี้อีกมุมหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของบ้านหลังนี้คือผนังหินริมรั้วข้างห้องทำงานของคุณหมู “แรกเริ่มอยากได้เป็นจั๋งให้ดูเขียวๆ หรือเป็นสวนแนวตั้ง แต่ถุงต้นไม้ก็ต้องเปลี่ยนบ่อย เลยมาทำผนังหินแต่ก็ต้องทำโครงสร้างใหม่เพื่อรับน้ำหนักหินถึง 4 ตัน ใช้เวลาทำเดือนกว่าเพราะต้องเรียงหินทีละก้อนแล้วค่อยเอามอสส์กับเฟินแปะเข้าไป ซึ่งต้องมีระบบรดน้ำและสเปรย์ทุกครึ่งชั่วโมง รวมไปถึงเพิ่มหมอกที่พื้นเพื่อเพิ่มบรรยากาศและมันก็ทำให้บ้านเย็นขึ้นจริงๆ”


นอกจากบ้านนี้ที่มองไปทางไหนก็เห็นความสวยงามร่มรื่นของต้นไม้ที่อยู่รายรอบ คุณหมูยังให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน “ถ้ามีกำลังพอจะตกแต่งบ้าน มันจะสะท้อนตัวตนของเราออกมา แต่เรื่องที่สำคัญมากกว่านั้นคือความสัมพันธ์ของคนในบ้าน และสองคือเรื่องความสะอาด ไม่จำเป็นต้องรวยหรือจน ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน มันอยู่ที่ตัวเรา การได้กลับมาบ้านที่สะอาดมันจะช่วยเติมพลังให้เรา เราอยากอยู่บ้าน สมาชิกในบ้านแฮ็ปปี้ ทุกอย่างก็แฮ็ปปี้ เพราะบ้านคือรากฐานของทุกอย่าง”
เจ้าของ : คุณเกรียงศักดิ์ วตรา คุณจิณณ์ณิชา ธนนนท์สุขเจริญ และเด็กหญิงไคราจิญญ์ วตรา
เรื่อง : jOhe
ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ