W39 House บ้านรีโนเวตเชิงเขา เปิดสเปซอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

บ้านรีโนเวตเชิงเขา ของสถาปนิกที่เปิดโล่งจนแทบไม่มีผนังกั้นภายใน ทุกพื้นที่จึงให้ความรู้สึกแบบกึ่งกลางแจ้ง (Semi-outdoor) ที่อยู่สบายกับธรรมชาติ

เจ้าของ : Susanne Zeidler, Huat Lim
ออกแบบ : Zlg Design by Susanne Zeidler, Huat Lim

บ้านรีโนเวตเชิงเขา
บ้านของโครงการอายุกว่า 40 ปีที่ทำรั้วกึ่งทึบกึ่งโปร่ง ปิดหน้าบ้านให้เป็นส่วนตัว แล้วทำทางเข้าบ้านเป็นเพียงทางเดินเล็กๆ
บ้านรีโนเวตเชิงเขา

บ้านรีโนเวตเชิงเขา 3 ชั้น แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สูงต่ำลดหลั่นตามสภาพภูมิประเทศ ด้านหน้าบ้านหันทางทิศตะวันออกเปิดมุมมองให้เห็นเวิ้งหุบเขาทอดยาวไปบรรจบกับขอบฟ้า หลังบ้านติดเนินเขาที่ทำเป็นโครงการพักอาศัย บ้านหลังนี้เป็นบ้านในโครงการที่ซื้อไว้ตั้งแต่ปี 1980 ผ่านการปรับปรุงมาแล้วหลายครั้งตามการใช้งานของครอบครัว เมื่อลูกๆเติบโตและย้ายออก จึงรีโนเวตครั้งล่าสุดปี 2015-2018 เป็นบ้านที่พ่อแม่อยู่กันเอง และมีห้องลูกชั้นล่างที่แยกเป็นสัดส่วน

บ้านรีโนเวตเชิงเขา
สวนหน้าบ้านของห้องนอนของลูกชั้น 1 แยกเป็นสัดส่วนจากทางเข้าหลักที่ขึ้นไปชั้น 2 ทำประตูบานเฟี้ยมกระจกให้เปิดต่อเนื่องกับสวน
บ้านรีโนเวตเชิงเขา
ห้องนอนชั้นล่างมีมุมซักล้างที่หล่อเคาน์เตอร์และอ่างล้างจานหินขัด และทำหลังคาสกายไลต์นำแสงธรรมชาติเข้ามา ผนังห้องออกแบบเป็นบานเปิดที่มีช่องระบายอากาศ สามารถเปิดเชื่อมต่อกับโถงทางเข้าและคอร์ตกลางบ้าน
เพิ่มฟังก์ชันให้ชั้นวางของ ด้วยการเสียบเหล็กเส้นยื่นออกมาเป็นราวแขวนของ
ทำขั้นบันไดด้วยคอนกรีตผิวหินขัดที่หล่อเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาประกอบกับเสาเหล็กเป็นบันไดเวียน

รีโนเวตบ้านไม่ให้มีผนังกั้นห้อง เปิดโล่งภายนอกและภายใน

พื้นที่ภายในบ้านเดิมมีการแบ่งเป็นหลายๆห้อง เมื่ออยู่กันเพียงลำพัง จึงรีโนเวตโดยนำผนังภายในออกทั้งหมด เปิดสเปซให้โล่ง อากาศไหลเวียนต่อเนื่องได้ทุกชั้น สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมพื้นถิ่นแบบร้อนชื้น และดึงธรรมชาติให้เข้ามาเป็นส่วนผสมของสเปซที่มีทั้งแสงแดดลอดผ่านช่องอิฐและสกายไลต์ ลมที่มาพร้อมกลิ่นดินกลิ่นฝนไหลเวียนได้ทั่วบ้าน โดยทำชั้น 1 เป็นห้องนอนแบบสตูดิโอที่มีห้องน้ำ มุมซักล้าง และสวนส่วนตัวหน้าบ้าน ชั้น 2 เป็นพื้นที่นั่งเล่น เคาน์เตอร์ครัวแบบไอส์แลนด์และมุมรับประทานอาหารที่เปิดโล่งต่อเนื่องกับระเบียงและสวนหลังบ้าน ซึ่งเป็นกำแพงกันดินของเชิงเขาลาดเอียง ปล่อยให้พรรณไม้ขึ้นตามธรรมชาติ จนรู้สึกเสมือนได้ใช้ชีวิตกลางแจ้ง แม้จะนั่งอยู่ในบ้านก็ตาม ส่วนชั้น 3 ทำทางเดินเหมือนสะพานล้อมช่องเปิดโล่งกลางบ้านที่แขวนภาพศิลปะประดับผนัง ก่อนนำเข้าไปสู่พื้นที่พักผ่อน พื้นที่ทำงาน และห้องนอนซึ่งกั้นแบ่งพื้นที่ด้วยผ้าม่านที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ง่าย ก่อให้เปิดปฏิสัมพันธ์ทั้งระหว่างสเปซ ธรรมชาติ และความสัมพันธ์ของคน

บ้านรีโนเวตเชิงเขา
ทำคอร์ตกลางบ้านและหลังคาสกายไลต์ให้กระจายแสงทั่วทุกชั้น และเกิดการไหลเวียนอากาศทั้งแนวตั้งและแนวนอน
มุมพักผ่อนที่เปิดมุมมองเห็นวิวภูขาหน้าบ้าน โดยใช้กรอบบานโลหะและบานพับรียูสที่ได้มาจากการรื้อบ้านเก่า
บ้านรีโนเวตเชิงเขา
เคาน์เตอร์ครัวแบบไอส์แลนด์ทำท็อปหินขัดที่ใช้ซีเมนต์เทาและหินเกล็ดในท้องถิ่น และดีไซน์โครงเหล็กสำหรับแขวนของลงมาจากโครงสร้างพื้นชั้นบน
บ้านรีโนเวตเชิงเขา
ครัวแบบกึ่งกลางแจ้งและสเปซหลังบ้านที่เปิดเป็นโถงสูงรับกับกำแพงกันดิน โดยติดตั้งตะแกรงเหล็กคลุมสวนหลังบ้านโดยรอบ

ความงามที่สะท้อนผ่านวัสดุและธรรมชาติ

คุณค่าและความงามของ บ้านรีโนเวตเชิงเขา หลังนี้สะท้อนผ่านการใช้วัสดุที่สร้างความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมและกาลเวลา ทั้งการโชว์พื้นผิวปูนและการก่ออิฐเดิมของบ้าน บางส่วนของผนังชั้น 3 ที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านร่องรอย การประยุกต์ใช้กรอบบานโลหะและบานพับรียูสที่ได้มาจากการรื้อบ้านเก่ามาทำเป็นผนังหน้าบ้าน และผนังอิฐก่อที่เห็นเป็นอิฐมวลเบาในท้องถิ่นซึ่งมีราคาย่อมเยา โดยไม่ฉาบผิว บางส่วนก่อเว้นช่อง ทำให้อากาศและแสงแดดภายนอกผ่านเข้ามาสร้างมิติในบ้าน และอยู่เย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป เป็นความเย็นที่เกิดจากการป้องกันความร้อน การระบายอากาศ และใช้ความเย็นจากดินและต้นไม้ผ่านการพัดพาของลมเข้ามาในบ้าน

บ้านรีโนเวตเชิงเขา
โถงบันไดเวียนขึ้นชั้น 3 ทำก่อผนังอิฐมวลเบาในท้องถิ่นไม่ฉาบผิวซึ่งมีราคาย่อมเยา บางส่วนก่อเว้นช่องให้อากาศและแสงแดดภายนอกผ่านเข้ามาสร้างมิติในบ้าน
บ้านรีโนเวตเชิงเขา
ทางเดินชั้น 3 ลักษณะแบบสะพานทอดยาวไปตามผนังปูนของบ้านเดิมที่ปล่อยให้มีร่องรอย
พื้นที่ชั้น 3 แบ่งสัดส่วนด้วยผ้าม่านทั้งหมด อีกทั้งวางแปลนห้องน้ำทุกชั้นเป็นแถวยาวชิดริมผนัง เพื่อเปิดสเปซได้โล่ง
มุมพักผ่อนชั้น 3 เปิดให้ต่อเนื่องกับโถงสูงหลังบ้านที่มองเห็นครัวชั้น 2 ได้ และรับวิวสวนระดับบนที่อยู่เหนือกำแพงกันดิน

อยู่กับธรรมชาติอย่างเข้าใจ

ธรรมชาติแวดล้อมและบริบทของที่ตั้งเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้บ้านมีชีวิตชีวา ผ่านมุมมองการออกแบบที่มีทั้งความเข้าใจในวิถีธรรมชาติ และการยอมรับความเป็นไปของธรรดาโลกที่มีการเสื่อมสลายอย่างถ่อมตน คราบตะไคร่น้ำเขียวปนกับรอยด่างดำและขี้ดินบนผนังกำแพงกันดินหลังบ้าน ไม้เลื้อยและวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมอย่างไร้การจัดแต่ง การยอมเปิดสเปซกึ่งกลางแจ้งที่ทำให้ระเบียงพื้นไม้ผุเร็วกว่าการปิดบ้านมิดชิด แต่สิ่งเหล่านี้กลับทำให้การทำอาหาร หั่นผัก ล้างจาน นั่งจิบน้ำชา พูดคุย หรือปล่อยใจไปกับความเงียบ กลายเป็นความสุขแสนธรรมดาที่อิ่มเอมใจ

วางแปลนให้ห้องนอนชั้น 3 อยู่ส่วนหน้าบ้านที่เปิดให้เห็นวิวภูเขา แบ่งสัดส่วนด้วยผ้าม่านทึบที่สามารถเปิดโล่งให้ระบายอากาศจากหน้าบ้านไปหลังบ้านได้
ออกแบบหน้าต่างให้เปิดได้จนถึงพื้น แล้วทำราวกันตกเหล็กเป็นเส้นบางๆที่ไม่บดบังการมองวิว ทำฝ้าเพดานระแนงไม้สีขาวที่ซ่อนงานระบบปรับอากาศไว้เปิดเท่าที่จำเป็น
ทำประตูบานเลื่อนทึบให้เว้นช่องว่างเหนือประตูเพื่อระบายอากาศ
ห้องอาบน้ำก่ออิฐเว้นช่องให้ระบายอากาศได้ดี และยังคงเป็นส่วนตัว
กรุผนังด้วยวัสดุแผ่นเรียบกับโครงคร่าวเหล็ก โดยด้านนอกทำสีเลียนแบบสีสนิมเหล็ก
บ้านผ่านการรีโนเวตมาหลายครั้ง จึงสกัดผนังแล้วเว้นช่องโชว์พื้นผิวอิฐก่อดั้งเดิมให้เป็นกิมมิก

บ้านสวย ธันวาคม 2566
ที่ตั้ง : Ampang Jaya ประเทศมาเลซีย
เรื่อง : ศรายุทธ ศรีทิพย์อาสน์
ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล


รวมบ้านรีโนเวต ที่เปลี่ยนความพังเป็นความสวย

บ้านชั้นเดียว รีโนเวต ทึบนอกโปร่งใน อยู่สบาย

ติดตามบ้านและสวน