บ้านฟาร์มหลังเกษียณ ที่กลายเป็นโฮมสเตย์ ปลูกผักกินเอง

แม้ในตอนแรกตั้งใจจะสร้าง บ้านฟาร์มหลังเกษียณ แต่ในที่สุดก็ได้สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นก่อนเจ้าของบ้านจะมีอายุ 60 ปี โดยใช้งานเป็นทั้งมุมปาร์ตี้ พักผ่อน และเป็นฟาร์มปลูกผักกินเอง ไปจนถึงโฮมสเตย์สำหรับคนรู้จัก และได้กลายเป็นบ้านที่ทำให้เจ้าของบ้านได้ใช้ชีวิตในช่วงวันหยุดอย่างสุขกายสบายใจ

สร้างบ้านไม่รอเกษียณ (แล้ว)  

แรกเริ่มเดิมที คุณแพะ – สมจิตร์ สิริแสงสว่าง ซื้อที่ดินในย่านวังไทรผืนนี้ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เพราะชอบอากาศที่เขาใหญ่ อีกทั้งมีเพื่อนมาซื้อที่ดินตรงด้านหน้าไว้ก่อนแล้ว โดยตั้งใจว่าพอเกษียณก็จะสร้างบ้านและย้ายมาอยู่ ซึ่งลูกยังไปมาหาสู่ได้สะดวก เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ขึ้น ได้คุยกับ คุณพี ลูกชาย ซึ่งถามว่าทำไมไม่ทำบ้านตอนนี้เลย แต่คุณแพะคิดว่าน่าจะแค่ออกแบบไว้ก่อน ยังไม่ต้องสร้างก็ได้ คุณพีจึงติดต่อ คุณแจม – ณชพล เฉลิมลักษณ์ เพื่อนที่เป็นสถาปนิกมาช่วยออกแบบให้ แต่เมื่อได้ทำงานกับคุณแจมสักพัก ได้เห็นความตั้งใจในการทำงาน ในที่สุดคุณแพะก็ตัดสินใจสร้างบ้านตามคอนเซ็ปต์ที่ได้วางเอาไว้

ตื่นมาอยากปลูกผัก อยากทำกับข้าว

บ้านหลังนี้ตั้งชื่อว่า “Farm to Table House” เนื่องจากคุณแพะสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ คิดว่าการปลูกผักกินเองย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่า สิ่งที่ต้องมีคือแปลงปลูกผักที่จะนำมาใช้ทำอาหารรับประทานเอง และต่อไปในอนาคตอาจปลูกส่งขายได้ คุณแจงเล่าให้ฟังว่า “ผมไปดูที่บ้านก็เห็นครอบครัวนี้จะนั่งกินข้าวบนโต๊ะม้าหิน ข้างๆ มีการปลูกผัก มีน้ำตกเทียม ก็รู้สึกว่าเขาอยู่กับความเขียวเยอะ” นี่จึงมีส่วนสำคัญในการออกแบบแกนกลางอันเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน

บรรยากาศบ้านฟาร์ม หลังคาจั่ว รับลมดี

คุณแจมเล่าอีกว่ายังมีบ้านฟาร์มไม้แบบฝรั่งเป็นภาพอ้างอิงด้วย แต่เพราะไม้มีราคาสูงจึงต้องปรับเปลี่ยนวัสดุเพื่อควบคุมงบประมาณ โดยใช้ผนังปูนและการพิมพ์ลายไม้ลงบนปูนฉาบ สร้างพื้นผิวที่ต่างไปจากปูนฉาบเรียบ และออกแบบให้บ้านเป็นหน้าจั่วซ้อนกัน 3 จั่ว ให้ดูเหมือนโรงเรือนทางการเกษตรที่มักเป็นหลังคาจั่ว

โจทย์ที่ได้รับมายังมีเรื่องการรับลม และไม่ต้องติดแอร์ คุณแจมเล่าให้ฟังว่าลมที่เขาใหญ่จะไม่อยู่ในทิศปกตินัก เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีภูเขากั้นและเบี่ยงทางลมไว้ จึงต้องศึกษาและจำลองทิศทางลมจริงด้วย โดยบีบทิศทางลมที่พัดเข้าสู่ตัวบ้านให้เล็กลงทางด้านหลังและกระจายออกทางด้านหน้า เกิดเป็นลมหมุนเวียน เมื่อใช้งานบริเวณมุมนั่งเล่นหรือมุมรับประทานอาหารก็จะรู้สึกได้ เกิดสภาวะอยู่สบายในการอยู่อาศัย

เชื่อมต่อแปลงผักและพื้นที่สังสรรค์ 

ผู้ออกแบบวางแปลงผักให้อยู่หลังบ้านในทิศที่ได้แดด เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต ตอนนี้ปลูกมะเขือ คะน้า กวางตุ้ง ผักชี กล้วย แล้วยังมีมะละกอที่งอกกขึ้นมาเองเป็นต้นใหญ่ สามารถเก็บผลผลิตมาทำภายในบ้านซึ่งเชื่อมต่อกับลานด้านหน้าบ้านได้ทันที บนบ้านมีโต๊ะขนาดใหญ่ที่รองรับแขกได้ถึง 10 คน เนื่องจากครอบครัวนี้ชอบการสังสรรค์ มีทั้งเพื่อนคุณแพะและเพื่อนคุณพีมาเยี่ยมเยือน และมักทำกิจกรรมอย่างการร้องคาราโอเกะ เล่นเกม ปิ้งย่าง และแคมปิ้ง

จาก บ้านฟาร์มหลังเกษียณ กลายมาเป็นโฮมสเตย์บรรยากาศดี

ด้วยการวางผังให้นั่งเล่นได้รอบทิศ โดยขยับไปตามแดดที่ส่องมาได้หลายๆ มุม ทำให้สมาชิกครอบครัวและผู้มาเยือนสามารถนั่งเล่นได้ทั้งวัน คุณแพะบอกกับเราว่า “บ้านหลังนี้อยู่สบายจนไม่อยากกลับไปกรุงเทพฯ เพราะได้พักผ่อนจริงๆ ในช่วงที่มาพักในวันหยุด เราเปิดเป็นโฮมสเตย์ให้คนที่ค่อนข้างรู้จักกันหน่อยมาพักด้วย อยากให้คนมาพักรู้สึกเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง มาเด็ดผักกินได้ ท่ามกลางวิวภูเขาและการออกแบบที่สร้างความสุขให้ผู้คนที่ต้องการมาพักผ่อน”

เจ้าของ: คุณสมจิตร์ สิริแสงสว่าง และครอบครัว
สถาปนิก: วาดไว้ อาร์คิเทค แอนด์ ดีไซน์ โดยคุณณชพล เฉลิมลักษณ์

เรื่อง: สมัชชา วิราพร
ภาพ: ศุภกร ศรีสกุล


รวม 35 แบบบ้านฟาร์มน่าอยู่

บ้านกลางนาสไตล์แคมปิ้ง

บ้านสวนชั้นเดียว ที่มีความสุขกับการปลูกต้นไม้