สวนป่าข้างบ้าน

สวนป่าข้างบ้าน เขียวสะพรั่งบนพื้นที่ 200 ตารางเมตร

สวนป่าข้างบ้าน
สวนป่าข้างบ้าน

สวนป่าข้างบ้าน ในย่านลาดพร้าวที่มีหน้ากว้างเพียงแค่ 6 เมตร แต่กลับร่มครึ้มไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ มีบ่อปลาและลำธารเล็กๆ ให้บรรยากาศราวกับป่าธรรมชาติ

สวนป่าข้างบ้าน
สวนป่าข้างบ้าน

หลังจากใช้เวลาสร้างบ้านกว่า 5 ปีจนใกล้จะแล้วเสร็จ ก็ถึงเวลาต้องหาคนออกแบบจัดสวนฝีมือดีมาสร้างสวนในแบบที่ต้องการ โชคดีที่เพื่อนบ้านแนะนำให้รู้จักนักจัดสวนท่านหนึ่ง หลังจากตามเข้าไปดูผลงานที่เพจร้านของ คุณต้อง – ทิวา อ่อนสุวรรณ สวนป่าบรรยากาศร่มรื่นแห่งนี้จึงเกิดขึ้นใจกลางย่านลาดพร้าว

“เห็นสไตล์การจัดของต้องก็ชอบเลยครับ ผมเองก็อยากได้สวนป่าอยู่แล้ว คุยกันแล้วรู้สึกว่าใช่ ทั้งที่เราคุยกันน้อยมาก บอกไปแค่ว่าอยากได้สวนป่าที่มีบ่อนํ้า ต้องก็ออกแบบมาให้ดู แบบที่เสนอมายังไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก แม้แต่ต้นไม้ผมยังไม่เคยถามเลยว่าต้นใหญ่ขนาดไหน มีต้นอะไรบ้าง ไม่ได้ระบุด้วยว่าต้องการอะไรเป็นพิเศษ (หัวเราะ) แต่พอได้เห็นวิธีการทำงานของเขาก็มั่นใจ ยิ่งวันที่ใช้รถเครนคันใหญ่ยกต้นไม้ข้ามหลังคาบ้านเพื่อปลูกในสวนก็ยิ่งทึ่งครับ” เจ้าของบ้านเล่าถึงที่มาของสวนให้ฟัง

สวนข้างบ้านบนเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางเมตร ลักษณะพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง ประมาณ 6 เมตรและยาวไปจนถึงหลังบ้าน จัดเป็นสวนที่ร่มครึ้มไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ บ่อปลาขนาดย่อมอยู่ติดระเบียงไม้หน้าห้องทำงานมีลำธารเล็กๆ คดเคี้ยวไปตามพุ่มไม้นานาชนิด โขดหินที่มีมอสส์ขึ้นปกคลุมให้ความรู้สึกสดชื่น ลึกเข้าไปด้านในของสวนได้ยินเสียงนํ้าตกเบาๆ บรรยากาศเหมือนเดินอยู่กลางป่า จุดเด่นที่สะดุดตาคือหินแผ่นใหญ่ที่วางเป็นทางเดินลัดเลาะไปรอบๆ บ่อน้ำและลำธาร เพื่อชมความงามของสวนได้โดยรอบ

สวนป่าข้างบ้าน
ทางเดินจากลานจอดรถเข้าสู่บริเวณสวน ตั้งใจออกแบบให้ดูเรียบง่าย วางหินกาบแผ่นใหญ่เป็นทางเดินเสริมด้วยต้นไม้ให้ดูร่มรื่น ต้อนรับสู่บรรยากาศสวนป่าที่อยู่ด้านใน
สวนป่าข้างบ้าน
ระเบียงหน้าห้องทำงานของเดิมเป็นชานปูนกว้างประมาณ 1.50 เมตร ออกแบบต่อเติมใหม่ ลงเสาเข็ม 2 เมตร ทุกระยะ 50 เซนติเมตร  ด้านบนเทปูนเสริมเหล็กเพิ่มพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น พื้นปูไม้เทียมทำสีใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติ ด้านล่างซ่อนระบบกรองบ่อปลา และยังสามารถเดินต่อไปยังบันไดเข้าบ้านได้เลย
สวนป่าข้างบ้าน
มุมมองจากห้องทำงานเห็นบ่อปลาท่ามกลางบรรยากาศสวนป่าที่ร่มรื่น เนื่องจากเจ้าของบ้านใช้ห้องทำงานเป็นประจำ ผู้ออกแบบจึงตั้งใจเปิดมุมมองให้เห็นภาพสวนแบบเต็มตา
สวนป่าข้างบ้าน
จากห้องรับประทานอาหารภายในบ้านมองออกไปเห็นระเบียงกว้างหน้าห้องทำงาน

“ผมเริ่มจากการเช็กมุมมองจากห้องต่างๆ ของบ้านครับ ห้องรับประทานอาหาร ห้องทำงาน ห้องพักผ่อน เพื่อออกแบบสวนให้สามารถมองได้จากหลายๆ มุม เน้นเป็นพิเศษที่ห้องทำงานที่อยากให้เห็นมุมสวนชัดๆ เต็มตา ผมเลยดึงสเปซของระเบียงเดิมออกมา เพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อให้ใช้งานได้จริงและเป็นมากกว่าที่ซ่อนระบบกรองบ่อปลา เชื่อมต่อไปยังบันไดทางเข้าบ้านและต่อไปยังห้องรับประทานอาหารในบ้านได้ เลย์เอ๊าต์ของบ้านสวยอยู่แล้ว ออกแนวลอฟต์ที่มีรูปทรงเรียบง่าย ใช้สีธรรมชาติ เลยง่ายต่อการออกแบบสวนให้ดูสอดคล้องไปกับตัวบ้านครับ” คุณต้อง ผู้ออกแบบเล่าถึงวิธีคิดและการทำงานให้เราฟัง

“ผมเดินดูพื้นที่สวนโดยรอบ วางเลย์เอ๊าต์คร่าวๆ ไว้ก่อนด้วยการโรยปูนขาวไว้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เอาไม้ปักตำแหน่งที่จะปลูกไม้ใหญ่ จากนั้นก็ใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กเข้ามาขุดบ่อนํ้า ขุดหลุม เตรียมปลูกไม้ใหญ่ ซึ่งคิดไว้ก่อนแล้วครับว่าต้องเป็นไม้ที่มีฟอร์มต้นสวย กิ่งต้องหันด้านไหน แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะได้ต้นที่มีรูปทรงตามที่ต้องการหรือไม่ แล้วค่อยมาปรับหน้างานกันอีกที ความยากคือต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ 80 ตันยกต้นไม้ข้ามบ้านมาปลูกทีละต้น เริ่มปลูกจากด้านในก่อน ต้องทำงานประสานกับคนบังคับรถเครนโดยใช้วิทยุสื่อสาร  เขาจะทำหน้าที่ยกต้นไม้มาให้ตรงกับหลุมที่ขุดไว้ ผมกับคนงานก็ช่วยกันหมุนต้นให้กิ่งหันไปในทิศที่ต้องการ ค่อยๆ ทำทีละต้น ถ้าจำเป็นต้องคํ้ายันก็ทำทันทีเลยครับ เราต้องทำงานให้เสร็จภายในวันเดียว เพราะต้องปิดซอยเข้าบ้าน เกรงใจเพื่อนบ้านครับ

ลำธารเล็กๆที่ขนานไปกับตัวบ้าน ตกแต่งด้วยแผ่นหินกาบสีชมพูขนาดใหญ่ใช้เป็นทางเดินในสวน  ปลูกมอสส์เกาะตามก้อนหิน เติมเฟินกนกนารีและไม้ใบต่างๆเพื่อเพิ่มสีเขียวให้พื้นที่ไปด้วยกันได้ดีกับสถาปัตยกรรมของตัวบ้านที่เป็นสไตล์ลอฟต์
ไม้ค้ำ
พื้นระเบียงยาวข้างบ้านปูไม้สีนํ้าตาลธรรมชาติ  ทำเป็นที่นั่งยาวตลอดแนวเพื่อนั่งชมบรรยากาศสวน
ลำธาร
ลำธารเล็กๆ พื้นโรยกรวดให้ดูคล้ายสภาพตามธรรมชาติ และเนื่องจากปลูกไม้ใหญ่จำนวนมาก จึงทำให้พื้นที่ด้านล่างค่อนข้างร่ม ต้องเลือกปลูกไม้ในร่มเป็นหลัก เพิ่มมอสส์ให้ดูเขียวแต่ไม่แน่นรก ไม้คลุมดินใช้พวกเฟินกนกนารีและหนวดปลาดุก ซึ่งสามารถเติบโตในที่ร่มได้ดี
ไม้ค้ำ
เนื่องจากพื้นที่สวนอยู่กลางเมืองที่มีเพื่อนบ้านอยู่ล้อมรอบ ผู้ออกแบบตั้งใจให้นํ้าตกมีขนาดเล็กเพื่อไม่ให้เกิดเสียงนํ้าดังจนไปรบกวนเพื่อนบ้าน จริงๆ แล้วสวนป่าที่มีนํ้าตก ลำธาร และบ่อปลา ควรเปิดระบบไว้ตลอดเวลา เพื่อช่วยรักษาความชื้นให้ต้นไม้ต่างๆ โดยเฉพาะมอสส์
ไม้ค้ำ
ด้านหลังนํ้าตกเปิดเป็นพื้นที่โล่ง เพื่อง่ายต่อการเข้าไปดูแลงานระบบต่างๆ  อีกทั้งยังเพิ่มสเปซให้สวนดูไม่อึดอัดจนเกินไป

“หลังจากลงไม้ใหญ่เสร็จ ก็เติมพวกไม้ระดับล่างให้สวนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่ค่อนข้างแคบเล็ก จึงเลือกใช้ต้นไม้ที่มีใบขนาดเล็ก และไม้ใบในร่มเป็นหลัก คุมโทนให้เป็นสีเขียวในเฉดต่างๆ ใส่บีโกเนียเพื่อแต้มสีสันให้สวนในบางจุด ส่วนไม้คลุมดินจะใช้เฟินกนกนารีและหนวดปลาดุก พร้อมปลูกมอสส์เกาะตามก้อนหิน เพื่อช่วยเพิ่มสีเขียวอีกทาง

“ผมตั้งใจออกแบบให้นํ้าตกอยู่ด้านในสุด แต่ก็สามารถมองเห็นได้จากทั้งห้องรับประทานอาหารและห้องทำงาน นํ้าตกก่อด้วยหินแกรนิต และหินฟองนํ้า เป็นนํ้าตกขนาดเล็กที่ไม่สูงมาก เพราะพื้นที่มีขนาดแคบเล็กและไม่อยากให้เกิด เสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ มีลำธาร เล็กๆ รูปตัวเอส (S) คดเคี้ยวไหลมาจากนํ้าตก ส่วนบ่อปลาเป็นรูปเลขแปดวางในแนวตั้งให้ยาวล้อไปกับพื้นที่ ช่วยให้รู้สึกว่าบ่อมีขนาดใหญ่มากขึ้น แต่หลังจากลงต้นไม้ทั้งหมดแล้วผมรู้สึกว่าเดินค่อนข้างลำบาก เลยทำทางเดินในสวนเพิ่ม โดยใช้แผ่นหินกาบขนาดใหญ่วางลํ้าเข้าไปในบ่อ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของสวนนี้ครับ”

สวนน้ำตก
น้ำตกขนาดเล็กอยู่ด้านในสุดของสวน มีความสูงเพียง 2-3 ชั้น หน้ากว้างแค่ 1.50 เมตร นํ้าตกก่อจากหินแกรนิตเพื่อความแข็งแรง  เสริมด้วยหินฟองนํ้าที่มอสส์สามารถเกาะอาศัยเพื่อเจริญเติบโตได้ดี
ผู้ออกแบบชอบให้ต้นไม้ใหญ่มีพุ่มใบแตะกัน ทุกต้นดูรับกันต่อเนื่องสัมพันธ์กัน จึงทำ ให้พื้นที่ด้านล่างได้ปริมาณแสงผ่านค่อนข้างน้อย ต้นไม้ที่เลือกใช้จึงเป็นไม้ใบในร่มเป็นส่วนใหญ่ แต่เพิ่มมิติลดความน่าเบื่อด้วยการใช้สีเขียวในเฉดต่างๆ ส่วนไม้ดอกนั้นไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ร่มนัก ตัวเลือกที่พอจะนำ มาใช้ได้ เช่น บีโกเนีย กล้วยไม้ดิน และเนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างแคบเล็ก การปลูกต้นไม้จำนวนมากจะทำให้ดูแน่นและรู้สึกอึดอัดมากเกินไป แก้ปัญหาด้วยการเลือกใช้ต้นไม้ที่ใบมีขนาดเล็ก
และปลูกไม้คลุมดินเตี้ยๆ เช่น เฟินกนกนารี มอสส์นํ้า จุดประสงค์เพียงแค่ต้องการเพิ่มสีเขียว ในขณะที่พื้นที่ยังคงดูโล่งไม่แออัด
หลังจากลงต้นไม้ทั้งหมดแล้วพบปัญหาว่าทางเดินในสวนเดินค่อนข้างยาก ผู้ออกแบบตัดสินใจใช้หินกาบแผ่นใหญ่สีชมพูจากกาญจนบุรีปูเป็นทางเดินเลาะขอบบ่อโดยยึดไว้ด้วยปูนกาว ไม่มีเสาเข็มรองรับนํ้าหนักแผ่นหิน เนื่องจากขอบบ่อปลามีความแข็งแรงเพียงพอแล้ว ขอบบ่อปลาใช้อิฐบล็อกก่อ 2 ชั้น เทปูนใส่ตรงกลางแล้วเสริมเหล็ก บล็อกจึงทำหน้าที่เสมือนเป็นโครงบ่อ ปูนที่ใช้เป็นปูนซีแพ็คผสมกันซึม พื้นบ่อทาด้วยฟลินท์โค้ทเพื่อกันการรั่วซึม จึงทำ ให้นํ้าในบ่อดูเป็นสีดำ
กูดดอยนิวแคลิโดเนีย ไม่ควรใส่วัสดุปลูกแน่นเกินไป  ให้ผสมกาบมะพร้าวหรือใบไม้แห้งลงไปด้วย  และไม่ควรกลบด้วยดิน ต้องปลูกให้รากโคนต้นลอย  เพราะรากของทรีเฟิร์นต้องการอากาศเวลารดนํ้าต้องรดทั้งต้น เพราะลำต้นจะดักความชื้นในอากาศเก็บไว้
ปัญหาอย่างหนึ่งของสวนป่าในพื้นที่แคบคือ ช่องว่างระหว่างระดับต้นไม้ เนื่องจากส่วนใหญ่ในสวนป่ามักปลูกไม้ใหญ่เป็นจำนวนมากเพื่อสร้างความร่มรื่น แต่ถ้าพื้นที่ค่อนข้างแคบ การปลูกไม้พุ่ม
ระดับสูงและระดับกลางเพิ่มเข้าไปจะยิ่งทำ ให้สวนเหลือสเปซน้อย รู้สึกอึดอัด วิธีแก้ปัญหาคือการเลือกใช้ไม้แขวน เช่น เฟินชนิดต่างๆ หรือไม้เลื้อยมาเกาะตามกิ่งไม้ เพื่อช่วยลดทอนช่องว่างระหว่างไม้ใหญ่และไม้คลุมดินระดับล่าง ทั้งยังช่วยเติมเต็มความรู้สึกของสวนป่าให้ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้เน
สวนนี้มีระบบให้นํ้าทั้งแบบหัวพ่นหมอกและหัวฟ็อก โดยวางระยะห่างกันทุก 70 เซนติเมตร โดยปกติการจัดวางขึ้นอยู่กับสไตล์สวนและปริมาณต้นไม้ในจุดนั้นๆ ส่วนใหญ่มักวางไว้บนต้นไม้ ส่วนที่พื้นจะวางห่างกัน 1 – 1.50 เมตร และวางตามจุดที่ปลูกต้นไม้ที่ต้องการความชื้นสูง เช่น มอสส์น้ำ (มอสส์ดินต้องการปริมาณแสงมากกว่ามอสส์น้ำ มอสส์ดินไม่ชอบนํ้าขัง ต้นจะเน่าตายได้) หัวฟ็อกมีจุดประสงค์เพื่อใช้สำหรับรดนํ้าต้นไม้ ใช้งานได้ค่อนข้างดีกว่าและดูสวยกว่าสปริงเกลอร์

เห็นสวนแน่นต้นไม้เยอะขนาดนี้ แต่การดูแลรักษาไม่ยากอย่างที่คิด เพราะคุณต้องวางระบบให้นํ้าไว้ทั้งหมดแล้ว ทั้งหัวพ่นหมอกและหัวฟ็อกที่นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศแล้ว ยังช่วยเพิ่มความชื้น อีกทั้งพื้นที่บริเวณสวนไม่ค่อยมีลมพัดผ่านนัก ความชื้นในสวนจึงยังคงมีอยู่ค่อนข้างมาก ต้นไม้ที่เลือกใช้ก็เป็นชนิดที่โตช้า และดูแลง่าย สิ่งที่ต้องทำก็แค่เก็บเศษใบไม้ที่ร่วงหล่น รักษาความสะอาดในสวนและบ่อปลา และให้ปุ๋ยละลายช้ากับต้นไม้ทุก 2 – 4 เดือน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้สวนสวยอยู่คู่บ้านไปอีกแสนนาน

เจ้าของ : คุณพิสมัย  รัตนาภินันท์ชัย

ออกแบบ : Ayothaya Landscape  โดยคุณทิวา  อ่อนสุวรรณ


เรื่อง : วชิรพงศ์ หวลบุตตา

ภาพ : สิทธิศักดิ์ นํ้าคํา

โอบกอดของสวนป่าริมคลองในพื้นที่ 70 ตารางเมตร

สวนป่าแบบโปร่ง ขนาด 300 ตารางเมตร พร้อมเรือนกระจกเลี้ยงแคคตัส