ลักษณะสายพันธุ์และนิสัย “บีเกิล (Beagle)”

ประวัติสายพันธุ์

บีเกิล (Beagle) จัดอยู่ในจำพวกกลุ่มสุนัขล่าเนื้อ (Hound) เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ และสามารถพบเจอได้เกือบทุกพื้นที่ของประเทศอังกฤษ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ชาวอังกฤษนิยมเพาะมากที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง

คุณสมบัติและความสามารถพิเศษที่โดดเด่นของบีเกิลอย่างหนึ่ง คือ มีความคล่องแคล่วปราดเปรียวอย่างสูงในการไล่ล่า และแกะรอยกระต่ายป่า ดังนั้น นายพรานส่วนใหญ่จึงมักพาบีเกิลออกไปเป็นฝูง ๆ แต่เช้ามืด เพื่อดมกลิ่นหาเหยื่อ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้เป็นที่นิยมของนายพรานเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ นักประวัติศาสตร์พบหลักฐานว่า สุนัขสายพันธุ์บีเกิลถูกใช้สำหรับล่าสัตว์มาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ

ในเวลาต่อมาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 พวกมันถูกนำเข้ามายังอเมริกาเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังได้รับความนิยมในกลุ่มนายพรานอย่างมากด้วยประสาทการดมกลิ่นอันเป็นเลิศ จนกระทั่งถึงปี 1870 จึงมีนักพัฒนาสายพันธุ์สุนัขกลุ่มหนึ่ง เริ่มหันมาสนใจพัฒนาสายพันธุ์ของบีเกิลอย่างจริงจัง ทำให้ได้บีเกิลซึ่งมีลักษณะดี และเป็นที่ยอมรับ ถูกต้องตามมาตรฐานในที่สุด โดย American Kennel Club
ก็ได้ทำการจดทะเบียนรับรองสุนัขสายพันธุ์บีเกิลตัวแรกเมื่อปี ค.ศ.1885 และต่อมาในปี ค.ศ.1888 จึงได้มีการก่อตั้งชมรมผู้เพาะพันธุ์บีเกิลแห่งสหรัฐฯ ขึ้นอย่างเป็นทางการ

ปัจจุบันสุนัขสายพันธุ์บีเกิลยังคงเป็นสุนัขซึ่งมีผู้นิยมเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ด้วยความน่ารัก คล่องแคล่วและเป็นมิตรกับทุกคน อย่างไรก็ตามบีเกิลอาจไม่เหมาะนักสำหรับการเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน เพราะความที่เค้าต้องการสังคมสูง ชอบเล่นสนุก ชอบผูกมิตรกับสมาชิกในครอบครัวและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ดังนั้นหากต้องอยู่ตามลำพังเป็นเวลานานจนเกินไปอาจทำให้เกิดความเครียด และนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวได้

ลักษณะทางกายภาพ

สุนัขบีเกิลถูกจัดอยู่ในกลุ่ม สุนัขขนาดกลาง อยู่ในกลุ่มต้น ๆ ของสุนัขล่าสัตว์ ด้วยโครงสร้างที่สมส่วน กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และมีขนาดกระทัดรัด

จุดเด่นแรกของพวกมันต้องเป็นเรื่องหูที่จะดูพับลงมา หูค่อนข้างกว้างและกลม และมีขนาดที่ใหญ่ ดวงตากลมใหญ่ ตั้งอยู่ในตำแหน่งพอดี มีหางที่เรียวยาว ปลายหางโค้งขึ้นเล็กน้อย กะโหลกค่อนข้างยาว ท้ายทอยเป็นรูปโดม หน้าผากกว้าง สุนัขบีเกิลเป็นสุนัขที่มีขนสั้นเรียบลำตัวมีความยาวของลำตัวมากกว่าด้านสูงเล็กน้อย หูชิดกับหัว โดยทั่วไปสีของบีเกิ้ลมี 3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำและสีน้ำตาลไหม้ แต่สีที่เด่นและเป็นที่ยอมรับ คือต้องมีสีครบทุกสีบนตัวจะเป็นที่ยอมรับ

สุนัขบีเกิลขนาดมาตรฐานเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ปอนด์ (6.8 กิโลกรัม) ถึง 30 ปอนด์ (13.6 กิโลกรัม) เพศผู้มีความสูงอยู่ระหว่าง 33 ถึง 38 เซนติเมตร (13-15 นิ้ว) โดยวัดจากส่วนที่สูงที่สุดของหลังและตัวเมียจะตัวเล็กกว่าเล็กน้อย

อายุขัย

อายุขัยโดยเฉลี่ยของบีเกิลอยู่ที่ประมาณ 10-15 ปี

ลักษณะนิสัย

บีเกิลเป็นสุนัขที่เป็นมิตร ร่าเริง กล้าหาญ และไม่ก้าวร้าว ต่อคนหรือสัตว์อื่น ๆ และด้วยที่พวกมันเป็นมิตรกับคน บีเกิลจึงเป็นสุนัขที่เข้ากับเด็ก ๆ ได้ดี สามารถปรับตัวเข้ากับคนได้เป็นอย่างดี แต่หากสุนัขไม่ได้รับความเอาใจใส่ หรือไม่ได้รับฝึกฝนที่ดี อาจทำให้พวกมันแสดงพฤติกรรมทั้ง การเห่า หอน ขุด และทำลายสิ่งของได้ ดังนั้นการเลี้ยงเพียงตัวเดียวอาจทำให้รู้สึกเหงา การฝึกให้สุนัขเข้าสังคมตั้งแต่ยังเล็กอาจจะช่วยให้พวกมันคลายเหงาได้

เมื่อโตเต็มวัยพวกมันก็ยังคงมีความขี้เล่น มีความกระตือรือร้นมากขึ้น เรียนรู้ได้รวดเร็ว มีสมาธิกับงาน และยังชอบอยู่กันเป็นฝูง ซึ่งมาจากสัญชาตญาณการล่าสัตว์ในอดีต จึงไม่แปลกใจเลยพวกมันมักถูกเลือกให้เป็นสุนัขตำรวจ หรือสุนัขช่วยเหลือ

การเข้ากับเด็ก

บีเกิล สามารถเข้ากันได้ดีกับเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เคยมีประวัติการทำร้ายคนในครอบครัว ด้วยความที่มีนิสัยอ่อนโยนทำให้เหมาะกับการเลี้ยงร่วมกับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี พวกมันมักจะชอบปกป้องคนที่พวกมันรัก และมีนิสัยกล้าหาญอย่างมาก แต่ด้วยสัญชาตญาณที่เป็นนักล่าอาจมีบ้างที่สุนัขแสดงอาการก้าวร้าว หรือมีความเครียด การฝึกฝนเป็นประจำจะช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าวลงได้และเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของ

การดูแล

การออกกำลังกาย

บีเกิลเป็นสุนัขที่มีพลังงานค่อนข้างเยอะ การออกกำลังกายจึงมีความจำเป็น แต่การออกกำลังการที่หนักไม่ควรเริ่มตั้งแต่เล็ก หรือในวัยที่ยังไม่โตเต็มที่ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ปัญหาข้อต่อได้ พวกมันควรได้รับการออกกำลังอย่างน้อย 30-45 นาที เป็นประจำทุกวัน หรือพาทำกิจกรรมที่เป็นการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ หรือเล่นกับสุนัขตัวอื่น ๆ บ้าง ก็จะช่วยพัฒนาให้บีเกิลมีสภาวะทางอารมณ์และสุขภาพที่ดี

อาหาร

สุนัขควรได้รับอาหารแห้งที่มีคุณภาพสูง 2-3 ถ้วยต่อวัน โดยแบ่งออกเป็นสองมื้อ ซึ่งอาหารเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีที่สุดให้กับสุนัข ทั้งเรื่องอายุ กิจกรรม การเผาผลาญ และน้ำหนัก ซึ่งน้ำหนักมีความสำคัญกับการคำนวณอาหารที่ให้สำหรับสุนัขพันธุ์นี้

โรคประจำสายพันธุ์

  • โรคผิวหนัง
    • การติดเชื้อที่หู (ear infection)
    • โรคภูมิแพ้ (Allergies)
    • โรคที่เกิดการอักเสบบริเวณกล้ามเนื้อและผิวหนัง (Dermatomyositis)
  • โรคระบบประสาท
    • โรคลมชัก (Epilepsy)
    • โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Intervertebral Disc Disease : IVDD)
    • โรควิตกกังวล (Anxiety)
  • โรคระบบต่อมไร้ท่อ
    • โรคคุชชิ่ง (Cushing disease หรือ hyperadrenocorticism)
    • โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus)
    • ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism)
  • โรคเกี่ยวกับระบบโครงกระดูก ข้อต่อ และโครงสร้าง
    • โรคกระดูกอ่อนเจริญผิดปกติ (Osteochondrosis)
    • โรคที่เกี่ยวกับข้อต่อ ประกอบไปด้วยโรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar luxation), การฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้าเข่า (Cruciate Ligament Rupture)
  • โรคตา
    • จอประสาทตาเสื่อม (Progressive Retinal Atrophy : PRA)
    • โรคเชอร์รี่ อาย (Cherry eye)

เรื่อง : ชนิฏฐา กล้าแข็ง